CanIBeYourDestiny

Can I Be Your Destiny? Special 4

posted on 10 Aug 2007 08:04 by zinister  in CanIBeYourDestiny

Can I Be Your Destiny? Special vol. 4

- TVXQ -

เช้าวันใหม่ ก็ยังคงเป็นวันที่สดใสตามเคย

" ชางมิน ยูฮวาน รู้รึเปล่าว่ายุนโฮไปไหน " แจจุงถามน้องทั้งสองคนที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์

" ยูชอนด้วย ไปไหนกันนะ " จุนซูถามพลางนั่งลงบนเก้าอี้ ตั้งแต่ตื่นนอนมาก็ไม่เห็นแล้ว เดินหาทั่วบ้านก็ไม่เจอ

ชางมินแอบสบตากับเจ้าตัวเล็กที่เอนหลังพิงอกของเขาแทนพนักโซฟาก่อนจะหันไปตอบคนหน้าสวย แต่ไม่ใช่คำตอบแบบที่พี่ใหญ่ต้องการ

" พี่แจจุง พี่จุนซู ผมหิวข้าว " พูดพลางนำหน้าออดอ้อน

" อืมจะไปทำเดี๋ยวนี้แหละ " คนสวยถอนหายใจเฮือกใหญ่ เดี๋ยวค่อยมาถามใหม่ก็ได้ เพราะรู้กันดีว่าชางมินจะไม่ตอบคำถามอะไรทั้งนั้นถ้าถูกปล่อยให้หิว

" พี่จุนซูครับ พี่ไปหยิบแผ่นเกมที่ห้องทำงานให้ผมหน่อยสิ " เมื่อเห็นว่าจัดการได้คนหนึ่ง ชางมินก็หันมาจัดการกับอีกคนที่เหลือ

โลมาก็พาซื่อ เดินไปหยิบให้น้อง โดยไม่รู้ว่าถูกล่อหลอกให้ลืมเรื่องที่ตัวเองตั้งใจถาม

ชางมินถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะที่จริงแล้วยูชอนกับยุนโฮขอร้องแกมข่มขู่ไม่ให้ชางมินบอกว่าพวกเขาไปที่ไหนกัน ก็ถ้าไม่ยอมช่วยพี่สองคนปกปิดล่ะก็... ยูชอนจะไม่ให้เขาคบกับยูฮวานนี่นา
แล้วยูชอนกับยุนโฮไปไหนกันนะ ทำไมยังไม่กลับมาอีก

" ชางมิน... เนื้อหมดแล้ว เดี๋ยวพี่ไปซื้อก่อนนะ " แจจุงร้องบอกจากในครัว ก่อนที่คนสวยจะรีบเดินออกจากบ้านไปเลย

" พี่แจจุง ฉันไปด้วยสิ หนังสือการ์ตูนเล่มใหม่ออกวันนี้พอดี " แล้วโลมาก็โยนแผ่นเกมของชางมินลงบนโซฟาเพื่อวิ่งตามแจจุงออกไป

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :


" นานแล้วเนอะที่พวกเราไม่ได้ออกมาข้างนอกกันสองต่อสองแบบนี้ " ในย่านการค้า ยูชอนเดินเคียงข้างยุนโฮอย่างมีความสุข พวกเขาสวมหมวกและแว่นตากันแดดเพื่อปกปิดใบหน้า คนภายนอกจึงเห็นเป็นเพียงแค่ชายหนุ่มบุคลิกดีสองคน ไม่ได้เอะใจเลยว่าจะเป็นสมาชิกวงนักร้องชื่อดัง

" อือ...เรารีบไปที่นั่นกันดีกว่า " เมื่อนึกถึงที่ที่จะไป หน้าหมีก็ส่อแววหื่นขึ้นมาทันที

" อะ...อะไร พี่คงไม่ได้จะพาฉันเข้าโรงแรมหรอกนะ " มือคนพูดไขว้ปิดหน้าอกตัวเองโดยอัตโนมัติ

" แค่เห็นปากห้อย ๆ ของนาย ฉันก็ไม่มีอารมณ์ละ" ยุนโฮว่าแดกดัน ไม่ทันคิดว่าจะเข้าตัวเอง

" แค่ฉันเห็นพุงพี่ ฉันก็เซ็กซ์เสื่อมเหมือนกันนั่นแหละ " ยูชอนไม่ยอมแพ้

" ฉันรู้สึกดีใจม้าก~ มากที่นายเห็นฉันแล้วเซ็กซ์เสื่อม " ยุนโฮหันมาแสยะยิ้ม ซึ่งในสายตาผู้หญิงแถวนั้น รอยยิ้มของยุนโฮอาจดูงดงามราวเทพบุตร แต่สำหรับยูชอน...นั่นซาตานชัด ๆ

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ยูชอนกับยุนโฮจึงเร่งเดินให้เร็วขึ้นอีก ในไม่ช้าพวกเขาก็มาถึงที่หมาย

ที่นั้น หญิงสาวสองคนยืนรอพวกเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

" กว่าจะมาได้นะ ให้ฉันรอซะนานเชียว " หญิงสาวผมซอยสั้นชี้ไม่เป็นทรงตรงรี่เข้ามากอดแขนยุนโฮอย่างสนิทสนม ในขณะที่ผู้หญิงอีกคนเพียงแค่ยิ้มให้ยูชอนอย่างเป็นมิตร

" พี่!! นั่นใช่พี่ยุนโฮกับยูชอนรึเปล่าน่ะ " จุนซูกระตุกชายเสื้อแจจุงที่เดินนำหน้า ก่อนที่จะพยักเพยิดให้คนสวยมองตาม

แจจุงพยายามเพ่งทั้งที่จริงแล้วมันไม่จำเป็นเลย แค่เห็นแผ่นหลังนั้นไกล ๆ เขาก็จำได้แล้วว่าเป็นยุนโฮไม่ผิดแน่นอน... ยุนโฮกำลังควงผู้หญิงคนอื่น!!

ทั้งที่นายยังใส่สร้อยข้อมือที่ฉันให้ ใส่หมวกที่ฉันซื้อ แต่นายก็ยังระริกระรี้กับคนอื่นได้หน้าตาเฉย!!

