Tentacles [Special Part]
posted on 02 Jul 2008 03:08 by zinister in ShortFanFiction
Title : Tentacles *Special Part*
Author : Zinister
Category : Yaoi/Obacon
Couple : KiHae
Rate : NC-17
Warning :
- ฟิกเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของบุคคลในฟิก และไม่มีเจตนาที่จะทำให้บุคคลเหล่านั้นเสื่อมเสียชื่อเสียงแต่อย่างใด
Talk : แล้วตอนพิเศษมันก็มาจนด๊ายยย จะเรียกว่าตอนพิเศษก็ไม่ค่อยจะถูกนัก เพราะจริงๆมันคือเนื้อเรื่องตอนจบบริบูรณ์ของฟิค แต่ที่ซินไม่เอาลงในตอนแรกเพราะจริงๆซินตั้งใจให้มันมีแค่สองตอนจบ แต่มันก็งอกมาสาม ถ้าซินเอาตอนนี้ลงก็จะสี่ กลัวคนอ่านจะบ่นว่าทำไมตอนมันงอกมาเรื่อยๆ ฮ่าฮ่า แต่พอไม่ได้แต่ง มันก็ค้างๆคาๆอ่ะค่ะ คนอ่านก็คงค้างเหมือนซินอ่ะเนอะ เพราะงั้นเลยยกยอดเรทมาเป็นตอนพิเศษเสียเลย หึหึ โอบาคอนที่ไม่เหมือนโอบาคอนเท่าไร เรทก็ไม่แรงเพราะซินตั้งใจจะลองแต่งเชิงศิลป์ ประกอบกับมันเช้าแล้ว ฮ่าฮ่า ยังไงก็ลองอ่านกันหน่อยนะคะ ^ ^
เท่าที่อ่านคอมเมนท์ มีบางคนบอกว่าน่าจะเป็นเรื่องยาวเพราะปมในเรื่องมันเอาไปขยายต่อได้ แต่ที่ซินไม่ทำเป็นเรื่องยาวเพราะจริงๆตอนแรกพล็อตมันไม่มีอะไรเลยค่ะ ไม่มีพีเรียดด้วยซ้ำ ไม่มีอะไรทั้งนั้นนอกจากเรท - -“ ความหลังของอุเคะผู้น่าสงสารซินดันเพลินมือ มันพิมพ์ไปเรื่อยตามที่แวบเข้ามาในหัว ฟิค Tenacles เลยดูมีเนื้อหาขึ้นมา ตอนแต่งก็ไม่กล้าเขียนแรงมาก เดี๋ยวจะมีคนติว่าทำอย่างนี้กับศิลปินได้ไง (ซินชอบทำก่อนแล้วค่อยมากังวลทีหลังประจำเลย - -“ ก็เลิกแต่งเรื่องแปลกๆสิเคอะ -*-) แต่พอแต่งออกมาแล้วคนอ่านชอบกัน ซินก็ดีใจนะคะ ^ ^ และจุดไคลแมกซ์มันอยู่ตรงนี้นี่เอง(พล่ามมาตั้งนาน) ซินอยากจะถามว่า “อยากอ่าน Tentacles เวอร์ชั่นเรื่องยาวไหม” ซินรู้สึกอยากจะแต่ง แต่คงหลัง Passionate You!! ใกล้จบบริบูรณ์ค่ะ ^ ^ ถ้าแต่งเป็นเรื่องยาว ก็คงจะมีเปลี่ยนแปลงบางส่วน และตอนจบอาจจะแฮปปี๊แฮปปี้กว่านี้ค่ะ ฮิฮิ น้อมรับทุกข้อคิดเห็นเลยนะคะ
เรื่องนี้น้องบลูตั้งชื่อภาษาไทยให้ว่า”หนวดเจ้าเสน่ห์” ต้นน้ำตั้งให้ว่า”หมึกน้อยคอยรัก” นอกจากนี้มีใครเรียก Tantacles ว่าอะไรอีกบ้างคะเนี่ย ฮ่าฮ่า จะบอกว่าตอนส่งท้ายนี้ที่จริงซินตั้งใจให้มันเป็นแฮปปี้เอ็นดิ้งนะคะ มันคงกลายป็นนิสัยไปแล้วที่เขียนเรื่องสั้นทีไรชอบจบแบบตัดฉับ ซินคิดว่าคงมีหลายคนค้างกันอีกแล้ว ไม่มีตอนพิเศษต่อจากนี้แล้วนะคะ แหะแหะ เหตุเพราะตอนนี้คิวฟิคซินรวน - -“ มีทั้งเรื่องยาว เรื่องสั้น และควิซเป็นว่าเล่น เพราะฉะนั้นก็ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน และขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนท์ติชมค่า จ๊วบ!
