ในห้องสี่เหลี่ยมสีฟ้าอ่อนซึ่งเป็นห้องนอนของคนอายุน้อยที่สุดในบ้าน บนเตียงที่ตั้งติดหน้าต่างปรากฏสภาพไม่ต่างจากก้อนอะไรสักอย่างที่ม้วนตัวขยุกขยุยรวมกันอยู่ตรงกลาง ซึ่งถ้าสังเกตจากปลายเท้าที่โผล่เลยพ้นขอบเตียงออกมา ก็สามารถบอกได้อย่างมั่นอกมั่นใจว่าเจ้าก้อนกลม ๆ ที่ว่าคือเจ้าของห้องนอนนี้นั่นเอง
นูรู เด็กหนุ่มอายุน้อยที่สุดในบ้านแต่กลับมีส่วนสูงมากถึงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร กำลังนอนหลับสบายในผ้านวมผืนหนาโดยโผล่ส่วนของร่างกายออกมาเพียงท่อนขาล่าง ถึงแม้ว่าความยาวของเตียงมันจะน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับส่วนสูง แต่เขาก็นอนอย่างเป็นสุขเสมอบนนี้
ประตูสีควันบุหรี่ถูกเปิดผางออกอย่างไม่ค่อยจะถนอมนัก แล้วร่างบางที่ส่วนสูงต่างจากคนที่นอนอยู่เกือบหนึ่งไม้บรรทัดก็เดินอาด ๆ เข้ามาใกล้เตียง ทุกกิริยาเป็นไปอย่างเปิดเผย แต่คนที่หลับอยู่กลับไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด
“นูรู...ตื่นได้แล้ว ไหนว่าวันนี้มีสอบ แล้วทำไมยังนอนอืดถืดแบบนี้ล่ะ” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาหวานใสไม่แพ้หน้าตาคนพูดที่ต้องรับหน้าที่ปลุกคนตัวสูงแทบทุกเช้า
“งืม...อีกสามนาที” แต่ดูเหมือนว่าเสียงใส ๆ นั่นจะไม่ทำให้คนที่นอนอยู่รู้สึกรู้สาเท่าไรนัก จนคนที่ยืนกอดอกอยู่หน้าเตียงชักระอาใจ
“สามนาทีที่ไหนกัน มันจะไม่ทันอยู่แล้วเนี่ย! ถ้านับศูนย์ถึงหนึ่งแล้วยังไม่ลุก พี่จะไปตามฮันโซ” แล้วคนตัวเล็กก็ยื่นคำขาดออกมา เพียงแค่ได้ยินชื่อของบุรุษที่สาม นูรูก็รีบลุกพรวดขึ้นมาทันที เพราะยามเช้าที่อากาศแสนจะดีเช่นนี้ ไม่สมควรเลยสักนิดที่จะมีการจราจลย่อย ๆ
“โอเค ผมลุกแล้ว เช้านี้มีอะไรทานบ้างครับ” สิ่งแรกที่เด็กหนุ่มทำคือถามถึงมื้อเช้าซึ่งเตรียมพร้อมรอก่อนหน้านี้นานแล้ว แต่ตัวคนถามเองต่างหากที่ไม่พร้อมเสียที
“ลืมตาได้ก็ถามหาแต่ของกินเลยนะ” เจ้าของผิวขาวจัดทำหน้าเง้า มือเรียวยื่นออกไปตรงหน้าแล้วบีบจมูกคนตัวสูงกว่าด้วยความหมั่นไส้
“พี่เรโอะ...เดี๋ยวนี้ชักจะปากจัดเหมือนพี่ฮันโซเข้าไปใหญ่แล้วนะครับ” ทว่าคนที่ถูกว่ากลับไม่รู้สึกอะไร ซ้ำยังพาดพิงถึงบุคคลที่สามให้ฝ่ายนั้นจามเล่นเสียอีก
“ไอ้เด็กเปรต! แกว่าใครปากจัด ถึงฉันจะปากจัดจริง แต่ก็มีแฟนคลับเยอะกว่านายแล้วกันล่ะ แบร่!” บุคคลมาใหม่ผู้กำลังถูกพาดพิงถึงยืนว่าจนหน้าแดงแล้วสะบัดตูดเดินหนีไปตรงทางเดิมที่ตัวเองจากมา นูรูไม่เข้าใจว่าพี่คนนี้จะเดินเข้ามาทำไมในเมื่อต้องเจอกันที่โต๊ะอาหารอยู่ดี