แจจุงกำหมัดแน่น เสียงอื้ออึงรอบกายไม่ได้เข้าหูเลยแม้แต่น้อย

" ...แจจุง กลับกันเถอะ " จุนซูพยายามเรียกแต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ยินเขา สุดท้ายก็ต้องกึ่งลากกึ่งจูงให้คุณแม่ของวงเดินไปด้วยกัน

ทำไมยูชอนกับยุนโฮถึงมาหาผู้หญิงอื่นอย่างนี้ ของเขายังดีหน่อยที่ยูชอนไม่ได้ใกล้ชิดกับผู้หญิงคนนั้นมากเท่าไหร่ แต่ยุนโฮนี่สิ กอดแขนกันอย่างกับว่าสนิทกันมาแรมปี ทำแบบนี้โลมาไม่ปลื้มนะจะบอกให้!! คิดนอกใจแจจุงงั้นเหรอ ยูชอน...นายก็สมรู้ร่วมคิดด้วยใช่มั้ย!!

ในขณะที่แจจุงอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก จุนซูก็โมโหเสียจนควันออกหู ถ้าอยากออกจากบ้านขนาดนั้น งั้นวันนี้พวกนายก็ไม่ต้องเข้าบ้านกันแล้ว!!

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :


" กลับมาแล้วหรอครับ พี่รีบทำอาหารหน่อยสิ ผมหิวจะแย่แล้ว " เมื่อเห็นพี่ทั้งสองกลับบ้าน ชางมินก็ร้องออดอ้อนทันที

" อยากกินอะไรก็โทรสั่งเอา วันนี้ครัวปิด!! " จุนซูเป็นคนตอบแทนแจจุง เพราะทันทีที่เข้าบ้านมา แจจุงก็เดินเข้าห้องนอนตัวเองอย่างเงียบ ๆ แล้วปิดล็อคขังตัวเอง

" ถ้าสองคนนั้นกลับมาไม่ต้องเปิดประตูให้ เข้าใจมั้ย... " จุนซูสั่งเสียงแข็งก่อนจะเข้าห้องตัวเองอีกคน... แน่นอนว่าล็อคประตูเช่นกัน

ส่วนชางมินก็จำต้องพยักหน้ารับคำ เพราะจุนซูตอนนี้ดุยิ่งกว่าเวลายุนโฮโกรธเสียอีก

เมื่อพี่ทั้งสองเข้าห้องของตัวเองไปแล้ว ชางมินกับยูฮวานได้แต่นั่งงง นี่พวกพี่ของเขาไปทำอะไรเข้าละนี่ ถึงได้เป็นแบบนี้กัน?

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

" เย็นนี้เจอกันที่บ้านนะ " ยุนโฮว่าพลางจูบขมับหญิงสาวข้างตัวอย่างรักใคร่ ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้น

ยุนโฮกับยูชอนเดินออกจากร้านขายเครื่องประดับอันเป็นสถานที่นัดพบทั้งสองสาวด้วยท่าทีมีความสุขเหมือนเด็กเจอของเล่นถูกใจ เพียงแค่คิดว่าจะได้กลับไปเจอหน้าและโอบกอดเนื้อตัวอบอุ่นของคนที่รออยู่ที่บ้าน... หัวใจก็พองโต

" เออนี่... เดี๋ยวฉันแวะซื้อของหน่อยได้มั้ย นายรอก่อนนะ " ยุนโฮทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้

" งั้นเดี๋ยวค่อยกลับมาเจอกันตรงนี้เถอะ ฉันก็จะไปซื้อของเหมือนกัน " ยูชอนพยักหน้ารับ เพราะเขาก็ตั้งใจจะซื้อของอย่างอื่นด้วยเหมือนกัน

ทั้งสองคนแยกย้ายกันไปซื้อของที่ตัวเองอยากได้ เมื่อกลับมาตรงที่เดิมก็พบว่าในอ้อมกอดของยูชอนมีตุ๊กตาโลมาตัวโตสีเทาอ่อนที่ตรงปากมีสร้อยพร้อมจี้รูปหัวใจสีน้ำเงินเข้มแขวนอยู่ และของยุนโฮคือดอกลิลี่สีขาวบริสุทธิ์ ก้านยาวสีเขียวสดถูกผูกรวบเข้าด้วยกันโดยริบบิ้นผ้าสีชมพูอ่อน

" กลับบ้าน!! " สองหนุ่มพยักหน้าให้กันแล้วกลับบ้านด้วยท่าทีสบายใจ แต่ถ้าทั้งสองคนรีบกลับบ้านเร็วกว่านี้หน่อย...น่าจะดีกว่านะ

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :


แกร็ก...แกร็ก...

" ประตูบ้านล็อคอ่ะ " ยุนโฮหันมาบอกหลังจากที่พยายามหมุนลูกบิดแล้ว นิ้วอวบ ๆ ก็เลยหันไปกดออดหน้าประตูแทน แต่...

...เงียบ... ไม่มีเสียงตอบรับ

" ไม่อยู่บ้านหรอเนี่ย " ยูชอนพึมพำ

อันที่จริง...ข้างในน่ะอยู่กันครบเลยล่ะ แต่ชางมินกับยูฮวานไม่สามารถช่วยอะไรพี่ ๆ ของพวกเขาได้เลย เพราะพอจุนซูได้ยินเสียงออดก็ออกมานั่งจิกสายตาข่มขู่เสียจนเป็ดน้อยกับลูกลิงตัวที่สิบสี่หงอ ไม่กล้าทำอะไร (ความเดิม : ฮีชอลรับยูฮวานเป็นน้อง เพราะงั้นยูฮวานเลยเป็นลิงอีกตัว)

" โทรหาชางมินสิ " ยูชอนบอกเพราะตุ๊กตาตัวโตที่เขาอุ้มอยู่ทำให้ไม่สามารถเป็นคนโทรเองได้ ยุนโฮจึงเป็นคนโทรแทน

ตืด...ตืด...ตืด...

