Passionate You!! [Part 52]
posted on 22 Sep 2008 08:38 by zinister in PassionateYou
ตอนที่ 52
หลังจากแผ่นหลังของน้องชายหายลับเข้าห้องไปพร้อมกับนักธุรกิจรุ่นพี่ แจจุงก็รู้ตัวว่ามีสายตาของใครคนหนึ่งกำลังมองมาที่เขาอย่างแน่วแน่...แต่ถ้าจะให้ดีคงต้องเรียกว่าจ้องเสียมากกว่า
“มะ..มองอะไรของคุณ” คนที่ตกเป็นเป้าสายตาถามออกไปเสียงสั่น ทำไมต้องมามองกันแบบนั้นด้วยนะ ทำไม...ถึงต้องทำหน้าเศร้าอย่างนี้
“คุณช่วยอะไรผมหน่อยสิ” ทว่าแทนที่จะตอบคำถาม เจ้าของนัยน์ตาคมปลาบกลับร้องขอความช่วยเหลือ ทั้งหมดนั่นคือการแสดง...เพราะสิ่งที่ยุนโฮคิดในใจตอนนี้มีเพียงเรื่องที่ว่าจะจับผิดคนสวยอย่างไรให้อยู่หมัด เอาให้ลื่นไหลทำเป็นไม่รู้จักกันไม่ได้อีกต่อไป
“คะ?” ตามประสาเจ้าบ้านที่ดีและนิสัยมีน้ำใจ แจจุงจึงทำเสียงถามนัยว่าเรื่องที่อยากให้ช่วยคืออะไรอย่างนั้นหรือ แม้ในใจจะรู้สึกเคลือบแคลงแปลกๆก็ตาม
“ผมนอนไม่หลับ ถ้าได้นมอุ่นๆสักแก้วคงจะดี...” คนพูดทำท่าอ่อนแรงได้แนบเนียน ยุนโฮส่งยิ้มเนือยให้คนสวยตรงหน้าอย่างสมจริง
“งั้นก็รอในห้องเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจะไปเอามาให้” เพียงเท่านั้นคนฟังก็ทำตาโตด้วยความเป็นห่วงจริงจัง ก่อนจะรีบลงไปเตรียมนมอุ่นตามที่ถูกร้องขอทันที
ก๊อก! ก๊อก!
“คุณยุนโฮคะ...” ใช้เวลาไม่นาน เครื่องดื่มที่ต้องการก็พร้อมเสิร์ฟ แจจุงกำลังยืนอยู่หน้าห้องนอนของแขกพร้อมแก้วทรงสูงในมือ
“ขอบคุณมากครับ” เจ้าของห้องชั่วคราวเปิดประตูรับด้วยใบหน้าที่ซีดจัดยิ่งกว่าเดิม ยุนโฮไม่ได้รับแก้วใบนั้นมาจากมือของแจจุง แต่เขากลับเดินไปทรุดตัวลงนั่งบนเตียงนอน ล่อหลอกให้คนที่อยู่ในคราบผู้หญิงต้องเดินตามเข้าไป
“คุณ...เป็นอะไรมากรึเปล่าคะ สีหน้าคุณดูแย่มากๆเลย” มือเรียววางแก้วลงบนโต๊ะหัวเตียง ก่อนเดินเข้าไปหาร่างสูงที่ยังคงนั่งนิ่งด้วยอาการไหล่ตก แผ่นหลังงองุ้ม
“ผมก็แค่...คิดถึงคนคนหนึ่งน่ะครับ” ยุนโฮเดินไปหยิบแก้วทรงสูงที่คนสวยวางไว้ ด้วยอาหารหูลู่หางตก ที่ไม่เห็นเข้ากับคำว่าแค่ที่พูดออกมาเลยสักนิด
นมอุ่นรสชาติหวานมันถูกจิบลงคอ เมื่อผีกฝ่ายยังนิ่ง ยุนโฮจึงได้ทีพูดต่อ...
“ฮีโร่...คุณเคยรักใครมากๆไหม มากจน...คุณยอมได้ทุกอย่างหากมันจะทำให้เขาเป็นของเรา” ยุนโฮพยายามเรียกคะแนนสงสารเต็มที่ อย่างน้อยเขาก็จะฉวยโอกาสนี้บอกคนสวยไปว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร
ทว่าเมื่อฟังไปสักพัก แจจุงกลับเริ่มเดาทางได้...ไอ้หมีนี่คงมีแผนอะไรอยู่งั้นสิ!
“ผมน่ะ...รักเขามาก แต่เขากลับหนีผมไปได้ง่ายๆ ผมเลยสงสัยว่า...เวลาสิบกว่าปีที่ผมรักเขา มันไม่มีค่าอะไรเลยหรือไง แล้วเวลาหกเดือนที่เราอยู่ด้วยกัน เขาไม่รู้สึกอะไรกับผมบ้างเลยเหรอ” แม้ตอนแรกจะตั้งใจกดดันให้อีกฝ่ายยอมเผยตัวตนที่แท้จริง แต่ยุนโฮก็ไม่ปฏิเสธว่าสิ่งที่ออกจากปากนั้น...ล้วนถูกสั่งมาจากหัวใจ
“คุณไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจรึเปล่าคะ”
“นั่นสิ...ฉันทำอะไรให้นายไม่พอใจหรือ...แจจุง” เสียงทุ้มถามกลับเอาจริงเอาจังเอาวิธีการพูดที่แสนคุ้นเคย ดวงตาราวพญาเหยี่ยวเบนมองมายังเขา จนแจจุงรู้สึกได้ถึงหยาดเหงื่อที่กำลังซึมตรงขมับ เพราะแรงกดดันที่อีกฝ่ายมอบให้
“แจ...แจจุง? ใครกันเหรอคะ คนรักของคุณเหรอ” เสียงหวานสั่นเครืออีกครา
“เลิกเสแสร้งได้แล้วแจจุง...ฉันหานายเจอแล้วนะ กลับไปด้วยกันเถอะ” คราวนี้เสียงใหญ่มีแววขอร้องอยู่ในที
“คุณพูดเรื่องอะไร บ้านของดิฉันก็คือที่นี่” ทว่าคนสวยแสนงอนก็ยังไม่ยอมรับความจริงง่ายๆ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาแสดงละครต่อไป
“แจจุง!” เพียงเท่านั้น...เพียงแค่เห็นอีกฝ่ายทำท่าลืมเรื่องระหว่างเราจนหมดสิ้น ยุนโฮก็อารมณ์เสียขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
“คุณคิดจะทำอะไรน่ะ ปล่อยนะ!” เสียงหวานตวาดลั่นเมื่อถูกมือใหญ่กระชากข้อมือจนเสียการทรงตัว ล้มลงบนเตียงนอน...สถานที่ล่อแหลมที่สุด ณ ตอนนี้
“รื้อฟื้นความหลังกันหน่อยเป็นไร ฉันว่ายังไงร่างกายของนายคงซื่อสัตย์กว่าคำพูดแน่ๆ” ยุนโฮแนบร่างหนาของตนกดทับไม่ให้ร่างบางข้างใต้ดิ้นรนจนหลุดออกไปได้ สองแขนแกร่งกดแน่นที่หัวไหล่ จนทั้งกายของแจจุงแทบจะจมหายไปกับฟูกนอน
