CanIBeYourDestiny

Can I Be Your Destiny? Chapter 1

ก๊อก!! ก๊อก!!

" ตื่นได้แล้วจุนซู ยูชอน ชางมิน "

เช้าที่แสนสดใส เจ้าของเสียงหวานเดินเคาะประตูห้องของสมาชิกเพื่อนร่วมวงทงบังชินกิแต่ละคน จนถึงห้องของสมาชิกคนสุดท้าย หัวหน้าวง จุง ยุนโฮ

ยังไม่ทันที่คนปลุกจะเคาะประตู บานไม้นั้นก็ถูกเปิดออกจากด้านในพร้อมกับร่างสูงที่เดินสวนออกมา

" วันนี้สายนะแจจุง เมื่อคืนดูทีวีกับเจ้าพวกนั้นจนดึกเลยล่ะสิ " พอพูดจบ หัวหน้าวงคนเก่งก็เดินจากไป ก็คงไปนั่งดูโทรทัศน์ฆ่าเวลารอเขาจัดโต๊ะตามเคย

แจจุงแอบค้อนหน้างอ ทั้งที่เขาอายุมากกว่ายุนโฮแท้  แต่กลับโดนยุนโฮดุอยู่เรื่อย คิดว่าเป็นหัวหน้าวงแล้วใหญ่รึไง เชอะ!!

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

ที่โต๊ะอาหาร แจจุงเรียงจานกับข้าวลงบนโต๊ะ กลิ่นหอมกรุ่นพร้อมควันร้อนที่ลอยขึ้นจากจานเล่นเอาคนจะทานน้ำลายสอจนแทบรอไม่ไหว

ทานละนะคร้าบ~ น้องเล็กของวง ชิม ชางมิน... พูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง

คนอื่น ๆ ก็ตั้งหน้าตั้งตาทานของตัวเอง จนเสียงหนึ่งโพล่งขึ้น...

" พี่แจจุงครับ ขอเพิ่มอีกจาน " เสียงของชางมินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ

ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะทุกคนรู้ดีว่าน้องคนนี้ทานเก่งแค่ไหน และในเวลาต่อมาประโยคที่ว่าก็ดังซ้ำเรื่อย ๆ กระทั่ง...

" 5 จานแล้วนะ ยังจะกินอีกหรอ!? " ยุนโฮถามเชิงล้อเลียน ขณะที่พูด มือก็ตักหมูทอดออกจากจานน้องไปด้วย

" ก็ผมกำลังโต แล้วพี่จะแย่งผมกินทำไมอ้ะ " ชางมินโวยวาย ใช้แขนป้องจานตัวเองสุดฤทธิ์ แต่ยุนโฮก็ยังแกล้งไม่เลิก

" พี่แจจุง ผมขอเพิ่มด้วย " จุนซูโพล่งขึ้นท่ามกลางเสียงโหวกเหวกของยุนโฮ แก้มพองเต็มที่เพราะอาหารที่ยังเคี้ยวไม่หมดทำให้แจจุงส่ายหน้าด้วยความระอา

พี่ก็เอาของพี่จุนซูไปกินมั่งดิ แย่งแต่ผมอ้ะ!! น้องเล็กผิวแทนทำแก้มป่องพองลมด้วยความไม่พอใจ

แจจุงอมยิ้มเอ็นดูแล้วตักแบ่งจากจานของตัวเองให้ยุนโฮ แต่ร่างสูงส่งกลับคืนพลางมองหน้าด้วยสายตาที่บอกว่าไม่จำเป็น

ก็ของนายมันอร่อยหนิ หันมาพูดกับชางมินโดยที่ยังเคี้ยวไม่หยุด แถมไอ้ที่เคี้ยวก็มาจากจานน้องล้วน ๆ

ในขณะที่ยุนโฮกับชางมินยังเถียงกันไม่เลิก สีหน้าของยุนโฮดูมีความสุขจนแจจุงแอบอิจฉาชางมิน ที่ดูเหมือนยุนโฮพยายามจะเข้าใกล้ตลอดเวลา แถมท่าทีไม่สนใจนั่นยิ่งทำให้แจจุงน้อยใจไปใหญ่

ยิ่งคิดก็ยิ่งหน้าเจื่อนลง ชายหนุ่มหน้าสวยตักข้าวเพิ่มใส่จานยุนโฮอย่างเงียบ ๆแล้วรวบช้อนส้อมของตัวเอง ยกน้ำขึ้นดื่มบ่งบอกว่าอิ่มแล้ว

" กินเสร็จก็เก็บจานไปวางที่อ่างล้างจานนะ เดี๋ยวฉันล้างเอง " พูดพร้อมลุกออกจากโต๊ะ

" หืม? วันนี้พี่กินน้อยจัง " ยูชอนร้องทัก

" ฉันก็กินเท่านี้อยู่แล้ว เดี๋ยวฉันไปอ่านหนังสือก่อนนะ เก็บโต๊ะเสร็จเรียกด้วยละกัน "