มือถือของชางมินสั่นดุ๊กดิ๊กอยู่ในกระเป๋ากางเกง แต่เจ้าตัวไม่กล้ารับ เพราะสายตาของจุนซูที่มองมาบ่งบอกว่าถ้าขยับตัวแม้แต่นิด...คงมีคนต้องออกไปนอนนอกบ้านเพิ่มอีกคน

พี่จุนซูก็...หันไปทางอื่นสักทีสิ ผมจั๊กจี้จะตายอยู่แล้วเนี่ย

" ชางมิน.... ชางมินเป็นอะไรไปอ่ะ หน้าแดงจังเลย เช้านี้นายยังไม่ได้ถ่ายเลยนี่ โถ...คงปวดท้องมากสินะ รีบไปเข้าห้องน้ำเร็ว! " ยูฮวานพูดเองเออเองเสร็จสรรพ เพราะรู้สึกได้เหมือนกันว่ามือถือของชางมินสั่น แล้วเจ้าตัวก็พยายามกลั้นหัวเราะอยู่ ทำให้หน้าแดงเหมือนคนปวดท้องเข้าห้องน้ำมากจริง ๆ

จุนซูขมวดคิ้วด้วยท่าทีระแวง แต่ฝีมือการแสดงของชางมินเข้าขั้นเนียนอยู่แล้ว เด็กหนุ่มก็เลยแสร้งบิดตัวไปมาอย่างสมจริง

และทันทีที่จุนซูพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต ชางมินก็วิ่งเร็วจี๋เข้าห้องน้ำทันที ต้องขอบคุณยูฮวานนะเนี่ย แหม...คนรักของเขาฉลาดใช่ย่อย

" ชางมิน...พวกนายอยู่ที่ไหนกันเนี่ย " เสียงพ่อหมีดังมาตามสาย

" ก็อยู่บ้านนี่แหละพี่ " เสียงเป็ดน้อยตอบเบาราวกระซิบ

" งั้นมาเปิดประตูให้หน่อยดิ พวกฉันเข้าบ้านไม่ได้เนี่ย "

" อยากเปิดให้อยู่หรอก แต่ว่าพี่จุนซูสั่งไว้ว่าไม่ให้พวกพี่เข้าบ้านอ่ะ "

" หา!! "

" พี่อย่าตะโกนดิ... ก็เมื่อกี้พี่จุนซูกับพี่แจจุงออกไปข้างนอก พอกลับมาก็เหมือนพี่จุนซูจะโกรธอะไรซักอย่างนี่แหละ "

" แล้วแจจุงล่ะ จุนซูไม่ขัดใจแจจุงหรอก บอกแจจุงมาเปิดประตูให้ฉันก็ได้นี่ "

" ไม่ได้หรอกพี่ ตั้งแต่กลับมาพี่แจจุงก็เอาแต่อยู่ในห้อง นี่ก็ยังไม่ยอมออกมาเลย จะเที่ยงแล้ว...ผมหิวจะแย่ "

" ชางมิน!! เข้าห้องน้ำเสร็จรึยัง ฉันจะได้เข้าบ้าง " จุนซูตะโกนเรียกอยู่หน้าห้องน้ำ

" เสร็จแล้วครับ ๆ แค่นี้ก่อนนะพี่ " ประโยคหลังพูดใส่โทรศัพท์ก่อนจะวางสาย แล้วกดชักโครก ทำทีว่าเพิ่งทำธุระเสร็จ

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

" เฮ้ย!! เดี๋ยวก่อนสิ ชางมิน... " แต่ต่อให้ยุนโฮตะโกนแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์ เพราะชางมินวางสายไปแล้ว แถมยังปิดเครื่องอีกด้วย

" ชางมินว่าไงมั่ง " ยูชอนโผล่หน้ามาถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

" ชางมินบอกว่าจุนซูไม่ยอมให้พวกเราเข้าบ้านอ่ะ " ยุนโฮหันหน้าซีด ๆ มาตอบคำถาม

" เฮ้ย!! ได้ไงอ่ะ แล้วยังงี้เราจะจัดงานแต่งงานได้ยังไง " ยูชอนร้องร้อนรน ความจริงวันนี้พวกเขาไปเลือกแหวนคู่มา กะเซอร์ไพรส์จุนซูกับแจจุงเสียหน่อย แต่ตอนนี้ดันกลายเป็นว่าเข้าบ้านไม่ได้ซะนี่

" เอาไงดีทีนี้ " ยูชอนมีสีหน้าเครียดขึงขึ้นมาทันที ปกติจุนซูใจดีจะตาย ถ้าโหดขึ้นมาแบบนี้แสดงว่าต้องไม่พอใจมากจริง ๆ

" เข้าบ้านไม่ได้ก็จัดมันข้างนอกนี่แหละ สนามหลังบ้านไง " ยุนโฮเสนอความคิด

" ดีเหมือนกันแฮะ เพราะยังไงในบ้านก็งจุคนที่เราเชิญมาไม่หมดอยู่แล้ว " ยูชอนตอบรับ

" งั้นงานนี้เราคงต้องขอตัวช่วยหน่อยแล้ว หึหึ " หัวเราะในลำคอพลางกดมือถือต่อสายถึงหน่วยปฏิบัติภารกิจพิเศษที่รับทำงานทุกประเภททั่วราชอาณาจักรเอสเอ็ม...ซูเปอร์จูเนียร์...

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

" ฮ้า!! สองคนนั้นไม่ยอมให้เข้าบ้านหรอ อืม ๆ จะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ " ฮีชอลวางสายลงก่อนหันมาสบตากับบรรดาลูกลิงที่กำลังรอคอยฟังข่าวสารด้วยใจจดจ่อ

" ว่าไงมั่งพี่ ตกลงยุนโฮจะยกเลิกงานหรอ? " ดงแฮถามด้วยความเป็นห่วง เพราะยุนโฮก็เป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของเขา

" ยังงี้พวกเราก็อดกินของฟรีอ่ะดิ " ชินดงหน้ามุ่ยพลางลูบพุงกลม ๆ ของตัวเอง

" เอ๊ะ!! อย่าเพิ่งสรุปกันเอาเองสิ ยุนโฮน่ะโทรมาบอกว่าจะเปลี่ยนที่จัดงานจากในบ้านมาเป็นนอกบ้าน " ฮีชอลปรามพวกลูกลิงที่กำลังร้องโยเย แล้วเริ่มพูดในเรื่องที่ตัวเองเพิ่งฟังมา

" ก็ดีสิ!! อยู่ในบ้านอุดอู้จะตาย แค่พวกเราสิบสามคน ทงบัง กับยูฮวานก็ปาไปสิบเก้าคนละ " คังอินว่าในขณะที่คนอื่นกระโดดตัวลอย เพราะดีใจที่จะได้ลัลล้า(?)อยู่นอกบ้าน

" จัดนอกบ้านน่ะดี แต่... " ฮีชอลเริ่มพูดต่อเมื่อเสียงค่อย ๆ สงบลงบ้างแล้ว พอฟังข่าวดี... ทีนี้ก็ถึงตาข่าวร้าย

