Passionate You!![Part 7]
posted on 26 Apr 2007 12:56 by zinister in PassionateYou
Part 7
" เอ่อคุณยูชอนครับ ช่วยจอดรถตรงนี้ที " ชายหนุ่มหน้าตาน่ารักที่เพิ่งตื่นจากฤทธิ์ยา ร้องบอกสารถีจำเป็นเสียงงัวเงีย
ตาแป๋วจ้องเขม็งออกไปยังนอกหน้าต่าง รอคอยว่าเมื่อไรรถยนต์จะหยุดแล่น บ่งบอกเต็มที่ว่าอยากลงไปยืดแข้งยืดขาใจจะขาด
ทันทีที่รถหรูจอดเทียบข้างถนน จุนซูก็รีบวิ่งลงจากรถตรงไปยังร้านขายสัตว์ข้างทาง โดยมียูชอนเดินตามเข้าไปเงียบ ๆ
จุนซูเดินดูกรงสัตว์ต่าง ๆ ด้วยท่าทีตื่นเต้น เหมือนเด็กที่ได้มาเที่ยวสวนสนุก นิ้วเรียวชี้กรงนั้นกรงนี้ไถ่ถามราคาเสียงเจื้อยแจ้ว
คนที่ตามมาไล่มองไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกเฉยชา เพราะเขาไม่ได้รักสัตว์เหมือนจุนซู จนเสียงเมี้ยวม้าวของบรรดาลูกแมวในกรงหนึ่งดึงความสนใจของเขา
ลูกแมวสี่ตัวกำลังเล่นกันอยู่ในกรง ท่าทางมีความสุข และคาดหวังว่าจะมีคนมาซื้อพวกมันไป
ยูชอนขยับตัวเดินเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว จุนซูที่หันมาเห็นพอดีจึงเดินมาหา อยากรู้ว่าสัตว์ตัวไหนที่ทำให้ยูชอนรู้สึกสนใจได้
เมื่อมีคนมามุงดูตั้งสองคน เจ้าลูกแมวบางตัวก็ใช้อุ้งเท้านุ่ม ๆ ตะกุยตะกายกรงไปมา บางตัวก็เลียขนเลียหน้าตัวเอง ทำท่าทำทางน่ารักเพื่อเรีกร้องความสนใจเต็มที่
" น่ารักจังเลย " จุนซูร้องชม นิ้วเรียวยื่นเข้าไปเกาคางลูกแมวตัวหนึ่งที่มีลวดลายไม่เหมือนเพื่อน ซึ่งลูกแมวตัวนั้นก็ครางอือออในลำคอ บ่งบอกว่าพอใจ
เจ้าของร้านที่เห็นว่าท่าทางหนุ่มหน้าหวานคนนี้จะถูกใจเจ้าลูกแมวขายไม่ออก ก็เดินมาปล่อยลูกแมวออกจากกรงส่งให้ชายหนุ่ม เพื่อที่เขาจะได้เล่นกับมันได้ถนัดถนี่
จุนซูปล่อยลูกแมวที่มีลวดลายคล้ายเสือท่าทางฉลาดเฉลียว ตัวที่เขารู้สึกถูกใจลงเดิน แต่เจ้าลูกแมวกลับเดินกะโผลกกะเผลกเหมือนขาไม่มีแรง
" ถ้าคุณจีฮเยเห็นมัน เธอต้องชอบแน่ ๆ เลย " จุนซูพูดกับตัวเอง แต่ยูชอนก็ได้ยิน
" ทำไมนายไม่เอาตัวขนสีขาวนั่นล่ะ ตัวนี้ขามันไม่ดีนะ นายไม่เห็นเหรอ " ว่าพลางอุ้มเข้าลูกแมวตัวที่จุนซูหมายตาไว้ส่งคืนให้เจ้าของร้าน
" เอาตัวนั้นครับ " ยูชอนบอกพลางชี้ไปยังลูกแมวอีกตัวที่นอนอยู่ในกรง ที่มีขนสีขาวฟูดูน่ารัก บวกกับจมูกเล็กสีชมพู
เจ้าของร้านจัดการจับเจ้าลูกแมวสีขาวใส่กรงแล้วส่งให้ยูชอน ซึ่งชายหนุ่มส่งต่อให้จุนซูไปถือไว้ เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว ยูชอนก็เดินนำหน้าออกไป ไม่ได้สนใจอะไรอีก
ผิดกับจุนซูที่มองลูกแมวขาไม่ดีตัวนั้นตาละห้อย ซึ่งถ้าเขาไม่เข้าข้างตัวเอง ดูเหมือนว่าเจ้าลูกแมวตัวนั้นก็กำลังมองมาที่เขาอยู่เหมือนกัน
จุนซูก้มหน้าขึ้นรถ อาการเหมือนคนผิดหวัง จ้องมองร้านขายสัตว์เลี้ยงจนลับตา ทำให้ไม่สามารถรอดพ้นสายตาของยูชอนไปได้
จุนซูก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ลองว่าถ้าได้รักหรือชอบอะไรแล้วล่ะก็ จะไม่ยอมล้มเลิกความรู้สึกง่าย ๆ
ถ้ารู้นิสัยของจุนซูว่าเป็นอย่างนี้ แล้วทำไมนายถึงไม่รู้เสียทีล่ะว่าจุนซูจะยังคงรักเพียงนายคนเดียว ปาร์คยูชอน
" ยังไม่เสร็จอีกหรอ นานจัง " ตาเรียวก้มลงมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรูราคาเฉียดล้านพลางร้องเร่ง
" ผมถึงบอกให้คุณไปนั่งรอในห้องโถงก่อนไง " แจจุงหันมาค้อนให้อย่างหมั่นไส้ เมื่อกี้เขากับยุนโฮช่วยกันทำคุกกี้รูปเด็กผู้หญิง พอเอาเข้าเตาอบยังไม่ทันไร ชายหนุ่มอารมณ์ร้อนก็ร้องเร่งเวลาเสียแล้ว
" ไม่ไปหรอก แจจุงอยู่ไหน ฉันก็จะอยู่ที่นั่นด้วย " ยิ้มเผล่ตามสไตล์เพลย์บอยก่อนจะแอบหยิบสตรอเบอร์รี่สีสดลูกโตออกจากหน้าเค้กที่แจจุงกำลังบรรจงตกแต่ง
เพียะ!
" โอ๊ย!! แจจุงใจร้าย " ปากหยักบ่นอุบเมื่อโดนตีลงมาที่หลังมือ
" ก็คุณอยากหยิบออกไปทำไมล่ะครับ ผมแต่งของผมดี ๆ อยู่แล้วเชียว "
" นี่!! นายกล้าดียังไงมาตีคุณยุนโฮ คุนยุนโฮ...เจ็บมั้ยคะ " หนึ่งในสาวใช้ที่แจจุงจำได้ว่าชื่อสเตฟานี่รีบวิ่งปรี่เข้ามาจับมือชายหนุ่มไปดู
" สเตฟานี่...ปล่อย " ปรามเสียงเข้ม กลัวว่าคนอื่นจะเข้าใจผิด
โดยเฉพาะ...แจจุง!
" เดี๋ยวสเตฟานี่จะไปเอายามาทาให้นะคะ " แต่สาวใช้ที่ว่าก็ยังเกาะแกะอยู่เช่นเดิม
" ฉันบอกให้ปล่อยไง!! ฉันขอความช่วยเหลือจากเธอเมื่อไรกัน อย่าทำเป็นรู้ดี!! " คราวนี้ยุนโฮขึ้นเสียงอย่างไม่ไว้หน้า แขนแกร่งสะบัดออกจากการเกาะกุม
สเตฟานี่หน้าเสีย ก่อนจะเดินตัวลีบกลับไปยืนรวมกับเด็กรับใช้คนอื่น ๆ ท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กสาวเหล่านั้น
สมควรแล้วที่จะโดนตอกกลับมาอย่างนี้
ทุกคนรู้ดีว่าสเตฟานี่คิดจับยุนโฮมากแค่ไหน แต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยหลวมตัวมายุ่งด้วย เพราะการมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเด็กในบ้านไม่ใช่วิสัยของยุนโฮ
แต่หญิงสาวก็ยังไม่ละความพยายาม คงหวังจะใช้เต้าไต่เพื่อเป็นคุณนายของบ้านอยู่เช่นเดิม
เพียะ!
ยุนโฮโดนตีอีกแล้ว แต่คราวนี้โดนที่ต้นแขน ชายหนุ่มหันมามองหนุ่มหน้าสวยนัยน์ว่าเขาทำอะไรผิด
" พูดอย่างนั้นได้ยังไง อย่างน้อยเขาก็เป็นห่วงคุณนะ เฮ้อ~ คุณน่ะ... ออกไปรอข้างนอกเถอะ " แจจุงหันมาว่าก่อนจะดันหลังยุนโฮออกจากห้องครัว
ยุนโฮเดินออกจากไปอย่างจำใจ พลางหันกลับมามองตาละห้อย
สาวใช้ยิ่งมองแจจุงด้วยสายตาชื่นชมมากขึ้นไปอีก เพราะนอกจากจะทำให้เจ้านายหนุ่มที่ไม่เคยเข้าครัวให้มาช่วยทำขนมได้แล้ว ยังสามารถทำให้ชายหนุ่มทำตามคำบอกได้เสียอีก
แต่แน่นอนว่ามีคนรักก็ต้องย่อมมีคนเกลียด ท่ามกลางสายตาชื่นชมก็ยังมีสายตาชิงชัง
ระวังตัวให้ดีเถอะ...คิมแจจุง!!