“อย่า...อื้ม!” เสียงหวานที่พยายามจะปรามถูกกลืนหายไปทันทีที่ริมฝีปากอุ่นทาบทับลงมา เนื้อนุ่มหยุ่นคลึงกลีบปากบางจนแดงจัด มือหนาที่กดไหล่เมื่อครู่เปลี่ยนมากดข้อมือที่พยายามดันตัวเขาออก
แรงเสน่หาและอาวรณ์กลั่นตัวรวมกันสรรค์สร้างรสจูบเร่าร้อน เรียวลิ้นที่พยายามหลีกหลบถูกไล่ต้อนจนจนมุม สุดท้ายก็ถูกรัดรึงด้วยฝีมือของคนชำนาญกว่า
ลมหายใจที่เคยสม่ำเสมอของคนโดนขโมยจูบเริ่มขาดห้วงเช่นเดียวกับอาการอ่อนแรง ท่าทางขัดขืนในตอนแรกเริ่มแผ่วลง แม้ไม่ได้ตอบสนอง แต่ก็ยอมนอนนิ่งให้คนข้างบนชำเราตามใจชอบ
เมื่อยุนโฮเห็นว่าคนข้างใต้เริ่มโอนอ่อน จูบรุนแรงในตอนแรกก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นหวานเชื่อม สัมผัสจาบจ้วงเริ่มหดหายกลายเป็นมือที่ไล้แผ่วเบาไปตามเอวคอด เสียงครางในลำคอที่ได้ยินเป็นระยะทำให้ร่างสูงย่ามใจจนยอมผละริมฝีปากออก เพื่อจะเคลื่อนมันไปยังส่วนอื่นๆที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
“ฮึก...” เสียงลมหายใจของแจจุงสะดุดเมื่อลิ้นของยุนโฮเลียไปตามซอกคอของเขา ก่อนจะฟังคมเขี้ยวแผ่วเบาจนเนื้อขาวขึ้นรอยแดง
คนตัวโตกว่าซุกใบหน้าเข้ากับซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นคุ้นเคยจนชุ่มปอดเพื่อชดเชยเวลาที่ขาดหายไปจนพออกพอใจ...ไม่ได้รู้สึกสบายใจแบบนี้มานานแล้ว
“แจจุง...อือ...” คราวนี้กลับกลายเป็นยุนโฮบ้างที่ต้องหลุดเสียงครางเมื่อมือเรียวไล้ไปตามแนวสันหลัง สองแขนของแจจุงวาดขึ้นโอบรอบแผ่นหลังคนตัวโตแล้วรั้งร่างนั้นให้แนบลงมาอีก จนหน้าของยุนโฮเกยบนไหล่ตัวเอง
มือที่ลูบขึ้นลงราวปลุกปลอบ และลำตัวนุ่มนิ่มที่ชนกับแผงอกตัวเอง ทำให้ยุนโฮสมองปลอดโปร่งบอกไม่ถูก เหมือนความทุกข์ที่สะสมมาทั้งหมดถูกปลดพันธนาการหายไปสิ้น
ไม่นาน...เปลือกตาของนักธุรกิจไฟแรงก็ปิดสนิทพร้อมลมหายใจที่ทอดยาวสม่ำเสมอ
แจจุงไม่แปกใจเลยสักนิดเมื่อร่างด้านบนหมดสติไปทั้งอย่างนั้น เขาพลิกร่างที่ทาบทับตัวเองอยู่ให้นอนราบไปกับฟูกนุ่มด้วยความยากลำบาก กว่าจะจัดท่าทางให้เจ้าหมีสำเร็จก็เล่นเอาเหงื่อตกเลยทีเดียว
เมื่อคลุมผ้าห่มให้เจ้าของห้องชั่วคราวเรียบร้อย แจจุงก็ปิดไฟในห้องพร้อมล็อกประตูให้ ส่วนตัวเองก็ตรงไปยังห้องนอน ที่ข้างในนั้นมีจุนซูนั่งรอฟังผลด้วยใจจดจ่อ
“หายไปนานเลยนะ” คนที่กำลังนอนกลิ้งเล่นไปมาบนเตียงรีบหยัดตัวขึ้นทัก เมื่อเห็นเพื่อนสนิทที่บอกว่าจะไปเตรียมนมอุ่นให้แขก ทว่าหายไปนานสองนาน กลับมาที่ห้องเสียที
“ก็ใช่น่ะสิ ฉันลุ้นแทบแย่แน่ะ นึกว่าไอ้ที่ผสมลงไปมันจะไม่ออกฤทธิ์ซะแล้ว” คนพูดถอนหายใจเฮือกใหญ่ ดีนะที่เขาไหวตัวทันว่ายุนโฮต้องมีแผนการอะไรแน่ๆ ถึงได้แอบผสมยานอนหลับลงไป
“โห! ยุนโฮนี่แข็งแรงใช่ย่อยเนอะ ยานอนหลับยังเอาเกือบไม่อยู่เนี่ย” หากสงสัยว่าแจจุงเอายาที่ว่ามาจากไหน ก็คงต้องมาถามกับเจ้าคนผมทองที่นอนฟัดกับแมวตาแป๋วอยู่บนเตียงนี่แหละ
“ดึกขนาดนี้เลิกเล่นแมวได้แล้วจุนซู ปล่อยมิกิไปหาลูกมันมั่ง” คนสวยนั่งลงบนเตียงก่อนดึงมือของจุนซูเบาๆ เป็นเชิงเตือนให้ปล่อยสัตว์สี่ขาที่กอดอยู่ เจ้าโลมาที่ค้านไม่ได้จึงจำต้องผละออกจากสัตว์เลี้ยงแสนโปรด
“นอนกันได้แล้วล่ะ” แจจุงว่าพร้อมปิดไฟหัวเตียง ร่างบอบบางทั้งสองรีบนอนเอาแรง เพราะเห็นลางว่าวันพรุ่งนี้คงจะยุ่งยากกว่าเดิมเป็นแน่
‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡
“อือ...” เสียงทุ้มครางเครือในลำคอเมื่อรู้สึกไม่สบายตัวเอาเสียเลย แสงแดดที่ส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่างทำให้ทั่วทั้งห้องสว่างไสว ทว่านั่นไม่ทำให้คนกำลังหลับสบายรู้สึกขอบคุณเลยสักนิด
เปลือกตาคนครึ่งหลับครึ่งตื่นเผยอขึ้น ยุนโฮค่อยๆกระพริบตาปรับให้ตัวเองชินกับกับแสงจ้ายามสาย ก่อนนัยน์เนตรคมปลาบจะลืมตื่นได้เต็มตา
เมื่อสติกลับมาเกือบครบถ้วน ยุนโฮก็พยายามทบทวนเหตุการณ์เมื่อคืน แล้วก็ต้องพบว่าหลังจากจูบกัน เขาก็เหมือนจะมึนๆและลืมไปว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง สิ่งแรกที่ชายหนุ่มทำคือพลิกตัวมองคนที่ควรจะนอนร่วมเตียงหากเขาเผลอหลับไประหว่างที่กำลังคร่อมแจจุงอยู่ ทว่าพื้นที่ว่างเปล่าทำให้ยุนโฮรู้ว่าตัวเองพลาดท่าให้คนสวยเสียแล้ว
ร่างสูงหยัดตัวลุกขึ้น แล้วเตรียมเสื้อผ้าเข้าไปอาบน้ำแต่งตัว วันนี้แหละที่เขาจะเดินหน้ารุกเต็มที่สักที...
‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡
สองหนุ่มในคราบหญิงสาว...ฮีโร่กับเซีย ตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อออกไปจ่ายตลาดแล้วกลับมาเปิดร้านตามปกติ ระหว่างที่กำลังจัดโต๊ะอยู่นั้น สองคนก็หาเรื่องคุยกันไปตามประสา
“จุนซู...ฉันว่าจะบอกยุนโฮแล้วล่ะว่าฉันคือแจจุง” เจ้าของนามแฝงฮีโร่เปิดประเด็นขึ้นมาก่อน
“อ้าว! ทำไมล่ะ” คนที่ใช้ชื่อเซียอุทานด้วยความสงสัย ทำไมถึงจะยอมรับง่ายๆ ในเมื่ออุตส่าห์หนีมาได้ขนาดนี้แล้ว
“ยังไงยุนโฮก็รู้แล้วอยู่ดี จะปิดต่อไปก็ไม่มีประโยชน์” ซ้ำถ้ายังแกล้งไม่รู้จักกันต่อไป ยุนโฮก็จะอยู่ที่นี่นานเข้าไปใหญ่ ไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องตัวเองแน่ๆ เพราะดูเหมือนก่อนมา ทางนั้นจะเตรียมตัวมาอย่างดี
“แล้วนายจะยอมกลับไปง่ายๆเหรอ” เรียวคิ้วบนใบหน้าค่อนกลมขมวดเข้าหากัน ถ้าแจจุงจะกลับไปกับยุนโฮ ทางนี้ก็จะเหลือเขาคนเดียวน่ะสิ เพราะจุนกีกับชางมินก็คืนดีกันแล้ว คงไม่แคล้วเจ้าเด็กโข่งจะยอมไปเรียนต่อที่โซล
“ใครว่าล่ะ ต้องแก้เผ็ดให้คุ้มก่อนสิ จุนซู...ช่วยฉันคิดทีว่าจะจัดการยังไงดี” ทว่าคำตอบของเพื่อนก็ทำให้จุนซูยิ้มออก เห็นท่าทางเรียบร้อยแบบนี้ แต่แจจุงไม่ใช่นางเอกที่จะยอมถูกกระทำฝ่ายเดียวหรอกนะ
“เอาหูมานี่สิ” แล้วคนน่ารักก็ป้องปากซุบซิบๆที่ข้างหูคนสวย เมื่อสองคนผละออกจากกัน บนใบหน้าหวานกลับปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ บอกเป็นนัยเต็มที่ว่าเจ้าหมีต้องได้รับการลงโทษที่สาสม
‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡
เมื่อยุนโฮอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย เขาก็ลงมาชั้นล่าง ซึ่งด้านในเป็นห้องทานอาหารของครอบครัว ชายหนุ่มก็เห็นร่างโปร่งเจ้าของเรือนผมยาวดำขลับกำลังวุ่นวายอยู่กับการทำอาหาร ปากหนาบิดยิ้มพึงใจก่อนเดินตรงเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากทางด้านหลัง
“อ๊ะ!” เสียงหวานหลุดอุทานออกมาเมื่ออยู่ๆก็ถูกกอดรัดไม่รู้ตัว ทว่าร่างบางที่ตั้งท่าจะขัดขืน กลับเปลี่ยนเป็นนิ่งเฉยเมื่อรับรู้ได้ถึงสัมผัสแสนคุ้นเคย
แจจุงรู้ว่านั่นคือยุนโฮ...ทำไมเขาจะจำอ้อมกอดที่อบอุ่นที่สุดในชีวิตของตัวเองไม่ได้ แต่เพื่อจะให้บทเรียนกับเจ้าหมีนี่ คนสวยจึงต้องจำใจเบี่ยงตัวออกจากวงแขนนั้น
“เช้านี้มีอะไรทานครับ...แจจุง” แม้ยุนโฮจะหน้าเสียไป แต่ชายหนุ่มก็กลับลำได้ทัน
ตอนแรก...นักธุรกิจหนุ่มคิดว่าคนตรงหน้าคงจะปฏิเสธเช่นเคยว่าตัวเองไม่ใช่แจจุง ทว่าครั้งนี้มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะ...เจ้าของใบหน้างดงามเกินหญิงสาวกลับหันมายิ้มให้เขาพร้อมเอ่ยเสียงหวาน
“มีข้าวผัดอเมริกัน ยุนโฮจะเอาไข่ดาวด้วยไหม” การเรียกขานอย่างสนิทสนมที่เปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืนทำเอาคนที่เพิ่งลงมาข้างล่างถึงกับแปลกใจ
“จะ...แจจุง” ยุนโฮพูดตะกุกตะกักเสียงเบาราวคนเพ้อก่อนจะยกมือขึ้นหยิกแก้มตัวเอง นี่เขาไมได้ฝันไปใช่ไหม...