ภายในบ้านหลังปานกลางแห่งนี้ ประกอบด้วยสามห้องนอน สองห้องน้ำ หนึ่งห้องครัว และอีกหนึ่งห้องเอนกประสงค์ เป็นที่พักชั้นเลิศสำหรับชายหนุ่มทั้งห้าคนผู้กำลังประสบความสำเร็จในฐานะนักร้องบอยแบนด์น้องใหม่ที่ก้าวสู่ระดับศิลปินแนวหน้าของประเทศได้อย่างงดงาม
ทั้งห้าคนประกอบไปด้วยคนแรก...มัตสึโอะ ชุน นักศึกษากฎหมายปีสามชาวญี่ปุ่น ผู้เป็นทั้งหัวหน้าวงและผู้จัดการจำเป็นเนื่องจากตอนนี้ทางต้นสังกัดยังไม่สามารถหาผู้จัดการวงให้ได้
ชุนเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ผิดจากหนุ่มญี่ปุ่นส่วนมาก เขามีบุคลิกหนักแน่นและมั่นคง ดวงตาเรียวรีคล้ายนัยน์ตาเหยี่ยวสีเข้มเฉกเช่นเดียวกับเรือนผมสีรัตติกาลดูราวกับสามารถสะกดคนอื่นได้เพียงแค่ปรายตา หากไม่ปัดผมปิดใบหน้าไปกว่าครึ่งและไม่สวมแว่นตาสี่เหลี่ยมกรอบหนาเทอะทะสีดำเหมือนคนคงแก่เรียน ทุกคนในวงลงความเห็นว่าชุนจะมีเสน่ห์กว่านี้อีกเท่าตัว
ชุนดูท่าทางเหมือนคนเย็นชาและเข้าถึงยาก คนภายนอกยากจะคาดเดาว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ทว่าเพื่อนสนิทนิสัยต่างกันอย่างเรโอะกลับมองออกอย่างง่ายดาย
เรโอะคือชายหนุ่มรูปร่างอ้อนแอ้น ผิวของเขาขาวจัดราวน้ำนมตัดกับสีผมและนัยน์ตากลมโตสีดำขลับ ผมยาวที่ทิ้งตัวสวยลงมาถึงกลางหลังและมักจะถูกมัดรวบในบางโอกาสทำให้เขาดูบอบบางราวหญิงสาว ประกอบกับนิสัยอ่อนโยน ช่างเอาอกเอาใจ และไร้เดียงสาเหมือนเด็ก ๆ ทำให้เขายิ่งดูน่าทะนุถนอมไปใหญ่ในสายตาของทุกคน
สมาชิกคนที่สามคือหนุ่มลูกครึ่งเกาหลีญี่ปุ่น...คิม ฮันโซ ทุกคนที่รู้จักฮันโซต่างลงความเห้นว่าเขาเป็นคุณหนูสุด ๆ ทั้งนิสัยเอาแต่ใจที่แก้เท่าไรก็ไม่หาย และนิสัยรักสบายซึ่งรวมไปถึงรักสวยรักงาม ทำให้ฮันโซดูเหมือนเจ้าหญิงประจำวงที่ต้องการให้คนเอาอกเอาใจตลอดเวลาทั้งที่เขาเป็นผู้ชาย และคนที่เอาใจฮันโซมากกว่าใครคงคงหนีไม่พ้นสมาชิกกคนที่สี่...รูเพิร์ต มิลเนอร์
รูเพิร์ต...ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งจากเมืองผู้ดีอังกฤษเจ้าของเรือนผมหยักศกสีแดงยาวซึ่งเจ้าตัวชอบที่จะมัดหลวม ๆ รวบไปทางด้านหลัง ปล่อยให้ผมบางช่อที่ยังยาวไม่พอหล่นลงมาเคลียใบหน้าเรียว เขาถูกปลูกฝังให้เป็นสุภาพบุรุษมาตั้งแต่เด็ก และด้วยนิสัยนุ่มนวล รู้จักเอาใจ บวกกับหน้าตาที่ดูดีไม่เป็นรองใคร จึงมีหญิงสาวชื่มชมมากมาย ซึ่งเขาเองก็ไม่เคยปฏิเสธไมตรีที่พวกหล่อนหยิบยื่น จึงไม่แปลกอะไรที่ใคร ๆ ต่างมองว่ารูเพิร์ตเป็นคาสโนวาตัวยง
และสมาชิกคนสุดท้าย...นักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยนานาชาติชื่อดัง นูรู...เด็กหนุ่มจากอียิปต์ที่มีมันสมองปราดเปรื่องอย่างหาตัวจับยาก ส่วนสูงที่ว่าเกินหน้าเกินตาคนอื่นนั้นยังน้อยกว่าไอคิวของเขาเสียอีก ด้วยใบหน้าเคร่งขรึม นูรูจึงดูเป็นผู้ใหญ่เกินอายุจริง ประกอบกับริมฝีปากหนาที่แทบจะเม้มแน่นเป็นเส้นตรงตลอดเวลาทำให้เขาดูน่าเกรงขามยิ่งกว่าคนรุ่นเดียวกัน
