This Is Me [Ch.10]

posted on 25 Jun 2009 16:02 by zinister  in ThisIsMe
Chapter 10 Reconciled





“กลับมาแล้วเหรอ อ๊ะ! แทมิน” พอการ์ดหน้าบ้านมารายงานว่าคุณหนูคนเล็กกลับมาถึงแล้ว พี่ชายคนรองที่แสนจะเป็นห่วงอาการสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวของน้องก็รีบออกมารอรับ แต่พอเห็นคนที่ติดสอยห้อยตามมาด้วยกันนี่สิ แจจุงก็แทบจะละความสนใจจากน้องชายไปในทันที มือนิ่มเอื้อมไปลูบผมเงางามของเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู

“พ่อกับแม่ล่ะพี่” น้องชายหน้าเข้มถามเสียงเรียบ เหมือนจะไม่พอใจที่อยู่ๆ พี่ชายคนโปรดก็เดินเข้ามาแตะเนื้อต้องตัวคนรักของตนโดยพลการ

“กลับมาแล้วล่ะ รออยู่ที่โต๊ะโน่น แทมินมาก็ดีแล้ว อยู่ทานข้าวเย็นกับพี่นะ” พี่ชายคนรองยิ้มหวานแล้วเดินมาจูงมือเด็กน้อย หวังจะพาไปที่โต๊ะรับประทานอาหาร ทว่าคนที่ไปตามตัวมากลับไม่ยอมปล่อยมือ แถมยังจ้องหน้าพี่ชายเขม็ง

“หวงจริงนะ แจจุงไม่ทำอะไรแฟนแกหรอก รีบๆ เข้าไปได้แล้ว พ่อกับแม่รออยู่” และแล้วก็ต้องเป็นฮีชอลอีกตามเคย ที่เข้ามาขัดไอ้น้องชายคนเล็กที่ทำหน้าทำตาราวกับโกรธแค้นพี่ชายตัวเองมานานเสียอย่างนั้น

พอถูกพี่ใหญ่เรียกเตือนสติ จงฮยอนก็กระชับมือนุ่มในอุ้งมือตนเองให้แน่นขึ้น แล้วออกแรงจูงเด็กน้อยให้เดินตามไปด้วยกัน แต่เจ้าหัวเห็ดกลับขืนตัวไว้พร้อมร้องค้าน

“พี่จงฮยอน...ให้ผมกลับบ้านเถอะนะ” นัยน์ตากลมโตคลอไปด้วยน้ำใส ขอบตายังคงแดงก่ำเป็นร่องรอยบ่งบอกการร้องไห้ตลอดทางที่เดินกลับคฤหาสน์ หน้าหวานหันมาออดอ้อนเสียงอ่อน หวังว่าพี่จงฮยอนจะเห็นใจบ้าง

เขาไม่อยากทรมานไปกว่านี้แล้ว...

 “......” ทว่าคำขอร้องกลับถูกเพิกเฉย จงฮยอนไม่สนใจต่อคำอ้อนวอนนั้น แทมินอยากร้องไห้อีกครั้งจริงๆ

...ทำไมพี่ไม่เห็นใจผมบ้างเลย










“นี่ไงพ่อ คนที่ผมพูดถึง” ฮีชอลกล่าวเสียงเบาเมื่อน้องชายคนเล็กพาร่างบอบบางของเด็กน้อยมาถึงโต๊ะที่ทุกคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

แทมินรู้สึกไม่มั่นใจเอาเสียเลย ในเมื่อพ่อแม่ของพี่จงฮยอน พี่ฮีชอล พี่แจจุง และพี่อนยู ต่างกำลังมองมาที่เขาแล้วหันหน้าไปซุบซิบกันพร้อมอมยิ้ม

อะไรกัน...ทำไมทุกคนถึงมองเขาด้วยสายตาแบบนั้น

“ไหนเงยหน้าให้แม่ดูหน่อยสิจ๊ะ” คุณนายคิมกล่าวกับเด็กชายด้วยเสียงอ่อนโยนเพราะเห็นว่าเด็กน้อยประหม่าจนก้มหน้าแทบชิดอก และเสียงหวานฟังดูมีเมตตานั้นเองที่ทำให้แทมินใจชื้นขึ้น เด็กชายค่อยๆ เงยหน้ามองทุกคนตาแป๋ว

“อุ๊ย! หน้าตาน่ารักดีนะคะคุณ...ชื่ออะไรจ๊ะ มาๆ มานั่งข้างแม่นี่” คุณแม่หน้าเด็กหันไปหัวเราะคิกคักกับสามี ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ข้างตัวแล้วตบมือลงบนเบาะ เป็นเชิงเรียกให้คนอายุน้อยที่สุดมานั่งข้างกัน

“ชื่อแทมินครับ เป็นคนรักของผมเอง” ทว่าคนตอบกลับไม่ใช่คนถูกถาม คุณชายตระกูลคิมพูดดังๆ ต่อหน้าทุกคนพร้อมดึงร่างบางให้นั่งลงข้างกัน มือนั้นยังคงจับแน่นด้วยความหวงแหน

จบคำประกาศของลูกชายคนเล็ก พวกผู้ใหญ่บนโต๊ะก็กลั้นขำกันใหญ่ ท่าทางจะรักมาก ก็ดูเอาเถอะ...ขนาดกับพ่อกับแม่มันยังหวงขนาดนี้

ทว่าแทมินกลับกัดปากตัวเองแน่น

ทำไมพี่จงฮยอนถึงพูดแบบนั้น

เรายังเป็นคนรักกันอย่างนั้นหรือ...

