LovinEachDay

[SF] Realize~

posted on 12 Sep 2009 12:09 by zinister  in LovinEachDay

 

Title: Realize~

Author: Zinister

Category: Comedy

Couples: MinhoxKey

 

 

 

 

 

 

 

 

Take time to realize that I am on your side.

But I can’t spell it out for you.

No, it’s never gonna be that simple.

 

 

 

ทำไมถึงชอบเขา

 

ทำไมถึงเป็นมินโฮ

 

 

 

 

 

ผมก็ยังหาเหตุผลให้ตัวเองไม่ได้

 

ทว่าพอรู้ตัวอีกที มันก็กลายเป็นว่าผมพยายามเข้าไปในระยะการมองเห็นของเขาเสียทุกที

 

ผมไปซ้อมเปียโนบ่อยขึ้น เพราะที่ห้องดนตรีมีหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นสนามฟุตบอลชัดเจน

 

ผมไปดูการแข่งขันฟุตบอลของโรงเรียนบ่อยขึ้น เพียงเพราะในทีมนั้นมีมินโฮอยู่ด้วย

 

ผมลงไปทานข้าวที่โรงอาหารแทนการเตรียมข้าวกล่องมาโรงเรียนบ่อยขึ้น เพราะรู้ว่ามินโฮกับเพื่อนมักจะไปทานอาหารกลางวันกันที่นั่น

 

ตอนแรกผมไม่เคยเข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงมีพฤติกรรมแปลกไป...ไม่เคยเข้าใจว่าทำไมต้องหน้าแดงทุกทีที่ถูกคนเรียกว่าเป็นแฟนของมินโฮ

 

แต่หลังจากที่ลองสำรวจหัวใจตัวเองดูดีๆ

 

...มันก็มีชื่อชเว มินโฮเต็มไปหมด...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชมรมดนตรีมีเวลาซ้อมสามเวลาด้วยกัน นั่นก็คือช่วงเช้าก่อนเข้าเรียน พักกลางวัน และหลังเลิกเรียน โดยส่วนตัวผมมักจะซ้อมตอนเย็นเป็นส่วนใหญ่ แต่เนื่องจากวันนี้ดันตกปากรับคำไหว้วานของรุ่นน้องคนสนิทว่าจะสอนเล่นเพลงใหม่ให้ ผมเลยต้องเข้าชมรมในช่วงพักกลางวัน

 

“ซอฮยอน วันนี้เธอจะไปดูพี่มินโฮแข่งไหม” เสียงจอแจทั้งจากในและนอกห้องกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำช่วงพักกลางวันไปเสียแล้ว ผมจรดนิ้วลงบนแป้นเปียโน ก่อนจะเริ่มบรรเลงเสียงเบา เพื่อแสร้งว่าไม่ได้กำลังสนใจสิ่งที่นักเรียนหญิงกลุ่มนั้นพูดกัน

 

“ไม่เห็นต้องถามเลยซูยอง ยังไงก็ไม่พลาดหรอกรายนั้นน่ะ” ยูริสาวห้าวเป่าฟลุตเอ่ยกระเซ้าซอฮยอน เพื่อนสาวผู้เรียบร้อยที่แอบชอบมินโฮอยู่

 

“แล้วพี่คีย์จะไปหรือเปล่าฮะ” แทมินหันมาถามผมพลางเอียงคอ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องถามไปเอียงคอไป แต่ท่าทางแบบนี้ก็น่ารักเหมาะกับน้องดี

 

“อืม ไปดูหน่อยก็ดีเหมือนกัน นานๆ ทีพี่จะได้ดูฟุตบอล” ผมตอบน้องออกไปเหมือนไม่สนใจ ทั้งที่ความเป็นจริง ความสนใจของผมถูกดึงดูดไปเสียหมด ตั้งแต่ได้ยินเด็กสาวในชมรมเอ่ยชื่อคนคนนั้น

 

...มินโฮ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมไม่รู้ว่าปกติมินโฮเล่นฟุตบอลเก่งแค่ไหน เพราะไม่เคยมาดูกับตาตัวเองสักที เคยแต่ได้ยินคนเขาพูดกันว่ามินโฮเก่งอย่างนั้นอย่างนี้ จนเมื่อได้มาดูแบบชิดติดขอบสนาม ผมถึงได้รู้ว่าหมอนั่นไม่ได้มีดีแค่เพียงราคาคุย

 

หลายต่อหลายครั้งที่มินโฮเป็นคนครองลูกและทำคะแนนให้ทีม ลีลาการเล่นที่มีชั้นเชิงทำให้ผมที่นั่งเงียบๆ ในตอนแรก อดมีอารมณ์ร่วมไปด้วยไม่ได้

 