ทั้งห้าคนต่างเชื้อชาติ ต่างนิสัย ได้มารวมตัวกันกำเนิดเป็นวง MC Multicultural และช่างบังเอิญที่ทั้งหมดศึกษาอยู่ที่เดียวกันทั้งที่มหาวิทยาลัยนานาชาติในประเทศมีหลายแห่ง จึงเป็นเรื่องง่ายในการติดต่อ และยิ่งต้องอาศัยในบ้านหลังเดียวกันด้วยแล้ว ความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวจึงเกิดขึ้นได้ไม่ยาก
“นูรู...นายสอบเสร็จกี่โมง” เมื่อทุกคนมารวมกันพร้อมหน้า อาหารมื้อเช้าก็เริ่มขึ้น ซุปร้อนควันกรุ่นพร้อมข้าวสุกสีขาวสวยกับปลาย่างส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายไปทั่ว
“ตามตารางก็เที่ยง แต่ผมคงเสร็จเร็วกว่านั้นครับ” น้องเล็กเงยหน้าขึ้นตอบครู่หนึ่งแล้วก้มลงกลับไปทานอาหารของตัวเองต่ออย่างตั้งอกตั้งใจ ซึ่งอาการแบบนี้จะมีให้เห็นแค่สามโอกาสเท่านั้น คือตอนทานอาหาร อ่านหนังสือ และทำงาน
“อืม วันนี้เรามีงานตอนบ่าย พี่จะแวะไปรับนะ” วันนี้ชุนไม่มีเรียน และชายหนุ่มก็มีน้ำใจพอที่จะไม่ให้น้องต้องลำบากเดินทางกลับเอง อีกทั้งเพราะเห็นว่ายังเป็นการร่นเวลา เนื่องจากสถานที่ทำงานในครั้งนี้ไม่ได้ไกลจากมหาวิทยาลัยเท่าไรนัก
“ถ้าอย่างนั้นพี่ช่วยเอาข้าวกล่องของพี่เรโอะไปให้ผมด้วยสิ” เด็กหนุ่มลงทุนทำหน้าออดอ้อนแบบที่หาดูได้ยากยามอยู่นอกบ้าน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่ออาหารรสเลิศของพี่ชายคนสวย ซึ่งหนุ่มน้อยมักจะอิจฉาชุนอยู่เสมอที่มีรถของตัวเอง และสามารถขับกลับมาทานมื้อกลางวันที่บ้านได้
หลังจากที่จัดการกับมื้อกลางวันเสร็จ ทั้งห้าคนก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง เริ่มจากเรโอะที่จัดการเก็บกวาดทำความสะอาดบ้าน ชุนนั่งอ่านหนังสือพิมพ์และพักจิบชาเป็นครั้งคราว ส่วนรูเพิร์ตกับฮันโซก็เตรียมตัวไปเรียนตอนช่วงสาย
YOUR ANGEL
หลังจากที่จัดการกับข้อสอบของตัวเองเสร็จ นูรูก็ฟุบตัวลงกับโต๊ะเพื่อนอนต่ออีกสักงีบ เนื่องจากเขายังไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากห้องสอบ จึงต้องทนเบื่อต่อไปอีกสักพัก และทันทีที่อาจารย์คุมห้องสอบพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าเขาไปได้แล้ว เด็กหนุ่มก็แทบจะบินออกมาเลยทีเดียว
ระหว่างทางที่วิ่งออกมาที่หน้าตึกคณะ เสียงฮือฮาก็ดังไม่หยุด ต่อให้เป็นนักเรียนแพทย์ ก็ต้องมีบ้างแหละที่จะชอบนักร้องดารา