" แต่อีกละ เกลียดคำนี้ชะมัด " คิบอมบ่นอุบ ก้มหน้าพองลมแบบที่ชอบทำเวลาไม่พอใจ

" อย่าบ่นคิบอม ถ้าพวกนายอยากสนุกนอกบ้านก็ต้องไปช่วยกันเตรียมสถานที่ เพราะอยู่ ๆ จุนซูก็ไม่ยอมให้ยุนโฮกับยูชอนเข้าบ้านซะงั้น " หันมาจิกสายตาใส่น้องรักพอเป็นพิธีแล้วร่ายต่อ

พอได้ยินคำว่าเตรียมสถานที่ แต่ละคนก็วาดฝันไปไกลว่าจะเนรมิตสนามหญ้าหลังบ้านของทงบังฯให้ออกมาเป็นอย่างที่ตัวเองต้องการ

" และที่สำคัญ... พวกนายต้องทำตัวให้เหมือนกับสายลม ไปมาไร้ร่องรอย นั่นก็หมายถึงแอบเตรียมงานกันเงียบ ๆ น่ะ เข้าใจมั้ย? " ปิดท้ายด้วยการกำชับเรื่องสำคัญที่สุด

" เอ่อ...อย่างฉันเป็นสายลมกับเขาได้ด้วยหรอ? " ชินดงขัดจังหวะพลางก้มลงมองพุงพลุ้ย ๆ ของตัวเอง

" ถ้างั้น...ฉันจะช่วยนายลดความอ้วนเองชินดง เอามั้ย? " ฮีชอลส่งสายตาจิกกัดเล็กน้อย เรียกเสียงฮาจากเพื่อน ๆ

" ถ้างั้นเราก็ช่วยกันคิดก่อนว่าจะเอาไง จะได้เตรียมข้าวของได้ถูก " ฮันกยองว่าเสียงแปร่งพลางกระวีกระวาดหาปากกาและกระดาษ เตรียมพร้อมจดเต็มที่ งานแต่งงานครั้งแรกที่ซูเปอร์จูเนียร์รับจ๊อบ จะต้องออกมาดีที่สุดให้ได้!!

รยออุคงานวันนี้มีคนมากี่คน ฮีชอลถามพลางขยับแว่นสีแดงบนใบหน้าให้เข้าที่ ตามองกระดาษที่ร่างรูปแบบงาน

ก็มีทงบังห้าคน พวกเราสิบสามคน ยูฮวาน จีฮเย พ่อพี่ยุนโฮ แม่พี่แจจุง โพมี ฮีบอน แล้วก็พี่คังตะ รวมแล้วยี่สิบห้าคนครับ นับนิ้วไปมาจนได้คำตอบที่แน่นอน

นอกจากเค้กแต่งงานก็ต้องมีของว่างสำหรับยี่สิบห้าคน เอาอะไรดี ทาร์ตดีมั้ย กยูฮยอนเสนอความคิดเห็น ที่เหลือพยักหน้าเห็นด้วย อันที่จริงของกินจะเป็นอะไรก็ได้ พวกเขาไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว

แต่พวกเบเกอรี่มันแพงนะ ใครจะจ่ายล่ะ พอพูดถึงเรื่องเงินทุกคนต่างก็พากันก้มหน้าก้มตา

งานของใคร คนนั้นก็ต้องจ่ายสิ เราก็ออกไปก่อนแล้วค่อยเก็บทีหลัง เยซองชี้ทางสว่าง แล้วลูกลิงก็กลับมารวมหัวกันต่อ

ฉันว่าทำพันช์ด้วยดีกว่า เปรี้ยวปากมาหลายวันละ คังอินพูดพลางทำท่าสูดน้ำลาย

ถ้าอยากทำก็ต้องไปซื้อวัตถุดิบเอง เออใช่! ซื้อลูกโป่งมาด้วยนะ ไม่ต้องบอกหรอกใช่มั้ยว่าสีอะไร แล้วก็ผ้าสีขาวผืนใหญ่ ๆ ซื้อเสร็จไปรอที่บ้านทงบังเลยนะ สิ้นเสียงสั่ง คังอินพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะลากอีทึกออกไปซื้อของด้วยอีกคน

ดงแฮ รยออุค พวกนายดูแลเรื่องดอกไม้นะ วันก่อนฉันเห็นร้านขายดอกไม้เปิดใหม่แถวอพาร์ทเมนต์เรา พวกนายลองไปดูละกัน แล้วก็วันก่อนที่เอสเอ็มมีงานฉลองนี่ ไปยืมพวกโครงเหล็กจากที่นั่นให้หน่อยสิ แบบที่มันเป็นซุ้มโค้ง ๆ นะ ฮีชอลเริ่มมอบหมายงาน ดงแฮกับรยออุครับคำแล้วเดินออกจากห้องไปเป็นคู่ที่สองต่อจากคังอินกับอีทึก

ซองมิน ซีวอน ดูแลเรื่องเค้กกับทาร์ต ฉันว่าเราต้องรีบสั่งหน่อย เดี๋ยวจะเสร็จไม่ทัน ได้เมื่อไหร่โทรบอกด้วย ถ้าไม่ทันจริง ๆ เอาเค้กแบบสำเร็จมาต่อกันเองละกัน

แล้วพวกที่เหลือทำอะไรล่ะ ซีวอนแย้ง เพราะชินดง ฮันกยอง เยซอง คิบอม ฮยอกแจ กยูฮยอนยังนั่งหน้าสลอน ไม่มีอะไรทำ

ฉันจะให้ฮันกยองดูแลเรื่องอาหารกับเครื่องดื่ม ไม่ค่อยไว้ใจเจ้าคังอินเท่าไหร่ เกิดทำพันช์มั่ว ๆ มาละคนกินท้องเสียคงไม่ดี ฮันกยองพยักหน้ารับหน้าที่ของตัวเอง

ส่วนที่เหลือก็ช่วยกันเป่าลูกโป่ง เอาล่ะ... แยกย้ายไปทำหน้าที่ตัวเองได้แล้ว เจอกันอีกทีที่บ้านทงบังเลยนะ อย่าลืมล่ะ..ว่าพวกเราเป็นสายลม ฮีชอลสรุป ทุกคนพยักหน้าแข็งขันแล้วแยกไปทำหน้าที่ของตัวเอง

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :


มาแล้วเหรอ ช้ากว่าที่คิดนะเนี่ย ยุนโฮรีบเดินมาหาเมื่อเห็นว่าคนที่เขาขอความช่วยเหลือมาถึงแล้ว