เสียงโห่ร้องเชียร์ทีมโรงเรียนของผมดังทั่วอัฒจันทร์ด้านที่ผมนั่งอยู่ ทั้งที่ปกติผมต้องยกมือขึ้นมาเอานิ้วอุดหูแล้วเดินหนีฝูงชน ทว่าคราวนี้ผมกลับนั่งนิ่งอยู่กับที่ สายตาจ้องลงไปยังสนามหญ้าเบื้องล่างที่มีร่างของผู้ชายหลายสิบคนวิ่งแย่งลูกกลมๆ ลูกเดียวด้วยความตื่นเต้น เสียงผู้คนรอบข้างเหมือนจะไม่สามารถผ่านเข้าโสตประสาทของผมได้เลย ในเมื่อตอนนี้ผมกำลังจดจ่ออยู่กับคนตัวสูงในสนาม

 

การแข่งขันเริ่มดุเดือดมากขึ้นเมื่อเข้าช่วงครึ่งหลัง กลเม็ดเด็ดพรายต่างๆ ถูกงัดเอาออกมาใช้เพื่อเอาชนะ ผมรู้สึกเหมือนลมหายใจจะขาดห้วงไปเมื่อเห็นมินโฮเป็นฝ่ายได้ลูก และวิ่งเลี้ยงตรงไปยังประตูของทีมตรงข้าม แต่ก่อนที่จะได้ทำประตูอย่างสวยงาม เขาก็กลับถูกสกัดจนล้มลงคลุกฝุ่นไปเสียก่อน

 

โดยที่ไม่รู้ตัว มือของผมมันก็กำหมัดเข้าหากันแน่น อยู่ๆ ความรู้สึกเป็นห่วงมันก็แล่นปราดเข้ามาภายในจิตใจ

 

ล้มลงไปแบบนั้นจะเจ็บมากหรือเปล่า...

 

กระแทกลงไปเสียแรงอย่างนั้น จะลุกไหวไหม...

 

แล้วทำไม ผมถึงรู้สึกเป็นห่วงเขาจัง

 

และด้วยความเป็นห่วงนี่เองที่ทำให้ผมกลับมานั่งไม่ติดที่จนต้องสะกิดแทมินที่นั่งข้างๆ กันให้ไปขอยานวดกับผ้าพันแผลที่ห้องพยาบาลเป็นเพื่อน

 

เหตุการณ์นี้เองที่ทำให้ผมเริ่มเข้าใจหัวใจตัวเองมากขึ้น...ทำให้รู้ว่าตัวเองชอบมินโฮเข้าแล้ว

 

ผมมั่นใจว่าชอบเขา เพราะถ้าไม่ได้เป็นอย่างนั้น ทำไมผมจะต้องเป็นห่วงคนที่ตัวเองไม่เคยคุยด้วยแม้แต่ครั้งเดียวด้วยล่ะ

 

ทว่าถึงจะมั่นใจอย่างไร ผมก็ยังไม่กล้าพูดออกไปอยู่ดี ก็จู่ๆ จะให้ผมเดินเข้าไปบอกเขาว่าชอบเลยหรือไง แค่พูดน่ะง่าย แต่ตอนทำมันสะดวกใจเสียที่ไหนกัน

 

ในเมื่อ...

 

ผมยังไม่กล้าพอ

 

 

.

.

 

 

Take time to realize that I am on your side.

But I can’t spell it out for you.

No, it’s never gonna be that simple.

 

 

 

 

 

 

 

 

Take time to realize that your warmth is crashing down on it.

Didn’t I, didn’t I tell you?

No, I can’t spell it out for you.

 

 

 

ทำไมถึงชอบเขา

 

ทำไมถึงเป็นคีย์

 

 

 

 

 

ผมก็ยังหาเหตุผลให้ตัวเองไม่ได้

 

ทว่าพอรู้ตัวอีกที มันก็กลายเป็นว่าผมหลงใหลความอบอุ่นของเขาไปโดยไม่รู้ตัว

 

ผมไปชมรมบ่อยขึ้น เพราะที่สนามฟุตบอลอยู่ใกล้กับห้องดนตรี ที่ซึ่งผมมองเห็นได้ชัดเจนเวลาที่คีย์สอนรุ่นน้องเล่นเปียโน

 

ผมทุ่มเทกับการแข่งขันมากขึ้น เพราะรู้ว่าคีย์มานั่งดูการแข่งขันด้วย แม้อาจเป็นเพราะเขามาเชียร์ทีมของโรงเรียน ไม่ได้มาเชียร์ผมคนเดียวก็ตาม

 

ตอนพักกลางวัน ผมรีบลงไปโรงอาหาร เพราะพักหลังคีย์มักจะมาทานข้าวที่นั่น

 