เรื่องแปลกไม่ใช่แค่แจจุงทานน้อย แต่เป็นเพราะเขาอาสาล้างจานทั้งที่มันเป็นงานบ้านที่เกลียดที่สุด แล้วที่ทำอย่างนี้มีจุดประสงค์อะไรล่ะ

ถ้าไม่ใช่ต้องการหลบภาพบาดใจของยุนโฮกับชางมิน

แจจุงเดินตรงไปที่ห้องนั่งเล่น ทรุดตัวลงนั่งที่โซฟายาวหน้าทีวี แล้วหยิบหนังสือบนโต๊ะขึ้นมาเปิดอ่าน สายตาจดจ้องตามตัวอักษรแต่สมองกลับครุ่นคิดเรื่องอื่น เรื่องของยุนโฮ

ทั้ง ๆ ที่เขารักยุนโฮ พยายามทำดีทุกอย่าง แต่อีกฝ่ายก็ไม่สนใจ แล้ะยังดูเหมือนยุนโฮพยายามทำตัวใกล้ชิดกับชางมินเป็นพิเศษ

ความรู้สึกกับท่าทางแบบนั้นแจจุงเข้าใจดี เพราะมันไม่ได้ต่างจากสิ่งที่เขาทำต่อยุนโฮเลย

สักพักเสียงโหวกเหวกโวยวายที่โต๊ะอาหารก็เงียบลง แจจุงรู้สึกได้ถึงแรงยุบของโซฟาข้างตัว เมื่อหันไปก็พบกับหน้าตาบ้องแบ้วของน้องชายที่เขาเอ็นดู

" มาตามไปล้างจานล่ะสิ " แจจุงพูดพร้อมกับยิ้มน้อย ๆ แล้วลุกเดินไปที่ห้องครัว หยิบถุงมือขึ้นมาใส่แล้วเริ่มล้างจานเงียบ ๆ

พี่แจจุง อย่ายิ้มแบบนั้นได้มั้ย พี่จะทำให้ผมอดรักพี่มากขึ้นกว่าเดิมไม่ได้นะ

ชางมินจดจ้องรอยยิ้มนั้นอย่างไม่อาจละสายตาไปได้ จนร่างบอบบางนั้นพ้นสายตาไปแล้ว เด็กหนุ่มจึงหลุดออกจากความคิดของตัวเอง

" ผมช่วย " ชางมินอาสา

" เอาสิ นายนี่เด็กดีจริง น้า~ สมแล้วที่เป็นน้องรักของพี่ " แจจุงกอดคอเด็กหนุ่มโดยที่เจ้าตัวไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ ผิดกับคนถูกกอดที่ใจเต้นไม่เป็นส่ำก่อนจะเบะปากมู่ทู่

ไม่ได้อยากเป็นน้องซหน่อย

ชางมินได้แต่คิดอยู่ในใจอยู่อย่างนั้น

ถึงภายนอกเขาจะทำตัวเป็นน้องชายที่ดี แต่ภายในมันไม่ใช่ เขารู้ตัวดีว่ารักคนตรงหน้านี้มากเกินกว่าจะหยุดอยู่ที่แค่คำว่าพี่น้องเสียแล้ว

แต่แจจุงไม่ได้รับรู้ความรู้สึกนี้ของเด็กหนุ่มเลย เขายังคงปฏิบัติต่อชางมินเหมือนกับว่าเป็นน้องชายตัวเล็ก ๆ ที่ต้องดูแล

ต้องมีซักวันแหละน่า ที่พี่แจจุงจะรู้ว่าผมเข้มแข็งแล้วก็โตพอที่จะปกป้องพี่ ผมจะพิสูจน์ให้พี่เห็นเอง

ชางมินได้แต่หวังว่าวันนั้นคงมาถึง

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

หงุดหงิด! บอกได้คำเดียวว่าหงุดหงิด!

จะไม่ให้ยุนโฮหงุดหงิดได้ยังไง ในเมื่อคนที่เขารักกำลังล้างจานกระหนุงกระหนิงอยู่กับคนอื่น!

โห! พี่แจจุงมือนิ่มจังเลย เสียงเล็ก ๆ แว่วมาจากในครัว

ชางมิน! นายอย่าเข้าไปใกล้แจจุงให้มันมากนักได้มั้ย!

ถึงอยากจะตะโกนดัง ๆ แต่ยุนโฮก็ทำได้แค่คิดในใจ

มือนายก็นุ่มนะนุ่มกว่าพี่อีก เสียงหวานพูดด้วยความประหลาดใจ

นี่พวกนายแน่ใจใช่มั้ยว่ามาล้างจาน ไม่ได้มาเล่นจับมือกัน

ยุนโฮที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ่งหงุดหงิดหนักเข้าไปอีก

และเสียงหยอกล้อของชางมินกับแจจุงก็มีมาให้ได้ยินเป็นระยะ ๆ ยุนโฮรู้สึกเหมือนได้ยินเส้นความอดทนของตัวเองขาดผึง

โธ่เว้ย!! ทนไม่ไหวแล้ว!!