นูรูออกมานั่งรอตรงด้านหนึ่งของบันไดหน้าอาคารเนื่องจากชุนยังมาไม่ถึง ระหว่างนั้นเขาก็ได้ยินเสียงซุบซิบของนักศึกษาหญิงคนอื่น ๆ จากอีกด้านของอาคารแว่วเข้ามาในโสตประสาท เริ่มแรกนูรูไม่ได้ตั้งใจฟังนัก แต่เมื่อได้ยินว่ามันเกี่ยวกับวงของเขา ชายหนุ่มจึงพยายามเงี่ยหูฟังเต็มที่
“เคยอ่านเรื่องของคนนั้นไหม ที่ให้ชุนเป็นนักธุรกิจ แล้วเรโอะก็ถูกชุนซื้อตัวมาเป็นตุ๊กตาให้น้องสาวน่ะ” นักศึกษาสาวคนแรกเปิดประเด็นชวนคุย
“อ๊ะ! เรื่องนั้นฉันก็อ่าน แต่หมู่นี้คนแต่งไม่ค่อยมาอัพ ฉันเลยไปอ่านเรื่องของอีกคนแทน” เพื่อนสาวคนที่สองอุทานอย่างดีใจที่เพื่อนของตัวเองก็ชอบอ่านแบบเดียวกัน
“คุยเรื่องอะไรกันน่ะ ฉันหิวจะแย่แล้ว ช่วยไปคุยกันต่อที่โรงอาหารได้ไหม” นักศึกษาคนที่สามซึ่งตามมาสมทบทีหลังบ่นออกมา พลางพยายามลากแขนอีกสองคนให้เดินไปด้วยกัน
“เธอนี่คร่ำครึจริง ๆ พวกเรากำลังคุยเรื่องแฟนฟิคชั่นวง MC Multicultural อยู่ เคยอ่านบ้างหรือเปล่า” นักศึกษาสาวคนแรกจีบปากจีบคอตอบ พลางมองค้อนเพื่อน
“มีของพรรค์นั้นด้วยเหรอ” นูรูเองก็กำลังสงสัยเช่นกัน จึงเป็นเรื่องดีที่เธอคนนั้นถามออกมา
“หยาบคายจริง ๆ ของพรรค์นั้นอะไรกันเล่า! มันก็นิยายประเภทหนึ่งนั่นแหละ เธอลองเข้าไปดูที่เว็บไซต์นี้นะ............” เด็กหนุ่มพยายามจำเว็บไซต์ที่สาว ๆ กลุ่มนี้กำลังแบ่งปันกัน
“เดี๋ยวเย็นนี้จะลองเข้าไปดู” ระหว่างที่นักศึกษาคนนั้นพูดประโยคนี้ นูรูก็เห็นรถสีดำมันปลาบของชุนกำลังขับเข้ามาตรงถนนหน้าอาคารพอดี เด็กหนุ่มจึงวิ่งเหยาะ ๆ ตรงไปยังพาหนะสี่ล้อของพี่ชาย จึงไม่ทันได้ยินประโยคสุดท้ายของวงสนทนานั้น
“อ้อ! เกือบลืมบอกไป...วายนะจ๊ะ”
YOUR ANGEL
ตกดึกหลังจากที่ทำงานของวันนี้เรียบร้อย ทั้งห้าหนุ่มก็กลับมาที่บ้านด้วยอาการอ่อนเพลียไม่ต่างกัน
ด้วยความที่เป็นน้องเล็กของพี่ ๆ นูรูจึงได้เป็นเจ้าของห้องนอนห้องหนึ่งเพียงคนเดียว และทันทีที่เข้าห้องนอนมาได้ เขาก็รีบเปิดแล็ปท็อปของตัวเองอย่างรวดเร็วด้วยความอยากรู้ที่แทบล้นอกเกี่ยวกับแฟนฟิคชั่นที่ได้ยินพวกเพื่อนนักศึกษาพูดถึงเมื่อตอนกลางวันว่ามันเป็นอย่างไร
เว็บไซต์ที่เด็กหนุ่มได้มานั้นเป็นชุมชนคนอินเตอร์เน็ตธรรมดาที่มีความรักในด้านการเขียน นิยายของที่นี่มีเป็นพันเป็นหมื่นเรื่อง ช่างมากมายราวกับว่านี่คือศูนย์รวมของนิยายในโลกไซเบอร์ และสิ่งที่ทำให้นูรูตกตะลึงก็คือเมื่อเขาลองค้นหาคีย์เวิร์ดจากชื่อวงของตัวเอง ก็ปรากฏรายชื่อแฟนฟิคชั่นมากมายกว่าพันเรื่อง เด็กหนุ่มเผลออ้าปากค้างอย่างไม่รู้ตัว
“ทำไมมันเยอะขนาดนี้เนี่ย” ถามกับตัวเองเสียงแผ่ว มือหนายกขึ้นเกาท้ายทอยตัวเองเพราะไม่รู้ว่าจะอ่านเรื่องใดดี รายชื่อที่แสดงผลตรงหน้าจอมีทั้งเรื่องที่จบและยังไม่จบ บางเรื่องมีความยาวเลยสามสิบตอนขณะที่บางเรื่องเพียงแค่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