“อะไรครับ” แทมินหันไปถามคนข้างตัว เมื่ออยู่ๆ ชิ้นปลาทอดสีเหลืองหอมน่าทานถูกวางลงบนจานข้าวตรงหน้าตน

“ทานสิ” จงฮยอนบอกเด็กตัวผอมพร้อมรอยยิ้มอ่อนละมุน มองลุ้นว่าเด็กชายจะยอมทานหรือเปล่า

ทว่ายังไม่ทันที่แทมินจะจับช้อนส้อม เนื้อปลานั้นก็ถูกฉกออกไปจากจานด้วยฝีมือของพี่ชายคนโต

“กับข้าวพวกเนี้ย คุณแม่พี่ลงมือทำเองเลยนะ แทมินลองทานสิ อื้อหืม อร่อยจริงๆ...” ฮีชอลพูดพลางเคี้ยวปลาในปากที่ตัวเองเพิ่งเอามาจากจานแทมิน ทำท่าไม่รู้ร้อนรู้หนาวต่อสายตาขุ่นเคืองของน้องชาย

จงฮยอนพยายามไม่สนใจ เพราะรู้ว่าตนกำลังโดนพี่ชายแกล้งแน่แล้ว ลูกชายคิมคนเล็กสุดจึงหันไปตักน่องไก่ทอดให้แทมินแทน

“แทมินทานกะ...” พูดยังไม่ทันจบประโยค น่องไก่อวบๆ ก็โดนเพื่อนตัวดีแย่งออกไปจากจานน้อง จงฮยอนตวัดตามอง แต่อนยูก็ไม่เดือดร้อนอะไร

“โห น่องไก่นุ่มมากเลยครับแม่ แม่ทำอะไรก็อร่อยแบบนี้ พรุ่งนี้เช้าผมขอข้าวกล่องหน่อยสิครับ” นอกจากจะไม่สำนึก ยังหันไปออเซาะคุณนายคิมเสียอีก

จงฮยอนเบนสายตาไปยังแกงชามใหญ่ กับข้าวอย่างที่สาม หมายมั่นปั้นมือว่าคราวนี้ไม่ให้พวกตัวแถมมากลั่นแกล้งแน่

เซ็นเตอร์คนเก่งจัดการตักแกงจืดใส่ในถ้วยแบ่ง แล้วตักพอดีคำมาเป่าไล่ลมร้อน พี่ๆ ที่เห็นอย่างนั้นก็ไม่สนใจอะไร คิดว่าพอโดนแกล้งมากเข้า เจ้าน้องชายคงคร้านเอาใจแทมินไปเอง

แต่คงคิดผิดไป...

“พี่ป้อนนะ”

!!!!!

ไม่สิ...คาดไม่ถึงเสียมากกว่า

คนอย่างจงฮยอนเนี่ยนะ! จะเอาใจใส่ใครถึงขนาดป้อนข้าวป้อนน้ำอย่างนี้

“ผมทานเองได้ครับ” คนอายุน้อยกว่าบอกปัดพลางหันหน้าหนี พอทำอย่างนั้น ดวงตากลมโตก็สบเข้ากับสายตาคุณแม่ของจงฮยอนและบรรดาพี่ๆ ที่มองอยู่ ทำไมกันนะ...แทมินรู้สึกเหมือนทุกคนกำลังยิ้ม ทั้งที่ปากก็ไม่ได้ขยับยกขึ้นเสียหน่อย

“ป้อน” จงฮยอนพูดซ้ำเสียงเข้มเป็นเชิงบังคับอยู่ในทีจนพวกพี่ๆ นึกอยากถามว่าแน่ใจหรือว่านี่เรียกป้อน? ทั้งเสียงทั้งหน้า ทำอย่างกับจะจับแทมินกรอกปากแล้วด้วยซ้ำ

แต่ก็นั่นแหละ พอเห็นแทมินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจำทานสิ่งที่จงฮยอนป้อน บรรดาครอบครัวคิมทั้งหลายก็พากันโห่ร้องอยู่ในใจ

โฮ้ย~ ครอบครัวคิม(พ่วงอนยู)มีความสุขจริงจริ๊ง~










“แม่ครับ...คืนนี้ผมจะให้แทมินค้างที่นี่” หลังจัดการมื้อเย็นกันเรียบร้อย เจ้าลูกชายตัวดีก็โพล่งออกมาทั้งที่มือยังกุมข้อมือคนข้างตัวเอาไว้

“พี่จงฮยอน!” แทมินหันมาเรียกชื่อคนอายุมากกว่าด้วยความตกใจ ให้เขานอนที่นี่เนี่ยนะ ไม่เอาด้วยหรอก!