ร่างสูงก้าวยาว ๆ ไปที่ชั้นวางแก้ว ยุนโฮหยิบแก้วใบหนึ่งก่อนที่จะรินน้ำผลไม้จากกล่องที่เพิ่งเอาออกมาจากตู้เย็นเมื่อสักครู่

แจจุง เมื่อกี้นายกินข้าวไปนิดเดียวเอง เดี๋ยวก็ไม่มีแรงหรอก เอ้า!! ดื่มนี่แล้วไปพักซะ ฉันล้างต่อเอง ยุนโฮเข้าไปยืนแทรกกลาง ใช้ไหล่ดันแจจุงออกมาแล้วยื่นแก้วน้ำผลไม้ให้

ยุนโฮเป็นห่วงหรอ?!

แจจุงมองหน้ายุนโฮด้วยความงุนงง ก่อนจะยิ้มหวาน ยิ้มที่ทำให้ชางมินแอบทำหน้าบูด

ทำไมต้องยิ้มให้พี่ยุนโฮ ยิ้มให้ผมคนเดียวก็พอ! แล้วทำไมพี่ยุนโฮต้องมาขัดจังหวะด้วย

ชางมินนึกว่ายุนโฮในใจ

งั้นฉันไปพักตามที่นายว่าก่อนละกัน แจจุงพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินไปหยิบหนังสือที่เขาอ่านค้างไว้ แล้วเดินเข้าห้องนอนไป

ยุนโฮมองตามหลังแจจุงที่เดินเข้าห้องไปอย่างดีใจจนกลั้นยิ้มไม่อยู่ ที่เขาทำเมื่อกี้คือแผนกำจัดก้างขวางคอแบบเนียน ๆ ต่างหาก ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยสักนิด

ถ้าจะพูดถึงความเป็นห่วง มันก็มีแค่ในระดับเพื่อนร่วมวง ...ไม่ได้มีอะไรที่นอกเหนือไปกว่านั้น

ในที่สุดเราก็ได้อยู่กับชางมินสองต่อสองซักที หึหึ

ยุนโคิดในใจแล้วหันไปยิ้มกว้างให้ชางมิน น้องเล็กทำได้แค่ยิ้มตอบไป เพราะขืนหน้าบูดใส่มีหวังได้กลายเป็นผุยผงก่อนได้พิสูจน์ตัวเองให้พี่แจจุงเห็นแน่ ๆ

ชางมินส่งน้ำยาล้างจานมาที ยุนโฮหันไปบอกน้องเล็ก ชางมินทำตามโดยไม่รู้ตัวอีกตามเคยว่าหัวหน้าวงมีแผนอะไรในใจ

พอยื่นขวดให้ ยุนโฮก็แกล้งจับพลาดโดนมือชางมิน แล้วแสร้งอุทานด้วยความตกใจ

โห!! มือนายนิ่มจังอ่ะ จับมืออีกฝ่ายแน่น แอบเนียนแต๊ะอั๋งน้องซะอย่างงั้น

พี่เป็นเกย์รึไง จับมือผมทำไมน่ะ!! ว่าพลางสะบัดมือทิ้ง ชางมินขมวดคิ้วแล้วหันกลับไปล้างจานต่อให้เสร็จ ๆ ไป อึดอัดจะตายอยู่แล้วที่ต้องอยู่กับยุนโฮสองต่อสอง

หัวหน้าวงยืนหน้าบึ้งกับปฏิกิริยาที่ได้รับ...

ทำไมไม่เหมือนตอนที่นายเล่นกะแจจุงเลยล่ะ

ยุนโฮรู้สึกอิจฉาแจจุงที่ได้ใกล้ชิดกับชางมิน โดยที่ไม่รู้ว่าแจจุงก็คิดคล้าย ๆ กันแบบนี้กับชางมิน...

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

ชางมิน... ไปตามจุนซูกับยูชอนที วันนี้มีงานถ่ายภาพนิ่งนะ เดี๋ยวฉันจะไปตามแจจุงเอง อีกซักพักผู้จัดการคงมารับแล้ว ยุนโฮพูดกับชางมินขณะที่พวกเขากำลังนั่งดูทีวีหลังจากล้างจานเสร็จ

ให้ผมไปตามพี่แจจุงไม่ได้หรอ แล้วพี่ไปตามพี่จุนซูกับพี่ยูชอน น้องโอด ก็เขาอยากเจอหน้าพี่แจจุงนี่นา

แต่เมื่อสบเข้ากับตาดุ ๆ ของคุณหัวหน้าวง เขาก็ขัดไม่ได้ จำต้องเดินไปตามจุนซูกับยูชอน

อะไรก็แจจุง ๆ รู้สึกว่าจะสนิทกันเหลือเกินนะ ชิ!!