นูรูนึกดีใจที่มีแฟนคลับชอบพวกเขามากมายขนาดนี้ขณะที่สายตาไล่อ่านคำอธิบายคร่าว ๆ ของแต่ละเรื่อง บางเรื่องน่าสนใจแต่จำนวนตอนเยอะเกินไปขนาดที่คิดว่าถ้าให้อ่านทั้งสัปดาห์ก็ไม่หมด ดังนั้นเขาจึงเลือกตัดเรื่องที่ความยาวมากเกินไปออกจากตัวเลือกก่อนเป็นอันดับแรก
[Yaoi] Can I Be Your Destiny? [Fic.MC Multicultural]
[Fic.MC Multicultural] Passionate You!! [Yaoi]
[YAOI] SEX UP [Fic.MC Multicultural]
[Boy’s Love] Bottle Boyz [Fic.MC Multicultural]
[Gay] Condemned to Care for [Fic.MC Multicultural]
[Fic.MC Multicultural] The Wheel of Fate [Boy’s Love]
[boy’s love] L.O.V.E. Revenge [Fic.MC Multicultural]
[Fic.MC Multicultural] :: Deserted Desire :: [YAOI]
.
.
.
“ทะ...ทำไมมีแต่แบบนี้ล่ะ” นูรูครางเสียงเบาในลำคอ เมื่อแฟนฟิคชั่นแทบจะทั้งหมดที่เขาเจอมีเนื้อหาแบบที่เรียกกันว่าชายรักชาย จนในที่สุดเขาก็เริ่มเบื่อ กระนั้นก็ยังไล่สายตาตามรายชื่อบทความลงมาเรื่อย ๆ จนพบกับเรื่องหนึ่ง...
Your Angel :: นางฟ้าของนาย [Fic.MC Multicultural] Writer : Hallelujah-Halo คำอธิบายเรื่อง : “คุณเชื่อเรื่องคนบนฟ้าและเทพธิดาแห่งความหวังไหม” สถานะ : 2 ตอน
เด็กหนุ่มนักเรียนแพทย์ยกยิ้มขึ้นที่มุมปากเมื่อดูแน่แล้วว่าไม่มีคำจำพวก Yaoi หรือ Boy’s Love หรือ Gay กำกับ นี่อาจจะเป็นเรื่องเดียวที่ไม่ใช่เนื้อหาชายรักชายอย่างที่เขาต้องการก็ได้
นูรูตัดสินใจคลิกเข้าไปในเรื่องนี้ทันที และเมื่อหน้าจอแสดงผลตารางซึ่งเป็นจำนวนตอนที่มีอยู่ในปัจจุบันของแฟนฟิคชั่น เขาก็คลิกที่บท Introduction อย่างไม่รีรอ
YOUR ANGEL
อารัมภบท
พวกคุณเชื่อในเรื่องของคนบนฟ้าและเทพธิดาแห่งความหวังไหม
หลายคนเชื่อว่า...เหนือขึ้นไปบนผืนฟ้ากว้างใหญ่นั้น มีเมืองแห่งความบริสุทธิ์ดีงาม ผู้คนทั้งหญิงชายที่อาศัยอยู่ที่นั่นล้วนถูกขนานนามว่าคือเทพ ผู้ซึ่งเปี่ยมไปด้วยความงดงามทั้งร่างกายและจิตใจ คอยช่วยเหลือผู้ยากไร้ตลอดเวลา
ว่ากันว่า...แต่ละคนมีเทวดาประจำตนตั้งแต่แรกเกิด ยามที่เราตกอยู่ในอันตราย เทวดานั้นจะคอยช่วยเหลือเราให้ผ่านพ้นสถานการณ์เลวร้ายนั้นได้
เคยสังเกตไหมว่าทุกครั้งที่เราเจ็บ หรือทุกคราวที่เราล้ม เมื่อสามารถกลับมายืนหยัดได้ใหม่ เราจะมีกำลังใจและเข้มแข็งมากขึ้น หัวใจดวงเดิมที่เคยทดท้อถูกเติมเต็มด้วยความหวัง
และเคยสงสัยกันบ้างไหมว่าความหวังที่ได้มานั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร ใครเป็นคนนำมาให้เรา
เทพธิดาแห่งความหวัง