“จะดีเหรอลูก ไปเอาลูกเขามานอนบ้านเราแบบนี้” คุณแม่ทำสีหน้าหนักใจแบบที่พวกพี่ชายและอนยูต่างก็รู้ว่าแกล้งทำ ก็ระหว่างที่ทานอาหาร ออกจะเชียร์ลูกสะใภ้เสียออกนอกหน้าขนาดนั้น คงอยากให้กลับบ้านอยู่หรอกมั้ง

“พวกผมมีเรื่องต้องปรับความเข้าใจกันนิดหน่อย” อีกแล้ว...จงฮยอนทำเสียงเข้มอีกแล้ว ไม่รู้รึไงว่าทำแบบนี้พวกพี่ๆ จะกลั้นหัวเราะไม่อยู่เอาน่ะ

“ไม่เอา! พี่จงฮยอนปล่อยผมกลับบ้าน พี่จงฮยอน...อื้อ!” ร่างบางดิ้นรนไปมาให้พ้นจากการเกาะกุม แต่กลายเป็นว่าพอขืนตัวหนักเข้า จงฮยอนก็ปิดปากนุ่มๆ นั่นด้วยปากตัวเอง อาศัยช่วงที่เด็กน้อยกำลังอึ้งก็จับพาดบ่า แล้วพาขึ้นห้องซะเลย
ทิ้งไว้เพียงอาการอ้าปากค้างของคนอื่นๆ ซึ่งพอลับร่างของลูกชายคนเล็กและคนรัก...

“ฮ่าฮ่า! ฮีชอลเห็นหน้าน้องไหมลูก บึ้งอย่างกับกลัวแม่จะแย่งแฟนแน่ะ” คุณแม่หน้าเด็กก็เป็นคนแรกที่หลุดหัวเราะเสียงดัง ก็นานๆ ครั้งเธอถึงจะได้เห็นสีหน้าโกรธขึ้งแบบนั้นของจงฮยอน ลูกชายคนนี้น่ะ...มีอะไรก็มักจะเก็บเอาไว้ในใจ ไม่ยอมแสดงออกให้ใครรู้ง่ายๆ แบบนี้หรอก

“ท่าทางคนนี้ไอ้น้ำแข็งมันจะจริงจังนะแม่ พาเข้าบ้านไม่พอ มันยังหวงออกนอกหน้าด้วย” พี่ชายคนโตหัวเราะคิกคักแล้วป้องปากนินทาน้องด้วยความสนุกสนาน

“นั่นสิ จงฮยอนซื้อแหวนให้แทมินด้วยนะแม่” พี่ชายคนรองก็ไม่เว้น คุยเรื่องน้องรักเพลินปากกันใหญ่

“งั้นคืนนี้ผมขอค้างที่นี่ด้วยคนนะครับ จะสังเกตการณ์ระยะประชิด พรุ่งนี้จะได้เอาไปเล่าต่อได้” ตามมาด้วยเพื่อนสนิทอย่างอนยู ที่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้กลับบ้านตัวเองเสียที

และปิดท้ายด้วยคุณพ่อเจ้าของบ้าน ที่ฟังคนนั้นพูดคนนี้พูดแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าด้วยความระอา ช่างแกล้งกันทั้งแม่ทั้งลูก แล้วนี่เพื่อนสนิทก็ยังเป็นไปด้วยอีกคน เพราะฉะนั้นพ่อขอเก็บอาการนิดหนึ่งก็แล้วกัน...แต่ไม่ได้หมายความว่าพ่อไม่ถูกใจว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้นะจงฮยอน


 







ทางด้านจงฮยอนกับแทมิน หลังจากที่โดนแบกมาที่ห้องนอนของรุ่นพี่ คนอายุน้อยกว่าก็ดิ้นรน พยายามจะออกจากห้องนี้ไปเสียให้ได้ แต่แน่ล่ะ...จงฮยอนไม่มีทางยอม

พอรู้ว่าทำอย่างไรก็คงหนีไม่พ้น เด็กชายเลยได้แต่นั่งเงียบบนเตียงกว้างด้วยความไม่พอใจ จากตอนแรกที่น้อยใจกลับกลายเป็นโกรธ ทำไมพี่จงฮยอนถึงทำแบบนี้ คิดว่าเขาเป็นสิ่งของที่คิดอยากจะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นหรือ

อยากจะหลอก...ก็หลอก อยากจะคบ...ก็คบ แล้วพออยากจะทำร้ายกัน ก็ทำได้ง่ายๆ แบบนี้น่ะเหรอ

เด็กน้อยนั่งคิดไปต่างๆ นานา หัวคิ้วขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความไม่ชอบใจ ปากก็พึมพำคำตัดพ้อไปตามเรื่องราว ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าใครกำลังเดินตรงเข้ามา

“อ๊ะ!” เพราะมัวแต่บ่น กว่าแทมินจะรู้ตัว มือของเขาก็ถูกดึงไปกุมไว้ พร้อมกับที่แหวนวงเดิมกำลังจะถูกสวมลงบนนิ้วก้อยอีกครั้ง ซึ่งพอเห็นอย่างนั้น เด็กน้อยก็กำมือแน่น

เรื่องอะไรจะยอมโดนหลอกอีกเป็นครั้งที่สอง ในเมื่อไม่รักก็เอาคืนไปเสียสิ ผมไม่อยากได้ของของพี่หรอกนะ ที่ผมต้องการจากพี่น่ะเหรอ มันมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น...ก็แค่ความรักเท่านั้นแหละ

“แทมิน! อย่าดื้อกับพี่นะ” พอสวมแหวนไม่ได้ จงฮยอนเองก็ชักจะอารมณ์เสียจนเผลอเอ็ดเด็กน้อยออกไป

