This Is Me [Ch.11] *END*
posted on 25 Jun 2009 16:06 by zinister in ThisIsMe
Chapter 11 Conclusion
“อืม...” เสียงหวานครางงัวเงียเมื่อแสงตะวันลอดเข้ามาทักทาย เปลือกตาสีมุกกระพริบปริบก่อนแพขนตาจะค่อยๆ ยกตัวขึ้นอย่างแช่มช้า แทมินพยายามปรับสายตาให้คุ้นชินกับแสงยามเช้าพลางเอี้ยวตัวไปมาขับไล่ความเมื่อยล้าด้วยท่าทางน่ารักราวลูกแมวตัวเล็ก
และเมื่อสายตาสู้แสงได้ สิ่งแรกที่เห็นก็คือใบหน้าเปื้อนยิ้มของคนที่นอนกอดเขาเอาไว้ตลอดคืน ตามมาติดๆ ด้วยหน้ากลมแป้นปกคลุมด้วยขนขาวของเจ้าฮยอนมินที่กระโดดแผล็วขึ้นมานอนบนผ้าห่มที่คลุมอกบาง
“อรุณสวัสดิ์ครับ...เด็กดีของพี่” เสียงทุ้มทักทายอ่อนโยน จงฮยอนมองเด็กน้อยด้วยแววตาอบอุ่นอย่างที่รู้ตัวเลยว่าไม่เคยทำกับใครมาก่อน
“อรุณสวัสดิ์ฮยอนมิน” ทว่าทั้งที่คนอายุมากกว่าทั้งทักก่อนทั้งยิ้มหวานให้เป็นนานสองนาน แต่เจ้าสิ่งแรกที่แทมินทักกลับกลายเป็นเจ้าแมวอ้วนไปเสียได้!
“แทมินอา...” จงฮยอนเขย่าไหล่มนไปมาเบาๆ เหมือนเด็กเรียกร้องความสนใจ ทว่าคนอายุน้อยกว่ากลับซุกหน้าเข้าไปในผ้าห่มพร้อมเอ่ยปากออกมาอย่างเกียจคร้าน
“อือ...ขออีกห้านาทีนะครับ” ที่เลือกทักแมวและเลือกนอนต่อ ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก ก็แค่เขินเรื่องเมื่อคืนเสียจนไม่กล้าสบตาเท่านั้น เลยต้องแกล้งเฉไฉแสร้งทำเป็นง่วงงุนขึ้นมาอีกครั้ง
“ถ้าไม่ยอมตื่น พี่จะทำแบบเมื่อคืนนะ” คนอายุมากกว่าล้อเลียนเด็กชายที่เอาแต่ซุกหน้าใต้ผ้าห่ม รู้ทั้งรู้ว่าน้องเขิน แต่จงฮยอนก็ชอบที่จะแกล้งเสียเหลือเกิน
“พี่จงฮยอนน่ะ อ๊ะ!” พอได้ยินคำขู่นั้น หน้าหวานก็รีบเงยขึ้นมาทันที แต่แล้วกลับเข้าทางคนมากเล่ห์ เพราะทันทีที่แทมินเอาหน้าออกจากผ้าห่ม แก้มใสก็ถูกฉกชิงความหอมไปครั้งหนึ่งโดยไม่ทันตั้งตัว
“เจ้าเล่ห์นักนะ นี่...ปล่อยสิครับ ผมจะไปอาบน้ำแล้ว เดี๋ยวก็ไปเรียนสายกันหรอก” เจ้าเห็ดน้อยพยายามแกะมือที่โอบรอบเอวตัวเองเอาไว้ แต่อีกฝ่ายก็เอาแต่อิดออด พร้อมทำแก้มป่องใส่เสียอีก
“อื้อ อื้อ!” ดูพี่จงฮยอนทำหน้าเข้า ทำปากจู๋ อมลมพองแก้มแบบนั้น คิดว่าน่ารักหรือไง?
อืม ก็น่ารักจริงๆ น่ะแหละ...
“อย่าให้ถึงทีผมบ้างนะ จะแกล้งให้หนักเลยคอยดู!” แทมินบ่นอุบอิบก่อนยอมเสียเปรียบหอมแก้มเจ้าของวงแขนแน่นหนาไปครั้งหนึ่ง จงฮยอนถึงยอมปล่อยให้เขาอาบน้ำแต่งตัวมาโรงเรียนได้
คนอะไร...เจ้าเล่ห์จริงๆ
ตกเย็น จงฮยอนที่เลิกเรียนก่อนก็มารอรับคนรักที่หน้าโรงเรียนดังที่ทำเป็นประจำตั้งแต่เริ่มคบกับแทมิน และในตอนนั้นเองที่เขาเห็นแผ่นหลังคนคุ้นตากำลังเดินคู่กับผู้ชายคนหนึ่ง...