ยุนโฮคิดเองหงุดหงิดเอง แต่เมื่อเห็นว่าร่างโปร่งเดินไปที่หน้าห้องของจุนซูกับยูชอนแล้ว ตัวเขาเองก็เดินไปตามแจจุง ซึ่งไม่นานหลังจากที่ทุกคนมากันครบ ผู้จัดการก็มาถึงแล้วการเดินทางก็เริ่มขึ้น

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

ที่สตูดิโอ

วันนี้สมาชิกทงบังชินกิต้องถ่ายแบบให้กับนิตยสารมีชื่อฉบับหนึ่ง ซึ่งคอนเซ็ปต์เป็นความสัมพันธ์รูปแบบต่าง ๆ ทำให้เสื้อผ้าที่ทุกคนต้องเปลี่ยนมีหลายชุด

ในขั้นแรกจะเป็นการถ่ายภาพเดี่ยวของแต่ละคนก่อน จากนั้นจึงเป็นภาพคู่ซึ่งมีทั้งคู่ที่นิตยสารวางตัวไว้ และคู่ฟรีสไตล์แล้วแต่ตัวศิลปิน

เริ่มคู่แรกที่จุนซูกับยูชอน สองคนอยู่ในชุดเสื้อแขนยาวสีเบจและคล้องคอด้วยผ้าพันคอสีน้ำตาลเข้มผืนเดียวกัน คู่นี้นิตยสารต้องการสื่อออกมาให้เหมือนพี่น้อง ถึงรอยยิ้มจะดูสดใสตรงความต้องการช่างภาพ แต่หากสังเกตดี ๆ จะรู้ว่าสายตาที่ทั้งคู่มองกันมันลึกซึ้งเกินกว่านั้น

คู่ที่สองเป็นชางมินกับแจจุงในคอนเซ็ปต์คนรัก สองคนอยู่ในท่าที่ชางมินใช้สองแขนโอบรั้งพี่ใหญ่ของวงเข้าหาจนหน้าอกชิดกัน สายตาที่น้องชายร่างสูงมองมามีแววหวานซึ้ง ส่วนคนสวยที่ถูกมองก็ก้มหน้าหลบด้วยความเขินอาย

ไม่ใช่แค่การแสดง... แต่แจจุงรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ สายตาของชางมินที่มองมามันดูมีประกายบางอย่างที่บอกเขาว่าเด็กหนุ่มพยายามบอกเขาว่าแววตาที่มองมานั้นคือความรู้สึกจากใจ ดูจริงจังจนเขาไม่อาจสบตาได้

นอกจากแจจุงก็ยังมียุนโฮอีกคนที่คิดแบบนั้น หมัดของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้าวงกำแน่น กลัวว่าชางมินจะรักแจจุงเข้าจริง ๆ...

ดีครับ! คู่ต่อไปยูชอนกับยุนโฮ แต่ก่อนที่สถานการณ์จะตึงเครียดไปกว่านั้น เสียงของช่างภาพก็ขัดจังหวะขึ้นมาก่อน จุงรีบผละออกจากชางมินโดยใช้ข้ออ้างว่าจะไปเปลี่ยนชุด

ยูชอนกับยุนโฮสวมเชิ้ตสีสดคลุมทับด้วยสูทสีเข้ม สองคนกระชับจับมือแน่น สายตาคมปลาบจ้องมองแต่ละฝ่าย ไม่มีทั้งรอยยิ้มและความบาดหมาง คอนเซ็ปต์ของคู่นี้คือมิตรภาพแบบผู้ใหญ่ที่ไม่จำเป็นต้องแสดงออกมากมายนั่นเอง

คู่ที่สี่คือจุนซูกับแจจุง สองคนอยู่ในชุดเครื่องแบบนักเรียนแขนสั้น จุนซูยกกระเป๋าพาดไหล่ตัวเอง ส่วนแจจุงกอดคอรุ่นน้องจนศีรษะทั้งสองชนกัน จุนซูยิ้มจั๊กจี้ขณะที่แจจุงเองก็ไม่ต่างกัน คอนเซ็ปต์นี้คือเพื่อนสนิท

รอยยิ้มของทั้งคู่ดูสดใสเหมือนนางฟ้าตัวน้อย ๆ เล่นเอาทั้งทีมงานทั้งสมาชิกวงที่เหลือใจสั่น แม้แต่ยุนโฮก็ยังปฏิเสธไม่ได้ว่าติดใจรอยยิ้มแบบที่หาได้ยากนั้นของแจจุง

ยุนโฮกับแจจุงครับ ยุนโฮ.. ยุนโฮ! ผู้ช่วยช่างภาพขานเรียกคู่ต่อไป แต่เพราะหัวหน้าวงมัวแต่หลงในรอยยิ้มของคนที่ต้องคู่กัน ทำให้สติไม่อยู่กับเนื้อตัว จนต้องขึ้นเสียงนั่นแหละถึงจะหลุดจากภวังค์

เหม่อคิดถึงใครอยู่น้า~ แจจุงแซวยิ้ม ๆ แต่อีกฝ่ายไม่ขำด้วย ยุนโฮตีหน้านิ่งขรึมรับฟังคอนเซ็ปต์คู่ของตัวเอง

แจจุงหน้าเจื่อนลง และยิ่งเมื่อรู้ว่าคอนเซ็ปต์ของเขาคือรักข้างเดียว ใบหน้าสวยก็ยิ่งเศร้าหมอง

ไม่มีใครนึกสงสัยเพราะคิดว่าแจจุงแค่สร้างอารมณ์ ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ใช่เลย นั่นคือใบหน้าแสดงความรู้สึกในใจที่แท้จริงของเขาต่างหาก ใครเป็นคนเลือกคอนเซ็ปต์นะ แจจุงชักอยากเห็นหน้าเสียแล้ว...