" ฮัลโหล... ตอนนี้ฉันอยู่ที่หน้าอพาร์ทเมนต์ของนายแล้วนะ " จุนกีละมือจากพวงมาลัยรถยนต์เพื่อกดโทรศัพท์ต่อสายถึงซีวอน
" อืม...เห็นแล้วล่ะ " ตอบก่อนจะตัดสาย และไม่กี่อึดใจ ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งก็เดินลิ่วมาพร้อมกับประเป๋าเป้ใบใหญ่ใบเดียว
" ข้าวของของนายมีแค่นี้เองเหรอ " เลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ตอบอะไร ซึ่งจุนกีก็เหมาเอาเองว่าเป็นการยอมรับ
" น้อยไปหน่อยนะ... มีเวลาอีกหนึ่งชั่วโมง เดี๋ยวฉันหาเสื้อผ้าให้นายเอง " เหลือบมองชุดสูทสีเข้มที่ซีวอนสวมอยู่เล็กน้อย ก่อนจะออกรถด้วยความเร็ว อย่างน้อยน้องชายก็แต่งตัวเรียบร้อยดี เสียแต่ว่าเสื้อผ้ามีน้อยชุดเกินไปหน่อย
" ไม่จำเป็น ฉันไม่อยากติดหนี้บุญคุณใคร " ตอบปัดเสียงเข้ม
" ใครว่าฉันจะซื้อให้นายฟรี ๆ ล่ะ การทำงานของนายครั้งนี้มันก็ส่งผลต่อฉันเหมือนกัน " ส่งยิ้มคมคายกวนประสาทอีกฝ่ายเล่น
" หึ! มันส่งผลต่อนายยังไงล่ะ หรือว่าคิดจะเล่นตลกกับชีวิตคนอื่นอีก " ถามเพราะรู้ดีว่าพี่ชายคนนี้ชอบบงการชีวิตคนอื่นแค่ไหน
" ก็...ประมาณนั้น " ไม่ว่าจะคิดอะไร...ดูเหมือนซีวอนจะอ่านทางออกหมด ถ้าน้องชายคนนี้หันมาเอาดีทางด้านธุรกิจ ก็คงจะไปได้สวยทีเดียว
ซีวอนนิ่งเงียบตลอดทาง ไม่นานรถคันหรูก็จอดสงบนิ่งหน้าร้านขายเสื้อผ้าชั้นนำ
" เลือกเอาตามใจชอบ จะสูทหรือลำลองก็ตามใจนาย " สั่งเพียงแค่นั้นก็เดินจากไป ซีวอนมองตามจนเห็นว่าญาติตนเองมุ่งเข้าหาหญิงสาวคนหนึ่งก็นึกระอา
หึ...ตามใจงั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นไม่เกรงใจล่ะนะ...
ซีวอนหยิบตัวนู้นเลือกตัวนี้อย่างสนุกมือ พลางเหลือบมองจุนกีเป็นระยะ ๆ ดูสิว่าถ้าซื้อเยอะขนาดนี้จะมีเงินจ่ายไหม
แต่ก็ต้องเจ็บใจกลับมาเมื่ออีกฝ่ายไม่มีทีท่าเป็นเดือดเป็นร้อนกับจำนวนเสื้อที่เพิ่มขึ้นเลย
...แค่นี้คงพอ...
ซีวอนเห็นว่าแกล้งเท่าไรก็ไม่เป็นผล อีกทั้งเสื้อผ้ายังกองพะเนินได้กองใหญ่แล้ว ชายหนุ่มจึงหยุดเลือกและเดินไปเรียกญาติผู้พี่ให้มาจ่ายเงิน
และที่เคาท์เตอร์ชำระเงิน
" คิดตังค์หน่อยเร้ว~ " จุนกีร้องเรียกพนักงานน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม
" คิดเป็นเงิน.ค่ะ " พนักงานสาวจิ้มกดตัวเลขอย่างคล่องแคล่ว
" เอ่อคุณฮวางโบครับ ขอเสียมารยาทหน่อยนะครับ คือไม่ทราบว่าคุณอายุเท่าไรแล้วครับ " เหลือบมองป้ายชื่อตรงหน้าอกเล็กน้อย ก่อนจ้องหน้าหญิงสาวไม่วางตาพลางกระซิบถาม
" ยี่สิบเก้าค่ะ " ตอบงง ๆ สงสัยว่าลูกค้าหนุ่มคนนี้จะถามไปทำไม
" จริงหรอครับ!! คุณต้องโกหกผมแน่ ๆ เลย ผมคิดว่าคุณอายุยี่สิบเสียอีก แหมคุณนี่หน้าเด็กจังเลยนะครับ แถมยังสวยเอามาก ๆ อีกด้วย " ทำท่าตกใจได้เหมือนจริงเหลือเชื่อ ส่วนหญิงสาวที่ถูกชมก็อายม้วนเลยทีเดียว
" เอ่อตอนนี้ร้านของเรามีบัตรสมนาคุณลดครึ่งราคาสำหรับลูกค้ารายประจำไม่จำกัดเวลา ไม่ทราบว่าคุณทั้งสองสนใจอยากรับไว้ไหมคะ " จุนกีหันมาส่งสายตาให้ซีวอนนัยน์ว่าแค่รู้จักพูดเข้าหน่อย ของดีก็จะมาเสนอถึงที่
" แหมก็ต้องสนใจอยู่แล้วสิครับ ของดี แบบนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ สงสัยทั้งโซลจะหาได้แค่ที่นี่ที่เดียวเสียละมั้ง " หยอดคำหวานเข้าใส่อีกรอบ
" จริง ๆ ส่วนลดนี้สามารถใช้ได้ในการซื้อครั้งหน้า แต่สำหรับคุณ ดิฉันคิดเป็นพิเศษเลยก็แล้วกัน รวมแล้วคิดเป็นเงินค่ะ " ราคาเสื้อผ้าที่ลดลงกว่าครึ่งทำให้จุนกียิ้มกว้าง
ซีวอนหันหน้าหนีด้วยความระอาใจ พี่ชายของเขาก็เป็นเสียอย่างนี้ แล้วเมื่อไรคุณลุงกับคุณป้าจะได้ลูกสะใภ้ตามความตั้งใจเสียที
" โอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะ " เมื่อชำระเงินเรียบร้อย พนักงานที่ชื่อฮวางโบก็เดินออกมาส่งถึงหน้าร้าน จุนกียิ้มหวานแทนคำบอกลาก่อนจะก้าวขึ้นนั่งบนรถในตำแหน่งคนขับ
สองมือวางบนพวงมาลัยรถ พลางเคาะนิ้วไปมาอย่างอารมณ์ดี ปากได้รูปขยับผิวเป็นเพลงด้วยความครึ้มอกครึ้มใจ แต่กลับเป็นเสียงหงุงหงิงน่ารำคาญของอีกคน
" เลิกผิวปากเสียทีเถอะ! " เพราะถูกเลี้ยงดูมาในตระกูลธุรกิจที่ต้องพบปะผู้คน ทำให้ถูกเข้มงวดเรื่องมารยาทการเข้าสังคมมาตั้งแต่เด็ก
" คร้าบ~ ไอ้เรารึก็ลืมไปว่าคุณชเวซีวอนถูกอบรมมาดีแค่ไหน " ตอบยียวนก่อนจะหันกลับไปผิวปากตามเดิม
ซีวอนนั่งหน้าตายด้วยความเซ็งจัดตลอดทาง
" จีฮเยวันนี้ฝากทำเวรแทนหน่อยสิ พวกเรามีธุระด่วนน่ะ " หลังเลิกเรียนเป็นเวรทำความสะอาดของสามสาว ขณะที่จีฮเยกำลังเก็บข้าวของลงกระเป๋า อึนฮเยก็เดินเข้ามา
" เชอะ!! " สะบัดหน้าหนี เพราะยังงอนที่ทั้งเพื่อนทั้งพี่ไม่มีใครจำวันเกิดของเธอได้สักคน
" นะ ขอโทษจริง ๆ วันหลังพวกเราจะทำแทนเธอเองนะ แต่ครั้งนี้พวกเราไม่ว่าง "
" เอ่อพวกเราไปก่อนนะ " ยูริพูดไว้แค่นั้นก็ดึงมืออึนฮเยให้เดินออกมาด้วยกัน
จีฮเยลุกขึ้นเดินไปหยิบไม้กวาดมาทำความสะอาดด้วยท่าทีเบื่อหน่าย อึนฮเยและยูริที่แอบดูอยู่อมยิ้มที่แผนการสำเร็จ ก่อนที่ทั้งสองสาวจะรีบวิ่งไปที่คฤหาสน์ตระกูลจอง เพื่อเตรียมตัวเซอร์ไพรส์เพื่อนสาว
" จำเอาไว้เลยนะ!! พอถึงวันเกิดพวกเธอฉันก็จะลืมบ้าง เชอะ!! " บ่นไปทำความสะอาดไป คิดแล้วก็อดน้อยใจไม่ได้
" มากันแล้วหรอ!! " ยุนโฮตรงรี่มาทักทายเมื่อเห็นว่ายูชอน จุนซู และยูฮวานพร้อมด้วยคิบอมกับดงแฮ มาถึงแล้ว
" ฉันมาช้าไปมั้ยเนี่ย!! " เสียงจุนกีดังทักทายมาจากอีกด้าน
เมื่อยูฮวานเห็นใบหน้าคนที่เดินมากับจุนกีชัด ๆ คนตัวเล็กก็เข้าไปหลบข้างหลังพี่ชายของตัวเองทันที
แต่คิดเหรอว่าซีวอนจะมองไม่เห็น ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อยในความน่าเอ็นดู
ได้เจอกันอีกจนได้
" นี่ซีวอน พี่เลี้ยงยูฮวานที่แกให้ฉันหาให้ " จุนกีหันไปพูดกับยูชอน
" ท่าทางดีกว่าที่คิดไว้อีก เดี๋ยวเราไปคุยเรื่องงานกันตรงมุมนั้นก่อนดีกว่า " ยุชอนกล่าวก่อนเดินนำไปตรงมุมหนึ่ง ซึ่งซีวอนก็เดินตามไป
น้องเล็กหน้าเบ้ไม่อยากจะเชื่อ ก่อนมานี่พี่ชายก็บอกก่อนแล้วว่าจะหาพี่เลี้ยงให้เขา และแน่นอนว่าปฏิเสธไม่ได้
แต่ทำไมต้องเป็นตานี่ด้วยนะ!!