“ทงเฮ...” ใช่แล้ว...คนที่จงฮยอนเห็นคือพี่ชายของแทมิน สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือใบหน้าหวานที่ยิ้มแย้มมีความสุข และกำลังหยอกล้อกับเด็กหนุ่มคิ้วเข้มข้างตัว
ทว่าทั้งที่เห็นภาพบาดตาบาดใจแบบนั้น ก้อนเนื้อในอกซ้ายกลับยังทำงานตามปกติ มือที่มองไม่เห็นไม่ได้ทำร้ายเขาอย่างที่เคยคิด
ทำไม...ถึงไม่เจ็บเลยล่ะ
จงฮยอนยกมือขึ้นทาบลงบนอกซ้ายของตัวเอง เรียวคิ้วขมวดมุ่นเข้าหากันเมื่อสมองกำลังนึกไตร่ตรองอย่างหนัก...
ทำไมหัวใจของเขายังเต้นเป็นปกติได้อีก ทั้งที่คนตรงหน้านี่คือคนที่ครั้งหนึ่งเคยชอบกระทั่งยอมทำผิดต่อคนรักในปัจจุบัน
อา...คิม จงฮยอนคนเขลา
ทำไมถึงไม่รู้ใจตัวเองให้เร็วกว่านี้นะ
ทำไมไม่ยอมรับความรู้สึกรักที่เกิดกับเด็กชายผมหน้าม้าคนนั้นโดยไม่รู้ตัว...
ทั้งที่พอไม่เจอหน้ากัน เขาก็คิดถึงจนแทบจะบ้าตาย ทว่าความงุ่นงานในใจกลับมลายหายเป็นปลิดทิ้งเพียงแค่ได้สบตา
ทั้งที่แค่เห็นเด็กคนนั้นร้องไห้ เขาก็แทบจะร้องตาม หัวใจเหมือนถูกบีบจนแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี
ซ้ำพอรู้ว่าแทมินถูกทำร้าย เขาก็แทบจะฆ่าไอ้คนไม่ดีนั่นให้ตายตกนรกไปซะ
ทำไม...ถึงได้รู้ตัวช้านัก ทั้งที่การกระทำมันก็คอยบอกมาตลอดแท้ๆ
ร้ายนักนะหัวใจ
ถือว่าตัวเองสำคัญเพราะเป็นสัญลักษณ์ของการมีชีวิตอยู่ใช่ไหม ถึงได้ทำตัวให้เข้าใจยากเสียเหลือเกิน
“พี่...กำลังเจ็บปวดใช่ไหมครับ”
แทมินก้าวเข้ามาพร้อมคำถามที่ตรงใจจงฮยอนเสียเหลือเกิน เด็กน้อยแอบมองนานแล้ว มองอยู่นาน...จนเห็นสีหน้าเจ็บปวดของคนที่กำลังคบกับตัวเองยามเห็นพี่ชายเดินคู่กับคนรักของเขา
“พี่เศร้าเพราะพี่ทงเฮมีคนรัก คนที่พี่รักคือพี่ทงเฮ...ไม่ใช่ผม” เด็กชายพยายามอดกลั้นไม่ให้เสียงสั่น ทว่าความเสียใจมันก็ยังเล็ดลอดมากับน้ำเสียงจนได้
“ใช่...พี่กำลังเศร้า” และคำตอบที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหนา ก็ทำให้แทมินแทบจะปล่อยน้ำตาให้รินไหลเสียตรงนั้น ไม่ผิดจากที่คิดเลยสักนิด...พี่ยังรักพี่ทงเฮอยู่ แล้วอย่างนี้ผมจะทนได้ยังไง
“แต่ใครว่าพี่เศร้าเพราะทงเฮกัน เพราะนายต่างหากแทมิน ขอโทษนะ...ที่พี่รู้ตัวช้าไป พี่เสียใจที่เคยทำร้ายนาย” แต่แล้วคำพูดถัดมาของคนอายุมากกว่าก็หยุดน้ำตาที่กำลังจะพรั่งพรูลงมาได้ชะงัดนัก
“ผม......” แทมินใช้หลังมือปาดน้ำไร้สีที่เอ่อคลอใต้ตาก่อนกลั้นสะอื้นแล้วเอ่ยออกมาทีละคำ แม้เสียงจะกระท่อนกระแท่น แต่เสียงใสก็เน้นหนักในแต่ละคำที่เอื้อนเอ่ย “ผมไม่ยกโทษให้”
“แทมิน...” คนอายุมากกว่าครางเครือในคอ ความผิดของเขามันหนักหนามากจนไม่อาจยอมรับคำอธิบายได้เลยหรืออย่างไร ความสัตย์จริงของเขาไม่มีค่าให้เชื่อถือเลยใช่ไหม “จะให้พี่ทำยังไง เราถึงจะยอมยกโทษให้พี่”