รูปที่ถ่ายออกมาถูกจัดให้แจจุงที่สวมชุดขาวยืนด้านหลังยุนโฮในชุดดำ นัยน์ตาสีนิลมองแผ่นหลังคนข้างหน้าด้วยความเจ็บปวด ทำเอาหลายคนรู้สึกเศร้าไปด้วย

ต่อจากนั้นเป็นชางมินกับยุนโฮ ต่อให้ยุนโฮภาวนาให้ได้ความสัมพันธ์แบบคนรักกับชางมินถึงจะรู้ว่ามันซ้ำคอนเซ็ปต์ ท้ายที่สุดความสัมพันธ์ของทั้งสองก็คือศัตรู

ยุนโฮยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง พยายามส่งสายตาไม่เป็นมิตรไปที่ชางมินอย่างสุดความสามารถ ในขณะที่เด็กหนุ่มอยู่ในท่ากระชากคอเสื้อของยุนโฮ นัยน์ตาฉายแววโกรธขึ้งและเกลียดชัง

ทั้งที่รู้ว่าเป็นเพียงการแสดง แต่ยุนโฮก็อดรู้สึกแปลก ๆ ไม่ได้ กลัวว่าสักวันสายตาแบบนั้นจะเกิดขึ้นจริง ๆ

คอนเซ็ปต์สุดท้ายก่อนฟรีสไตล์นะครับ แจจุง ยุนโฮ ชางมิน รักสามเส้านะ สามคนหันมามองหน้ากันด้วยความตกใจ เพราะตอนแรกที่อ่านดูไม่มีคอนเซ็ปต์นี้

ทีมงานเพิ่งคิดสดเมื่อกี้ตอนเห็นพวกนายถ่ายรูปกันอ่ะ ผู้จัดการกระซิบบอก ทั้งสามคนพยักหน้าเข้าใจก่อนยืนประจำที่ตัวเอง

ชุดที่ใส่คือชุดล่าสุดที่สวมอยู่ แจจุงยังคงอยู่ในเสื้อแขนยาวสีขาว ยุนโฮอยู่ในสูทสีดำ และชางมินในเชิ้ตสีน้ำเงินอมม่วง แจจุงวางสองมือลงกับอกของยุนโฮ ใบหน้าสะสวยเงยขึ้นพยายามสบตา หากดวงตาเรียวของอีกฝ่ายกลับจับจ้องเพียงชางมินที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังของแจจุง มือใหญ่เอื้อมไปสัมผัสปลายผมสีน้ำตาลทอง ขณะที่มือของคนอายุน้อยที่สุดโอบเอวพี่ใหญ่เอาไว้ สายตาก้มมองอ่อนโยน

ใครเลยจะคิดว่าในอนาคต... ความรักแบบนี้มันจะเกิดขึ้นจริง ๆ

พักสิบห้านาทีนะครับ แล้วเราจะถ่ายฟรีสไตล์ ช่างภาพกดชัตเตอร์เป็นครั้งสุดท้ายแล้วร้องบอก ทีมงานทุกคนพากันปาดเหงื่อนิดหนึ่งก่อนจะเริ่มทำหน้าที่ของตัวเองต่อ คือเซ็ตฉากและแต่งหน้าทำผมให้เทพเจ้าทั้งห้า

พี่ถ่ายกับผมนะ ชางมินยื่นขวดน้ำให้แจจุงที่กำลังนั่งซับเหงื่ออยู่ในมุมหนึ่งของห้องแต่งตัว

พี่ใหญ่ยิ้มบางแทนคำตอบ ยุนโฮที่ได้ยินอย่างนั้นก็ตั้งใจเอาไว้ว่าต้องขัดขวางสองคนนั่นไม่ให้ถ่ายคู่กันให้ได้

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

ต่อเลยครับ!! หลังจากจัดฉากเรียบร้อย ทุกคนก็ถูกตามกลับมาถ่ายภาพ แน่นอนว่ายูชอนต้องคู่กับจุนซูอยู่แล้ว ทั้งสองคนยิ้มให้กันอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องจัดท่าทางอะไรมากมาย

เพราะภาษากายที่ออกมาจากใจ... ไม่ต้องใช้สมองคิดหรอก

ป่ะพี่แจจุง... พอคู่รักหวานหยดของวงถ่ายเรียบร้อย ชางมินก็รีบดึงมือพี่ใหญ่หน้าสวยด้วยท่าทีกระดี๊กระด๊า อยากอยู่ใกล้ ๆ พี่แจจุงจนแทบทนไม่ไหวแล้ว...