เมื่อยูชอนกับซีวอนเดินออกไป จุนกี จุนซูและเด็ก ๆ ก็แยกไปอีกทาง ส่วนยุนโฮก็เดินไปตามแจจุงให้ออกมาจากในครัว
สักพักจีฮเยเดินลากเท้ากลับคฤหาสน์ด้วยใจห่อเหี่ยว เปิดประตูรั้วเข้ามาท่าทางเหมือนคนหมดแรง
" สุขสันต์วันเกิดน้องรัก!!!! " แต่ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องโถง เสียงคุ้นหูที่จำได้ว่าเป็นเสียงของพี่ชายก็ดังขึ้น สายรุ้งสารพัดสีถูกฉีดมาตามเนื้อตัวของจีฮเยจนทั่ว
" ฉันนึกว่าพี่จะลืมเสียอีกว่าวันนี้วันเกิดฉัน " ว่าพลางมองไปรอบ ๆ
ห้องโถงถูกประดับด้วยสายรุ้งสีสันสดใส กลางห้องมีโต๊ะตัวใหญ่ ตรงกลางวางเค้กสตรอเบอร์รี่ก้อนโตเอาไว้ โดยรอบมีแก้วเครื่องดื่มหลากหลายวางเป็นระเบียบ
ทางฝั่งซ้ายและฝั่งขวามีโต๊ะยาวสำหรับวางขนม อาหาร และของหวาน สามารถเลือกหยิบทานได้ตามใจชอบ
" ใครจะไปลืมวันเกิดน้องสาวที่น่ารักขนาดนี้ได้ลงคอ " จุนกีพูดปากหวานตามสไตล์
" จริงด้วย!! เพื่อนที่ไหนเขาลืมวันเกิดเพื่อนกันละจ๊ะ " ยูริว่าพลางเดินเข้ามากอดจีฮเยเอาไว้
" แล้วดูสิ! พวกเธอแต่ละคนแต่งตัวเสียสวยเชียว ฉันยังใส่ชุดนักเรียนอยู่เลย งั้นฉันขอไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนก็แล้วกัน แป๊บเดียวไม่นานหรอก " พูดเร็วก่อนจะรีบวิ่งขึ้นชั้นบนไปยังห้องนอนของตัวเอง
มือเรียวหยิบเดรสสีชมพูอ่อนออกจากตู้เสื้อผ้า ก่อนจะรีบวิ่งเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแต่งตัว
เมื่อกลับเข้ามาในงานอีกทีแขกเหรื่อก็มากันเต็มไปหมด ส่วนมากก็เป็นคนคุ้นเคยของเธอทั้งนั้น จะเว้นก็แต่สองคน
คนหนึ่งคือชายหนุ่มสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลา ที่มาพร้อมกับจุนกี
อีกคนคือหญิงสาวเรือนร่างบอบบางในชุดฮันบกสีสด ใบหน้าสะสวยไม่สมกับรูปร่างสูงชะลูดเท่าใดนัก หากส่วนสูงนั้นก็ยังน้อยกว่าพี่ชายของเธอ
ยิ่งมายืนคู่กันอย่างนี้ ยิ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคนทั้งคู่ดูเหมาะสมกันดี แต่มันก็ยังขัดตาจีฮเย อย่างน้อยผู้หญิงคนนี้จีฮเยก็ยังไม่รู้จัก แถมผู้หญิงคนนั้นยังอยู่กับพี่ชายตลอดเวลา
พูดได้เต็มปากว่าไม่มีเวลาไหนที่ห่างจากยุนโฮแม้เพียงก้าวเดียว
แต่ถ้าจีฮเยสังเกตดี ๆ กว่านี้อีกสักหน่อย เธอก็จะรู้ว่ายุนโฮต่างหากที่คอยตามประกบผู้หญิงคนนั้น
ความอยากรู้อยากเห็นประกอบกับนิสัยหวงพี่ชายที่มีอยู่เป็นทุนเดิม ทำให้จีฮเยเดินเข้าไปหายุนโฮทันที
" สวัสดีค่ะ " หันไปทักทายคนหน้าหวานข้างตัวพี่ชายตามมารยาท แจจุงก้มหัวแทนคำตอบรับ
" คุณดูดีจังเลยค่ะ ยิ่งตอนใส่ฮันบกด้วยแล้ว ดูดีกว่าคู่ขาคนไหน ๆ ของพี่เลย " คำว่าคู่ขาทำให้แจจุงหน้าเจื่อน ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่จีฮเยคาดหวังเอาไว้อยู่แล้ว
" ว่าแต่พี่ไม่คิดจะแนะนำเธอคนนี้ให้ฉันรู้จักหน่อยเหรอ " หันไปถามพี่ชายพร้อมยิ้มกว้าง แต่สายตาคุกคามเต็มที่
" ไว้หลังจากที่เธอเปิดของขวัญดีกว่า แล้วก็คนนี้ไม่ใช่คู่ขาของฉันหรอก ยัยบ๊อง! " ท้ายประโยคก้มลงกระซิบให้ได้ยินกันแค่สองพี่น้อง
จีฮเยขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
แต่พอมาลองคิดดูดี ๆ แล้ว พี่ชายของเธอไม่ได้โกหกแน่ ๆ เพราะไม่เคยมีคู่ขาคนไหนได้รับการเชิดชูถึงขนาดมาร่วมงานสังสรรค์ของครอบครัวมาก่อน
ถ้าไม่ใช่คู่ขาคนรักงั้นหรือ
พี่ชายของเธอมีความรักอย่างนั้นหรือ
ไม่รอให้ความสงสัยค้างคาใจมากไปกว่านี้ จีฮเยเดินหาซึลกิทั่วงาน เพราะอย่างไรเสีย แม่นมก็อยู่บ้านตลอดเวลา น่าจะรู้เรื่องนี้ไม่มากก็น้อย
" คุณจีฮเยเข้ามาในครัวทำไมคะนี่ " หญิงสูงวัยกว่าร้องถามพลางรี่เข้าไปรั้งชายกระโปรงสีสวยให้ร่นขึ้นเล็กน้อย กันไม่ให้เปื้อนกับเศษอาหารที่อาจตกหล่นบนพื้นครัว
" ก็จีฮเยมีเรื่องสงสัยนิดหน่อยน่ะค่ะ คุณอารู้จักผู้หญิงที่อยู่กับพี่มั้ยคะ คนที่ใส่ฮันบกสีแดง " ถามพลางหยิบคุกกี้รูปเด็กผู้หญิงที่วางเรียงกันในถาดรอขึ้นเสิร์ฟ
" คุณคงหมายถึงคุณแจจุง " จีฮเยพยักหน้าแรง ๆ แล้วกัดกินคุกกี้ในมือ
เสี้ยวแรกที่แตะถูกลิ้นให้รสไม่หวานมาก ติดขมเล็กน้อย รสชาติแบบที่เธอชอบนักหนา
เมื่อชิ้นแรกหมดลง ชิ้นที่สองและสามก็ถูกส่งเข้าปากไปเรื่อย ๆ
" บ่ายนี้คุณยุนโฮพามาค่ะ บอกแค่ว่าคุณแจจุงจะมาอยู่กับพวกเราด้วย " ซึลกิตอบ จีฮเยเลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจ
ถึงขนาดให้มาอยู่บ้านเดียวกันเลยเหรอ
" แต่เธอท่าทางจะได้รับการอบรมมาดีนะคะ กิริยามารยาทเรียบร้อย พูดจาสุภาพ ทำอาหารเก่ง จิตใจดี แถมยังใช้เงินเป็น " ซึลกิสาธยายลักษณะที่เธอได้เห็นมาทันทีเมื่อเห็นท่าทางขมวดคิ้วมุ่นของคุณหนูคนเล็ก
" คุกกี้ที่คุณจีฮเยกำลังทาน คุณแจจุงก็เป็นคนทำนะคะ " สาวใช้เสริม
จีฮเยชะงัก จะคายทิ้งก็ไม่ได้เพราะดันกลืนลงไปหมดแล้ว
" ถ้าจะมาเป็นคุณนายบ้านนี้ ดิฉันเชียร์เต็มที่เลย เสียแต่ว่าไม่น่าเป็นผู้ชาย " สาวใช้คนเดิมบ่นอุบ
" อ๊ะ! " อุทานเล็กน้อยพร้อมลูบต้นแขนตัวเอง เมื่อคุณแม่นมหยิกเป็นเชิงตำหนิว่าไม่ควรก้าวก่ายเรื่องของเจ้านาย
" ผู้ชายหรอ!! " จีฮเยตาเบิกโพลง
" คุณจีฮเยคะ คุณยุนโฮบอกว่าได้เวลาตัดเค้กแล้วค่ะ " แต่สาวใช้อีกคนก็เข้ามาขัดจังหวะก่อนที่จีฮเยจะได้พูดอะไรต่อจากนั้น
ซึลกิดันหลังหญิงสาวให้กลับเข้าไปในงาน จีฮเยเดินออกไปโดยที่ยังเคลือบแคลงไม่หาย