งั้นพวกนายเตรียมงานเองก็แล้วกัน ฮีชอลยิ้มหวาน แต่คำพูดไม่ได้หวานด้วยเลย

แหมล้อเล่นน่า อย่าคิดมาก แหะแหะ ยุนโฮหัวเราะแห้ง

อ้าว! แล้วนี่คนอื่นไปไหนหมด? ยูชอนถามเพราะคนที่มาตอนนี้มีเพียงฮีชอล เยซอง ฮยอกแจ ชินดง คิบอม กยูฮยอน และฮันกยอง

ก็ไปหาของเตรียมงานนั่นแหละ พวกเรารีบไปจัดที่จัดทางกันเถอะ ฮยอกแจตอบก่อนจะเดินนำหน้าไปทางสนามหญ้าหลังบ้าน

โห!! นี่พวกพี่เคยตัดหญ้ากันบ้างรึเปล่าเนี่ย!!  คิบอมอุทานออกมาเมื่อเห็นว่าต้นหญ้าขึ้นรกรุงรังเต็มไปหมด ยูชอนกับยุนโฮยิ้มเจื่อน

ยุนโฮ ยูชอน จัดการตัดหญ้าพวกนี้ให้เรียบร้อย เร็ว ๆ ด้วยล่ะ!! ฮีชอลสั่ง สงสัยหน้าที่ของฮีชอลในครั้งนี้ก็คือสั่งนี่แหละ

เดี๋ยวก่อน! พวกนายมีโต๊ะยาวสักสองโต๊ะมั้ย ฮันกยองเรียกทงบังสองคนที่กำลังจะเดินผ่านหน้าไป

คิดว่ามีนะ อยู่ในโรงรถ ยุนโฮทำหน้านึก

งั้นก็ไปเอาออกมาด้วยละกัน ยูชอนพยักหน้ารับรู้ แล้วยูชอนกับยุนโฮก็เดินไปเอาเครื่องตัดหญ้าพร้อมโต๊ะยาวออกมา ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่อีทึกและคังอินมาถึงพอดี

ฮันกยองกับคังอินแยกไปช่วยกันทำพันช์ ส่วนอีทึกก็หอบลูกโป่งเดินไปหาฮีชอล

เท่านี้พอมั้ย อีทึกถามพลางพยักเพยิดให้ดูห่อลูกโป่งสีแดงให้อ้อมแขน

คิดว่าน่าจะพอ เอาล่ะเด็ก ๆ ได้เวลาเป่าลูกโป่งแล้ว เอาลูกพอประมาณนะ ใหญ่ไปเดี๋ยวแตก เล็กไปไม่สวย ฮีชอลหันไปเรียกลิงที่กำลังนั่งว่างไม่มีอะไรทำ

แล้วไหนล่ะที่สูบ ชินดงถามพลางพยายามควานหาในถุงหิ้ว แต่ไม่เจอเลยสักอัน

โทษที พอดีมันหมดน่ะ พวกนายใช้ปากเป่าเอาก็แล้วกัน อีทึกยิ้มแห้ง

เรื่องแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก จิ๊บจ๊อย ฮยอกแจว่าก่อนจะหยิบห่อออกมาฉีก แล้วประเดิมเป่าคนแรก คนต่อ ๆ มาจึงเริ่มทำบ้าง

พี่ครับดอกไม้ได้แล้ว ต่อมาดงแฮกับรยออุคก็เดินเข้ามาพร้อมกับลิลี่ขาวและกุหลาบแดงหอบใหญ่

ส่วนโครงเหล็กตอนนี้กำลังให้คนขนเข้ามาอยู่ครับ รยออุคบอก ฮีชอลพยักหน้ารับรู้

บอกเขาให้เอาไปไว้หลังบ้านเลย ส่วนพวกนายก็เอาดอกไม้นี่ไปจัด แต่ว่าโครงที่โค้งเป็นซุ้มไม่ต้องใช้ดอกไม้นะ อันนั้นจะใช้ลูกโป่งแทน สองหนุ่มพยักหน้าเข้าใจ แล้วเดินไปทำหน้าที่ของตน

พวกนายก็เป่ากันเร็ว ๆ หน่อยสิ โดยเฉพาะนายนะฮยอกแจ เรื่องจิ๊บจ๊อยไม่ใช่รึไง อีทึกก้มลงเก็บลูกโป่งที่เป่าเสร็จแล้วมารวมกัน พลางหันไปเร่งคนที่ประมาทตอนเริ่มต้น เจ้าลิงพวกนี้ไม่รู้กันรึไงว่าเป่าลูกโป่งด้วยปากมันปวดแก้มแค่ไหน

ฉันจะผอมก็คราวนี้แหละ ชินดงเปรยเบา ๆ

ใช่สิ ลมในท้องนายมันจะเข้ามาอยู่ในลูกโป่งแทนไง เยซองแซว

ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน หันมาตอบก่อนกลับไปเป่าลูกโป่งต่อ

ฮันกยอง!! ขอฉันชิมพันช์มั่งสิ ชินดงร้องขอ

ไม่ได้ แค่เจ้าคังอินก็จะหมดอยู่แล้ว นายชิมอีกคน คนอื่นไม่ต้องกินกันพอดี ตอบพลางหันไปเคาะมือคังอินที่ทำท่าจะตักพันช์อีกแก้ว

ตอนนี้ทุกคนกำลังเร่งมือทำงานของตัวเองเต็มที่... อีทึกกับฮีชอลช่วยกันจัดลูกโป่งลงในช่องตารางของโครงเหล็ก ดงแฮกับรยออุคช่วยกันจัดดอกไม้ ยุนโฮกับยูชอนกำลังตัดหญ้าด้วยความตั้งใจ ฮันกยองกับคังอินกำลังทดลองทำพันช์สูตรใหม่ ส่วนเยซอง กยูฮยอน ชินดง ฮยอกแจ และคิบอมก็เร่งเป่าลูกโป่งจนแก้มแทบบวม

เมื่อสนามหญ้าพร้อม ซุ้มลูกโป่งก็ถูกจัดลงตรงมุมหนึ่งเพื่อเป็นที่สำหรับถ่ายรูป โต๊ะสองตัวถูกวางถัดมา ใช้สำหรับวางของว่างและเครื่องดื่ม และซุ้มดอกไม้ถูวางไว้ด้านหน้าโต๊ะตัวเล็ก ๆ เป็นที่ที่เจ้าสาวและเจ้าบ่าวจะปฏิญาณความรักของตัวเอง