อ่า.. ชางมินกับแจจุงนะครับ ช่างภาพถามเพื่อความแน่ใจแล้วเริ่มโฟกัสกล้องไปทางแจจุงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้โดยมีชางมินยืนค้ำพนักพิงไว้แล้วน้อมตัวลงมาจนใบหน้าของทั้งคู่อยู่ข้าง ๆ กัน แต่พอจะกดชัตเตอร์กลับกลายเป็นว่าดันมีบุคคลที่สามเข้ามาในฉากด้วยซะอย่างงั้น

ยุนโฮที่ไม่รู้เดินมาจากทางไหนแทรกกลางระหว่างทั้งสองคน ร่างหนาจงใจเดินชนเก้าอี้ที่แจจุงนั่งอยู่จนเอนล้ม

อ๊ะ!! ร่างผอมบางของคนที่นั่งอยู่ถลาไปข้างหน้า แจจุงหลับตาปี๋ คราวนี้ได้เจ็บตัวแน่

โอ๊ะ!! แต่คนที่ร้องเพราะเจ็บกลับไม่ใช่หนุ่มหน้าสวย แต่เป็นน้องเล็กอย่างชางมิน!

แจจุงลืมตาขึ้นมองรอบ ๆ และพบว่าตัวเองถูกรวบเอาไว้ได้ทันจากทางด้านหลังโดยท่อนแขนของยุนโฮ ส่วนชางมินดันเป็นคนล้มเพราะตอนแรกเขาค้ำตัวกับพนักเก้าอี้นั่นเอง

ดูเหมือนยุนโฮจะรู้สึกตัวว่าสิ่งที่เขาทำอยู่มันผิดแผน ชายหนุ่มรีบปล่อยร่างบางที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์นั่น แล้วหันไปใส่ใจกับคนที่ทำหน้าบิดเบี้ยวแทน

โอเคมั้ยชางมิน? ถามด้วยความเป็นห่วง เพราะน้องมัวแต่นั่งอยู่กับพื้นอย่างนั้น ไม่ยอมลุกเสียที

ชางมินส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร มันไม่ได้เจ็บมากมายอะไรนักหรอก แต่ที่นั่งนิ่งอย่างนั้นเพราะกำลังอึ้งต่างหาก

ก็เมื่อกี้แจจุงกับยุนโฮดูเหมาะสมกันอย่างบอกไม่ถูก...

อย่านึกว่าเขาไม่เห็น... เมื่อครู่พี่แจจุงหน้าแดง ส่วนพี่ยุนโฮเองก็ทำสีหน้าแปลก ๆ แบบที่ชางมินไม่ไว้ใจเลย... ไม่ไว้ใจเลยสักนิด

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

หลังจากถ่ายรูปเสร็จ ทั้งห้าคนก็เดินทางไปซ้อมเต้นต่อ ช่วงนี้อัลบั้มที่สองของพวกเขาใกล้เสร็จเต็มที การซ้อมจึงหนักขึ้นกว่าเดิมถึงขนาดที่ว่าบางคืนก็ต้องนอนที่ห้องซ้อมแทนบ้าน

" แจจุง!! ไม่ใช่ ๆ ต้องก้าวเท้านี้ก่อนแล้วค่อยตวัดแขน " เสียงห้าว ๆ ของยุนโฮกำลังสอนท่าเต้นให้กับแจจุง

เอ่อไอ้ท่าตวัดแขนแบบนั้นนายเคยสอนฉันด้วยเหรอ?

แจจุงทำหน้างง ๆ แต่ก็พยายามทำตามที่ยุนโฮสอนอย่างเต็มที่

" ท่านายถูกแล้วแต่ทำช้าเกินไปนะ ต้องเร็วกว่านี้เสี้ยววินาที นายคงไม่อยากดูแปลกแยกเพราะเต้นไม่ทันคนอื่นตอนถ่ายเอ็มวีพรุ่งนี้หรอกนะ!? " ยุนโฮประชดแจจุงที่ท้ายประโยค

อดทนไว้คิมแจจุง ก็เราดันเต้นไม่เก่งเหมือนคนอื่นเขานี่นา อดทนหน่อยแจจุง

แจจุงพยายามพร่ำบอกให้ตนเองอดทนเข้าไว้

นี่ไง เขาทำได้แล้ว!!

แจจุงหันหน้าไปจะเรียกยุนโฮให้ดู เห็นมั้ย ฉันก็ทำได้นะ แต่.

ทำไมยุนโฮถึงเอาแต่มองชางมินล่ะ!!