เหมือนจะเงียบไปครู่หนึ่งเพราะใช้ความคิด แล้วแทมินจึงเอ่ยเงื่อนไขออกมา “พี่ต้องทำตามที่ผมบอก”
“นายจะให้พี่ทำอะไร พี่ก็ทำทั้งนั้นแหละ” ขอแค่สามารถเรียกความไว้วางใจกลับมาได้อีกครั้ง จะให้ทำอะไร จงฮยอนคนนี้ก็ยอม
“ทุกอย่างเลยเหรอครับ” ดวงตากลมโตจ้องแป๋ว พอเห็นสายตาบ้องแบ๊วแบบนั้น จงฮยอนก็ไม่มีแรงจะปฏิเสธ
“ทุกอย่าง” จงฮยอนรับคำมั่นเหมาะ เรียกรอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นตรงมุมปากคนอายุน้อยกว่า
ทั้งที่เห็นรอยยิ้มของแทมินมาก็มาก แต่จงฮยอนกลับพบว่าครั้งนี้ไม่เหมือนทุกที
เหมือนจะ...ไม่น่าไว้ใจ
“ผมอยากทานเค้ก” เด็กชายยิ้มหวานเชื่อมกว่าปกติ ตากลมยิบหยีเป็นเส้นโค้ง แทมินเอียงคอน่ารัก มือข้างหนึ่งจิ้มแก้มตัวเองไปมา ดูท่าทางเจ้าเล่ห์ไม่หยอก
“เอาสิ เดี๋ยวพี่พาไป พี่รู้จักร้านดีๆ อยู่” ที่แท้ก็อยากทานขนม แล้วก็พาลทำให้จงฮยอนเข้าใจไปว่าจะต้องทำอะไรยากๆ เสียอีก
“ไม่ใช่ครับ...ผมอยากให้พี่ทำ” เด็กชายตอบเสียงหวานทว่าทุกคำช่างหนักแน่น ทำเอาคนฟังนิ่งงันไป
!?!?
“หมายถึง...ให้พี่ทำเค้ก?” คนอายุมากกว่าถามไม่แน่ใจ แทมินอยากให้คนแบบเขา...ทำเค้ก? “ตลกแล้วแทมิน พี่ทำเป็นเสียที่ไหน”
“ทำให้ผมแค่นี้ไม่ได้เหรอครับ? แค่ทำเค้ก พี่ยังทำให้ผมไม่ได้ แล้ว......” ใบหน้าน่ารักหมองลง แทมินทำหน้าเศร้าสร้อยพอๆ กับน้ำเสียง
“โอเคๆ แค่เค้กใช่ไหม พี่ทำได้อยู่แล้วล่ะน่า เดี๋ยววันนี้พี่เอาไปให้ถึงบ้านเลย” ก่อนที่แทมินจะพูดจบ จงฮยอนก็ขัดขึนมาเสียก่อน ทนไม่ได้หรอกถ้าต้องทนฟังคนน่ารักของเขาตัดพ้อน่ะ แล้วไม่พูดเปล่า จงฮยอนเกี่ยวนิ้วก้อยเล็กๆ ของแทมินแทนคำสัญญา
“แล้วผมจะรอ” เด็กชายยิ้มหวานแล้วก้าวขึ้นไปนั่งในมินิคูเปอร์ตรงที่นั่งข้างคนขับด้วยความคุ้นเคย เค้กที่พี่จงฮยอนทำเหรอ...จะออกมาหน้าตาเป็นยังไงนะ
แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว...
“มันอะไรกันนักหนาวะ! กับอีแค่เค้กก้อนเดียว ทำไมมันเละแล้วเละอีก!”
จงฮยอนโวยวายลั่นพลางปาเค้กเละๆ ลงถังขยะเป็นรอบที่สาม แล้วเริ่มต้นความพยายามครั้งที่สี่ ตั้งแต่ไปส่งแทมินที่บ้านเมื่อเย็น เขาก็รีบกลับมาทำเค้กโดยไม่ลืมจะซื้อตำราทำเค้กและวัตถุดิบต่างๆ ทว่าทั้งที่ทำตามขั้นตอนทุกอย่าง ทำไมเค้กของเขามันออกมาไม่ได้เรื่องเสียทุกที
“อะไรกันจงฮยอน เอะอะโวยวายเสียงดังเชียว” แจจุงวิ่งเข้ามาในห้องครัวหลังทนฟังเสียงอึกทึกครึกโครมไม่ไหว ไม่รู้กี่ชั่วโมงเข้าไปแล้วที่น้องชายขลุกอยู่ในห้องครัวอย่างนี้
“อย่ายุ่งน่า ผมกำลังทำเค้กอยู่” จงฮยอนเอ่ยไล่พี่ทั้งที่ยังง่วนอยู่กับหนังสือสอนทำเค้กในมือพร้อมกับคนอะไรบางอย่างในหม้อต้ม