ตอนแรกผมไม่เคยเข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงมีพฤติกรรมแปลกไป...ไม่เคยเข้าใจว่าทำไมต้องรู้สึกภูมิใจทุกทีที่ถูกคนเรียกว่าเป็นแฟนของคีย์

 

แต่หลังจากที่ลองสำรวจหัวใจตัวเองดูดีๆ

 

...มันก็มีชื่อคิม คีบอมเต็มไปหมด...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันนี้ทีมฟุตบอลของโรงเรียนมีแข่งคัดเลือกระดับเขต ผมกับเพื่อนร่วมทีมจะประมาทไม่ได้ เพราะฝ่ายตรงข้ามขึ้นชื่อว่าเล่นแรง พวกผมเลยต้องระวังตัวเป็นพิเศษ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวได้เจ็บตัวจนแข่งนัดต่อๆ ไปไม่ไหวเป็นแน่

 

โอ๊ะ! พูดยังไม่ทันขาดคำ ผมก็โดนสกัดจนหน้าคะมำเสียแล้ว

 

เสียงผู้ชมฮือฮาเมื่อได้ยินเสียงกรรมการเป่านกหวีด พร้อมกับที่เพื่อนร่วมทีมวิ่งกันเข้ามาดูผมที่นั่งกุมแข้งตัวเองที่ชาจนแทบไม่รู้สึกอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะยันตัวลุกขึ้นยืน

 

“ไหวไหม” จงฮยอนเดินเข้ามาตบไหล่พลางก้มมองขาของผมด้วยความเป็นห่วง ผมส่ายหน้าให้เบาๆ ก่อนจะดำเนินเกมต่อไป เพราะเข้าใจว่ากีฬากับอาการบาดเจ็บเป็นของคู่กัน และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมได้รับบาดเจ็บระหว่างการแข่งขัน ทว่าเหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้ผมอยากเล่นในสนามก็คือคนดูที่นั่งอยู่แถวเกือบล่างสุดของอัฒจันทร์

 

ผมไม่เคยเห็นเขามาดูการแข่งขันกีฬาประเภทไหน แต่ครั้งนี้เขากับอยู่ที่นี่ เวลานี้ ผมเลยอยากจะเล่นให้เต็มที่ อยากแสดงความสามารถดีๆ ให้เขาเห็น หรืออีกนัยก็คือผมอยากเท่ในสายตาเขา

 

...คีย์...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อได้แข่งต่อ ผมก็มัวแต่ตั้งใจจะกู้เกมให้ทีม จนลืมมองคีย์ไปเลย และเมื่อหันไปมองอีกครั้งหลังจบการแข่งขัน เขาก็ไม่ได้นั่งอยู่ที่เดิมตรงนั้นเสียแล้ว ซ้ำรุ่นน้องในชมรมที่ผมเห็นว่าสนิทกับคีย์ที่นั่งข้างกันก็หายไปด้วย ผมเลยมั่นใจว่าเขาคงกลับไปแล้วแน่ๆ

 

ผมเดินกระเผลกเข้ามาในห้องเปลี่ยนเสื้อ ปล่อยให้เพื่อนๆ ที่กำลังกอดคอดีใจกับชัยชนะเดินรั้งท้ายอยู่ด้านหลัง เกมจบก็เหมือนกับความเจ็บปวดจากการโดนกระแทกมันจะกลับคืนมามากกว่าเดิม เมื่อผมก้มมองหน้าแข้งตัวเองก็พบรอยแดงเป็นทางยาว อีกไม่นานคงได้ช้ำแน่ๆ แต่ก็ดีแล้วที่กระดูกกระเดี้ยวไม่ถึงกับหัก

 

เมื่อรู้ตัวว่าใกล้ถึงห้องพักนักกีฬา ผมก็เงยหน้าขึ้นมา และช่างบังเอิญที่นั่นทำให้ผมไม่เผลอชนคนที่เดินกำลังสวนมา กระนั้นไหล่ของเราก็ยังเฉียดกัน

 

“ขอโทษครับ” ผมผงกหน้าพลางกล่าวขอโทษ ก่อนจะต้องเหลียวหลังหันกลับไปมองเมื่อคนที่เดินผ่านไปนั้นช่างคุ้นตา

 

ก็นั่นมันคีย์ไม่ใช่หรือไง...