ปล. ตอนนี้ซินกำลังชอบขุดเพลงเก่าๆมาฟัง ตอนนี้กำลัง อยากได้เพลง Everybody (Backstreet’s Back) ของ Backstreet boys อ่ะค่ะ คนไหนมีมั่งมั้ยเอ่ย? ถ้ามี...ทำทานให้ซินทีนะคะ (ขอเพลงกันอย่างนี้เลย?)
ปล.อีกที พอกลับมาอ่านดู...ทำไมเรื่องสั้นของซิน ส่วนมากจะเป็นแนวตัวละครบรรยายน้อ - -a
ปล.สาม ตอนนี้ซินกับเพื่อนๆนักเขียนอีก 5 คนกำลังมีโปรเจ็คเรื่องสั้นด้วยกันค่ะ ฝากลิงค์ให้เข้าไปกันหน่อยเน้อ >> http://rainbow-project.exteen.com โอเค...ไปจริงๆละ ฝันดีโดยถ้วนทั่วค่ะ ^ ^
................................................................
....................................
~•T•E•N•T•A•C•L•E•~
....................................
................................................................
ผมไม่ชอบ...ไม่ชอบสายตาแบบนั้น
สายตา...ที่เหมือนจะแผดเผาทั้งร่างและหัวใจของผมให้ละลายลงโดยง่าย
แต่ยิ่งผมพยายามจะหลีกเลี่ยงเท่าไร ก็ดูเหมือนว่าเขาจะยิ่งตามติดกระชั้นเข้ามาได้เสียทุกที
เพราะอะไร...
“ไหนใครแก้สมการข้อนี้ได้ลองออกมาทำให้เพื่อนดูหน่อยสิครับ” ผมชื่ออี ทงเฮ เป็นอาจารย์แผนกมัธยมต้นของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง ชีวิตแต่ละวันของผมก็ราบรื่นดีแม้ผมจะมีความหลังที่ไม่ค่อยน่าจดจำนัก เว้นเสียแต่...เรื่องของนักเรียนคนหนึ่ง ที่ชอบมองผมด้วยสายตาแปลกๆ
คิม คิบอม...เป็นนักเรียนใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาตอนกลางเทอม ทำให้ผมต้องซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาต้องคอยดูแลเป็นพิเศษ แต่แทนที่ผมจะเป็นฝ่ายสังเกตเขา กลับกลายเป็นนักเรียนคนนั้นที่เฝ้าแต่จับตามองผมทุกฝีก้าว การกระทำของเขาทำให้ผมกังวล เพราะเขาช่างคล้ายคลึงกับคนคนหนึ่งที่ผมเคยเจอในอดีต
ถึงผมจะไม่อยากนึกถึงมัน แต่ความทรงจำนั้นมันก็ย้อนกลับเข้ามาในความคิดทุกครั้งที่ผมเหม่อลอย ผมไม่รู้...ว่าทำไมจึงลบมันออกจากใจได้ยากเหลือเกิน
เมื่อยี่สิบปีก่อน ผมฝันแปลกๆติดต่อกันเป็นสัปดาห์ว่าตัวเองกำลังนั่งเล่นที่ชายป่า แล้วอยู่ๆก็มีงูนับพันตัวเลื้อยรัดรอบกายของผมเอาไว้ และเมื่อผมไปเที่ยวบ้านคุณตาคุณยายของเพื่อนรัก คุณยายก็ทักมาว่าเนื้อคู่ของผมแตกต่างจากคนธรรมดา ตอนแรกผมเองไม่ได้ติดใจอะไร แต่ที่นั่นมีกระท่อมหลังนึ่งที่คล้ายคลึงกับที่ผมเห็นในฝัน เมื่อผมเข้าไปก็พบกับลูกแก้วลูกหนึ่ง พอผมสัมผัสมัน...ก็มีสัตว์ประหลาดที่มีลำตัวเป็นเมือกลื่นมารุมทำมิดีมิร้ายไม่เหลือชิ้นดี
หลังจากนั้นก็มีชายรูปงามคนหนึ่งบอกว่าเขารอผมมานานนับพันปี เขาคนนั้นเป็นวิญญาณชื่อคิบอม ชาติก่อนเขาเคยทำผมเจ็บช้ำน้ำใจนัก แม้มาเจอกันอีกครั้ง เขาก็เฝ้าแต่ยัดเยียดความใคร่ตัวเองเข้ามาในร่างของผม แน่นอนว่าผมเกลียดเขา ผมจึงทำลายวิญญาณของเขาเสีย แต่ทั้งที่บอกว่าเกลียด...ทำไมตัวผมถึงชอบพบว่าตัวเองกำลังนั่งเหม่อคิดถึงเขาอยู่บ่อยๆกันนะ