“พูดเหมือนทำเป็นเนอะ พี่แกก็ทำเป็น แล้วทำไมไม่ให้แจจุงสอน” ฮีชอลยืนเท้าเอวว่าน้องฉอดๆ เมื่อกี้เพิ่งคุยโทรศัพท์กับแทมิน เห็นเด็กน้อยบอกจงฮยอนจะทำเค้กให้ ไม่นึกเลยว่าเจ้าน้องชายมันจะเอาจริง
“ผมทำเองได้” เจ้าตัวเน้นชัดทุกพยางค์แล้วตัดความสนใจออกจากพี่ชายทั้งสองคน มือก็ง่วนอยู่กับการคนช็อกโกแลตในหม้อ
“เดี๋ยวปั๊ดตบหัวระเบิด มีคนให้ถามก็ถามเถอะ ดูแต่หนังสือแล้วมันช่วยอะไรแกได้มั่ง ดูถังขยะซะ แกทำเสียไปตั้งเท่าไรแล้ว” ถูกของพี่คนโต ตอนนี้ไม่เพียงแค่ถังขยะจะล้น เพราะสภาพห้องครัวก็ย่ำแย่ เหมือนผ่านสมรภูมิมาอย่างไรอย่างนั้น หรือแม้แต่เจ้าตัวคนทำก็เถอะ ทั้งแป้งทั้งผงช็อกโกแลตเปรอะเปื้อนเต็มตัวเต็มผมไปหมด
“ใจเย็นนะจงฮยอน” พี่ชายคนรองเดินเข้าแตะไหล่ของน้องชายที่ลนลานทำนู่นนี่สลับกับมองนาฬิกา ก็เดาได้ว่าไม่อยากให้แทมินคอยนาน
“พี่จะให้ผมเย็นได้ไง เดี๋ยวต้องเอาไปให้แทมินวันนี้แล้ว” น้องชายคนเล็กครางทดท้อ แต่ก็ยังไม่ละความพยายามที่ฮีชอลมองว่ามันคือความดันทุรังเสียมากกว่า จนแจจุงทนมองไม่ไหว คิดว่าต้องเอ่ยอะไรออกไปบ้างให้น้องได้สติ ไม่งั้นวันนี้คงเอาแต่อบเค้กเละๆ เป็นแน่
“จงฮยอน น้องอยากทำเค้กเพราะอะไร? แค่อยากให้มันเสร็จๆ ไป หรืออยากให้แทมินมีความสุข”
“ผมอยากให้แทมินมีความสุข” คนถูกถามตอบกลับหนักแน่น ที่เขากำลังพยายามทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัด นั่นก็เพราะอยากเห็นรอยยิ้มของแทมินเท่านั้น
“เพราะงั้นก็ใจเย็นซะ แล้วทำตามที่พี่บอก ทำด้วยความรักน่ะ เข้าใจไหม รสชาติมันสื่อได้นะว่าคนทำรู้สึกยังไง นี่เล่นเอาแต่ทำไปมองนาฬิกาไป ตกลงว่าอะไรสำคัญกว่ากันแน่ แทมินหรือเวลา” พี่ชายกล้ามโตร่ายยาวก่อนช่วยคุณชายคิมคนเล็กตระเตรียมวัตถุดิบชุดใหม่
“จงฮยอนรู้ไหม น้องเปลี่ยนไปมากเลยนะเวลาอยู่กับแทมิน อย่างกับคนละคนแน่ะ” ระหว่างเริ่มทำเค้กก้อนใหม่ แจจุงก็ชวนน้องชายคุยไปเรื่อยสลับกับแนะนำขั้นตอนการทำช้าๆ
“โฮ้ย! ก็เด็กมันน่ารักขนาดนั้น ใครมันจะมาปั้นหน้าเย็นชาใส่ได้ตลอด” ฮีชอลแทรกขึ้นมา ซึ่งจงฮยอนก็คิดว่าจริงตามที่พี่บอก เพียงแต่มันคงดีกว่านี้ถ้าพี่ชายไม่ได้พูดเพราะตั้งใจจะเหน็บเขาโดยตรง
“ก็อย่างที่พี่ฮีชอลบอก แทมินน่ารักขนาดนั้น ผมจะทำใจร้ายด้วยได้ยังไง” ถึงจะเห็นด้วยอย่างไร จงฮยอนก็ไม่เคยเอ่ยปากออกมาเลยสักครั้ง แต่คราวนี้ไม่เป็นอย่างนั้น น้องชายจอมเย็นชากลับยอมรับหน้าตาเฉย ฮีชอลกับแจจุงเลยได้แต่ลอบมองหน้ากันพลางกลั้นยิ้มสุดชีวิต
เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ด้วย...
เหมือนจะค่อยๆ จางลงจนหายไปในที่สุด
จงฮยอนที่แสดงความรักไม่เป็นคนนั้น...
ออด...ออด...