" มาเร็ว ๆ เลย เฮ้อ~ คนเตี้ยขาสั้นก็อย่างนี้แหละนะ " ยุนโฮหยอกล้อเล่น พลางส่งมีดให้น้องสาว
จีฮเยรับมาถือไว้แล้วฉีกยิ้มให้พี่ชาย
" ถ้าขืนพี่ยังพูดมากอีกล่ะก็ ฉันจะหั่นปากพี่ก่อนแล้วค่อยตัดเค้ก ดีมั้ย!! " พูดทั้งที่ยังยิ้มหวาน
" แหะแหะ ไม่พูดแล้วจ้ะ " ยุนโฮยิ้มแห้ง
จีฮเยตัดแบ่งเค้กหน้าตาน่าทานออกเป็นหลายส่วนแล้วจัดวางลงบนจานเล็กน่ารัก แจกจ่ายให้ทุกคน
" ว้าว!! เค้กนี่อร่อยสุดยอดเลย ใครเป็นคนทำเนี่ย? " อึนฮเยถามพลางให้นิ้วหยิบสตรอเบอร์รี่สีสดออกจากจานของยูริแล้วส่งเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย คนที่เหลือพยักหน้าเห็นด้วย
แม้แต่จีฮเยเองก็ยังทานอย่างมีความสุข
แจจุงยิ้มโล่งอกที่ทุกคนชอบเค้กของเขา ส่วนยุนโฮก็ยิ้มหน้าบานราวกับว่าตัวเองเป็นคนทำเสียเอง
ทั้งที่ยุนโฮบอกว่าจะช่วยแจจุงทำ แต่พอเอาเข้าจริงก็ไปเป็นตัวกวนเสียมากกว่า
" นั่นสิใครเป็นคนทำเหรอคะคุณอา " เจ้าของวันเกิดหันไปถามแม่นมผู้รับหน้าที่ดูแลเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม
" เดี๋ยวฉันบอกทีหลัง ตอนนี้มาเปิดของขวัญกันดีกว่า " แต่คนที่ตอบกลับเป็นพี่ชาย
" ใครจะให้ก็ให้เลย ฉันจองคิวสุดท้าย!! " ยุนโฮประกาศเสียงดัง พลางยักคิ้วเจ้าเล่ห์ให้น้องสาว
ยูชอนและจุนซูเป็นคู่แรกที่ประเดิมให้ของขวัญจีฮเยก่อนใคร
" น่ารักจังเลยค่ะ!! ขอบคุณมากนะพี่มิคกี้ พี่จุนซู " หญิงสาวยิ้มดีใจเมื่อเห็นลูกแมวขนปุกปุยนอนกลิ้งไปมาอยู่ในกรง
ต่อมาเป็นของขวัญกล่องโตจากยูฮวาน จีฮเยแกะห่อออกและหยิบของข้างในขึ้นมาอย่างงุนงง
" ตุ๊กตาเอาไว้ซ้อมมือไงพี่ นี่ฉันสั่งทำขนาดเท่าคนจริง ๆ เลยนะ " ยูฮวานอธิบายหน้าที่ของตุ๊กตาสีขาวขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเหมือนรูปร่างคน
" ดีมากริคกี้ ฉันเบื่อเป็นกระสอบทรายให้ยัยนี่เต็มทน " ยุนโฮว่าพลางแสร้งทำท่าปวดเมื่อยตัวเต็มประดา
" อย่าเวอร์หน่อยเลย ฉันไปทำอะไรพี่เมื่อไรกัน " ว่าพลางทุบหลังพี่ชายเต็มแรง
...แล้วอย่างนี้ไม่เรียกว่าทำหรือไง
" ส่วนนี่ของพี่ " จุนกียื่นกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเล็กให้จีฮเย เมื่อเปิดออกดูก็พบว่าเป็นสร้อยเส้นบางพร้อมจี้รูปนางฟ้า
" โอ้โห สวยจังเลยค่ะ ขอบคุณค่ะพี่จุนกี " หันไปมองหน้าคนให้ แววตาเป็นประกายด้วยความดีใจ เหมือนเด็กทั่วไปเมื่อได้รับของขวัญ
จุนกีทำแก้มป่องแล้วใช้นิ้วจิ้ม จีฮเยเขย่งตัวขึ้นหอมแก้มข้างนั้นเบา ๆ อย่างรู้กัน
" เอ้า ๆ ๆ สวีทกันพอแล้ว เปิดของขวัญของพวกฉันบ้างสิยะ! " ยูริเข้ามายืนแทรกกลาง ก่อนจะยื่นถุงกระดาษให้เพื่อนสนิท
จีฮเยรับมาเปิดออกดูแล้วปิดแทบไม่ทัน หน้าสวยแดงซ่าน
" ยูริ! นี่เธอเอาอะไรมาให้ฉันเนี่ย!!! " จีฮเยร้องเสียงหลง เมื่อภายในถุงนั้นมีชุดว่ายน้ำตัวเล็ก
" ออกจะเซ็กซี่ " ไม่พูดเปล่าแต่ยังหยิบชุดออกมาทาบบนตัวจีฮเยเสียอีก
ชุดว่ายน้ำแบบวันพีซสีขาวแบบมีสายผูกคล้องคอ ด้านข้างเปิดโชว์ช่วงเอวคอด พอเห็นชัด ๆ อย่างนี้ยิ่งทำให้จีฮเยหน้าแดงเข้าไปใหญ่
" เมื่อกี้ของแชยอน ของฉันน่ะชุดชั้นในสีขาวที่อยู่ในถุงนี่ต่างหาก เอาไว้ใส่ตอนมีอะไรครั้งแรกนะ " ยูริกระซิบหน้าทะเล้นพลางยัดถุงอีกใบใส่มือเพื่อน จีฮเยเงื้อมือจะตีแต่ก็ไม่ทัน เพราะตัวคนให้วิ่งหนีไปไหนต่อไหนแล้ว
จีฮเยหันไปหยิบกล่องของขวัญของอึนฮเยออกมาเปิดแก้เขิน แต่ของขวัญข้างในก็ทำให้เธองงอีกแล้ว
" ไอ้นี่มันคืออะไรอ่ะ? " หันไปถามงง ๆ เพราะของที่ว่านี้มีรูปร่างคล้ายถุงมือสีแดงที่ถูกแต่งแต้มด้วยลวดลายแปลก ๆ สีสันสดใส แต่ที่ผิดปกติก็คือรูปทรงที่บวม ๆ ชอบกล
" นวมไง เอาไว้ใส่ตอนชกมวย ฉันว่ามันน่ารักดีออก ลายพวกนี้ฉันวาดเองกับมือเลยด้วย " อึนฮเยแบมือที่ติดคราบสีล้างไม่ออกให้เพื่อนสนิทดู
" โห! อึนฮเยแค่ยัยนี่เรียนแฮปกิโดฉันก็แย่พอแล้ว นี่เธอยังสนับสนุนให้น้องสาวฉันเรียนมวยอีกหรอ " ยุนโฮหน้าเหวอ
" คนกะล่อนจอมเจ้าชู้อย่างพี่น่ะ แค่แฮปกิโดมันเอาไม่อยู่หรอก " ว่าพลางกระทุ้งสีข้างพี่ชายที่ทำท่างอน
" ใครบอกฉันออกจะรักเดียวใจเดียว " ไม่พูดเปล่า แต่ยังโอบเอวคนข้างตัวเข้ามาอย่างถือวิสาสะ
แจจุงทำหน้าเลิกลัก ในขณะที่จีฮเยมองตามมือนั้นแล้วหงุดหงิดใจ
" พี่จีฮเยฮะ นี่ของขวัญจากพวกเรา " เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้หญิงสาวหันไปมอง และพบว่ามันคือตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลตัวโต ของขวัญจากดงแฮและคิบอม
" ขอบใจจ้ะ " จีฮเยยิ้มละไม ก่อนจะหันกลับไปหาพี่ชายราวกับจะทวงถามว่าของขวัญชิ้นสุดท้ายของเธออยู่ที่ไหน
" ฉันรู้น่า จะให้เดี๋ยวนี้แหละ แต่เดี๋ยวก่อนนะปีนี้เธอได้ตุ๊กตาเยอะจัง แต่ยังไงตุ๊กตาของฉันก็ดีที่สุด! " ยุนโฮโอ้อวดด้วยความภาคภูมิ
" ไหนล่ะตุ๊กตาของพี่ " น้องสาวถาม ยุนโฮดันหลังคนข้างตัวให้ก้าวออกมาแทนคำตอบ
" นี่ไงตุ๊กตาของเธอ " ทุกคนมองหน้าอย่างตกตะลึง
ตุ๊กตาอย่างนั้นหรือ นี่มันคนชัด ๆ
แถมยังสวยเสียด้วย
แจจุงหันไปมองหน้ายุนโฮราวกับจะถามว่านี่คือเหตุผลที่ซื้อเขามาใช่ไหม แต่อีกฝ่ายไม่ได้หันมามองเขาเลย
ทุกคนตกใจ แต่ไม่นานความตกใจนั้นก็หายไปจากใบหน้า
เว้นไว้เพียงคนเดียว
คนที่ได้ชื่อว่าเป็น.ตุ๊กตา
TBC
" เอ่อคุณยูชอนครับ ช่วยจอดรถตรงนี้ที " ชายหนุ่มหน้าตาน่ารักที่เพิ่งตื่นจากฤทธิ์ยา ร้องบอกสารถีจำเป็นเสียงงัวเงีย