“ผมจะดื้อหรือไม่ดื้อมันเกี่ยวอะไรกับพี่ พี่มีสิทธิ์อะไรมาห้ามผม!” พอถูกขึ้นเสียงใส่ แทมินก็ยิ่งไม่พอใจ จึงตวาดกลับไปเช่นกัน

“เราเป็นคนของพี่นะ! ทำไมพี่จะไม่มีสิทธิ์” จงฮยอนไม่รู้เลยว่าคำพูดของตัวเองกระทบจิตใจคนฟังเข้าอย่างจัง

“ไม่! ผมไม่ได้เป็นของพี่ พี่จงฮยอน...ให้ผมกลับบ้านเถอะนะ พี่ไม่รู้รึไงว่าผมเจ็บปวดมากถ้าต้องทนเห็นหน้าพี่อยู่แบบนี้” เสียงใสสั่นเครืออย่างห้ามไม่อยู่ น้ำใสๆ เริ่มรื้นขึ้นที่ขอบตา บ้าจริงๆ เลย ทำไมถึงได้เป็นเด็กขี้แยแบบนี้นะอี แทมิน!

“แทมิน...พี่ขอโทษ พี่......รักนายนะแทมิน” กว่าจะรู้ตัว เขาก็ทำแทมินร้องไห้อีกแล้ว จงฮยอนรั้งร่างเล็กเข้ามาในอ้อมกอด มือหนาลูบแผ่นหลังบางแทนการปลอบประโลม เผื่อตนจะบรรเทาอาการสั่นสะท้านนั้นได้บ้าง

“พี่มั่นใจแล้วเหรอ แน่ใจแล้วรึไงว่าพี่รักผม” เสียงหวานครางอู้อี้กับอกล่ำ มือเล็กของเด็กชายกำชายเสื้อของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น

“ผมคือแทมิน...ไม่ใช่พี่ทงเฮ พี่กำลังพยายามมองหาใครในตัวผมรึเปล่า ผมไม่ใช่ตัวแทนของใครนะครับ ฮึก...ถ้าตลอดเวลาที่พี่ทำดีกับผม เพียงเพราะพี่เห็นผมเป็นตัวแทน เราก็จบกันเท่านี้ดีกว่า” เด็กน้อยพยายามกลั้นสะอื้นที่ตอนนี้ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็คงหยุดไม่ได้ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยเสียงแหบพร่า “...เพราะไม่ว่าจะวันนี้ วันหน้า หรือวันไหน...พี่ก็ไม่ได้รักผมเลย”

“เราอย่าเจอกันอีกเลยนะครับ”

ในที่สุดคำนี้ก็ถูกพูดออกไป เจ็บปวดจังนะ...ที่ต้องพูดความจริงที่ไม่อยากรับรู้ให้ตัวเองฟังแบบนี้

พี่จงฮยอนใจร้าย ทำไมไม่ยอมบอกเลิก ทำไมต้องให้ผมเป็นฝ่ายพูดทำร้ายตัวเองแบบนี้



พี่...ก็ยังใจร้ายเหมือนเดิม



“ไม่! พี่ไม่เคยมองว่านายเป็นตัวแทนของทงเฮ” แต่แทมินจะรู้ไหม ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้นหรอกนะที่เจ็บปวด คนฟังเอง...ก็รู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นกำลังรั้งหัวใจให้เต้นช้าลงเรื่อยๆ มันเจ็บปวดมาก มันอึดอัด...จนเหมือนจะหายใจไม่ออก เพียงแค่ได้ยินคนตรงหน้าบอกว่าอย่าเจอกันอีก

“เวลาที่พี่กอด...” สองแขนแกร่งเอื้อมมาโอบรัดรอบเอวบาง หน้าคมซุกซบลงซอกคอนุ่มกรุ่นกลิ่นละมุน “พี่ก็เห็นแต่หน้านาย”

“เวลาที่พี่จูบ...” ปากหนาประทับลงบนกลีบปากสีอ่อนเบาๆ แล้วผละออก “พี่ก็นึกแค่หน้าของนาย”

“นายไม่เคยเป็นตัวแทนใคร...ไม่เคย” จงฮยอนมองเข้าไปในดวงตาดำขลับของแทมินเพื่อยืนยันว่าทุกคำที่พร่ำบอก มันออกมาจากหัวใจ ชายหนุ่มกระซิบคำหวานบนกลีบปากนุ่มของคนอายุน้อยกว่า ก่อนจะโน้มหน้าเข้าหาอีกครั้ง และอีกครั้ง

“พะ..อื้อ” แทมินไม่มีทางปฏิเสธได้เลย คนตรงหน้าเอาแต่จูบเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แทบไม่เว้นให้เขาได้หยุดหายใจ

“พี่ทำแบบนี้ได้กับนายแค่คนเดียวนะแทมิน” เสียงทุ้มกระซิบสั่นพร่าจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง จงฮยอนผละออกจากริมฝีปากสีอ่อนเพื่อเลื่อนตัวลงชิมความหอมหวานจากร่างกายส่วนอื่นของเด็กชาย