และไม่นานมานี้ ผมก็ได้พบกับนักเรียนคิม คิบอม เขามีรูปร่างหน้าตาที่เหมือนปีศาจตนนั้นจนผมเผลอคิดไปว่าคือคนคนเดียวกัน ครั้งแรกที่เจอกันผมยังรู้สึกเหมือนได้ยินเขาพูดอยู่ในหัวว่าเขาหาผมเจอแล้ว แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่ปีศาจตนนั้นจะกลับมาเกิดใหม่แล้วยังคงจำเรื่องราวเก่าๆได้ ผมคงคิดไปเองแน่ๆ มันไม่มีทางเป็นไปได้...ไม่มีทาง
“ผมทำได้ครับ” เสียงนักเรียนที่อาสาออกไปทำโจทย์หน้ากระดานดึงให้ผมหลุดออกจากภวังค์ ก่อนที่จะเปลี่ยนสีหน้าเหรอหราเป็นเรียบเฉยแทบไม่ทันในเมื่อเจ้าเด็กที่ก้าวออกมาหน้าชั้นคือคนที่ผมเพิ่งนึกถึง...คิม คิบอม
ผมยื่นชอล์กในมือให้และในจังหวะที่เขารับมัน มือของเราก็สัมผัสกัน ผมรีบชักมือกลับด้วยความตกใจ ทั้งหน้าร้อนฉ่าไปหมด เจ้าเด็กนั้นมองหน้าผมครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มมุมปากแล้วหัวเราะหึในคอ เจ้านั่น...ตั้งใจแกล้งผมแน่ๆ!
ระหว่างที่รอเขาเขียนวิธีแก้สมการ ผมก็ก้มหน้ากุมแก้มแดงจัดของตัวเองเอาไว้ นี่ตัวผมเป็นอะไรไปแล้ว ทำไมต้องหน้าแดงให้เจ้าเด็กนั่นด้วย
“เสร็จแล้วครับอาจารย์” เสียงทุ้มกระซิบที่ข้างหู ผมหันขวับทันทีด้วยความตกใจ เข้าเด็กนั่นมันเข้าใกล้ผมขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร!
“อะ...อือ เสร็จแล้วก็กลับไปนั่งที่สิ” ผมละล่ำละลักบอกออกไป โอย...ทำไมเสียงผมถึงสั่นแบบนั้น ผมต้องแย่แน่ๆเลย
................................................................
....................................
~•T•E•N•T•A•C•L•E•~
....................................
................................................................
หลังจากเลิกเรียนและพวกนักเรียนทยอยออกจากห้องเรียนกันจนหมดแล้ว ผมก็เดินกลับมาที่ห้องพักครู ในห้องนี้เป็นห้องเล็ก เลยมีแค่โต๊ะของผมกับอาจารย์อีกคนหนึ่งซึ่งตอนนี้กำลังลาคลอดอยู่ ดังนั้นทั้งห้องจึงมีผมใช้อยู่คนเดียว
ผมเดินไปที่โต๊ะของตัวเองเพื่อวางเอกสารประกอบการสอนบนโต๊ะและถอดแว่นสายตาที่สวมมาทั้งวันออก ก่อนจะออกไปล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นเสียหน่อยแล้วค่อยลุยงานตรวจการบ้านกองโต ผมหันเก้าอี้ตัวเองให้หันกลับมาด้านหน้าแล้วนั่งลงโดยที่ไม่ทันดูว่า...มีใครคนหนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว
“อ๊ะ!” ทันทีที่ผมนั่งลง วงแขนแกร่งก็อ้อมมาโอบรัดผมเอาไว้จากทางด้านหลัง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครในเมื่อคนที่กล้าทำรุ่มร่ามกับผมแบบนี้มีอยู่แค่คนเดียว