“หืม? ทำไมเหรอ แล้วนั่นหยิกแก้มตัวเองไม่เจ็บรึไง” คนสวยว่าพลางหัวเราะในลำคอให้กับท่าทางเอ๋อๆของคนตรงหน้า ก่อนที่มือบางจะเอื้อมไปดึงนิ้วที่กำลังหยิกแก้มตัวเองให้ผละออก
“นายยอมรับแล้วเหรอว่าคือแจจุง” ยุนโฮรีบคว้ามือเรียวนั้นเอาไว้ทันที เขาบีบมันเบาๆ ก่อนจะออกแรงรั้งทั้งร่างที่กำลังทำครัวให้ตกอยู่ในอ้อมกอดตนเองอีกครั้ง
“ยุนโฮก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่รึไง ถึงจะปิดต่อไป ยังไงนายก็จะเอาฉันกลับไปด้วยอยู่ดีใช่ไหมล่ะ” พอพูดถึงตรงนี้ ปากสีชาดก็เชิดขึ้นด้วยนิสัยรั้นเป็นทุนเดิมที่เจ้าตัวซุกซ่อนภายใต้ท่าทางสงบเสงี่ยมเรียบร้อย
“มันก็...ใช่” ทว่าเจ้าหมีก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมอยู่ๆแจจุงถึงเปลี่ยนกิริยาจากหน้ามือเป็นหลังมือแบบนี้ แต่...เขาคงคิดไปเองละมั้ง
“หรือนายไม่อยากให้ฉันกลับไปแล้ว” ไม่พูดเปล่า...แต่ยังขืนตัว ทำท่าจะออกจากวงแขนนั่นให้ได้ ร้อนถึงคนขี้สงสัยให้ต้องกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีก
“อยากสิ! กลับบ้านเรากันนะ” เสียงทุ้มพูดอยู่ข้างหู จมูกได้รูปซุกเรือนผมนุ่มไม่ห่าง เมื่อสูดดมกลิ่นหอมจนพอใจ ใบหน้าคมก็ผละออก เพื่อโน้มเข้าหาใบหน้าสะสวย ยุนโฮคิดจะดูดดุนกลีบปากนั้นจนบวมเจ่อให้หนำใจ ทว่า...
“อะแฮ่ม!“ เสียงกระแอมไอดังลั่นจนน่ากลัวว่าจะเจ็บคอกว่าเก่าก็ดังขึ้นจังหวะเสียก่อน นักธุรกิจไฟแรงรีบตวัดสายตามองคนที่ยืนอยู่ตรงตีนบันได ก่อนจะต้องผละออกอย่างเสียไม่ได้
“แจจุง...วันนี้เราไปหาแทมินกันนะ” ชื่อของบุคคลอื่นถูกดึงเข้ามาในบทสนทนาที่ยุนโฮผึ่งหูฟังเต็มที่ แทมินที่ว่ามันผู้หญิงหรือผู้ชายกัน!
“อืม...ก็ดีเหมือนกัน ไม่ได้ไปหาตั้งแต่เดือนที่แล้ว ฉันคิดถึงเขาจะแย่” เฮ้ย! ยุนโฮชักจะสงสัยจริงๆจังๆแล้วสิว่าคนที่ถูกพูดถึงคือใคร แล้วสลักสำคัญอะไรนักหนา ทำไมแจจุงจะต้องไปคิดถงคิดถึงด้วย!
“แจจุงอา...อยู่ด้วยกันที่ร้านเถอะนะ” พอรู้สึกเหมือนจะถูกแย่งความสนใจ เจ้าหมีก็ทำตัวออดอ้อนขึ้นมาทันที
“อย่าเอาแต่ใจนะยุนโฮ ฉันจะไปไหนก็สิทธิ์ของฉัน” อ๊าก! ทำไมแจจุงพูดแบบนั้น ทั้งที่ไม่เจอเขาตั้งหกเดือน ยังคิดถึงเขาไม่เท่าคนที่ไม่ได้เจอกันหนึ่งเดือนอะไรนั่นเลยเรอะ ใจร้ายที่สุด!
“รอคนซาหน่อยค่อยไปก็แล้วกันเนอะ” จุนซูยิ้มก่อนจะหมุนตัวช้าๆเดินออกไปหน้าร้าน แต่ก็ยังไม่วายยักคิ้วเจ้าเล่ห์ให้ยุนโฮ แบบที่พอเจ้าหมีเห็นเป็นต้องเต้นผาง...ก็สายตาท้าทายแกมสมน้ำหน้าแบบนี้มันแกล้งกันชัดๆ
อ๊าก! ปาร์ค ยูชอน รีบๆมาตามเมียแกซะทีเซ่!
‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ ชะตากรรมของยุนโฮก็เริ่มต้นขึ้น อย่างแรกก็คือเจ้าจานชามกองเบ้อเริ่มที่เขาต้องล้าง ล้าง ล้าง และล้าง ยิ่งเข้าช่วงสาย คนก็ยิ่งเยอะ แน่นอน...ชายหนุ่มต้องเร่งทำเวลาอีกเท่าตัว
ช่วงหนึ่งชั่วโมงก่อนเที่ยง เขาก็พอมีเวลาพักบ้าง ก่อนจะต้องรับศึกหนักต่อ ชายหนุ่มเลยอพยพตัวเองมานั่งซุกในซอกตู้กับข้าว นั่งไว้อาลัยให้กับชีวิต...
“ยุนโฮ มานั่งทำอะไรตรงนี้ล่ะ” เหมือนพระเจ้าประทานพร เพราะขณะที่กำลังหดหู่สุดๆ เสียงนางฟ้าก็ดังแว่วมา พร้อมกับร่างโปร่งที่เดินมาหยุดต่อหน้าในเวลาต่อมา เจ้าหมีอดไม่ได้เลยที่จะยิ้มหน้าบาน...อย่างน้อยแจจุงก็ยังเป็นห่วงเขาล่ะนะ นึกว่าจะใช้งานกันจนลืมไปแล้ว
“ทำไมไม่ไปล้างจานต่อ” พระเจ้า! ยุนโฮอยากถอนคำพูด! เป็นห่วงอะไรกัน ห่วงว่าเขาจะอู้เสียมากกว่า!
“โหแจจุง...ดูมือฉันสิ เปื่อยหมดแล้วเนี่ย” ยกมือชูสิบนิ้วให้ดูเป็นหลักฐาน
“อ้าว...งั้นเหรอ” ให้ตาย! ล้างจานมาหลายชั่วโมงจนมือจะเน่าอยู่แล้ว ที่รักบอกแค่อ้าว...งั้นเหรอ เป็นห่วงกันบ้างเถอะแม่คุณ
“งั้นออกไปซื้อของให้หน่อยละกัน ร้านคุณยายซอยข้างๆน่ะ” แล้วภรรยาที่รักก็ยื่นโพยกระดาษมาให้ ยุนโฮจำต้องรับมันมาอย่างเลี่ยงไม่ได้
“แล้วไหนล่ะเงิน” แน่นอน ยุนโฮไม่มีเงินสด ไอ้ที่อยู่ในกระเป๋าก็บัตรทั้งนั้น แค่ร้านขายของชำคงไม่มีเครื่องให้เขาได้รูดปื้ดแน่
“นายไม่มีรึไง” ทว่าพอเจอตากลมๆที่กำลังมองมาทางเขาแบบนั้น นักธุรกิจหนุ่มก็ต้องหดมือที่แบออกเมื่อครู่กลับคืนที่เดิมแล้วเดินหางลู่หูตกออกจากบ้านไปทั้งผ้ากันเปื้อนที่สวมอยู่อย่างนั้น
พอเห็นสภาพหมดอาลัยตายอยากแบบนั้น แทนที่แจจุงจะเห็นใจ...ไม่มีเสียหรอก มัวแต่หันไปหัวเราะคิกคักกับจุนซูอยู่นั่นแหละ คนเรานะคนเรา ไม่เห็นใจกันบ้างเลยเว้ย!