ออดหน้าบ้านถูกกดย้ำเป็นสัญญาณบอกเจ้าบ้านว่ามีแขกมาเยือน ทงเฮเดินไปเปิดประตูตามปกติ ผิดกับแทมินที่วิ่งเร็วรี่ราวกับว่าถ้าวิ่งทะลุประตูได้ เด็กชายคงทำไปแล้ว
“อะไรกันแทมิน ไม่เห็นต้องรีบขนาดนั้นเลย” พี่ชายทำปากยื่นปากงอ พูดเสียงง้องแง้งเป็นเด็กๆ ที่เห็นน้องชายดีใจเสียเหลือเกินเมื่อผู้มาเยือนมีความน่าจะเป็นสูงว่าคงไม่พ้นคนรักนักบาส
“ไม่รีบได้ไงล่ะ ถ้าผมไม่รีบ เดี๋ยวพี่ก็หาเรื่องแกล้งพี่จงฮยอนอีก” เด็กเห็ดสวนทันควัน พี่ชายของเขาน่ะ จะชอบแกล้งไปถึงเมื่อไรก็ไม่รู้ เมื่อตอนเย็นที่พี่จงฮยอนมาส่งเขา ก็เกือบจะหนีลูกเตะจากพี่ทงเฮไม่ทัน
“จ้าๆ แตะต้องไม่ได้เลยนะ” พี่ชายหน้าหวานมองค้อนน้องชายก่อนผลุบหายเข้าไปในห้องนั่งเล่น ใช่ซี้! พอมีแฟน พี่ชายอย่างเขาก็ถูกทิ้งให้เป็นหมาหัวเน่า
“แต่ผมก็ยังรักพี่เหมือนเดิมนะครับ” ความจริง ทงเฮก็ไม่ใช่หมาหัวเน่าเสียทีเดียว เพราะอย่างไรเสีย แทมินก็แคร์เขาอยู่ เขาก็แค่...กำลังจะตกกระป๋องเท่านั้น
เอ่อ...แต่ก็รู้สึกว่ามันจะไม่ต่างกันสักเท่าไร
พอง้อพี่ชายให้พอหายงอนไปได้บ้าง แทมินก็รีบวิ่งไปเปิดประตูบ้าน และพบว่าผู้มาเยือนคือคนที่ตนกำลังรอจริงๆ...
“เข้ามาก่อนสิครับ” เด็กชายเชื้อเชิญอย่างมีน้ำใจและด้วยความเต็มใจ สายตาทอดมองกล่องสีขาวผูกริบบิ้นสีทองในมือคนอายุมากกว่าด้วยความใคร่รู้
นั่นน่ะ...ต้องเป็นเค้กของเขาแน่ๆ
แค่คิดก็ตาวาวแล้ว...
“พี่เอาเค้กมาให้ตามสัญญา” คนอายุมากกว่าเอ่ยพลางทำสีหน้าแบบที่ยากจะคาดเดา
“ว้าว~” เด็กชายหัวเห็ดห่อปากเป็นวงกลมพลางทำตาระยิบระยับ แทมินชอบของหวาน และคงจะชอบมากเข้าไปใหญ่ถ้าจงฮยอนเป็นคนทำให้ด้วยตัวเองแบบนี้
คนอายุน้อยกว่าจัดการเตรียมจานและช้อนคันเล็ก และชงชาร้อนกลิ่นหอมที่มากับรสกึ่งหวานติดลิ้น จากนั้นนำมันมาที่โต๊ะ ซึ่งบนนั้นมีกล่องสีขาววางอยู่ จงฮยอนมองท่าทางกระตือรือร้นของแทมินแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
“เปิดละนะคร้าบ~” เด็กชายพูดอย่างอารมณ์ดี มือเรียวจัดการคลายปมริบบิ้นผ้าสีทองแล้วค่อยๆ ยกฝากล่องออกด้วยความตื่นเต้น เค้กที่พี่จงฮยอนทำมาให้...จะหน้าตาแบบไหนกันนะ
“โห~” แทมินร้องเสียงดังด้วยความประหลาดใจ เค้กที่พี่จงฮยอนทำให้เป็นเค้กช็อกโกแลตสีน้ำตาลเข้ม แม้มันจะดูถูกปาดหน้าอย่างไม่พิถีพิถันนัก แต่เด็กชายก็รู้ว่าคนทำต้องตั้งใจมากแน่ๆ
“คือ...มันคงไม่อร่อยเท่าไร” คนอายุมากกว่าออกตัวพร้อมทำหน้าแหยเมื่อเห็นเด็กชายเริ่มตัดแบ่งเจ้าก้อนสีน้ำตาลออกเป็นส่วนๆ แล้ววางชิ้นหนึ่งบนจานของตัวเอง
แทมินเพียงแค่เหลือบตามองคนทำนิดหนึ่งแล้วตักเค้กเข้าปาก ก่อนจะหลับตาปี๋แล้วยกมือข้างที่กำช้อนขึ้นมาจนสุดแขน “ว้าวๆๆ อร่อยสุดยอดเลยครับพี่จงฮยอน!”