ไม่นานงานทั้งหมดก็เกือบพร้อม ขาดก็แต่ขนมเค้กและของว่าง รวมทั้งอาหารหลักที่ฮันกยองต้องรับหน้าที่ปรุง

ใช่สิ!! เจ้าสาวด้วยนี่นา

ฮีชอลก้มดูนาฬิกา จวนจะถึงเวลาอยู่แล้ว ทำไมซองมินกับซีวอนยังมาไม่ถึงอีกนะ

มาแล้วจ้า!!!! ซองมินวิ่งฉิวมาก่อนกับกล่องทาร์ต ตามหลังด้วยซีวอนที่พยายามประคองกล่องเค้กสุดฤทธิ์

จัดขึ้นโต๊ะเลย ยุนโฮ ยูชอน.. ไปเอาตัวเจ้าสาวออกมาได้แล้ว!! ท้ายประโยคหันหน้าหาคนที่เพิ่งตัดหญ้าเสร็จหมาด ๆ

ไอ้พูดน่ะง่าย แต่จะเอาตัวสองคนนั้นออกมาได้ยังไงกันเล่า!!

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

" พี่แจจุงครับ... " ชางมินร้องเรียกพี่คนโตของบ้านที่เพิ่งเดินออกมาจากห้อง หลังจากขังตัวเองอยู่ข้างในตั้งแต่เที่ยงจรดเย็น... และแน่นอนว่ายังไม่มีอะไรอร่อย ๆ ตกถึงท้องชางมินเลยสักอย่างเดียว

พอจะลองทอดน่องไก่ ก็ดันไหม้ไปกว่าครึ่ง อีกครึ่งที่เหลือก็ดันไม่สุก ยูฮวานบอกว่าทอดไข่ง่ายที่สุด เขาก็ลองทำดูแล้ว จำได้ว่าในรายการอาหารที่เคยดู เขาเห็นเชฟคนนึงทอดไข่แล้วก็โยนขึ้นไปในอากาศ จากนั้นก็รับด้วยท่วงท่าอันงดงาม ช่างดูเป็นภาพที่เท่ห์และน่าประทับใจเป็นที่สุด!! แต่พอเขาลองมาทำตามบ้าง ทำไมเจ้าไข่ดันไปติดอยู่บนเพดานแล้วหล่นแหมะลงพื้นไม่เป็นท่าเสียล่ะ?

สุดท้ายก็ต้องกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่กินไปได้ไม่เท่าไรก็หมดเสียก่อน โธ่เอ๊ย!! มันยังไม่พอยาไส้เขาเลยด้วยซ้ำ

" พี่แจจุงมีเรื่องไม่สบายใจอยู่ อย่าไปรบกวนพี่เขาได้ไหม " จุนซูที่นั่งไขว่ห้างจิกสายตาดูน้องพูดเสียงเรียบ เรียบเสียจนน่ากลัว

" ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันทำให้ก็ได้ ดูท่าชางมินกับยูฮวานคงยังไม่ได้กินอะไรเลยสินะ " พูดพลางพยักเพยิดไปทางเด็กหนุ่มตัวเล็กที่นอนหลับซบอกชางมินไม่รู้เรื่องรู้ราว

" ไม่อ่ะ พี่ไปนอนเถอะ เดี๋ยวตื่นมาพรุ่งนี้หน้าตาไม่สดใสนะ วันนี้ฉันจะคอยกันไม่ให้พี่ยุนโฮไปกวนเอง!! " จุนซูว่าพลางดันหลังแจจุงให้เดินกลับเข้าไปในห้อง ชางมินที่รอคอยอาหารเต็มที่ก็เป็นอันต้องคอยเก้อไป

" แล้วก็จะไม่ให้ยูชอนมากวนฉันด้วย ชิส์!! อยากไปอี๋อ๋อกับผู้หญิงนักใช่มั้ย ไปให้พอเลย เจ้าพวกบ้า!! " จุนซูบ่นรอดไรฟันก่อนจะระดมทุบหมองอิงที่กอดอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่สิ! ไม่ใช่แค่ทุบอย่างเดียว ทั้งดึงทั้งทึ้งเลยเสียด้วยซ้ำ

พี่จุนซูผมกลัวแล้ว อย่าทำอะไรผมเลยครับพี่

ชางมินได้แต่ร้องอย่างกล้ำกลืนอยู่ในใจ

พี่จุนซูที่สดใส อบอุ่น อ่อนโยน และสุดแสนจะใจดี หายไปไหนกัน!! ถ้าใครบอกว่ามีแต่ช้างเท่านั้นที่ตกมันได้ ชางมินอยากให้มาดูโลมาตกมันที่บ้านทงบังเสียจริง ๆ

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

แจจุงเดินออกมาจากห้องน้ำพลางเช็ดเนื้อตัวหลังอาบน้ำเสร็จ มือหยิบชุดนอนตัวเก่งขึ้นมาสวมก่อนจะเดินไปปิดม่านตรงหน้าต่าง แต่ก็เห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างขึ้นเสียก่อน...

นัยน์ตาดำขลับพยายามเพ่งมองออกไปเบื้องล่าง แสงสีส้ม ๆ แดง ๆ มันคืออะไรกันนะ... กลิ่นควันโขมงที่โชยเข้ามาทำเอาแจจุงชะงักกึก หรือว่านี่จะเป็น

ไฟไหม้!!!!!!!!

" จุนซู! ชางมิน! ยูฮวาน! หนีเร็ว ไฟไหม้!! " แจจุงวิ่งออกจากห้อง พลางตะโกนเรียกน้อง ๆ ให้ออกไปจากบ้าน แต่พอวิ่งมาถึงห้องนั่งเล่น กลับไม่ปรากฏน้องทั้งสามอย่างที่ควรจะเป็น แจจุงเริ่มกวาดตามองหาอย่างกระวนกระวาย

" จุนอื้ม!! " แต่ก่อนที่จะได้ตะโกนเรียกใครไปมากกว่านั้น ก็มีมือหนาเข้ามาปิดปากพร้อมกับอุ้มตัวเขาออกไปจนตัวลอย เท้าไม่ติดพื้น ถ้าดมดูจากกลิ่นกายที่คุ้นเคย ก็คงจะเป็นใครไปเสียไม่ได้ นอกจากยุนโฮ

" ยุนโฮ!! ไฟไหม้ไฟไหม้ น้องยังไม่ออกมาเลย!!!! " พอเจอหน้าหัวหน้าวง แจจุงก็เอาแต่พูดร้อนรน ไม่ได้มองรอบกายตัวเอง ร่างบางถลาจะเข้าไปในบ้านอีกครั้ง แต่ยุนโฮก็รั้งเอาไว้ทัน

" ยูชอนพาพวกนั้นออกมาแล้วล่ะ นายมาทางนี้ก่อนนะ " เสียงทุ้มเอ่ยปลอบขวัญร่างบางที่กำลังช็อคอย่างหนัก พลางค่อย ๆ ประคองให้เดินไปทางสวนหลังบ้านตามแผน!!