แจจุงเม้มปากแน่น สายตาแบบนั้นเขารู้ดีว่าหมายถึงอะไร ในใจไหววูบ แต่ก็ยังพยายามหาเหตุผลบอกกับตัวเองไม่ให้คิดมาก

ก็ยุนโฮเป็นหัวหน้าวงนี่นา ต้องแก้ไขจุดบกพร่องของสมาชิกคนอื่นเป็นธรรมดา

ทั้งที่รู้ว่ากำลังหลอกตัวเอง... แต่แจจุงแค่ยังไม่อยากยอมรับความจริงว่าคนที่ยุนโฮรักไม่ใช่เขา!!

" เอ่อฉันคิดว่าเต้นได้แล้วล่ ยุนโฮช่วยดูให้หน่อยสิ " ร่างบางเรียกแผ่วเบาพลางยิ้มแห้ง

ยิ้มในความน่าสมเพชของตัวเอง...

ใจจริงอยากพูดว่าช่วยสนใจฉันหน่อย แต่เขาไม่มีสิทธิพูดอย่างนั้น

ยุนโฮหันใบหน้าเหนื่อยหน่ายมาทางคนข้างหลัง ทำไมต้องเรียกตอนที่กำลังดูชางมิน เพลิน ๆ ด้วยนะ

ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเขาเป็นหัวหน้าวงและถนัดเรื่องเต้นมากที่สุด

ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเจ้าคนตรงหน้านี่เต้นไม่ทันเพื่อนอยู่บ่อย ๆ

เขาก็คงจะไปซ้อมข้างชางมิน ไม่มาติดแหง็กอย่างนี้หรอก โอ๊ย!!คิดแล้วเบื่อ

แจจุงพอจะอ่านความคิดที่แสดงออกทางสีหน้านั้นได้ เขาจึงรีบเต้นเพราะกลัวว่ายุนโฮจะอารมณ์เสียมากไปกว่านี้

แต่

" พอ ๆ ไม่ได้เรื่องเลย นายเป็นผู้ชายรึเปล่า!! ทำไมปวกเปียกอย่างนี้ฮะ!!" ยุนโฮตวาดด้วยความหงุดหงิด จุนซู ยูชอน ชางมินหันหน้ามาตามเสียงดัง แจจุงผงะค้างไว้ทั้งอย่างนั้น

" เสียเวลาจริง ๆ นายเข้าวงนี้มาได้เพราะหน้าตารึไง! " ด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดบวกกับความที่เป็นคนโมโหรุนแรง ทำให้ยุนโฮหลุดปากพูดคำร้าย ๆ ออกไป

แจจุงหน้าเสียแต่ก็ก้มหน้านิ่ง พยายามซ่อนไม่ให้ใครเห็นสีหน้าของตัวเอง รู้สึกว่าขอบตาร้อนผ่าว คัดจมูก แล้วก็แสบคอไปหมด แน่นอนว่าเขากำลังจะร้องไห้ แต่ไม่นะ!! จะร้องไห้ตอนนี้ไม่ได้!!

ขนาดแจจุงที่เข้มแข็งยังทำให้ยุนโฮรักไม่ได้... แล้วจะหวังอะไรกับแจจุงที่อ่อนแอ

เท้าไวเท่าความคิด แจจุงวิ่งออกไปจากห้องซ้อมทันที ท่ามกลางความตกตะลึงของเพื่อนร่วมวงคนอื่น ๆ

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

" ทำไมพี่พูดแบบนั้น!? " ทันทีที่ตั้งสติได้ จุนซูก็ร้องถามด้วยความตกใจ เขากับยูชอนรู้ว่าแจจุงรู้สึกอย่างไรกับยุนโฮ

รู้ดีว่าแจจุงรักยุนโฮ

เพราะการกระทำของแจจุงที่แสดงออกถึงความห่วงใย มันไม่ต่างอะไรจากที่เขาปฏิบัติต่อยูชอน...

" นั่นสิ!! พี่เขาก็พยายามแล้ว พี่ยุนโฮเองก็เห็นไม่ใช่หรอ พี่น่าจะเป็นคนที่รู้ดีที่สุดด้วยซ้ำ ทำไมต้องพูดทำร้ายจิตใจอย่างนั้นด้วย!! " ยูชอนก็ร่วมวงด้วยอีกคน

ยุนโฮเงียบ ไม่คิดว่าปาร์ค ยูชอนที่ปกติแทบไม่เคยพูดเสียงดังกำลังตวาดใส่เขา

" พี่ควรจะตามไปขอโทษนะ " ชางมินพูดเสียงเรียบ ทั้งแววตาและน้ำเสียงบ่งบอกว่าผิดหวังในตัวยุนโฮมากเหลือเกิน

ฉันไม่ผิดนี่ ทำไมต้องขอโทษด้วย!