 

“หายเจ็บไวๆ นะครับพี่มินโฮ” รุ่นน้องคนสนิทของคีย์ที่เดินตามหลังกันมาหันมาพูดกับผมพร้อมยิ้มกริ่ม ผมมัวแต่งุนงงที่อยู่ๆ ฝ่ายนั้นก็มาพูดด้วยทั้งที่เขารู้จักผมฝ่ายเดียว เลยได้แต่พยักหน้ากลับไป แต่จริงๆ แล้วเด็กคนนี้ก็คุ้นหน้าคุ้นตาผมอยู่ไม่น้อย

 

“แทมินไปกินเลี้ยงกับพี่ไหม หรือเราจะกลับบ้านเลย” ทั้งคีย์และเด็กคนนั้นเดินผ่านผมไปไม่ทันไร เสียงจงฮยอนที่เดินตามหลังผมอยู่ห่างๆ ก็ดังขึ้นมา นั่นจึงทำให้ผมนึกขึ้นมาได้ว่าเด็กน้อยคนเมื่อกี้ที่แท้ก็เด็กข้างบ้านเพื่อนสนิทผมนี่เอง ที่ผมคิดว่าคุ้นหน้าก็คงเป็นเพราะน้องเขารอกลับบ้านพร้อมเพื่อนผมแทบทุกวัน

 

“ไม่เป็นไรหรอกฮะ วันนี้ผมจะกลับพร้อมพี่คีย์” ผมหันกลับไปมองเจ้าของชื่อที่ถูกเอ่ยนั้น และพบว่าเขาก็กำลังมองมาทางผมเช่นกัน

 

พอสบตากันเข้าโดยบังเอิญ ทั้งผมทั้งเขาต่างก็หันหน้าหนีกันแทบไม่ทัน ผมยกนิ้วขึ้นมาเกาแก้มตัวเองที่ร้อนวูบวาบแปลกๆ แล้วก็เดินกะเผลกเข้าห้องไป

 

...บ้าจริง อยู่ดีๆ ก็เขินซะได้...

 

เมื่อเข้ามาในห้อง ผมก็เดินไปนั่งชันขาขึ้นพักบนม้านั่ง ผมลองเอานิ้วจิ้มรอยแดงแล้วก็ต้องสูดปากเพราะมันดันบวมกว่าที่คิด

 

ผมเอื้อมมือขวาไปหยิบขวดน้ำข้างกระเป๋าที่วางไว้ตอนพักครึ่ง ก่อนจะสังเกตเห็นถุงพลาสติก ซึ่งเมื่อเอาออกมาเปิดดูก็เห็นยานวดกับผ้าพันแผล แถมยังมีสำลีที่ผมไม่รู้ว่าคนให้จะเตรียมมาทำไม แต่นั่นก็ทำให้ผมพอจะรู้ว่าผู้หวังดีคนนี้ ไม่ค่อยจะสันทัดเรื่องการทำแผลสักเท่าไร

 

บางทีอาจจะไม่ถนัดพอๆ กับการมาดูการแข่งขันกีฬานั่นแหละ...

 

อุปกรณ์ทำแผลที่วางอยู่ข้างกระเป๋าทำให้ผมนึกถึงรอยยิ้มและคำพูดของแทมิน ผมเพิ่งเดาได้ว่าเด็กคนนั้นต้องการจะสื่ออะไร คงเป็นคีย์นั่นเองที่เตรียมของพวกนี้มาให้ผม ทั้งที่ไม่เคยคุยกัน แต่ก็ยังอุตส่าห์เป็นห่วง

 

แต่เขาจะรู้ไหม นอกจากผมจะเจ็บขาแล้ว เขายังทำให้ผมเจ็บอกเพิ่มขึ้นมาด้วย

 

...ในเมื่อเขาทำให้ใจผมเต้นแรงขนาดนี้...

 

 

.

.

 

 

Take time to realize that your warmth is crashing down on it.

Didn’t I, didn’t I tell you?

No, I can’t spell it out for you.

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อชอบใครสักคน คุณเคยถามตัวเองไหมว่าชอบเขาเพราะอะไร

 

ไม่หรอก...คุณไม่เคยมีเหตุผลจนกว่าจะเริ่มถาม เริ่มสำรวจหัวใจตัวเอง

 

แต่กว่าจะถึงเวลานั้น

 

...ในหัวใจคุณก็มีแต่ชื่อเขาเต็มไปหมด...

 

 

.

.

 

 

If you just realized what I just realized.

Then we’d be perfect for each other and we’ll never find another.

Just realize what I just realized.

We’d never have to wonder if we missed out on each other now.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

THE END

 

Zinister says:

บางคนอ่านแล้วอาจจะงงว่ามันไปไง มาไง คือเรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นจบในตอนที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน ซินเก็บไว้ใน Category ที่ชื่อ Lovin' Each Day เนื้อเรื่องเรียงตามลำดับคือ

- แฟนฉัน
- Ma Boo
- แฟนคนหนึ่ง
- Puppy Love
- หวง!
- เป่า-ยิ้ง-ฉุบ
- Realize~

แฮ่~~~