เสียงดนตรีในงานแต่งงานถูกบรรเลงขึ้นเมื่อทั้งคู่มาถึงสนามหญ้าหลังบ้าน
" นี่มันหมายความว่ายังไง ยุนโฮ " แจจุงหันมามองหน้าคนข้างตัว ในสภาพที่น้ำตายังเปรอะมอมแมมทั่วหน้า ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคนทั้งสองคือซูเปอร์จูเนียร์ พ่อของยุนโฮ รุ่นพี่คังตะ ฮีบอน และโพมี อ้อใช่!! สมาชิกทงบังที่เหลือกับยูฮวานด้วย

" หมายความว่าจะมีงานแต่งงานที่นี่ไง " หน้าหวานหันขวับมาจ้องหน้าทันทีที่ได้ยินคำตอบนั้น งานแต่งของใครกัน? หรือจะเป็นโฮกับผู้หญิงที่เขาเห็นตอนกลางวัน มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่ ๆ ก็พ่อของยุนโฮมาที่นี่ด้วยนี่นา

เมื่อมองกราดทั่วบริเวณ แจจุงก็เห็นแผ่นหลังของผู้หญิงเมื่อตอนกลางวัน นั่นไง ยืนอยู่กับพ่อของยุนโฮเสียด้วย นัยน์ตาหวานสบตาคนรักฉายแววตัดพ้อ ก่อนที่น้ำใสจะเริ่มเอ่อคลอรอบดวงตาอีกครั้ง

" ...ร้าย " หน้าสวยก้มตาพลางพูดงึมงำ

" อะไรนะ? " ยุนโฮถามพลางก้มหน้าจนหูแทบติดปากบางสีสด

" ยุนโฮใจร้าย!! ฮือ " ว่าแล้วก็ทิ้งตัวลงนั่งร้องไห้โฮไม่สนใจใครอีกแล้ว หลังมือป้ายน้ำตาออกอย่างลวก ๆ

" เป็นอะไรไปครับคนดี " ยุนโฮใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาคนรัก แต่ยิ่งเช็ดเท่าไร น้ำตาที่ว่าก็ยิ่งไหลออกมามากกว่าเดิม

" ไปเลย!! ไม่ต้องมาทำดีกับฉัน! อยากจะแต่งงานกับผู้หญิงที่ไหนก็เชิญ ฮือ " ผลักร่างหนาตรงหน้าออกเต็มแรง แต่อีกฝ่ายก็ไม่สะดุ้งสะเทือนอะไรแม้แต่น้อย ยุนโฮขมวดคิ้วกับคำว่า " ผู้หญิง " ที่ออกจากปากของแจจุง ก่อนจะคลายออกเมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวได้

" เข้าใจผิดแล้วที่รัก ดูนี่ก่อน ฉันมีอะไรมาให้นายด้วยนะ " แจจุงเงยหน้ามองตามที่ยุนโฮบอก ช่อดอกลิลลี่สีขาวถูกส่งมาให้เขา
" นายไปเอามาจากซุ้มใช่มั้ย นึกว่าฉันไม่รู้รึไง " ถามเสียงขึ้นจมูก พลางชายตาไปยังซุ้มดอกไม้ที่ถูกจัดด้วยดอกลิลลี่สีขาวทั้งหมด

" ไม่ใช่ซะหน่อย นี่ฉันซื้อมาตั้งแต่ตอนกลางวันแล้ว เจ้าพวกนั้นมันดันซื้อมาซ้ำกับฉันเอง ใช่สิ ดอกไม้ของฉันมันไม่สวยนี่ นายถึงไม่อยากได้ " แสร้งทำสุ้มเสียงตัดพ้อ

" ใครบอกว่าไม่เอากันเล่า! " มือเรียวฉวยดอกไม้ไปจากมือยุนโฮด้วยความรวดเร็ว ไม่กลัวว่าดอกไม้จะช้ำ กลัวแต่ว่าคนให้จะเปลี่ยนใจเสียก่อน

โลหะเย็นเฉียบรูดตัวลงจากฐานดอกจนมาแตะกับนิ้วของแจจุงที่กำรอบก้านดอกอยู่ ตาโตก้มลงมองด้วยความแปลกใจ และยิ่งแปลกใจมากขึ้นไปอีกเมื่อพบว่ามันเป็นแหวนเงินเรียบ ๆ สองวง

" เอามาให้ฉันทำไม ทำไมไม่เอาไปให้เธอคนนั้นล่ะ " ถามพลางเบือนหน้าหนี ไม่อยากสบตาเพราะกลัวคำตอบ

" ดูดี ๆ สิแจจุง ยังไม่เข้าใจอีกหรอ " ยุนโฮว่าพลางหยิบแหวนสองวงนั้นเข้าใกล้หน้าสวย ทำให้แจจุงสังเกตเห็นบางอย่าง

" เห็นนี่มั้ย แหวนนี่มีชื่อของฉัน แล้ววงนี้ก็มีชื่อของนาย " ยิ้มหวานใส่ตาคนขี้แยแถมยังชอบคิดเอาเองอยู่เรื่อย
" คนที่จะแต่งงานในวันนี้คือฉันกับนายไงล่ะ " คำพูดต่อมายิ่งทำให้แจจุงเบิกตาโตเข้าไปใหญ่

" นายไม่เคยบอกฉันสักคำ เจ้าหมีบ้า!! " พุ่งตัวเข้าหาอ้อมแขนที่เปิดรออยู่ มือบางกำหมัดทุบลงบนอกกว้างหลายที แต่คนถูกตีทำท่าทีราวกับว่าไม่เจ็บเลยสักนิด

" บอกก่อนก็ไม่เรียกว่าเซอร์ไพรส์สิ อ้อ!! ฉันมีคนจะแนะนำให้นายรู้จักด้วยนะ " ยุนโฮว่าพลางดึงมือเล็กให้เดินไปด้วยกัน