“พี่จงฮยอน...ฮะ” เด็กน้อยพยายามปัดป้องเมื่อเสื้อผ้าตนถูกปลดออกทีละชิ้น ทว่ามืออุ่นที่ทาบลงมาบนร่างเปลือยเปล่าก็ทำให้เขาอ่อนระทวยไปเสียทุกที

จงฮยอนเลื่อนมือเข้ากอบกุมสัดส่วนอ่อนไหวของเด็กชาย ขยับมันขึ้นลงเบาๆ พร้อมใช้นิ้วดันตรงส่วนปลาย เพียงแค่นั้นก็ทำเอาเด็กชายตัวงอเพราะรู้สึกแปลกๆ คนอายุมากกว่าเอนร่างขาวนวลให้เอนลงกับเตียงนุ่ม พลางหยัดตัวขึ้นจูบปลอบอีกครา
ยอดอกสีหวานของแทมินถูกบดขยี้ด้วยอกหนาที่แนบชิดลงมา เด็กน้อยครวญครางราวจะขาดใจเมื่อมืออุ่นขยับขึ้นลงรวดเร็วขึ้นทุกที จนความเสียวซ่านกำลังจะบรรลุจุดสูงสุดของมัน ทว่าเสียงครางหวานกลับไม่สามารถหลุดพ้นลำคอ ในเมื่อโพรงปากของตนยังคงถูกรุนล้ำด้วยลิ้นชื้นของรุ่นพี่ที่ขโมยคำพูดต่างๆ ไปจนหมดสิ้น

จงฮยอนขยับมือกดท้ายทอยแทมินให้แนบเข้าหาตนเอง ในขณะที่อีกมือก็ลูบไล้ส่วนอ่อนไหวของคนใต้ร่างไม่หยุด กระทั่งขาเรียวแยกออกไม่รู้เนื้อรู้ตัว ในตอนนั้นเองที่นิ้วซุกซนเริ่มไล้สัมผัสไปทางด้านหลัง แล้วแตะลงเบาๆ บนกลีบเนื้อที่ปิดสนิท

ในนาทีนั้น สติสัมปชัญญะของแทมินหลุดลอยไปแล้ว เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเมื่อไรกันที่เผลอตวัดลิ้นตอบสนองอย่างเงอะงะ ซ้ำแขนเรียวยังยกโอบรอบคอคนอายุมากกว่าเอาไว้ มือเล็กสอดเข้าไปในเรือนผมนุ่ม แล้วทึ้งมันเบาๆ ไปตามอารมณ์ที่ถูกปลุกปั่น

เมื่อริมฝีปากผละออกจากกัน เด็กชายก็ถึงกับหอบหายใจ จนต้องรีบรับอากาศเข้าปอดไปอีกเฮือกใหญ่

จงฮยอนเลื่อนมือคนอายุน้อยกว่าออกจากคอ แล้วนำพามันไปวางบนสัดส่วนความเป็นชายของตัวเองที่ตอนนี้ร้อนรุ่มเสียจนขยายตัวโป่งพองคับกางเกง

“คน...ลามก อ๊ะ...” เห็ดน้อยว่าเสียงหวานก่อนจะซุกหน้าเข้ากับอกหนา โดยที่มือข้างนั้นก็ยังวางบนส่วนอ่อนไหวขนาดใหญ่ ซ้ำยังเริ่มเรียนรู้ที่จะลูบมันขึ้นๆ ลงๆ เหมือนที่ตนถูกปฏิบัติ

“อา...แทมิน” เมื่อถูกมือนุ่มกระทำให้ ชายหนุ่มก็อดครางด้วยความรู้สึกดีไม่ได้ จนสุดท้ายจงฮยอนก็ต้องรีบปลดกางเกงออกพ้นกายโดยไว โดยมีเด็กชายช่วยปลดกระดุมเสื้ออย่างงกเงิ่น และเมื่อร่างกายเปลือยเปล่าอุดมด้วยมัดกล้ามของเซ็นเตอร์มือฉกาจปรากฏต่อสายตา เจ้าเห็ดน้อยแทมินก็อดหน้าแดงไม่ได้...

คุณชายคนเล็กแห่งตระกูลคิมยิ้มกระหยิ่มด้วยความชอบใจ จงฮยอนจัดการพยุงเนื้อตัวแดงจัดของเด็กชายให้นั่งคร่อมตัวเขา ส่งผลให้เนื้อร้อนของตนถูกขนาบด้วยเนินเนื้อนุ่มของแทมิน ซ้ำปากทางสู่ความอบอุ่นยังแนบชิดกับสัดส่วนอ่อนไหวของตนพอดิบพอดี

“อือ...” แทมินครางเครือพร้อมจิกเล็บลงบนไหล่รุ่นพี่ เมื่อเนื้อร้อนเริ่มขยับถูไถไปมา ซ้ำมืออุ่นยังขยำขยี้บั้นท้ายของเขาด้วยความลำพองใจ

“ขอพี่นะ...แทมิน” ช่องทางที่ปิดสนิทเริ่มคลายออกช้าๆ กล้ามเนื้อรอบจีบเริ่มขมิบเข้าออกตามจังหวะที่ถูกถูไถ จนเมื่อจงฮยอนเห็นว่าพร้อมดีแล้ว เขาจึงเอ่ยขอเด็กชายออกมา