คุ้นชื่อนี้กันไหม...เทวดาคุ้มครองกับเทพธิดาแห่งความหวังไม่ใช่องค์เดียวกัน แต่ต่างก็มีบทบาทความสำคัญเท่าเทียมกันในความเชื่อของใครหลายคน
ผมเองก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน และไม่เชื่อว่าเทพธิดาองค์นี้จะมีอยู่จริง
เทพนิยายก็แค่เรื่องไร้สาระที่เล่าต่อ ๆ กันมา จะมีความจริงสักเท่าไรกันเชียว
ผมถูกปลูกฝังให้คิดแบบนั้น แต่ ณ ปัจจุบัน ผมกล้าพูดให้ใครต่อใครฟังอย่างเต็มปากว่าผมเป็นอีกคนหนึ่งที่เชื่อเรื่องนี้โดยสนิทใจ
โปรดติดตามตอนต่อไป
นูรูหลิ่วตามองบทนำของเรื่องที่ทั้งสั้นและชวนงงนั้นอย่างชั่งใจ ไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดถูกหรือไม่ที่เลือกเรื่องนี้ แต่เพราะด้วยความเข้าใจว่าคงไม่มีนิยายเรื่องไหนน่าสนใจตั้งแต่บรรทัดแรก เด็กหนุ่มจึงกดดูอีกหนึ่งตอนถัดไปที่มีอยู่
YOUR ANGEL
บทที่ 1
กรี๊ด!!
หูของผมเหมือนจะอื้อขึ้นมาอย่างกะทันหัน เพราะทันทีที่พวกเราเดินเข้ามาในห้องโถงนั้น บรรดาคนทั้งหลายที่เฝ้ารอต่างส่งเสียงกรีดร้องที่ผมคิดเอาว่าคงเนื่องมาจากความดีใจไม่ก็ตื่นเต้น
พวกเรานั่งลงบนโซฟาหนานุ่มและเริ่มทำหน้าที่ของตัวเองซึ่ง ณ เวลานี้คือการให้สัมภาษณ์กับพิธีกร ระหว่างนั้นผมกับเขาก็จับมือกันด้วยความคุ้นชิน และนั่น...ทำให้เกิดเสียงกรี๊ดอีกระลอกใหญ่ แต่มือของเราทั้งสองคนก็ยังกุมกันอยู่อย่างนั้น
ผมรับรู้ว่ามือของเขาสั่นเล็กน้อย นั่นทำให้ผมต้องกระชับอุ้งมือของตัวเองให้แน่นเข้ามาอีก ราวกับต้องการบอกว่า...เขาจะมีผมอยู่ข้างกายเสมอ
ไม่ว่าเมื่อไรก็ตาม
………………………………………
“พยายามให้มากกว่านั้นอีก! ถ้าคิดว่าจะดังได้ด้วยท่าเต้นเหลาะแหละแบบนั้นก็ถอนตัวซะเถอะ!” “ทำไมคะแนนสอบถึงได้น้อยขนาดนี้ ถ้าแกยังอยากอยู่ในวงการเต้นกินรำกินนั่นก็ห้ามให้ผลสอบลดแม้แต่ครึ่งคะแนน เข้าใจไหม!” “เราเลิกกันเถอะ...ฉันคิดว่าชุนไม่ได้ชอบฉันจริง ๆ หรอก”
ผม...มัตสึโอะ ชุน นักเรียนมัธยมปลายปีสุดท้ายที่สามารถผ่านการออดิชั่นเพื่อเป็นเด็กฝึกหัดในค่ายเพลงชื่อดังหลังจากความพยายามครั้งที่สี่ และอีกไม่นานนี้การสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็กำลังจะมาถึง
การร้อง การเต้น รวมทั้งความประสบความสำเร็จในฐานะศิลปิน ล้วนเป็นสิ่งที่ผมใฝ่ฝัน แต่ในขณะเดียวกันผมถูกรายล้อมไปด้วยคนในครอบครัวที่ล้วนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานอันมั่นคง และรู้ดีว่าตัวผมเองก็ต้องการจะเป็นเช่นคนเหล่านั้น
นอกจากนี้ ผมอยากเป็นคนรักที่ดี เป็นพ่อที่เอาใจใส่ลูก เป็นคุณปู่ที่เล่านิทานก่อนนอนให้หลาน ๆ ฟังในอนาคต พวกคุณอาจมองว่าผมโลภที่อยากเป็นหลายอย่างในเวลาเดียวกันอย่างนี้