คิม จุนซู คิดจะเสี้ยมสอนภรรยาชาวบ้านให้ร้ายกาจไปถึงเมื่อไรเนี่ย!
‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡
“เออ แจจุงนะแจจุง ไม่เห็นใจกันบ้างเลย คนเขาคิดถึงแทบตาย ยอมให้จ้ำจี้หน่อยก็ไม่ได้ แล้วยังมาใช้งานอย่างกับทาส” เนื่องจากยุนโฮต้องออกไปหาที่กดตังค์ที่อยู่ไกลออกไปหน่อย แล้วก็วกกลับมาแถวบ้านอีกครั้งกว่าจะซื้อของได้หมด มันเลยทำให้เขาอดบ่นกับตัวเองอย่างหัวเสียไม่ได้
“คุณหมี~” เสียงเล็กที่แว่วผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ยุนโฮไม่ได้สนใจด้วยซ้ำ กระทั่ง...
“จุนซูก็อีกคน ช่างแกล้งนักนะ ไอ้มิคกี้มันหายหัวไปไหนวะ หาเวลามาดูแลเมียตัวเองซะบ้างเซ่! โอย ทำไมมันหนักจังวะ!” เท้าก็เดินไป ปากก็บ่นต่อ ยุนโฮนึกเอะใจที่อยู่ๆก็รู้สึกว่าขาข้างซ้ายตัวเองมันหนักแปลกๆ เหมือนมีใครเอาอะไรมาถ่วง เอ..หรือขาเขาจะล้าแล้ว
“ฮึก...ลุง ลุงตวาดผมเหรอ” ทว่าขณะที่ชายหนุ่มกำลังทำท่าชกลมชกอากาศ เสียงเล็กของเด็กน้อยก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับที่ยุนโฮรู้สึกได้ถึงแรงกระตุกที่ขากางเกงของตัวเองข้างที่รู้สึกว่ามันถ่วงๆชอบกลนั่นเอง
“ไอ้เปี๊ยกนี่ใครวะ เรียกซะแก่” เพราะอารมณ์ไม่ดีเรื่องโดนใช้งานเยี่ยงทาส แถมยังเจอคำพูดไม่เข้าหู ยุนโฮเลยเผลอพูดจาไม่ดีออกไปโดยไม่ได้ดูเลยว่าไอ้คนที่เริ่มสะอึกสะอื้นน่ะ สูงเลยเข่าเขามาไม่เท่าไร
“โฮ...ลุงพูดไม่เพราะเลยอ่ะ ฮือ...” เจ้าหนูยังคงร้องไห้พร้อมเกลือกใบหน้าเปื้อนน้ำมูกน้ำตาของตัวเองเข้ากับขากางเกงราคาแพงของนักธุรกิจไฟแรง เพียงเท่านั้นยุนโฮก็ต้องกลับลำมานั่งปลอบแทบไม่ทัน
“เฮ้ยๆ อย่าเพิ่งร้องไห้สิ นี่เธอ...เอ่อ...หนู...อย่าร้องไห้นะ บ้านอยู่ไหน เดี๋ยวพี่พาไปส่ง” ยุนโฮลดตัวลงนั่งยองๆตรงหน้าเด็กน้อยที่กำลังร้องห่มร้องไห้ทั้งที่รู้จักกันหรือ..ก็เปล่า
“ฮึก...ไม่ไปกับลุงหรอก” ปากก็บอกไม่ไป แต่ไอ้มือที่กอดรอบขาเขาเอาไว้แน่นมันหมายความว่ายังไงกัน! แล้วนี่อะไร เขาอุตส่าห์เรียกแทนตัวเองว่าพี่ แต่ไอ้เด็กนี่ก็ยังเรียกลุงอยู่นั่น
“เอ้านี่ เช็ดหน้าเช็ดตาซะ” คนอายุมากกว่ายื่นผ้าเช็ดหน้าให้เด็กเจ้าปัญหา ทว่าแทนที่มือป้อมๆนั่นจะเอื้อมมารับมันไป กลับคว้าผ้ากันเปื้อนที่เขาสวมอยู่แล้วสั่งน้ำมูกเต็มแรง
“โธ่เว้ย! ให้มันได้อย่างนี้...สิ มานี่ พี่เช็ดให้” ยุนโฮทำท่าจะหัวเสียอีกรอบ แต่พอเห็นตากลมที่มองมาพร้อมน้ำใสเอ่อคลอที่เป็นสัญญาณบอกว่าพร้อมจะแผดเสียงแหกปากได้อีกรอบ คนตัวโตก็รีบลดเสียงโวยวายของตัวเองลงทันที ซ้ำมือใหญ่นั่นยังใช้ผ้าที่ถืออยู่เช็ดใบหน้าอ่อนเยาว์ให้อย่างนุ่มนวล แม้ความจริงแล้วจะรำคาญอยู่ไม่น้อยก็ตามที
“ลุงใจดีจัง” พอบรรดาคราบสกปรกทั้งหลายหลุดออกจากใบหน้า เจ้าเด็กคนเดิมก็ใช้ตากลมแป๋วนั่นมองเขา ซ้ำยังพูดจาน่ารักพร้อมส่งยิ้มหวานมาให้
จะว่าไป...เจ้าเด็กป่วนนี่ก็น่ารักใช่เล่น ปากนิดจมูกหน่อย ผมหน้าม้าดำขลับ หน้าเรียวๆแล้วก็ตากลมๆแบบนี้ มันทำให้นึกถึงคนที่ยัดเยียดกระดาษจดของให้เขาออกมาไล่ซื้อนักเชียว
“ทีนี้บอกได้รึยังว่าบ้านเราอยู่ไหน” ยุนโฮถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนขึ้นมาก และเพราะท่าทางใจดีแบบนั้น เจ้าหนูก็เลยบรรเทาความกลัวลงไปได้บ้าง
“แม่บอกไม่ให้คุยกับคนแปลกหน้า” เจ้าเด็กพูดออกมากล้าๆกลัวๆ แต่ถึงจะบอกว่าไม่ให้คุยกับคนแปลกหน้า...ก็เป็นเจ้าเด็กนี่ไม่ใช่หรือไงที่วิ่งมากอดขาเขาเอาไว้น่ะ
“งั้นก็พาพี่ไปหาแม่เราหน่อยสิ” อยากจะรู้นักว่าหน้าตาแม่เจ้าเด็กนี่จะเป็นยังไง เลี้ยงลูกประสาอะไรถึงได้ปล่อยให้ออกมาวิ่งเกาะแข้งเกาะขาชาวบ้านแบบนี้