" นี่พ่อของฉันนายรู้จักแล้ว " แจจุงก้มศีรษะเป็นเชิงทำความเคารพพ่อของยุนโฮ

" ส่วนนี่น้องสาวฉันเอง จีฮเยนี่แจจุง พี่สะใภ้ของเธอ " ยุนโฮแนะนำได้เต็มปากเต็มคำว่าแจจุงเป็น "พี่สะใภ้" ของจีฮเย ถ้าเป็นเวลาปกติ ยุนโฮคงจะโดนแจจุงหยิกหรือไม่ก็ตีแก้เขินไปแล้ว แต่ตอนนี้แจจุงกำลังรู้สึกอายสุด ๆ ที่หลงคิดไปว่ายุนโฮนอกใจ แถมผู้หญิงคนนั้นยังเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของยุนโฮเสียอีก

" ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ขอบคุณที่ดูแลพี่ชายบ้า ๆ บอ ๆ คนนี้นะคะ " จีฮเยยิ้มให้อย่างเป็นมิตร แจจุงทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยิ้มบาง ๆ กลับไป พร้อมกับเกาท้ายทอยตัวเองด้วยความเขิน ก็จีฮเยเล่นไปซอยผมซะสั้นกุด มองจากด้านหลังเลยจำไม่ได้น่ะสิ

สรุปคือยังเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นไม่ได้จริง ๆ สินะ

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

" น้องสาว!!? " จุนซูร้องเสียงหลงหลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากของยูชอน

ย้อนกลับไปไม่กี่นาทีที่เพิ่งผ่านมา พอเขาได้ยินเสียงพี่แจจุงตะโกนออกมาว่าไฟไหม้ เขา ชางมิน และยูฮวานก็พากันตกใจลนลานจนทำอะไรไม่ถูก จากนั้นประตูก็ถูกพังเข้ามา โดยยูชอนและยุนโฮ

หลังจากที่ออกจากบ้านมาแล้ว จุนซูก็งงว่าทำไมถึงมีคนเต็มไปหมด ยูชอนจึงพาเขามาปรับความเข้าใจกันสองคน ส่วนยูฮวานกับชางมินก็รับหน้าที่ดับไฟกองเล็ก ๆ ที่ยุนโฮแกล้งจุดขึ้มาสร้างสถานการณ์

" เดี๋ยวก่อนนะ นายบอกว่าผู้หญิงเมื่อกลางวันนี้คือจีฮเยงั้นเหรอ นายคิดว่าฉันโง่รึไง!! จีฮเยไม่ได้หน้าตาแบบนั้นซะหน่อย " โลมายังอาละวาดไม่หยุด เขารู้จักกับจีฮเยมาก่อนยูชอนเสียอีก ทำไมจะจำไม่ได้ว่าน้องสาวของยุนโฮหน้าตาอย่างไร

" นายหมายถึงผู้หญิงอีกคนใช่ไหม คนนั้นเป็นเจ้าของร้านไงเล่า นายเห็นหรอว่าฉันทำท่าทางสนิทสนมกับเธอน่ะ " น้ำเสียงฮึดฮัดเล็กน้อยที่จุนซูยังไม่ยอมเชื่อเขา

" จริงหรอ ก็ฉันไม่รู้นี่ " น้ำเสียงหงอยลงอย่างเห็นได้ชัด

" แล้ววันนี้มีงานอะไรกัน ทำไมคนเต็มเลย " มือหนาที่ทำท่าจะลูบเรือนผมอ่อนนุ่มเพื่อปลอบใจถูกชักกลับแทบไม่ทัน เมื่อคนที่พูดหงอย ๆ ตะกี้ เปลี่ยนอารมณ์อย่างรวดเร็ว

" งานแต่งงานน่ะ " ยูชอนตอบอ้อมแอ้ม

" ใครแต่งกับใครหรอ? " ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นสุดขีด

" ต้องเป็นงานของพี่แจจุงกับพี่ยุนโฮแน่เลย โห!! นี่ฉันเชียร์มาตั้งนาน แต่งงานกันซะที เอแล้วพวกผู้ใหญ่ไม่ว่าหรอ ไหนจะเรื่องทะเบียนสมรสอีก ช่างเถอะ ๆ แค่พวกเขารักกันก็พอแล้วเนอะ " พูดเองเออเองเสร็จสรรพเสียยืดยาว จุนซูยิ้มแป้นด้วยความยินดี

" เอ่ออันที่จริง " ยูชอนเกาท้ายทอยตัวเอง ไม่รู้จะพูดอะไรดี เขาจึงยื่นมือที่กำแน่นออกไปข้างหน้าจุนซู

" หืม? " โลมาเอียงคอมองท่าทางสงสัย

มือที่กำแน่นถูกแบออก สายสร้อยสีดำห้อยลงตามน้ำหนักของแหวนเงินที่คล้องอยู่

" ให้ " พูดสั้น ๆ แล้วหันหน้าหนีด้วยความเขิน จุนซูมองหน้ายูชอนตาค้าง!!

" นายรู้มั้ยว่าเวลาคนให้แหวนกันมันหมายความว่ายังไง อย่าล้อเล่นแบบนี้นะ!! " พอตั้งสติได้ จุนูซก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ยูชอนเป็นอะไรไป!! ทำไมต้องเอาแหวนมาให้เขาด้วย ในเมื่อคนอย่างยูชอนก็รู้กันอยู่ว่ายังไม่อยากผูกมัดชีวิตไว้กับใครคนใดคนหนึ่ง
แต่ถ้าคิดอย่างนั้น จุนซูคิดผิด!
" ฉันไม่ได้ล้อเล่น นายไม่เชื่อหรอว่าฉันรักนายจริง ๆ อยากให้นายเป็นของฉันมากแค่ไหน ถ้าฉันคิดแค่จะล้อเล่นกับนายฉันคงไม่แทบบ้าตายตอนที่เราเลิกกัน " พูดพร้อมจ้องตานิ่งและนาน
จุนซูรับรู้ความมั่นคงแน่วแน่ในแววตานั้นได้เป็นอย่างดี รู้แล้วว่ายูชอนจริงจัง
" แล้วทำไมมีแค่วงเดียวล่ะเจ้าบ้า! ไหนล่ะของนาย " หน้าใสแดงจัดด้วยความเขิน
ยูชอนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออก เผยให้เห็นสร้อยสีดำที่วางตัวนิ่งอยู่รอบลำคอ ประกายวาววับของแหวนเงินเป็นแบบเดียวกันกับที่ถืออยู่ไม่มีผิด