ในแต่ละวัน ผมพยายาม.. พยายาม... และพยายาม แต่ดูเหมือนไหล่ของผมจะหนักอึ้งขึ้นทุกที ภาระหน้าที่ที่ต้องทำกำลังบีบคั้นให้หัวใจดวงนี้เหนื่อยล้า ฉุดพร่าความฝันที่เคยแจ่มชัดค่อย ๆ เลือนรางหายไปกับกาลเวลา
ยามที่รู้สึกท้อแท้และเหมือนตัวเองกำลังตกต่ำถึงขีดสุดเช่นนี้ ผมเพียงแค่ต้องการใครสักคนที่เข้าใจ และโอบกอดผมเอาไว้ในวงแขนอบอุ่น
ใครคนนั้นที่จะช่วยให้จิตใจแห้งผากของผมกลับมาชุ่มชื้นด้วยกำลังมากกว่าที่เคยเป็น
………………………………………
“บ้าชิบ!” ผมสบถออกมาเมื่อพบว่าหลังจากที่อยู่ซ้อมจนดึกดื่น ผมก็พลาดรถเที่ยวสุดท้ายจนได้ ผมมักจะเผชิญกับเหตุการณ์แบบนี้อยู่เสมอระหว่างที่กำลังรอพ่อตัดสินใจเรื่องให้ผมเช่าหอพักอยู่ในเมือง
“ไปค้างบ้านฉันก่อนก็ได้” เสียงหวานติดจะแหบนิดหน่อยของเพื่อนร่วมคลาสฝึกหัดของผมบอกอย่างรู้ใจ ซึ่งผมเองก็ไม่รู้จะพักที่ไหน จึงน้อมรับน้ำใจนั้นอย่างไม่มีทางเลี่ยง
เขาคนนี้ชื่อว่าคิม ฮันโซ เด็กหนุ่มรูปร่างบอบบางจนน่ากลัวว่าจะปลิวไปไกลยามต้องลม ใบหน้าน่ารักไร้เดียงสาประกอบกับผมสีโค้กที่มัดจุกอยู่ด้านหน้าเสมอทำให้เขาแลดูเด็กกว่าอายุจริงมากขึ้นไปอีก ฮันโซเข้ามาเป็นเด็กฝึกหัดก่อนหน้าผมไม่กี่เดือน และด้วยอายุที่อยู่ในวัยเดียวกันรวมกับมนุษยสัมพันธ์อันดีของเขา เราจึงสนิทกันได้ไม่ยากทั้งที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในเรื่องของอุปนิสัยใจคอ
ครอบครัวของผมเป็นคนญี่ปุ่น เราย้ายมาที่ประเทศนี้ไม่นานนัก ต่างจากฮันโซที่เติบโตอยู่ที่นี่มากว่าห้าปีแล้ว เขาเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นเกาหลีที่ยังใช้ภาษาบ้านเกิดในการสื่อสาร ทำให้เขาสามารถใช้ทั้งภาษาเกาหลีและญี่ปุ่นได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งถ้ารวมกับภาษาอังกฤษและภาษาท้องถิ่นของประเทศที่เราอยู่ในขณะนี้แล้ว นับได้ว่าฮันโซเป็นคนที่ได้เปรียบมากในยุคปัจจุบันที่ดูเหมือนว่าโลกของเราแคบลง มีการสื่อสารระหว่างคนต่างเชื้อชาติอยู่ตลอดเวลา
“ฮันโซ...ดูนั่น!” ระหว่างทางที่เรากำลังจะเดินกลับบ้าน สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างตรงมุมมืดข้างเสาไฟ สิ่งนั้นดูเหมือนจะเคลื่อนไหวได้ ทว่าก็โรยแรงสิ้นดี
“นก...เหรอชุน” เพื่อนของผมถามอยู่ข้างตัว ฮันโซพยายามเพ่งสายตามองไปยังสิ่งมีชีวิตที่ดูอ่อนแรงนั้น
พวกเราเห็นก้อนอะไรสักอย่างที่ราบไปกับพื้นถนน ปกคลุมด้วยแพขนสีขาวปลอดที่เรียกกันว่าปีก เจ้าสิ่งนั้นขยับขึ้นลงทั้งเชื่องช้าและไม่เป็นจังหวะ ราวกับว่ามันกำลังพยายามหายใจ
ผมขมวดคิ้วอย่างไม่นึกเห็นด้วยตามคำที่เพื่อนบอก เพราะถ้าเจ้านั่นเป็นนก...ก็คงจะเป็นนกยักษ์