เด็กน้อยกระโดดโลดเต้นไปมาด้วยความร่าเริงสุดขีด ก่อนหันมาตักอีกคำหนึ่งแล้วยื่นประชิดปากคนรักพร้อมสายตาวิบวับ “พี่ลองชิมดูสิครับ”
“อย่าดีกว่า พี่ว่ามันไม่เห็นจะน่าอร่อยตรงไหนเลย อุ๊บ!” ปฏิเสธยังไม่ทันจบประโยคดี ช้อนคันเล็กก็ยัดเนื้อเค้กเข้าปากไปเสียแล้ว จงฮยอนรับรสหวานอมขมแปลกๆ ลงคอด้วยสีหน้าผะอืดผะอมสุดบรรยาย ก่อนคว้าจานเค้กออกจากมือเด็กชายทันทีที่เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะตักอีกคำโตๆ เข้าปาก “เลิกทานเถอะแทมิน ไม่อร่อยเลยสักนิด”
“ใครว่าล่ะ อร่อยมากๆ ต่างหาก ความรักกับความตั้งใจของพี่จงฮยอนน่ะ...อร่อยที่สุดเลยนะครับ” เด็กชายตอบพร้อมยิ้มหว้าง โถมตัวเข้ามากอดคนอายุมากกว่าที่นั่งอึ้งอยู่ ก่อนจงฮยอนจะรู้สึกตัวแล้วยกมือขึ้นมาโอบกอดตอบคนตัวบาง
“แทมิน...พี่มีของจะให้เราด้วยนะ” เซ็นเตอร์คนเก่งพูดอย่างนั้นแล้วเอื้อมไปจับมือของแทมินเอาไว้ ก่อนบรรจงสวมแหวนเงินให้เด็กชาย...แหวนวงใหม่ที่คราวนี้เขาซื้อมันด้วยความรักและความตั้งใจ สวมไว้บนนิ้วนางข้างซ้าย...สัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์
แทนคำสัญญา...ว่าจะไม่หลอกลวง จะไม่มองใครอื่น จะรักและมั่นคงต่อเจ้าของแหวนนี้เพียงคนเดียว
แล้วชายหนุ่มก็คว้าตัวคนอายุน้อยกว่าเข้ามากอดแน่นอีกครั้ง...
“แทมินเป็นของพี่ เราเป็นของกันและกัน เรารักกัน...เข้าใจใช่ไหม” และเอาแต่พร่ำคำว่ารัก...รัก...และรักอยู่อย่างนั้น
แทมินไม่ตอบ แต่พยักหน้าขึ้นลงด้วยความดีใจกับอกหนา ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเหมือนเป็นเพียงฝันร้าย ที่พอเขาลืมตาตื่นขึ้นมา ก็จะยังคงเห็นเจ้าชายยืนอยู่ตรงหน้าแบบนี้
ขอบคุณครับพระเจ้า...ในที่สุด พี่ก็รักผมเสียที
แต่...
“พี่จงฮยอนครับ” ใบหน้าน่ารักผละจากอ้อมอกอบอุ่น แทมินรูดแหวนวงใหม่ออกจากนิ้วนางตัวเองแล้วยื่นให้พี่ชายที่รัก จงฮยอนขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ ทั้งที่เมื่อกี้ก็ปรับความเข้าใจกันได้แล้วนี่ ทำไมแทมินยังไม่ยอมรับของแทนใจของเขาอีกล่ะ
“ผมฝากแหวนวงนี้กับพี่ก่อนได้ไหม พี่ชอบให้อะไรแพงๆ กับผมอยู่เรื่อย ผมก็กลัวทำหายเหมือนกันนะ” แทมินเอ่ยเจื้อยแจ้วพร้อมยิ้มหวานปิดท้ายให้คนตัวหนากว่ารับรู้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะปฏิเสธ แต่ที่จงฮยอนให้เขามา มันมากกว่าที่เคยคิดไว้ ถ้าจะให้เขารับทุกสิ่งอย่าง ก็คงจะมากไปจริงๆ
“เอาไว้ผมโตกว่านี้ พี่ค่อยสวมให้ผมใหม่นะครับ”
“ได้...ได้สิ” จงฮยอนเก็บแหวนวงนั้นคืนแล้วรวบตัวเด็กชายเข้ามากอดตามเดิม แทมินของเขา...น่ารักมากจริงๆ
แล้วอย่างนี้...จะโง่ปล่อยให้หลุดมือไปได้อีกอย่างไร?
ใครบอกว่าความรักเป็นเรื่องของคนสองคน
อย่างน้อยก็มีเรื่องของจงฮยอนกับแทมินนี่แหละ ที่กลายเป็นเรื่องของประชาชนไปเสียได้...