“อ๊า!” เมื่อจบประโยค ส่วนอ่อนไหวของจงฮยอนก็ถูกจับตั้งขึ้นแล้วค่อยๆ กดเข้าไปในตัวของแทมิน เด็กน้อยร้องลั่นเมื่อรู้สึกถึงแก่นกายร้อนรุ่มที่ชำแรกเข้ามา เขาพยายามผ่อนลมหายใจ ทว่าก็ยังอดเกร็งไม่ได้อยู่ดี

ดูเหมือนคนที่อยู่ข้างล่างจะรับรู้ได้ว่าคนถูกสอดใส่ท่าทางจะเจ็บไม่น้อย ชายหนุ่มจึงหยุดค้างเอาไว้สักพัก ก่อนจะส่ายสะโพกหมุนวนไปมา เพื่อให้ช่องทางคับแคบได้ปรับสภาพ

“ฮึก อา...” เมื่อเด็กน้อยเริ่มคุ้นเคยกับความใหญ่โตที่แช่ค้างไว้ในกาย สะโพกบางก็ขยับส่ายไปมาด้วยความทรมานที่เนื้อร้อนนั่นไม่ยอมทำอะไรเสียที นอกจากหมุนวนไปมาอย่างนี้เป็นนานสองนาน

“อ๊ะ...พี่จงฮยอน” แทมินอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อความยาวที่นิ่งอยู่นานขยับแทรกตัวเข้าไปเสียยิ่งกว่าลึก ก่อนจะค่อยๆ ถอนออกจนเกือบสุด แล้วย้ำตัวเข้าไปใหม่ด้วยจังหวะช้าๆ เน้นๆ จนดูเหมือนจะไม่ทันใจเด็กน้อย เพราะสะโพกมนบิดส่ายว่อน เรียกร้องให้อีกฝ่ายกระแทกตัวเข้ามาอีก ลึก...ลึกอีก

เมื่อยอดอกที่แข็งเป็นตุ่มไตลอยล่ออยู่ตรงหน้า จงฮยอนจึงชะล่าใจ ยึดครองมันเอาไว้ในโพรงปาก ทั้งดูดทั้งดุนจนเสียงหวานครางกระเส่า มือหนาค่อยๆ ประคองสะโพกบางลงจากตักตัวเอง เอนให้ทั้งสองร่างแนบชิดกันบนพื้นที่นอน แล้วจังหวะเนิบนาบก็เริ่มเร็วขึ้น...

แขนแกร่งรัดเอวคอดหลวมๆ ก่อนผละตำแหน่งไปป้วนเปี้ยนแถวแผ่นอกบาง เรือนร่างกำยำยังคงแทรกอยู่ตรงกลางระหว่างขาเปลือย สัดส่วนความเป็นชายของจงฮยอนยังไม่หยุดขยับเข้าออก มีแต่จะแรงและเร็วขึ้นทุกขณะ จนคนใต้ร่างบิดส่ายตัวไปมา มือเกร็งจิกทึ้งผ้าปูที่นอนจนมันยับย่น

“อ๊ะ! พะ...พี่จงฮยอน” ร่างผอมของเด็กน้อยเกร็งขึงเมื่อจังหวะถูกเร่งขึ้นเรื่อยๆ เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องไปทั่วห้อง เช่นเดียวกับเสียงครางที่กรีดระงมจากลำคอของเด็กชาย แทมินรู้สึกดีเสียจนไม่รู้จะพูดจะบอกอย่างไร ได้แต่ครวญครางและตอดรัดเนื้ออบอุ่นนั้นเอาไว้

“อึ๊ย...อะ พี่ครับ...ผม..ผม อะ..อ๊า!” เด็กน้อยมัวเมาไปกับรสกามาที่ถูกปรนเปรอ ไม่รู้ตัวเลยว่าสะโพกตนเองเป็นฝ่ายขยับเข้าออกตั้งแต่เมื่อไร แทมินหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ สองแขนยันกับที่นอนเพื่อช่วยทรงตัว

“พี่..จงฮยอน ไม่หวะ...ไม่ไหวแล้ว ฮะ...อ๊ะ” จงฮยอนเร่งสะโพกถี่รัว มือหนึ่งยังคงดึงทึ้งยอดอกสีหวาน ขณะที่มืออีกข้างกอบกุมรอบส่วนอ่อนไหวของเด็กชาย

“อ๊า!” เด็กน้อยร้องลั่นเมื่อจุดสูงสุดของอารมณ์ปะทุออกมา ทั้งเนื้อทั้งตัวหมดแรงทรุดลงเสียเฉยๆ ทว่าช่องทางรักยังคงตอดกระตุกเป็นจังหวะ บีบรัดแน่นเสียจนคนที่ยังค้างอยู่ข้างในต้องปลดปล่อยออกมาตามๆ กัน

“อา..แทมิน” เสียงทุ้มเรียกชื่อเด็กน้อยแหบพร่า จงฮยอนค่อยๆ ถอนตัวออกมาเมื่อเส้นทางคับแคบรีดน้ำรักออกจากตัวเขาไปทุกหยาดหยด ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนข้างเด็กชายที่ตอนนี้ตะแคงข้าง หันหลังให้เขาอย่างไม่ไยดี

“แทมิน...ยังโกรธพี่อยู่เหรอ” จงฮยอนโอบเอวเด็กน้อยแล้วรั้งเข้าหาตัว แนบชิดเสียจนแผ่นหลังติดกับอกตัวเอง กระทั่งแม้แต่เสียงหัวใจของแทมิน...เขาก็รู้สึกได้