ตาแป๋วจ้องเขม็งออกไปยังนอกหน้าต่าง รอคอยว่าเมื่อไรรถยนต์จะหยุดแล่น บ่งบอกเต็มที่ว่าอยากลงไปยืดแข้งยืดขาใจจะขาด
ทันทีที่รถหรูจอดเทียบข้างถนน จุนซูก็รีบวิ่งลงจากรถตรงไปยังร้านขายสัตว์ข้างทาง โดยมียูชอนเดินตามเข้าไปเงียบ ๆ
จุนซูเดินดูกรงสัตว์ต่าง ๆ ด้วยท่าทีตื่นเต้น เหมือนเด็กที่ได้มาเที่ยวสวนสนุก นิ้วเรียวชี้กรงนั้นกรงนี้ไถ่ถามราคาเสียงเจื้อยแจ้ว
คนที่ตามมาไล่มองไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกเฉยชา เพราะเขาไม่ได้รักสัตว์เหมือนจุนซู จนเสียงเมี้ยวม้าวของบรรดาลูกแมวในกรงหนึ่งดึงความสนใจของเขา
ลูกแมวสี่ตัวกำลังเล่นกันอยู่ในกรง ท่าทางมีความสุข และคาดหวังว่าจะมีคนมาซื้อพวกมันไป
ยูชอนขยับตัวเดินเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว จุนซูที่หันมาเห็นพอดีจึงเดินมาหา อยากรู้ว่าสัตว์ตัวไหนที่ทำให้ยูชอนรู้สึกสนใจได้
เมื่อมีคนมามุงดูตั้งสองคน เจ้าลูกแมวบางตัวก็ใช้อุ้งเท้านุ่ม ๆ ตะกุยตะกายกรงไปมา บางตัวก็เลียขนเลียหน้าตัวเอง ทำท่าทำทางน่ารักเพื่อเรีกร้องความสนใจเต็มที่
" น่ารักจังเลย " จุนซูร้องชม นิ้วเรียวยื่นเข้าไปเกาคางลูกแมวตัวหนึ่งที่มีลวดลายไม่เหมือนเพื่อน ซึ่งลูกแมวตัวนั้นก็ครางอือออในลำคอ บ่งบอกว่าพอใจ
เจ้าของร้านที่เห็นว่าท่าทางหนุ่มหน้าหวานคนนี้จะถูกใจเจ้าลูกแมวขายไม่ออก ก็เดินมาปล่อยลูกแมวออกจากกรงส่งให้ชายหนุ่ม เพื่อที่เขาจะได้เล่นกับมันได้ถนัดถนี่
จุนซูปล่อยลูกแมวที่มีลวดลายคล้ายเสือท่าทางฉลาดเฉลียว ตัวที่เขารู้สึกถูกใจลงเดิน แต่เจ้าลูกแมวกลับเดินกะโผลกกะเผลกเหมือนขาไม่มีแรง
" ถ้าคุณจีฮเยเห็นมัน เธอต้องชอบแน่ ๆ เลย " จุนซูพูดกับตัวเอง แต่ยูชอนก็ได้ยิน
" ทำไมนายไม่เอาตัวขนสีขาวนั่นล่ะ ตัวนี้ขามันไม่ดีนะ นายไม่เห็นเหรอ " ว่าพลางอุ้มเข้าลูกแมวตัวที่จุนซูหมายตาไว้ส่งคืนให้เจ้าของร้าน
" เอาตัวนั้นครับ " ยูชอนบอกพลางชี้ไปยังลูกแมวอีกตัวที่นอนอยู่ในกรง ที่มีขนสีขาวฟูดูน่ารัก บวกกับจมูกเล็กสีชมพู
เจ้าของร้านจัดการจับเจ้าลูกแมวสีขาวใส่กรงแล้วส่งให้ยูชอน ซึ่งชายหนุ่มส่งต่อให้จุนซูไปถือไว้ เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว ยูชอนก็เดินนำหน้าออกไป ไม่ได้สนใจอะไรอีก
ผิดกับจุนซูที่มองลูกแมวขาไม่ดีตัวนั้นตาละห้อย ซึ่งถ้าเขาไม่เข้าข้างตัวเอง ดูเหมือนว่าเจ้าลูกแมวตัวนั้นก็กำลังมองมาที่เขาอยู่เหมือนกัน
จุนซูก้มหน้าขึ้นรถ อาการเหมือนคนผิดหวัง จ้องมองร้านขายสัตว์เลี้ยงจนลับตา ทำให้ไม่สามารถรอดพ้นสายตาของยูชอนไปได้
จุนซูก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ลองว่าถ้าได้รักหรือชอบอะไรแล้วล่ะก็ จะไม่ยอมล้มเลิกความรู้สึกง่าย ๆ
ถ้ารู้นิสัยของจุนซูว่าเป็นอย่างนี้ แล้วทำไมนายถึงไม่รู้เสียทีล่ะว่าจุนซูจะยังคงรักเพียงนายคนเดียว ปาร์คยูชอน
" ยังไม่เสร็จอีกหรอ นานจัง " ตาเรียวก้มลงมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรูราคาเฉียดล้านพลางร้องเร่ง
" ผมถึงบอกให้คุณไปนั่งรอในห้องโถงก่อนไง " แจจุงหันมาค้อนให้อย่างหมั่นไส้ เมื่อกี้เขากับยุนโฮช่วยกันทำคุกกี้รูปเด็กผู้หญิง พอเอาเข้าเตาอบยังไม่ทันไร ชายหนุ่มอารมณ์ร้อนก็ร้องเร่งเวลาเสียแล้ว
" ไม่ไปหรอก แจจุงอยู่ไหน ฉันก็จะอยู่ที่นั่นด้วย " ยิ้มเผล่ตามสไตล์เพลย์บอยก่อนจะแอบหยิบสตรอเบอร์รี่สีสดลูกโตออกจากหน้าเค้กที่แจจุงกำลังบรรจงตกแต่ง
เพียะ!
" โอ๊ย!! แจจุงใจร้าย " ปากหยักบ่นอุบเมื่อโดนตีลงมาที่หลังมือ
" ก็คุณอยากหยิบออกไปทำไมล่ะครับ ผมแต่งของผมดี ๆ อยู่แล้วเชียว "
" นี่!! นายกล้าดียังไงมาตีคุณยุนโฮ คุนยุนโฮ...เจ็บมั้ยคะ " หนึ่งในสาวใช้ที่แจจุงจำได้ว่าชื่อสเตฟานี่รีบวิ่งปรี่เข้ามาจับมือชายหนุ่มไปดู
" สเตฟานี่...ปล่อย " ปรามเสียงเข้ม กลัวว่าคนอื่นจะเข้าใจผิด
โดยเฉพาะ...แจจุง!
" เดี๋ยวสเตฟานี่จะไปเอายามาทาให้นะคะ " แต่สาวใช้ที่ว่าก็ยังเกาะแกะอยู่เช่นเดิม
" ฉันบอกให้ปล่อยไง!! ฉันขอความช่วยเหลือจากเธอเมื่อไรกัน อย่าทำเป็นรู้ดี!! " คราวนี้ยุนโฮขึ้นเสียงอย่างไม่ไว้หน้า แขนแกร่งสะบัดออกจากการเกาะกุม
สเตฟานี่หน้าเสีย ก่อนจะเดินตัวลีบกลับไปยืนรวมกับเด็กรับใช้คนอื่น ๆ ท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กสาวเหล่านั้น
สมควรแล้วที่จะโดนตอกกลับมาอย่างนี้
ทุกคนรู้ดีว่าสเตฟานี่คิดจับยุนโฮมากแค่ไหน แต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยหลวมตัวมายุ่งด้วย เพราะการมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเด็กในบ้านไม่ใช่วิสัยของยุนโฮ
แต่หญิงสาวก็ยังไม่ละความพยายาม คงหวังจะใช้เต้าไต่เพื่อเป็นคุณนายของบ้านอยู่เช่นเดิม
เพียะ!
ยุนโฮโดนตีอีกแล้ว แต่คราวนี้โดนที่ต้นแขน ชายหนุ่มหันมามองหนุ่มหน้าสวยนัยน์ว่าเขาทำอะไรผิด
" พูดอย่างนั้นได้ยังไง อย่างน้อยเขาก็เป็นห่วงคุณนะ เฮ้อ~ คุณน่ะ... ออกไปรอข้างนอกเถอะ " แจจุงหันมาว่าก่อนจะดันหลังยุนโฮออกจากห้องครัว
ยุนโฮเดินออกจากไปอย่างจำใจ พลางหันกลับมามองตาละห้อย
สาวใช้ยิ่งมองแจจุงด้วยสายตาชื่นชมมากขึ้นไปอีก เพราะนอกจากจะทำให้เจ้านายหนุ่มที่ไม่เคยเข้าครัวให้มาช่วยทำขนมได้แล้ว ยังสามารถทำให้ชายหนุ่มทำตามคำบอกได้เสียอีก
แต่แน่นอนว่ามีคนรักก็ต้องย่อมมีคนเกลียด ท่ามกลางสายตาชื่นชมก็ยังมีสายตาชิงชัง
ระวังตัวให้ดีเถอะ...คิมแจจุง!!