แน่นอนว่าหากเกริ่นแบบนี้...พวกคุณคงนึกถึงผู้ชายสามคนที่คอยสังเกตการณ์คู่รักนี้มาตั้งแต่ต้น
อนยู คีย์ และมินโฮ
“เมื่อกี้บังฉันทำไม ไอ้เต้าหู้นี่!” เสียงของคนอายุน้อยสุดโวยวายด้วยความไม่ชอบใจ เมื่อโดนหัวใหญ่ๆ ของรุ่นพี่ต่างโรงเรียนบังเสียมิด
เมื่อกี้ทั้งสามคนกำลังแอบซุ่มดูความเป็นไปของจงฮยอนและแทมินผ่านพุ่มไม้หน้าบ้านครอบครัวอี พอเห็นว่าเป้าหมายทั้งสองคนหายเข้าบ้านไปแล้ว เสียงเอะอะโวยวายระบายอารมณ์ตอนแอบดูเลยถูกปลดปล่อยออกมาเต็มที่
“ขึ้นไอ้กับรุ่นพี่ได้เหรอ เดี๋ยวปั๊ดจับจูบเลย!” คนพูดไม่พูดเปล่า แต่ยังเอื้อมมือมา ทำท่าจะจับคนหน้าหวานเข้าไปจูบจริงๆ
“พี่มินโฮ ดูหมอนี่พูดเข้าสิ อื้อ!” เจ้าตัวดีตั้งท่าหันไปฟ้องคนตัวสูงที่นั่งแอบดูอยู่ข้างกัน ทว่าท้ายทอยตัวเองกลับถูกกดเอาไว้ แล้วใบหน้าของมินโฮก็โน้มเข้าหา ประทับจูบลึกซึ้งให้คนรักที่ไม่เคยขอคบอย่างเป็นทางการจนฉ่ำปอด และทันทีที่มินโฮผละออก ใบหน้าของคีย์ก็ร้อนฉ่าด้วยความเขินอาย และทำท่าว่าจะสติหลุดอยู่อย่างนั้น ถ้า...
“เฮ้ย อย่าขี้โกงสิวะ คีย์! มาให้พี่จูบเดี๋ยวนี้เลย” ดูเหมือนอนยูจะเป็นตัวดึงสติชั้นดี เพราะทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น คีย์ก็หายเมาจูบทันที สองขาเรียวผุดลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต เรื่องอะไรจะให้นายเต้าหู้นั่นมาลบจูบของพี่มินโฮล่ะ
“จะ..จะบ้าเหรอ!” คีย์ได้แต่วิ่งหนีอนยูที่คอยวิ่งตาม พยายามจะขโมยจูบจากตัวเองให้ได้
“อนยู” ทว่าขณะที่คนอายุมากที่สุดกำลังวิ่งไล่คนเด็กสุด แขนซ้ายก็ถูกคว้าเอาไว้ด้วยมือของคนอายุอยู่ตรงกลางแต่ส่วนสูงดันเป็นที่หนึ่ง
“หืม?” คนถูกรั้งหันไปตามเสียงเรียก ก่อนที่มินโฮจะกระตุกแขนรั้งกัปตันทีมคู่แข่งเข้ามาใกล้ อนยูเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล แต่ก็ช้าเกินไปในเมื่อเนื้อตัวตกอยู่ในอ้อมกอดของเจ้าเด็กโย่งไปแล้ว
“อื๊อ!” คนถูกปล้นจูบเบิกตากว้าง บางทีอาจดูตกใจมากกว่าคีย์เมื่อครู่นี้เสียอีก ช่วงจังหวะที่มัวแต่ตะลึง ลิ้นร้อนก็สอดแทรกเข้ามาเก็บเกี่ยวความหอมหวานจนคนที่คิดมาตลอดว่าตัวเองแมนชักจะเคลิ้ม
“พี่มินโฮ!” คนตัวขาวที่เอะใจว่าเสียงฝีเท้าที่วิ่งกวดไล่ตัวเองนั้นเงียบหายหันหลับมามองด้านหลังและต้องพบกับภาพบาดตา พี่มินโฮกำลังจูบไอ้หน้าเต้าหู้!
ทั้งที่จงฮยอนกับแทมินก็ลงเอยกันด้วยดีแล้ว แต่เอ...
ดูเหมือนว่าตรงนี้จะยังมีคนรักอีกแพ็คหนึ่งที่ยังไม่ค่อยจะลงเอยด้วยดีสักเท่าไรนะ...
หลังจากเลิกวิ่งไล่กันเป็นเด็กๆ เพราะเหตุที่ว่าเหนื่อยจนลิ้นห้อย อนยู คีย์ และมินโฮก็ยืนหอบอยู่หน้ารั้วบ้านครอบครัวอี
“กดออดล่ะนะ”คนตัวสูงที่สุดเอ่ยขึ้นลอยๆ เหมือนไม่ต้องการคำตอบ แต่สายตาก็เหลือบมองคู่กัดที่ยืนค้ำหัวเข่า หอบแฮ่กๆ อยู่ข้างตัว
“กดก็กดสิ จำเป็นต้องถามไหมเนี่ย” เพราะยังอารมณ์เสียไม่หาย คีย์เลยปากจัดกลับไปตามนิสัย มินโฮก็มินโฮเถอะ มาจูบคนอื่นต่อหน้าต่อตาแบบนี้ เคืองเป็นเหมือนกันนะ!
ทว่าบ่นงุ้งงิ้งกับตัวเองได้ไม่ทันไร อยู่ๆ กัปตันทีมฝ่ายตรงข้ามก็เดินมากดไหล่เขาจนหลังชิดรั้วบ้านหน้าตาเฉย คีย์เซไปตามแรง แต่ปากก็โวยวายออกไปก่อน “เฮ้ย! อะไร?”
“ก็คีย์บอกว่าถ้าจะกดก็กด ไม่ต้องถาม”
พลั่ก!