ยุนโฮเถียงอยู่ในใจ ยังไงเขาก็ไม่ผิด

ชางมินมองหน้ายุนโฮด้วยความไม่เข้าใจ ในเมื่อคนตรงหน้าไม่มีท่าทีว่าจะสำนึก ทำไมเขาต้องเสียเวลาพูดด้วย

เด็กหนุ่มมองหน้ายุนโฮด้วยสายตาตำหนิก่อนตัดสินใจตามแจจุงไป แต่...เขาคงจะวิ่งออกไปจากห้องได้แล้ว ถ้ายุนโฮไม่รีบคว้าแขนเอาไว้เสียก่อน

" ไม่!! ฉันไม่ให้ไป!! " ยุนโฮพูดด้วยน้ำเสียงกดต่ำ เขากำลังโมโหมาก ๆ ชางมินมองหน้าจุนซูกับยูชอนที่ยืนอยู่ด้านหลังยุนโฮด้วยสีหน้าร้อนรน

ทั้งสองคนพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าพวกเขาจะตามแจจุงไปเอง

เอาล่ะ ทีนี้ก็เหลือแค่เรากับชางมิน

ยุนโฮยังคงจ้องหน้าชางมินไม่วางตา

" พี่จะบอกได้รึยังว่าเป็นบ้าอะไร!! ทำไมต้องไปตวาดใส่พี่แจจุงอย่างนั้นด้วย " เด็กหนุ่มเปิดปากว่าก่อนด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจ

" ใช่!! ฉันมันบ้า!! ชางมินหลุดใบหน้าขรึมเล็กน้อยเมื่ออยู่ ๆ อีกฝ่ายก็ยอมรับออกมาว่าตัวเองบ้า

แต่ประโยคต่อมากลับทำให้ชางมินอึ้งยิ่งกว่า...

ฉันบ้า...บ้าที่ไปรักนายไงล่ะ!! " ความจริงที่เพิ่งได้รู้ทำให้ชางมินถึงกับตะลึง อะไรนะ!? นี่ยุนโฮรักเขาอย่างนั้นหรอ

" ฉันทนไม่ได้ที่เห็นนายทำดีกับแจจุง บอกตามตรงว่าฉันหึง แล้วฉันก็จะไม่ยอมยกนายให้ใครด้วย!! " ยุนโฮพูดก่อนจะกระชากไหล่ชางมินเข้าหาตัว แล้วใช้ท่อนแขนกดท้ายทอยของเด็กหนุ่มให้ก้มต่ำ แล้วประกบปากร้อนเข้ากับปากบาง โดยที่คนถูกกระทำได้แต่ยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก

สัมผัสนุ่มหยุ่นและอุ่นชื้นทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกตัว ชางมินสะบัดออกจากการเกาะกุมแล้วออกหมัดเต็มแรงปะทะกับใบหน้าของเจ้าของการกระทำจาบจ้วง

ผลัวะ!!

ยุนโฮยืนนิ่ง ใบหน้าข้างที่โดนชะสะบัดไปตามแรง รอยแดงปรากฏขึ้นเด่นชัด และอีกสักพักมันคงเปลี่ยนสีเข้มขึ้น

" ผมเคยคิดว่าพี่เป็นคนดี แต่วันนี้พี่ทำให้ผมรู้สึกตรงกันข้าม ผมไม่เคยรักพี่แล้วก็ไม่มีวัน!! " ชางมินตะโกนใส่ด้วยความกราดเกรี้ยว

" แล้วถ้าพี่ยังตาสว่างไม่พอ ผมจะบอกให้ก็ได้ว่าคนที่ผมรักคือใคร!! " ยังคงตะโกนต่ออย่างหยุดไม่ได้

ว่ากันว่า... คนที่ปกติเรียบนิ่งที่สุด จะเป็นคนอันตรายที่สุดยามโทสะบังเกิด ชางมินเองก็คงเป็นหนึ่งนั้น

" คนที่ผมรักคือ " ชางมินหยุดกลืนน้ำลายก่อนพูดต่อ
อย่านะ อย่าพูดชื่อนั้น!!

ยุนโฮคิดอย่างตื่นตระหนก ภาวนาอย่าให้เป็นคนเดียวกันกับที่ตัวเองคิด

....................

แต่คำตอบที่ได้ยินไม่ได้ทำให้ยุนฮู้สึกดีขึ้น ชายหนุ่มได้แต่ยืนกำหมัดนิ่งเมื่อชางมินตะโกนชื่อของคนนั้นซ้ำไปซ้ำมาเป็นการตอกย้ำ

...นิ่งเสียจนยุนโฮไม่มีแรงแม้จะฉุดรั้งคนที่ตัวเองรักเอาไว้เมื่ออีกฝ่ายกำลังก้าวผ่านหน้าเขาออกไปจากห้อง

ชางมินรีบสาวเท้าออกตามหาพี่ชายสุดที่รัก ถึงแม้ว่าการตะโกนพูดอะไรยาว ๆ จะทำให้เขาเหนื่อยแต่เขาก็ต้องตามหาให้พบ ป่านนี้พี่จุนซูกับพี่ยูชอนจะหาคนคนนั้นเจอรึยังนะ

คนที่คอยเอาใจใส่ดูแลคนอื่น แต่มักจะละเลยตัวเอง

คนที่ภายนอกแสร้งเป็นเข้มแข็งทั้งที่ภายในเปราะบาง

คนที่ทำให้เขาไม่รู้สึกเหงาเมื่ออยู่ใกล้ ๆ