" ฮัลโหล... ตอนนี้ฉันอยู่ที่หน้าอพาร์ทเมนต์ของนายแล้วนะ " จุนกีละมือจากพวงมาลัยรถยนต์เพื่อกดโทรศัพท์ต่อสายถึงซีวอน
" อืม...เห็นแล้วล่ะ " ตอบก่อนจะตัดสาย และไม่กี่อึดใจ ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งก็เดินลิ่วมาพร้อมกับประเป๋าเป้ใบใหญ่ใบเดียว
" ข้าวของของนายมีแค่นี้เองเหรอ " เลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ตอบอะไร ซึ่งจุนกีก็เหมาเอาเองว่าเป็นการยอมรับ
" น้อยไปหน่อยนะ... มีเวลาอีกหนึ่งชั่วโมง เดี๋ยวฉันหาเสื้อผ้าให้นายเอง " เหลือบมองชุดสูทสีเข้มที่ซีวอนสวมอยู่เล็กน้อย ก่อนจะออกรถด้วยความเร็ว อย่างน้อยน้องชายก็แต่งตัวเรียบร้อยดี เสียแต่ว่าเสื้อผ้ามีน้อยชุดเกินไปหน่อย
" ไม่จำเป็น ฉันไม่อยากติดหนี้บุญคุณใคร " ตอบปัดเสียงเข้ม
" ใครว่าฉันจะซื้อให้นายฟรี ๆ ล่ะ การทำงานของนายครั้งนี้มันก็ส่งผลต่อฉันเหมือนกัน " ส่งยิ้มคมคายกวนประสาทอีกฝ่ายเล่น
" หึ! มันส่งผลต่อนายยังไงล่ะ หรือว่าคิดจะเล่นตลกกับชีวิตคนอื่นอีก " ถามเพราะรู้ดีว่าพี่ชายคนนี้ชอบบงการชีวิตคนอื่นแค่ไหน
" ก็...ประมาณนั้น " ไม่ว่าจะคิดอะไร...ดูเหมือนซีวอนจะอ่านทางออกหมด ถ้าน้องชายคนนี้หันมาเอาดีทางด้านธุรกิจ ก็คงจะไปได้สวยทีเดียว
ซีวอนนิ่งเงียบตลอดทาง ไม่นานรถคันหรูก็จอดสงบนิ่งหน้าร้านขายเสื้อผ้าชั้นนำ
" เลือกเอาตามใจชอบ จะสูทหรือลำลองก็ตามใจนาย " สั่งเพียงแค่นั้นก็เดินจากไป ซีวอนมองตามจนเห็นว่าญาติตนเองมุ่งเข้าหาหญิงสาวคนหนึ่งก็นึกระอา
หึ...ตามใจงั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นไม่เกรงใจล่ะนะ...
ซีวอนหยิบตัวนู้นเลือกตัวนี้อย่างสนุกมือ พลางเหลือบมองจุนกีเป็นระยะ ๆ ดูสิว่าถ้าซื้อเยอะขนาดนี้จะมีเงินจ่ายไหม
แต่ก็ต้องเจ็บใจกลับมาเมื่ออีกฝ่ายไม่มีทีท่าเป็นเดือดเป็นร้อนกับจำนวนเสื้อที่เพิ่มขึ้นเลย
...แค่นี้คงพอ...
ซีวอนเห็นว่าแกล้งเท่าไรก็ไม่เป็นผล อีกทั้งเสื้อผ้ายังกองพะเนินได้กองใหญ่แล้ว ชายหนุ่มจึงหยุดเลือกและเดินไปเรียกญาติผู้พี่ให้มาจ่ายเงิน
และที่เคาท์เตอร์ชำระเงิน
" คิดตังค์หน่อยเร้ว~ " จุนกีร้องเรียกพนักงานน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม
" คิดเป็นเงิน.ค่ะ " พนักงานสาวจิ้มกดตัวเลขอย่างคล่องแคล่ว
" เอ่อคุณฮวางโบครับ ขอเสียมารยาทหน่อยนะครับ คือไม่ทราบว่าคุณอายุเท่าไรแล้วครับ " เหลือบมองป้ายชื่อตรงหน้าอกเล็กน้อย ก่อนจ้องหน้าหญิงสาวไม่วางตาพลางกระซิบถาม
" ยี่สิบเก้าค่ะ " ตอบงง ๆ สงสัยว่าลูกค้าหนุ่มคนนี้จะถามไปทำไม
" จริงหรอครับ!! คุณต้องโกหกผมแน่ ๆ เลย ผมคิดว่าคุณอายุยี่สิบเสียอีก แหมคุณนี่หน้าเด็กจังเลยนะครับ แถมยังสวยเอามาก ๆ อีกด้วย " ทำท่าตกใจได้เหมือนจริงเหลือเชื่อ ส่วนหญิงสาวที่ถูกชมก็อายม้วนเลยทีเดียว
" เอ่อตอนนี้ร้านของเรามีบัตรสมนาคุณลดครึ่งราคาสำหรับลูกค้ารายประจำไม่จำกัดเวลา ไม่ทราบว่าคุณทั้งสองสนใจอยากรับไว้ไหมคะ " จุนกีหันมาส่งสายตาให้ซีวอนนัยน์ว่าแค่รู้จักพูดเข้าหน่อย ของดีก็จะมาเสนอถึงที่
" แหมก็ต้องสนใจอยู่แล้วสิครับ ของดี แบบนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ สงสัยทั้งโซลจะหาได้แค่ที่นี่ที่เดียวเสียละมั้ง " หยอดคำหวานเข้าใส่อีกรอบ
" จริง ๆ ส่วนลดนี้สามารถใช้ได้ในการซื้อครั้งหน้า แต่สำหรับคุณ ดิฉันคิดเป็นพิเศษเลยก็แล้วกัน รวมแล้วคิดเป็นเงินค่ะ " ราคาเสื้อผ้าที่ลดลงกว่าครึ่งทำให้จุนกียิ้มกว้าง
ซีวอนหันหน้าหนีด้วยความระอาใจ พี่ชายของเขาก็เป็นเสียอย่างนี้ แล้วเมื่อไรคุณลุงกับคุณป้าจะได้ลูกสะใภ้ตามความตั้งใจเสียที
" โอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะ " เมื่อชำระเงินเรียบร้อย พนักงานที่ชื่อฮวางโบก็เดินออกมาส่งถึงหน้าร้าน จุนกียิ้มหวานแทนคำบอกลาก่อนจะก้าวขึ้นนั่งบนรถในตำแหน่งคนขับ
สองมือวางบนพวงมาลัยรถ พลางเคาะนิ้วไปมาอย่างอารมณ์ดี ปากได้รูปขยับผิวเป็นเพลงด้วยความครึ้มอกครึ้มใจ แต่กลับเป็นเสียงหงุงหงิงน่ารำคาญของอีกคน
" เลิกผิวปากเสียทีเถอะ! " เพราะถูกเลี้ยงดูมาในตระกูลธุรกิจที่ต้องพบปะผู้คน ทำให้ถูกเข้มงวดเรื่องมารยาทการเข้าสังคมมาตั้งแต่เด็ก
" คร้าบ~ ไอ้เรารึก็ลืมไปว่าคุณชเวซีวอนถูกอบรมมาดีแค่ไหน " ตอบยียวนก่อนจะหันกลับไปผิวปากตามเดิม
ซีวอนนั่งหน้าตายด้วยความเซ็งจัดตลอดทาง
" จีฮเยวันนี้ฝากทำเวรแทนหน่อยสิ พวกเรามีธุระด่วนน่ะ " หลังเลิกเรียนเป็นเวรทำความสะอาดของสามสาว ขณะที่จีฮเยกำลังเก็บข้าวของลงกระเป๋า อึนฮเยก็เดินเข้ามา
" เชอะ!! " สะบัดหน้าหนี เพราะยังงอนที่ทั้งเพื่อนทั้งพี่ไม่มีใครจำวันเกิดของเธอได้สักคน
" นะ ขอโทษจริง ๆ วันหลังพวกเราจะทำแทนเธอเองนะ แต่ครั้งนี้พวกเราไม่ว่าง "
" เอ่อพวกเราไปก่อนนะ " ยูริพูดไว้แค่นั้นก็ดึงมืออึนฮเยให้เดินออกมาด้วยกัน
จีฮเยลุกขึ้นเดินไปหยิบไม้กวาดมาทำความสะอาดด้วยท่าทีเบื่อหน่าย อึนฮเยและยูริที่แอบดูอยู่อมยิ้มที่แผนการสำเร็จ ก่อนที่ทั้งสองสาวจะรีบวิ่งไปที่คฤหาสน์ตระกูลจอง เพื่อเตรียมตัวเซอร์ไพรส์เพื่อนสาว
" จำเอาไว้เลยนะ!! พอถึงวันเกิดพวกเธอฉันก็จะลืมบ้าง เชอะ!! " บ่นไปทำความสะอาดไป คิดแล้วก็อดน้อยใจไม่ได้
" มากันแล้วหรอ!! " ยุนโฮตรงรี่มาทักทายเมื่อเห็นว่ายูชอน จุนซู และยูฮวานพร้อมด้วยคิบอมกับดงแฮ มาถึงแล้ว
" ฉันมาช้าไปมั้ยเนี่ย!! " เสียงจุนกีดังทักทายมาจากอีกด้าน
เมื่อยูฮวานเห็นใบหน้าคนที่เดินมากับจุนกีชัด ๆ คนตัวเล็กก็เข้าไปหลบข้างหลังพี่ชายของตัวเองทันที
แต่คิดเหรอว่าซีวอนจะมองไม่เห็น ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อยในความน่าเอ็นดู
ได้เจอกันอีกจนได้
" นี่ซีวอน พี่เลี้ยงยูฮวานที่แกให้ฉันหาให้ " จุนกีหันไปพูดกับยูชอน
" ท่าทางดีกว่าที่คิดไว้อีก เดี๋ยวเราไปคุยเรื่องงานกันตรงมุมนั้นก่อนดีกว่า " ยุชอนกล่าวก่อนเดินนำไปตรงมุมหนึ่ง ซึ่งซีวอนก็เดินตามไป
น้องเล็กหน้าเบ้ไม่อยากจะเชื่อ ก่อนมานี่พี่ชายก็บอกก่อนแล้วว่าจะหาพี่เลี้ยงให้เขา และแน่นอนว่าปฏิเสธไม่ได้
แต่ทำไมต้องเป็นตานี่ด้วยนะ!!