“......” แม้เจ้าเห็ดน้อยจะไม่ขืนตัวออกด้วยรู้ดีว่าไม่มีประโยชน์ แต่เขาก็ไม่ยอมตอบคำถาม

โกรธไหม...มันก็ไม่เชิงอารมณ์นั้น แต่มันน้อยใจมากกว่า น้อยใจ...ที่อีกฝ่ายคิดจะทำอะไรกับตัวเองก็ทำ ไม่ยอมฟังกันบ้างเลย

“แทมิน พูดกับพี่หน่อยสิ จะตีจะด่าพี่ก็ได้ แต่อย่าเงียบแบบนี้” จงฮยอนรู้สึกใจเสียเมื่อคนรักยังคงเงียบเช่นนี้ เพราะมันทำให้เขาไม่สามารถรู้ได้เลยว่าในสมองเล็กๆ นั้นคิดอะไรอยู่

“ทำไมพี่ถึงพูดจาเห็นแก่ตัวแบบนั้น ผมจะทำได้ยังไง ผม...จะทำร้ายคนที่ตัวเองรักได้ยังไง” คนหันหลังก็ยังคงนอนอยู่ในท่าเดิม ทว่าเมื่อพูดถึงตรงนี้ ไหล่บางก็สะท้านขึ้นลงอย่างหนัก

อีกแล้วเหรอ...เขาทำคนรักร้องไห้อีกแล้วใช่ไหม

จงฮยอนชะโงกตัวคร่อมเด็กชาย เขาเชยคางแทมินให้หันมาหา ก่อนจะใช้นิ้วมือไล้น้ำตาออกจากใบหน้าใส

“ไม่เอาแทมิน อย่าร้องไห้ พี่รักนายนะ...” เสียงทุ้มปลอบประโลมด้วยความอบอุ่น ปากหนากดจูบตรงขมับเบาๆ โอบกอดไหล่ที่สั่นไหวด้วยความหวงแหน ย้ำชัดคำรักอีกครั้ง และเต็มใจจะย้ำอีกหลายๆ ครั้งจนกว่าแทมินจะยอมฟัง

รู้ตัวแล้ว...รู้แล้วว่ารักใคร แม้ยังไม่รู้ว่ารักมากขนาดไหน แต่มันก็คือรัก ไม่อย่างนั้น...ความรู้สึกที่ว่าไม่อยากสูญเสียแทมินไปคงไม่เกิดขึ้นกับเขา

ถ้าไม่รัก...คงไม่ผูกมัดกันด้วยร่างกายแบบนี้



จงฮยอนรู้ คำตัดพ้อที่แทมินร่ายยาวคงไม่อาจทำให้ใจเขาอ่อนยวบได้ หากเขาไม่เคยรู้สึกอะไรกับแทมินเลยสักนิด

พี่ขอโทษ...แทมิน จะไม่ให้เจ็บปวดอีกแล้วนะ นายไม่ต้องทรมานอีกต่อไปแล้ว...

“แหวนวงนี้...พี่เคยซื้อให้เพราะรู้สึกผิดที่ล่วงเกินนาย แต่จากนี้ไป...ขอให้สวมมันไว้ด้วยความรักนะแทมิน อย่าถอดนะ...” จงฮยอนเอื้อมไปหยิบแหวนบนหัวเตียง ตั้งใจจะสวมให้เด็กน้อยที่นอนน้ำตาคลออยู่ใต้ร่างตัวเอง ทว่า...

“พี่ครับ...ไม่เอา” ทั้งที่มือถูกกุมไว้และแหวนเงินวงนั้นกำลังจะถูกสวมเข้ามาแล้ว แต่อยู่ๆ แทมินกลับปฏิเสธมัน จงฮยอนมองด้วยสายตาเศร้าสร้อย

ไม่เชื่อใจกันสินะ...

“ให้พี่มั่นใจก่อนเถอะครับว่ารักผมจริง ถึงตอนนั้น...ผมจึงจะยอมสวมมัน” เด็กน้อยพูดเสียงอ่อนจนจงฮยอนอดวูบโหวงในใจไม่ได้ นี่เขาทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจคนตรงหน้าขนาดนี้เลยหรือ

แต่มันก็สมควรแล้วนี่นะ สิ่งที่เขาทำลงไป แค่ไม่เจอหน้าสัปดาห์เดียวยังไม่สาสมกับบทลงโทษที่ตนควรได้รับเลย

“พี่จะพิสูจน์ให้นายเห็น...อีกไม่นานหรอก” มืออุ่นที่กุมมือเล็กไว้เมื่อครู่เริ่มซุกซน ผละมาลูบเอวคอดเพลินมือ นัยน์ตาฉายแววกรุ้มกริ่มไม่น่าไว้ใจ แทมินจึงนึกอะไรขึ้นมาได้

“แล้วก็...จนกว่าผมจะพร้อม ห้ามพี่ทำแบบเมื่อกี้อีกนะ” เด็กน้อยเอ่ยอีกข้อตกลงหนึ่งด้วยใบหน้าแดงจัด เห็ดน้อยซุกหน้าลงใต้ผ้าห่มด้วยความเขินอาย นี่พวกเขายังเด็กกันอยู่เลย แต่ดันชิงสุกก่อนห่ามไปถึงสองรอบแล้ว