“ชุน อย่าเข้าไป...” ฮันโซร้องห้ามผมที่กำลังสาวเท้าเดินตรงไปยังเจ้าก้อนเนื้อนั้น สายตาของเขาดูหวาด ๆ เพราะไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงมุมเสานั้นเชื่องหรือดุร้ายแค่ไหน มือเล็กพยายามรั้งชายเสื้อผมเอาไว้ แต่ก็ช้าเกินไปเพราะไม่ทันไรผมก็ก้าวมายืนอยู่เหนือเจ้าสิ่งประหลาดนั้นแล้ว
ผมทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ ข้างมัน เพิ่งสังเกตเห็นว่ารอบร่างนั้นเต็มไปด้วยขนสีขาวที่หลุดร่วง ซ้ำด้านบนของเจ้าปีกสีขาวข้างหนึ่งยังมีรอยหักและฉีกขาด คราบเลือดสีสดเลอะบนปีกนั้นเพียงน้อยนิด ทว่าเจิ่งนองอยู่บนพื้นเป็นจำนวนไม่น้อย
ผมชะโงกตัวเข้าไปใกล้อีกนิด เพื่อดูว่าใต้ปีกสีบริสุทธิ์คู่นั้นมีสิ่งใดซ่อนอยู่ แล้วสิ่งที่ผมเห็นก็ทำให้ตกใจแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง! แขนสองข้างของผมรีบช้อนเจ้าสิ่งนั้นไว้แนบอกทันที
“ชุน!” ฮันโซตะโกนเรียกผมเหมือนจะบอกให้วางเจ้านี่ลงเสีย แต่เมื่อผมหันกลับไปหา ดวงตาเรียวของเพื่อนรักก็เบิกกว้างด้วยความตกใจไม่ต่างกัน
“ฮัน..โซ” ผมเรียกชื่อเขาเสียงแผ่ว ไม่รู้จะทำอย่างไรกับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในอ้อมกอดดี
สิ่งมีชีวิตที่ดูอย่างไรก็ไม่ต่างไปจาก...เด็กผู้ชาย!
โปรดติดตามตอนต่อไป
นูรูทำเสียงจึ้กจั้กในลำคอด้วยความขัดใจเมื่อนิยายตอนหนึ่งสั้นเกินไปสำหรับเขา เด็กหนุ่มจึงคิดจะหาเรื่องอื่นมาอ่านต่อ ทว่าเสียงเคาะที่หน้าประตูก็ทำให้เขาต้องละสายตาจากหน้าจอ
“นอนได้แล้วนูรู เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ไม่ตื่นหรอก” เสียงของเรโอะพูดผ่านประตูที่กั้นพวกเขาอยู่ นูรูเหลือบมองนาฬิกาที่ข้างฝาซึ่งบอกว่าเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วตั้งแต่เขากลับมาถึงบ้าน และมันก็เข้าสู่วันใหม่ซึ่งเขาก็ยังต้องไปเรียนตอนเช้าเช่นเดิม
เด็กหนุ่มรีบยุติการอ่านเอาไว้เพียงเท่านั้น แล้วรีบอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน เพื่อที่ว่าเช้าพรุ่งนี้จะได้ไม่โหดร้ายเกินไปนักเมื่อต้องตื่นทั้งที่ยังนอนไม่พอ
To Be Continued in CHAPTER 2, Coming up Next Week!
Zinister : หลายคนคงสงสัยว่า"อ้าว! ไหนบอกว่าปิดบล็อกไง ทำไมยังเอาเรื่องมาลงอีก" ตอนแรกซินก็ตั้งใจจะไม่เอาเรื่องมาลงแล้วล่ะ แต่ว่าเรื่องนี้เรทไม่หนักค่ เนื้อหาก็ไม่แรง เลยคิดว่าเอามาลงได้ แต่ว่าเรื่องนี้มันไม่ได้เป็นฟิคนะ จะอ่านกันมั้ยเนี่ย - -" ส่วนการดำเนินเรื่องอาจจะแปลก ๆ หรือไม่ก็น่าเบื่ออยู่ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้ามันออกมาไม่ดีอย่างที่หวังเอาไว้ ทิ้งคอมเมนท์ติชมเอาไว้ตามสะดวกเลยค่ะ