เมื่อยูชอนกับซีวอนเดินออกไป จุนกี จุนซูและเด็ก ๆ ก็แยกไปอีกทาง ส่วนยุนโฮก็เดินไปตามแจจุงให้ออกมาจากในครัว
สักพักจีฮเยเดินลากเท้ากลับคฤหาสน์ด้วยใจห่อเหี่ยว เปิดประตูรั้วเข้ามาท่าทางเหมือนคนหมดแรง
" สุขสันต์วันเกิดน้องรัก!!!! " แต่ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องโถง เสียงคุ้นหูที่จำได้ว่าเป็นเสียงของพี่ชายก็ดังขึ้น สายรุ้งสารพัดสีถูกฉีดมาตามเนื้อตัวของจีฮเยจนทั่ว
" ฉันนึกว่าพี่จะลืมเสียอีกว่าวันนี้วันเกิดฉัน " ว่าพลางมองไปรอบ ๆ
ห้องโถงถูกประดับด้วยสายรุ้งสีสันสดใส กลางห้องมีโต๊ะตัวใหญ่ ตรงกลางวางเค้กสตรอเบอร์รี่ก้อนโตเอาไว้ โดยรอบมีแก้วเครื่องดื่มหลากหลายวางเป็นระเบียบ
ทางฝั่งซ้ายและฝั่งขวามีโต๊ะยาวสำหรับวางขนม อาหาร และของหวาน สามารถเลือกหยิบทานได้ตามใจชอบ
" ใครจะไปลืมวันเกิดน้องสาวที่น่ารักขนาดนี้ได้ลงคอ " จุนกีพูดปากหวานตามสไตล์
" จริงด้วย!! เพื่อนที่ไหนเขาลืมวันเกิดเพื่อนกันละจ๊ะ " ยูริว่าพลางเดินเข้ามากอดจีฮเยเอาไว้
" แล้วดูสิ! พวกเธอแต่ละคนแต่งตัวเสียสวยเชียว ฉันยังใส่ชุดนักเรียนอยู่เลย งั้นฉันขอไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนก็แล้วกัน แป๊บเดียวไม่นานหรอก " พูดเร็วก่อนจะรีบวิ่งขึ้นชั้นบนไปยังห้องนอนของตัวเอง
มือเรียวหยิบเดรสสีชมพูอ่อนออกจากตู้เสื้อผ้า ก่อนจะรีบวิ่งเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแต่งตัว
เมื่อกลับเข้ามาในงานอีกทีแขกเหรื่อก็มากันเต็มไปหมด ส่วนมากก็เป็นคนคุ้นเคยของเธอทั้งนั้น จะเว้นก็แต่สองคน
คนหนึ่งคือชายหนุ่มสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลา ที่มาพร้อมกับจุนกี
อีกคนคือหญิงสาวเรือนร่างบอบบางในชุดฮันบกสีสด ใบหน้าสะสวยไม่สมกับรูปร่างสูงชะลูดเท่าใดนัก หากส่วนสูงนั้นก็ยังน้อยกว่าพี่ชายของเธอ
ยิ่งมายืนคู่กันอย่างนี้ ยิ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคนทั้งคู่ดูเหมาะสมกันดี แต่มันก็ยังขัดตาจีฮเย อย่างน้อยผู้หญิงคนนี้จีฮเยก็ยังไม่รู้จัก แถมผู้หญิงคนนั้นยังอยู่กับพี่ชายตลอดเวลา
พูดได้เต็มปากว่าไม่มีเวลาไหนที่ห่างจากยุนโฮแม้เพียงก้าวเดียว
แต่ถ้าจีฮเยสังเกตดี ๆ กว่านี้อีกสักหน่อย เธอก็จะรู้ว่ายุนโฮต่างหากที่คอยตามประกบผู้หญิงคนนั้น
ความอยากรู้อยากเห็นประกอบกับนิสัยหวงพี่ชายที่มีอยู่เป็นทุนเดิม ทำให้จีฮเยเดินเข้าไปหายุนโฮทันที
" สวัสดีค่ะ " หันไปทักทายคนหน้าหวานข้างตัวพี่ชายตามมารยาท แจจุงก้มหัวแทนคำตอบรับ
" คุณดูดีจังเลยค่ะ ยิ่งตอนใส่ฮันบกด้วยแล้ว ดูดีกว่าคู่ขาคนไหน ๆ ของพี่เลย " คำว่าคู่ขาทำให้แจจุงหน้าเจื่อน ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่จีฮเยคาดหวังเอาไว้อยู่แล้ว
" ว่าแต่พี่ไม่คิดจะแนะนำเธอคนนี้ให้ฉันรู้จักหน่อยเหรอ " หันไปถามพี่ชายพร้อมยิ้มกว้าง แต่สายตาคุกคามเต็มที่
" ไว้หลังจากที่เธอเปิดของขวัญดีกว่า แล้วก็คนนี้ไม่ใช่คู่ขาของฉันหรอก ยัยบ๊อง! " ท้ายประโยคก้มลงกระซิบให้ได้ยินกันแค่สองพี่น้อง
จีฮเยขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
แต่พอมาลองคิดดูดี ๆ แล้ว พี่ชายของเธอไม่ได้โกหกแน่ ๆ เพราะไม่เคยมีคู่ขาคนไหนได้รับการเชิดชูถึงขนาดมาร่วมงานสังสรรค์ของครอบครัวมาก่อน
ถ้าไม่ใช่คู่ขาคนรักงั้นหรือ
พี่ชายของเธอมีความรักอย่างนั้นหรือ
ไม่รอให้ความสงสัยค้างคาใจมากไปกว่านี้ จีฮเยเดินหาซึลกิทั่วงาน เพราะอย่างไรเสีย แม่นมก็อยู่บ้านตลอดเวลา น่าจะรู้เรื่องนี้ไม่มากก็น้อย
" คุณจีฮเยเข้ามาในครัวทำไมคะนี่ " หญิงสูงวัยกว่าร้องถามพลางรี่เข้าไปรั้งชายกระโปรงสีสวยให้ร่นขึ้นเล็กน้อย กันไม่ให้เปื้อนกับเศษอาหารที่อาจตกหล่นบนพื้นครัว
" ก็จีฮเยมีเรื่องสงสัยนิดหน่อยน่ะค่ะ คุณอารู้จักผู้หญิงที่อยู่กับพี่มั้ยคะ คนที่ใส่ฮันบกสีแดง " ถามพลางหยิบคุกกี้รูปเด็กผู้หญิงที่วางเรียงกันในถาดรอขึ้นเสิร์ฟ
" คุณคงหมายถึงคุณแจจุง " จีฮเยพยักหน้าแรง ๆ แล้วกัดกินคุกกี้ในมือ
เสี้ยวแรกที่แตะถูกลิ้นให้รสไม่หวานมาก ติดขมเล็กน้อย รสชาติแบบที่เธอชอบนักหนา
เมื่อชิ้นแรกหมดลง ชิ้นที่สองและสามก็ถูกส่งเข้าปากไปเรื่อย ๆ
" บ่ายนี้คุณยุนโฮพามาค่ะ บอกแค่ว่าคุณแจจุงจะมาอยู่กับพวกเราด้วย " ซึลกิตอบ จีฮเยเลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจ
ถึงขนาดให้มาอยู่บ้านเดียวกันเลยเหรอ
" แต่เธอท่าทางจะได้รับการอบรมมาดีนะคะ กิริยามารยาทเรียบร้อย พูดจาสุภาพ ทำอาหารเก่ง จิตใจดี แถมยังใช้เงินเป็น " ซึลกิสาธยายลักษณะที่เธอได้เห็นมาทันทีเมื่อเห็นท่าทางขมวดคิ้วมุ่นของคุณหนูคนเล็ก
" คุกกี้ที่คุณจีฮเยกำลังทาน คุณแจจุงก็เป็นคนทำนะคะ " สาวใช้เสริม
จีฮเยชะงัก จะคายทิ้งก็ไม่ได้เพราะดันกลืนลงไปหมดแล้ว
" ถ้าจะมาเป็นคุณนายบ้านนี้ ดิฉันเชียร์เต็มที่เลย เสียแต่ว่าไม่น่าเป็นผู้ชาย " สาวใช้คนเดิมบ่นอุบ
" อ๊ะ! " อุทานเล็กน้อยพร้อมลูบต้นแขนตัวเอง เมื่อคุณแม่นมหยิกเป็นเชิงตำหนิว่าไม่ควรก้าวก่ายเรื่องของเจ้านาย
" ผู้ชายหรอ!! " จีฮเยตาเบิกโพลง
" คุณจีฮเยคะ คุณยุนโฮบอกว่าได้เวลาตัดเค้กแล้วค่ะ " แต่สาวใช้อีกคนก็เข้ามาขัดจังหวะก่อนที่จีฮเยจะได้พูดอะไรต่อจากนั้น
ซึลกิดันหลังหญิงสาวให้กลับเข้าไปในงาน จีฮเยเดินออกไปโดยที่ยังเคลือบแคลงไม่หาย