เพราะไอ้คนฉวยโอกาสดันพูดออกมาได้หน้าตาเฉย มือเรียวเลยซัดผัวะเข้าที่กลางหลังเต็มแรง
“ไอ้พี่อนยูบ้า! คนละกดกันแล้ว” ลงไม้ลงมือเสร็จก็มายืนกอดอกมุ่ยหน้าไม่สบอารมณ์ ทั้งที่คิดว่าฟาดไปแรงแล้ว แต่ทำไมคนถูกตียังยิ้มได้อีก “ยิ้มอะไร”
“คีย์ยอมเรียกพี่ว่าพี่แล้ว” คนตอบยิ้มแป้นจนตาที่ไม่ค่อยเห็นอยู่แล้วยิ่งยิบหยีเข้าไปใหญ่ ร้อนถึงคนที่เพิ่งรู้ตัวว่าหลุดปากออกไปต้องรีบแก้ตัวเป็นพัลวัน
“อะไร? หูฝาดอ่ะดิ คนแก่ก็เงี้ย” คีย์พูดเสียงดังก่อนทำท่ายักไหล่ไม่สนใจ ทั้งสองคนโหวกเหวกต่อไปจนไม่ทันสังเกตว่าประตูรั้วถูกเปิดออกตั้งแต่เมื่อไร
“ขออนุญาตนะครับ” มินโฮละความสนใจจากบทสนทนาน่าปวดหัวของคนที่มาด้วยอีกสองคน เพื่อหันไปโค้งสวัสดีพี่ชายของรุ่นน้องที่โผล่หน้าออกมาต้อนรับด้วยใบหน้าบูดบึ้งอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ซึ่งที่เป็นอย่างนี้ก็คงเพราะผู้มาเยือนคนแรกนั่นเอง
ความจริงทงเฮก็ไม่ได้โกรธอะไรจงฮยอนแล้วนั่นแหละ แต่ที่ทำหน้าบึ้งไปก็เพราะอยากจะแกล้งทั้งน้องรักแล้วก็เจ้าเซ็นเตอร์นั่น ก็ดูเอาเถอะ พอมีจงฮยอนเข้ามา เอะอะอะไร แทมินก็เรียกหาจงฮยอนตลอด เชอะ!
“สองคนนั้นเขาเป็นอะไรเหรอ?” ทงเฮถามพลางพเยิดหน้าไปยังอนยูกับคีย์ที่ยังเถียงกันไม่เลิก และร่ำๆ ว่าคีย์จะลงไม้ลงมือกับคนอายุมากกว่าอีกรอบ
“เป็นแฟนผมครับ” มินโฮตอบหน้าตาเฉยพร้อมยิ้มหวาน
“หา!?” พี่ชายนิสัยห้าวถามอุทานเสียงดัง เขาอาจจะหูฝาดไป หรือไม่เจ้าเด็กโย่งตรงหน้านี้คงจะพูดผิด
และเพราะเสียงอุทานที่มันดังเหลือเกิน คีย์กับอนยูเลยเลิกเถียงกันแล้วหันมามองพี่ชายหน้าหวานนัยว่าตกใจอะไรนักหนา
“ทั้งสองคนเลยพี่ทงเฮ อนยูกับคีย์เป็นของผมหมดเลย” พอเห็นพี่ชายแทมินทำหน้างงงวย มินโฮเลยอธิบายต่อ และมันก็ชัดเจนเสียจนมีคนสองคนที่รับไม่ได้
“พี่มินโฮ!/ไอ้มินโฮ!”
ตัวคนที่ถูกแสดงความเป็นเจ้าของตะโกนลั่นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ตวัดตามองคนตัวสูงที่ทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวทันควัน อาจจะเป็นครั้งแรกก็ได้ที่คีย์กับอนยูพร้อมใจกันแบบนี้
“เอ่อ...เข้ามาก่อนสิ” พอเจออย่างนี้ ทำเอาคนพูดมากอย่างทงเฮถึงกับไปต่อไม่เป็น เลยเลี่ยงไปเอ่ยชวนน้องทั้งสามเข้าบ้านแทน แต่ในใจก็ยังคิด...
ท่าทางเรื่องของสามคนนี้คงสนุกไม่แพ้การแกล้งจงฮยอนเลยแฮะ!
หรือพวกคุณคิดว่ายังไง?
...
They’re done, but it’s not over! ‘Cuase love keeps going on and on.❤~
Zinister: This Is Me จบแล้วค่ะ จากนี้เหลือตอนพิเศษอีก 2 ตอนที่จะเอามาลงในบล็อกเน่อ ^^ ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ *กอด*
แทมฝืนกินใช่มั้ย ระวังท้องเสีย
พี่ซิน หักมุมมาก
ทำไมโฮทำแบบนั้น เป็นแฟนผม กรี๊ด เรื่องแรกเลย ที่อ่านมาแล้ว
จบแบบนี้ ไม่เคยเจอ เฮียด๊อง งง แตกเลย เจอโฮตอบแบบนั้น แบบนี้แบ่งกันใช้ยังไง (แอบถาม หื่นๆ)
#1 By KANGZOM (125.27.44.140) on 2009-11-06 22:08