เด็กตัวจ้อยเอียงคอมองคนตัวสูงกว่าอย่างชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วขาสั้นๆป้อมๆก็ออกเดินนำหน้า โดยที่มือไม่ลืมที่จะดึงร่างสูงของผู้ชายอายุมากกว่าให้ตามมาด้วยกัน
ยุนโฮรีบคว้าถุงข้าวของที่วางกองไว้ข้างตัวตอนปลอบเด็กขึ้นมาถืออย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะต้องหน้าคว่ำเพราะแรงดึงที่เจ้าของมือมันไมได้ดูเลยว่าเขายังไม่ได้ยืนขึ้น สักแต่ว่าจะลากให้ตามๆกันไปเพียงอย่างเดียว แต่ท่าทางแบบนี้ก็ทำให้คนที่ถูกเรียกว่าคุณหมีในตอนแรกอดรู้สึกเอ็นดูไมได้
ว่าแต่...ยิ่งเดิน ทางมันก็ยิ่งคุ้นๆแฮะ เอ๋? เฮ้ย! นี่มันทางไปร้านอาหารของชางมินนี่นา
เด็กนี่พาซวยแล้วไง ชื่อก็ไม่รู้ หน้าก็ไม่เคยเห็น แต่ดันมาเกาะเขาแน่นอย่างกับลูกชะนีแบบนี้ เดี๋ยวแจจุงมาเห็นก็เข้าใจผิดจนได้สิน่า
คิดยังไม่ทันจะจบดี อยู่ๆร่างโปร่งของคนที่ยุนโฮคุ้นเคยดีก็วิ่งออกมา...แบบแทบจะไม่ชายตาแลเขาเลยสักนิด
“จะไปไหนน่ะแจจุง” ยุนโฮสาบานได้ว่าไม่ได้ติดใจเลยสักนิดที่แจจุงไม่มาช่วยรับของจากเขา(แม้จะแอบหวังอยู่ลึกๆก็เถอะ) แต่ไอ้ท่าทางรีบร้อนแบบนั้นมันอะไรกัน เหมือนมีเรื่องร้ายแรงอะไรอย่างนั้นแหละ
“ฝากดูร้านหน่อยนะยุนโฮ!” ทว่าแทนที่จะตอบคำถาม แจจุงกลับรีบสั่งความออกมาโดยที่ไม่หันมามองเขาเช่นเดิม
“คุณแม่!” สิ้นเสียงแหลมเล็ก น้ำหนักที่ถ่วงขายุนโฮมานานก็หายไป พร้อมกับที่ร่างน้อยๆของเจ้าเด็กหัวเห็ดถลาลิ่วเข้าไปเกาะขาคนรักของเขาแทน ซึ่งแจจุงดูเหมือนจะคุ้นเคยกับสเต็ปแบบนี้ดี สองแขนเลยอ้าออกแล้วสองมือก็รับเด็กน้อยขึ้นมาอุ้มได้อย่างพอดิบพอดี
“แทมิน...ทำไมออกมาเดินคนเดียวแบบนี้ล่ะครับ คุณแม่เป็นห่วงมากเลยรู้ไหม” คนสวยของยุนโฮหอมแก้มเด็กชายทั้งซ้ายขวา ซ้ำยังแถมด้วยกอดเด็กน้อยแนบอก จนคนตัวโตที่เห็นแล้วเกิดอยากจะอิจฉาขึ้นมา ก็ตั้งแต่มาที่นี่ แจจุงยังไม่เห็นจะกอดเขาแน่นแบบนั้นเลยเว้ย!
“ก็ผมคิดถึงแม่นี่นา” เจ้าเด็กหัวเห็ดก็ช่างออดอ้อน แล้วหัวอ่ะ ไซ้เข้าไป ซุกเข้าไปสิ ไซ้คอเมียใครไม่ได้ดูเล้ย!
“ยืนนิ่งทำอะไรอยู่ล่ะยุนโฮ ขนของเข้าบ้านสิ” นานพอดูกว่าแจจุงจะหันมาเห็นเขาที่กำลังยืนอ้าปากค้าง ทว่าแทนที่จะพูดดีๆ เจ้าหมีกลับได้ยินแต่ประโยคชวนน้อยใจ
“แจจุง นาย...นอก...ใจ” หากใครมาเห็นหน้ายุนโฮตอนนี้คงขำที่คนตัวใหญ่กำลังทำหน้าผิดหวังแบบเด็กๆ แต่แน่นอน...เขาหัวเราะไม่ออก
แล้วไอ้หน้ามู่ทู่แบบนั้นมันก็ทำให้แจจุงอดใจอ่อนไม่ได้ ตอนแรกก็อยากจะแกล้งมากกว่านี่ แต่ดูเหมือนเจ้าหมีจะเฉาเสียแล้ว
“นอกใจอะไรเล่า ก็เข้าบ้านสิ จะเล่าให้ฟังนี่ไง” แจจุงทิ้งท้ายก่อนเดินกลับเข้าบ้านไปพร้อมกับเด็กชายที่ยังคงกอดคอแน่น
‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡
“นี่มันเรื่องอะไรกัน ฉันงงไปหมดแล้ว แทมินที่จุนซูพูดถึงไม่ใช่หนุ่มๆคนอื่นที่มาวุ่นวายกับนายหรอกเหรอ แล้วอะไรกัน...ทำไมเด็กนี่เรียกนายว่าแม่ นายไปมีลูกกับใครแจจุง” พอขึ้นห้องมาได้ ยุนโฮก็รัวคำถามเข้าใส่อย่างกับปืนกล แจจุงละนึกทึ่งจุนซูจริงๆ เพราะเป็นไปตามแผนเป๊ะ เจ้าหมีนี่กำลังหึง
“นั่งลงแล้วก็ฟังก่อนสิยุนโฮ” พูดเสียงอ่อน พยายามปลอบคนใจร้อนให้รู้จักฟังเสียบ้าง
“แทมินน่ะ เขาเป็นเด็กกำพร้า ฉันกับจุนซูจะไปสถานรับเลี้ยงราวๆเดือนละครั้ง แล้วแทมินก็เป็นเด็กที่พวกเราเอ็นดูมากที่สุด อย่างที่นายเห็น...เขาติดฉันขนาดนี้ แล้วนี่ก็แอบออกมาหาฉันไม่ให้คนทางนั้นรู้ ดีที่เขาเอะใจกัน ก็เลยโทรมาถามฉัน ที่นายเห็นฉันรีบวิ่งออกไปก็เพราะจะไปตามหาแทมินกันนี่แหละ” แจจุงเล่าไปก็ลูบเรือนผมดำขลับของเจ้าเด็กในอ้อมกอดไปด้วย กว่าจะรู้ตัว...เด็กชายก็หลับไปเสียแล้ว