" มาเร็ว ๆ เลย เฮ้อ~ คนเตี้ยขาสั้นก็อย่างนี้แหละนะ " ยุนโฮหยอกล้อเล่น พลางส่งมีดให้น้องสาว
จีฮเยรับมาถือไว้แล้วฉีกยิ้มให้พี่ชาย
" ถ้าขืนพี่ยังพูดมากอีกล่ะก็ ฉันจะหั่นปากพี่ก่อนแล้วค่อยตัดเค้ก ดีมั้ย!! " พูดทั้งที่ยังยิ้มหวาน
" แหะแหะ ไม่พูดแล้วจ้ะ " ยุนโฮยิ้มแห้ง
จีฮเยตัดแบ่งเค้กหน้าตาน่าทานออกเป็นหลายส่วนแล้วจัดวางลงบนจานเล็กน่ารัก แจกจ่ายให้ทุกคน
" ว้าว!! เค้กนี่อร่อยสุดยอดเลย ใครเป็นคนทำเนี่ย? " อึนฮเยถามพลางให้นิ้วหยิบสตรอเบอร์รี่สีสดออกจากจานของยูริแล้วส่งเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย คนที่เหลือพยักหน้าเห็นด้วย
แม้แต่จีฮเยเองก็ยังทานอย่างมีความสุข
แจจุงยิ้มโล่งอกที่ทุกคนชอบเค้กของเขา ส่วนยุนโฮก็ยิ้มหน้าบานราวกับว่าตัวเองเป็นคนทำเสียเอง
ทั้งที่ยุนโฮบอกว่าจะช่วยแจจุงทำ แต่พอเอาเข้าจริงก็ไปเป็นตัวกวนเสียมากกว่า
" นั่นสิใครเป็นคนทำเหรอคะคุณอา " เจ้าของวันเกิดหันไปถามแม่นมผู้รับหน้าที่ดูแลเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม
" เดี๋ยวฉันบอกทีหลัง ตอนนี้มาเปิดของขวัญกันดีกว่า " แต่คนที่ตอบกลับเป็นพี่ชาย
" ใครจะให้ก็ให้เลย ฉันจองคิวสุดท้าย!! " ยุนโฮประกาศเสียงดัง พลางยักคิ้วเจ้าเล่ห์ให้น้องสาว
ยูชอนและจุนซูเป็นคู่แรกที่ประเดิมให้ของขวัญจีฮเยก่อนใคร
" น่ารักจังเลยค่ะ!! ขอบคุณมากนะพี่มิคกี้ พี่จุนซู " หญิงสาวยิ้มดีใจเมื่อเห็นลูกแมวขนปุกปุยนอนกลิ้งไปมาอยู่ในกรง
ต่อมาเป็นของขวัญกล่องโตจากยูฮวาน จีฮเยแกะห่อออกและหยิบของข้างในขึ้นมาอย่างงุนงง
" ตุ๊กตาเอาไว้ซ้อมมือไงพี่ นี่ฉันสั่งทำขนาดเท่าคนจริง ๆ เลยนะ " ยูฮวานอธิบายหน้าที่ของตุ๊กตาสีขาวขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเหมือนรูปร่างคน
" ดีมากริคกี้ ฉันเบื่อเป็นกระสอบทรายให้ยัยนี่เต็มทน " ยุนโฮว่าพลางแสร้งทำท่าปวดเมื่อยตัวเต็มประดา
" อย่าเวอร์หน่อยเลย ฉันไปทำอะไรพี่เมื่อไรกัน " ว่าพลางทุบหลังพี่ชายเต็มแรง
...แล้วอย่างนี้ไม่เรียกว่าทำหรือไง
" ส่วนนี่ของพี่ " จุนกียื่นกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเล็กให้จีฮเย เมื่อเปิดออกดูก็พบว่าเป็นสร้อยเส้นบางพร้อมจี้รูปนางฟ้า
" โอ้โห สวยจังเลยค่ะ ขอบคุณค่ะพี่จุนกี " หันไปมองหน้าคนให้ แววตาเป็นประกายด้วยความดีใจ เหมือนเด็กทั่วไปเมื่อได้รับของขวัญ
จุนกีทำแก้มป่องแล้วใช้นิ้วจิ้ม จีฮเยเขย่งตัวขึ้นหอมแก้มข้างนั้นเบา ๆ อย่างรู้กัน
" เอ้า ๆ ๆ สวีทกันพอแล้ว เปิดของขวัญของพวกฉันบ้างสิยะ! " ยูริเข้ามายืนแทรกกลาง ก่อนจะยื่นถุงกระดาษให้เพื่อนสนิท
จีฮเยรับมาเปิดออกดูแล้วปิดแทบไม่ทัน หน้าสวยแดงซ่าน
" ยูริ! นี่เธอเอาอะไรมาให้ฉันเนี่ย!!! " จีฮเยร้องเสียงหลง เมื่อภายในถุงนั้นมีชุดว่ายน้ำตัวเล็ก
" ออกจะเซ็กซี่ " ไม่พูดเปล่าแต่ยังหยิบชุดออกมาทาบบนตัวจีฮเยเสียอีก
ชุดว่ายน้ำแบบวันพีซสีขาวแบบมีสายผูกคล้องคอ ด้านข้างเปิดโชว์ช่วงเอวคอด พอเห็นชัด ๆ อย่างนี้ยิ่งทำให้จีฮเยหน้าแดงเข้าไปใหญ่
" เมื่อกี้ของแชยอน ของฉันน่ะชุดชั้นในสีขาวที่อยู่ในถุงนี่ต่างหาก เอาไว้ใส่ตอนมีอะไรครั้งแรกนะ " ยูริกระซิบหน้าทะเล้นพลางยัดถุงอีกใบใส่มือเพื่อน จีฮเยเงื้อมือจะตีแต่ก็ไม่ทัน เพราะตัวคนให้วิ่งหนีไปไหนต่อไหนแล้ว
จีฮเยหันไปหยิบกล่องของขวัญของอึนฮเยออกมาเปิดแก้เขิน แต่ของขวัญข้างในก็ทำให้เธองงอีกแล้ว
" ไอ้นี่มันคืออะไรอ่ะ? " หันไปถามงง ๆ เพราะของที่ว่านี้มีรูปร่างคล้ายถุงมือสีแดงที่ถูกแต่งแต้มด้วยลวดลายแปลก ๆ สีสันสดใส แต่ที่ผิดปกติก็คือรูปทรงที่บวม ๆ ชอบกล
" นวมไง เอาไว้ใส่ตอนชกมวย ฉันว่ามันน่ารักดีออก ลายพวกนี้ฉันวาดเองกับมือเลยด้วย " อึนฮเยแบมือที่ติดคราบสีล้างไม่ออกให้เพื่อนสนิทดู
" โห! อึนฮเยแค่ยัยนี่เรียนแฮปกิโดฉันก็แย่พอแล้ว นี่เธอยังสนับสนุนให้น้องสาวฉันเรียนมวยอีกหรอ " ยุนโฮหน้าเหวอ
" คนกะล่อนจอมเจ้าชู้อย่างพี่น่ะ แค่แฮปกิโดมันเอาไม่อยู่หรอก " ว่าพลางกระทุ้งสีข้างพี่ชายที่ทำท่างอน
" ใครบอกฉันออกจะรักเดียวใจเดียว " ไม่พูดเปล่า แต่ยังโอบเอวคนข้างตัวเข้ามาอย่างถือวิสาสะ
แจจุงทำหน้าเลิกลัก ในขณะที่จีฮเยมองตามมือนั้นแล้วหงุดหงิดใจ
" พี่จีฮเยฮะ นี่ของขวัญจากพวกเรา " เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้หญิงสาวหันไปมอง และพบว่ามันคือตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลตัวโต ของขวัญจากดงแฮและคิบอม
" ขอบใจจ้ะ " จีฮเยยิ้มละไม ก่อนจะหันกลับไปหาพี่ชายราวกับจะทวงถามว่าของขวัญชิ้นสุดท้ายของเธออยู่ที่ไหน
" ฉันรู้น่า จะให้เดี๋ยวนี้แหละ แต่เดี๋ยวก่อนนะปีนี้เธอได้ตุ๊กตาเยอะจัง แต่ยังไงตุ๊กตาของฉันก็ดีที่สุด! " ยุนโฮโอ้อวดด้วยความภาคภูมิ
" ไหนล่ะตุ๊กตาของพี่ " น้องสาวถาม ยุนโฮดันหลังคนข้างตัวให้ก้าวออกมาแทนคำตอบ
" นี่ไงตุ๊กตาของเธอ " ทุกคนมองหน้าอย่างตกตะลึง
ตุ๊กตาอย่างนั้นหรือ นี่มันคนชัด ๆ
แถมยังสวยเสียด้วย
แจจุงหันไปมองหน้ายุนโฮราวกับจะถามว่านี่คือเหตุผลที่ซื้อเขามาใช่ไหม แต่อีกฝ่ายไม่ได้หันมามองเขาเลย
ทุกคนตกใจ แต่ไม่นานความตกใจนั้นก็หายไปจากใบหน้า
เว้นไว้เพียงคนเดียว
คนที่ได้ชื่อว่าเป็น.ตุ๊กตา
TBC