“แบบเมื่อกี้มันคือแบบไหนกันล่ะ พูดให้มันเจาะจงหน่อยสิ” จงฮยอนกดจมูกลงบนผิวแก้มแดงปลั่งชวนมอง จนกว่าแทมินจะพูดให้ชัดเจน เขาก็จะยังไม่หยุดแทะโลมเล็กๆ น้อยๆ

“ก็..ก็...อ๊ะ! อย่ามาแกล้งผมนะ พี่จงฮยอนบ้าที่สุดเลย!” เด็กน้อยกำลังจะพูดออกมาอยู่แล้วทั้งที่กระดากปากเหลือเกิน แต่เพราะเห็นแววตาเจ้าเล่ห์เข้าเสียก่อน จึงได้รู้ว่าตัวเองโดนแกล้งเข้าให้

“ฮะฮะ ราตรีสวัสดิ์นะครับ...คนดีของพี่” คนอายุมากกว่ากล่าวราตรีสวัสดิ์พร้อมประทับจูบลงบนกลีบปากนุ่ม ซึมซับรสหวานเพียงนิดหน่อยก็ผละออก ในเมื่อแทมินยังไม่พร้อม...เขาก็ไม่อยากเอาแต่ใจอีก

แต่เอะใจอะไรหรือเปล่าจงฮยอน เมื่อกี้นาย...หัวเราะ

มีสักกี่ครั้งกัน ที่รอยยิ้มกว้างและเสียงหัวเราะจะปรากฏให้เห็นจากคิม จงฮยอน

แล้วเมื่อไรจะรู้ตัวชัดเจน...ว่าสักกี่ครั้งที่ว่านั้น มันเกิดขึ้นเสมอเมื่ออยู่กับอี แทมิน





ท่ามกลางความมืดมิดยามรัตติกาล แทมินนอนนิ่งในอ้อมกอดของคนรักด้วยใจที่ไม่เป็นสุขนัก สมองมันชอบคิดกังวลไปต่างๆ นานาอยู่เรื่อย

ทั้งที่ตอนนี้กำลังนอนในอ้อมกอดของคนรัก แต่ความคิดกลับตรงข้ามกับความรู้สึกที่ควรเป็นสุข

ยังคงกังวล...หากคำว่ารักที่ได้ยินยังคงเป็นเรื่องลวงล่ะ?

พี่จงฮยอน...ได้โปรดอย่าทำให้ผมรักพี่มากขึ้นกว่านี้ เพราะหากคนที่พี่รักยังคงไม่ใช่ผม...

ผมคงทนความเจ็บปวดไม่ไหวจริงๆ









 

“เป็นไง ได้ยินอะไรไหม” ฮีชอลถามด้วยน้ำเสียงที่ปิดความตื่นเต้นเอาไว้ไม่มิด ก็เมื่อกี้น่ะ...ได้ยินเสียงครางเชียวนะ!

“เงียบไปแล้วพี่ สงสัยจะหลับกันแล้วล่ะ” เพื่อนน้องชายที่เอาหูแนบประตูหันมาบอกพี่ๆ ที่คอยยืนฟังผล

“อืม...งั้นพวกเราก็ไปนอนกันเถอะ พรุ่งนี้จะได้ตื่นเช้าๆ” แจจุงพูดออกไปโดยหมายความตามนั้นจริงๆ

“โอ้โฮพี่แจจุง! เห็นนิ่งๆ แต่แอบร้ายนะเนี่ย ดีเหมือนกันพี่ จะได้มาแอบฟังพวกนี้แต่เช้า หึหึ” ทว่าคนฟังอย่างอนยูกลับคิดไปไกล ก็นี่แหละนะ...พอคนเราใจจดจ่อกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง พอมีอะไรมาเข้าหู ก็พาลดึงให้เกี่ยวข้องกันไปหมด

“เรานี่หมกมุ่นใหญ่แล้วนะอนยู” พี่ชายคนรองล้อเพื่อนสนิทน้องก่อนจะส่ายหน้าให้กับความอยากรู้อยากเห็นขั้นสูงสุดของเจ้ากัปตันทีมบาสโรงเรียน แล้วเดินหนีเข้าห้องนอนของตัวเอง ฮีชอลที่เห็นอย่างนั้นก็เดินตามหลังไปติดๆ ทิ้งให้เพื่อนสนิทน้องชายยิ้มกริ่มอยู่คนเดียว



คืนนี้มีนิทานก่อนนอนเล่าให้คีย์กับมินโฮฟังแล้วสิ...




Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แหมแหม พี่ซินแอบมาหื่นก่อนจบ55+
แทมจ๋า เพิ่งรุ้หรือว่านี่คือการชิงสุกก่อนห่าม
ช้าไปมั้ย?
เจ๊ซินกะเจ๊แจ ทำไมเปนแบบนี้นะมาแอบฟังเสียงคนอื่นได้ไง
ว่าแต่ทำไม เฮียอน มีนิทานเล่าให้สองคนนี้ฟัง
หรือว่าจะ สามพีจิงๆ
ฮ่าๆๆๆ

#1 By KANGZOM (125.27.44.140) on 2009-11-06 21:47