ยุนโฮมองแจจุงค่อยๆปลดเด็กหัวเห็ดออกจากอ้อมกอดแล้ววางอย่างทะนุถนอมบนเตียงด้วยสายตาอ่อนโยน พอรู้ว่าเด็กนี่กำพร้า...อยู่ๆยุนโฮก็รู้สึกสงสารขึ้นมา อาจเป็นเพราะเขาเองก็ไม่มีแม่ เหมือนที่เจ้าเด็กนี่...ไม่มีใคร
“แล้วแทมินก็ออกจะน่ารักขนาดนี้ ใครไม่ชอบก็ไม่รู้ว่าใจทำด้วยอะไร” มือเรียวจัดการคลุมผ้าห่มบนตัวป้อมๆของเด็กชายที่กำลังขดตัวเข้าหากัน
“แจจุง...ถ้าเรากลับไปโซล เอาแทมินไปกับเรานะ ฉันจะรับเป็นผู้ปกครองเอง” ร่างสูงนั่งลงบนเตียงจนฟูกยวบ มือหนาเอื้อมไปไล้ผิวแก้มใสของเด็กชายเบาๆด้วยความเอ็นดู
“ทำไม...ทำไมนายคิดจะทำแบบนั้น” การรับผิดชอบชีวิตคนคนหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทำไมยุนโฮถึงพูดมันออกมาเหมือนไม่ได้เสียเวลาคิดแบบนี้
“ฉัน...สงสารแทมิน ฉันเองก็ไม่มีแม่” เสียงทุ้มครางในลำคอ อ้อมกอดของแม่เป็นอย่างไร...เขาไม่ได้สัมผัสมานานมากแล้ว นานจนลืม...ลืมไปแล้วว่าความรู้สึกแบบนั้นเป็นอย่างไร
“แล้วยุนโฮไม่สงสารฉันบ้างเลยเหรอ...นายกันไม่ให้ฉันเจอพ่อแม่ ยุนโฮไม่คิดว่าฉันน่าสงสารบ้างหรือไง” และนี่ก็เป็นครั้งแรกสำหรับแจจุงเช่นกัน...ที่ได้เปิดเผยเหตุผลที่จากมา
“แจจุง...” มือใหญ่เอื้อมออกไป รั้งร่างที่กำลังสั่นเทาตรงหน้าให้เข้ามาใกล้ ยุนโฮกดแจจุงให้นั่งซ้อนบนตักตัวเองแล้วโอบรอบเอวเอาไว้หลวมๆ หน้าคอวางเกยลงกับไหล่ที่กำลังสั่นสะท้าน
“ทำไมยุนโฮไม่คิดบ้างว่าฉันรู้สึกผิดแค่ไหน พ่อไม่สบาย...แต่นายกลับไม่ให้ฉันไปเยี่ยม” เสียงหวานเริ่มสะอึกสะอื้น แจจุงเป็นคนรักครอบครัวมาก แม้จะไม่ใช่ลูกชายร่วมสายเลือด แต่แจจุงก็รักคนในบ้านทุกคน
“ไม่ร้องไห้นะ...ไม่ต้องร้องไห้ ฉันแค่กลัว...กลัวว่าเราจะต้องแยกจากกันอีก เหมือนสิบปีก่อน ที่อยู่ๆเราก็ถูกกันไม่ให้เจอ แจจุงรู้ไหม...มันเหงามาก ฉันคิดถึงนายเหลือเกิน” เป็นครั้งแรกที่ยุนโฮยอมพูด่าเหตุใดเขาจึงไม่ยอมให้แจจุงติดต่อกับครอบครัว ก็เพียงเพราะเขากลัว...เขากลัวว่าหากวันหนึ่งทางนั้นจะเอาตัวกลับไป หากวันหนึ่ง...แจจุงจะต้องเลือกระหว่างเขากับครอบครัว เขากลัว...กลัวว่าแจจุงจะจากไป
“ขอโทษนะแจจุง ที่ฉันมัวแต่ทำอะไรตามใจตัวเอง” เสียงทุ้มครางอู้อี้กับไหล่ ยุนโฮซบทั้งหน้าลงเกลือกกับเสื้อตัวเก่งที่คนสวยสวมอยู่
“ฉันก็ต้องขอโทษยุนโฮ...ที่ไม่เคยเข้าใจนายเลย ขอโทษนะ...” มือซีดขาวประทับลงบนแก้มสาก แจจุงออดอ้อนคนรักด้วยริมฝีปากสีฉ่ำที่กดแนบลงปลายคาง
“ถ้าอย่างนั้นกลับโซลด้วยกันนะ ฉันสัญญาว่าจะไม่เอาแต่ใจตัวเองอีกแล้ว...กลับไปด้วยกันนะแจจุง” อ้อมกอดที่เคยโอบเพียงหละหลวมพลันกระชับแน่นขึ้น แผ่นหลังที่แนบกับอกหนาทำให้แจจุงรับรู้ได้ถึงเสียงหัวใจของยุนโฮที่เต้นระส่ำระสาย
“แต่จุนซู...” แจจุงไม่อยากทิ้งจุนซูเอาไว้คนเดียวแบบนี้ ท้งที่จุนกีกับยุนโฮก็มาตามพวกเขาถึงที่นี่แล้ว แต่กลับยังไร้ซึ่งวี่แววของคนที่จุนซูรักจนหมดใจ
“ยูชอนอาจจะมาช้า แต่ฉันเชื่อว่ามันไม่ยอมปล่อยจุนซูเอาไว้ที่นี่แน่” คบกันมานาน ยุนโฮรู้ดีว่านิสัยของปาร์ค ยูชอนเป็นอย่างไร แม้จะปากหนักไปบ้าง แต่จุนซูก็คือคนสำคัญที่สุดในชีวิต
“ถ้าอย่างนั้น...เรารอก่อนได้ไหม” คนให้ซ้อนตักเข้าใจดี คำว่ารอของคนรักในที่นี้ก็คือรอยูชอนก่อนได้ไหม...รอให้จุนซูได้มีความสุขแบบตัวเองก่อนได้หรือเปล่า
“ถ้าคำว่ารอของนายหมายถึงนายจะกลับไปด้วยกันวันใดวันหนึ่ง...ฉันรอได้เสมอ” เพราะรออย่างเลื่อนลอยมานาน...ชีวิตนี้เขารอคนคนนี้มาหลายครา หากจะให้มีอีกครั้งหนึ่ง ยุนโฮก็ยอมได้ ขอเพียงแค่ให้เขาได้มั่นใจว่าอย่างไรเสียแจจุงก็ต้องกลับมาอยู่ด้วยกัน
“ฉันจะกลับไป จริงๆนะ...ไม่อยากให้ยุนโฮต้องอยู่คนเดียวแล้วล่ะ ไม่ไว้ใจผู้ชายชอบเที่ยว นี่ตอนฉันไม่อยู่นายแอบไปกกสาวที่ไหนรึเปล่า” ซึ้งไม่ทันไร แม่ตัวดีก็พาเฉไฉเปลี่ยนเรื่องเปลี่ยนอารมณ์ไปเสียได้
“ไม่รู้สิ สงสัยนายต้องกลับไปถามคนทางนั้นเองแล้วล่ะ แล้วก็...เอาเจ้าเหมียวของจีฮเยไปคืนเจ้าของซะด้วยล่ะ” อดีตเสือผู้หญิงยิ้มกว้าง แล้วล้อกลับเรื่องสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของจีฮเยที่ดันติดสอยห้อยตามคนตัวบางมาเสียได้
“ก็ไม่ได้ตั้งใจเอามาซะหน่อย มันตามมาเองนี่นา” คนสวยบ่นอุบอิบ ก็ใครจะไปรู้ว่าตอนหนีออกจากบ้าน จีจุงมันตามมาด้วยเล่า รู้อีกทีก็อยู่บนรถแล้ว
“แจจุง...กลับไปจริงนะ”
“ไม่โกหกหรอกน่า ฉัน นาย แล้วก็แทมิน...จะกลับโซลพร้อมกัน โอเคไหม” คนสวยตอบพร้อมยิ้มหวานให้คนรักได้สบายใจ
“สัญญานะ” เจ้าหมีตัวโตกลับทำอะไรไม่สมอายุด้วยการยื่นนิ้วก้อยออกมา เหมือนเวลาเด็กๆจะสัญญากันไม่มีผิด
“สัญญา” แจจุงอมยิ้มก่อนจะส่งนิ้วตัวเองออกไปกระหวัดนิ้วของยุนโฮ เพียงแค่ทำอย่างนั้น...ก็เรียกรอยยิ้มจากคนที่ให้นั่งซ้อนตักได้แล้ว
สองนิ้วเกี่ยวกันแน่น ยุนโฮก้มลงจุมพิตที่นิ้วก้อยทั้งสองอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเลื่อนใบหน้าขึ้นมา แล้วมอบจูบแสนหวานให้กับคนรักที่กำลังก้มหน้างุดด้วยความขวยเขิน
ต่อไปนี้เราจะเป็นครอบครัว...ที่เข้าใจกันมากขึ้นกว่าเดิมแล้วนะ
To Be Continued
Talk: ตอนแรกวันนี้ว่าจะคุยน้อยหน่อย เพราะคราวที่แล้วทอล์คยาวมาก แต่ดูเหมือนว่าจะทำอย่างนั้นไม่ได้แล้ว เพราะ...หึหึ มีเรื่องจะมาบอกทุกคนค่ะ เรื่อง...การเอาฟิคของซินไปโพสต์โดยไม่ได้รับอนุญาต เออ...ซินก็ไม่ได้คิดว่าฟิคซินสนุกอะไรมากมาย แต่ที่คนเอาไปเพราะมันยาว ปั่นเมนท์ได้ซะมากกว่า *หัวเราะ* แต่ขอบอกว่าซินไม่ปลื้ม คือ...เรื่องทำนองนี้เคยเกิดกับซินมาสองครั้งแล้ว เอาเรื่องของซินไปลงโดยที่ไม่ขอก่อน มันเสียความรู้สึก ถึงจะให้หรือไม่ให้เครดิตก็ตาม แล้วขอของซินหมายถึงซินต้องอนุญาตด้วยนะ ไม่ใช่เอาเรื่องไปลง แล้วค่อยมาแปะขอ จริงๆซินไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้หรอกนะคะ เพราะก็ยังไม่ได้โดนเอาไปแอบอ้างว่าเป็นของตัวเอง แต่มันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่ชอบใจ ซินคิดว่านักเขียนมีสิทธิ์เลือกว่าจะเอาเรื่องตัวเองลงที่ไหน ถ้ายังไงใครเห็นเหตุการณ์แบบนี้...คือเห็นฟิคของซินโพสต์ตามบอร์ดแล้วสงสัยว่าซินไม่ได้เป็นคนลง ก็ขอให้มาบอกซินหน่อยนะคะ เดี๋ยวนี้ที่ลงฟิคมันเยอะเหลือเกิน ให้ซินตามไปสมัครหมดก็ใช่ที่ เพราะเท่าที่เอาลงอยู่ตอนนี้ก็เยอะมากแล้ว ดังนั้นก็คงไม่รู้ว่ามีใครเอาไปตอนไหนบ้าง ช่วยเป็นหูเป็นตาแทนซินกันหน่อยน้อ *อ้อน*
พักเรื่องชวนนอยด์มาที่ตอนนี้กันดีกว่า น้องแทมินที่โผล่มาก็คือแทมิน ณ ชายนี่นั่นเองค่ะ ครั้งที่แล้วมีคนสงสัยว่าตกลงชางมินกับจุนกีใครเคะ-เมะ จริงๆตอนแรกซินกะให้ชางมินเมะ แต่พอเริ่มเรื่องมาชางมินยังไม่มประสบการณ์ แล้วจุนกีก็แก่กว่า เจนจัดกว่า เลยให้เป็นเมะไปก่อน แล้วค่อยมาสลับเป็นเคะตอนหลัง แต่พอดูคอมเมนท์...ซินว่าให้สองคนนี้เขาสลับกันรุกรับก็แล้วกันเนอะ เหอเหอ แล้วก็นี่ค่ะ...เอาไว้ดูเล่น คนทำยังไม่โปรเท่าไร ^ ^ เพิ่งเคยทำครั้งแรก ออกแนวธรรมดาๆแล้วก็เน้นคำบรรยายอ่ะจ้ะ เพราะมันคือ Introduction >> Passionate You!!'s OPV
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านตอนนี้นะคะ แล้วก็ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์ด้วย ซนตรคอมทสนล. <-- ใครแปลได้มารับรางวัลจากซินเลยค่ะ (รางวัลคืออะไรคะ?) ก็จูบจากซินไง้! (ใครเค้าอยากได้กันแม่คู้ณณณณณ!!)
แล้วเจอกันตอนหน้าน้ออออ