“นี่! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” ทั้งที่ส่วนสูงต่างกันไม่มาก แต่พยายามดิ้นเท่าไร ผมกลับไม่สามารถสะบัดตัวให้เป็นอิสระจากการยึดเหนี่ยวแน่นหนานั้นได้เลย
“ทำไมต้องให้ข้าปล่อยด้วยล่ะทงเฮ เจ้าไม่รักข้าแล้วหรือ” บ้าน่า...หมอนี่เป็นปีศาจตนนั้นจริงๆด้วย
“ฉันเป็นอาจารย์ของนายนะ ลูกศิษย์มาทำแบบนี้กับอาจารย์มันใช้ได้ที่ไหนกัน ปล่อยเดี๋ยวนี้!” พยายามยกเหตุผลร้อยแปดมาอ้าง ทั้งที่ใจจริง...เหตุผลเดียวที่จมอยู่ในก้มลึกของหัวใจก็คือผมไม่อยากจะเจ็บปวดอีกแล้ว
“ไม่! จนกว่าเราจะคุยกันรู้เรื่อง” แต่เจ้าเด็กนี่ก็ดื้อดึงเสียจริงๆ ตัวเขาในพันกว่าปีก่อนนั้นหัวรั้นไม่ต่างจากตอนนี้ ส่วนเรื่องความเลือดเย็นนั่น...ก็คงจะไม่ต่างกันสินะ แรกรู้จักก็ทำเหมือนรักกันปานจะกลืน ทว่าสุดท้ายพอได้สิ่งที่ต้องการก็ขับไล่ไสส่งเหมือนหมูเหมือนหมา เหมือนคนไม่มีคุณค่าราคาอะไร
“คุย? มีอะไรจะต้องคุยอีก นายน่าจะปล่อยให้เรื่องเรามันจบตั้งแต่เมื่อยี่สิบปีก่อนแล้ว จะมาตามรังควาญฉันอีกทำไม” ใช่! จะกลับมาเพื่ออะไร เพื่อแกล้งให้เขาหวั่นไหวเล่นอย่างนั้นหรือ?
“ข้าไม่ได้ตามรังควาญ ก็แค่...อยากจะปรับความเข้าใจกับเจ้าเท่านั้น” ฝ่ายนั้นตอบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า มืออุ่นเริ่มลูบไล้ไปใต้เนื้อผ้าที่ผมสวมใส่ ปากอิ่มดูดดุนแถวต้นคอจนขนอ่อนของผมลุกชัน
“หึ!” ผมทิ้งลมหายใจสั้นราวจะเยาะเย้ย ปรับความเข้าใจ...เรื่องแบบนั้นมันจำเป็นตรงไหน และสิ่งที่คิบอมกำลังทำอยู่นี้มันไม่ได้ทำให้เข้าใจไปในทางนั้นเลยแม้แต่นิด
อยากได้ร่างกาย ผมก็จะให้ เพราะรู้ว่าเขาต้องได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการเสมอ ต่อให้ผมไม่ยินยอมก็ตาม แต่ขอให้ครั้งนี้...เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะมีอะไรกัน
เสื้อผ้าที่สวมอยู่ถูกปลดพ้นร่างกายทีละชิ้น ผมนั่งนิ่งเหมือนตุ๊กตาให้เขาจับเล่นตามใจชอบ สัมผัสอุ่นจากผิวกายของคนรุกที่เปลือยเปล่าไม่แพ้กันเฝ้าคลอเคลียไม่ห่าง จูบหนักๆถูกประทับไปตามร่างกาย ทิ้งร่องรอยสีกุหลาบให้ดูต่างหน้าราวกับจะตอกย้ำสร้างความเป็นเจ้าของ แม้ผมเดียดฉันท์ที่จะจดจำมันก็ตาม
ผมเม้มปากตัวเองแน่น พยายามกักเก็บเสียงร้องน่าอับอายที่ร่ำจะหลุดออกมาจากลำคอหลายครั้ง เมื่อมือไม้อยู่ไม่สุขของคิบอมเลื่อนลงไปยึดครองความเป็นชายของผม นิ้วของเขาหยอกล้อสะกิดส่วนปลายสร้างความรู้สึกเสียวกระสันจนห้ามไม่ได้ที่ทั้งกายจะสั่นระริก ช่างน่าอายนักที่จะต้องยอมรับว่าผมกำลังรู้สึกดี
“ไม่...มันสกปรก” แล้วผมก็จำต้องเอื้อนเอ่ยออกไปเมื่อเจ้าเด็กโข่งก้มหน้าลงหาสัดส่วนชูชันของผม แล้วรับมันเข้าโพรงปากอย่างไม่นึกรังเกียจ ลิ้นที่ตวัดสัมผัสเนื้อร้อนกอปรกับแรงบีบคลึงจากมือ ทำให้ผมอยากจะกรีดร้องออกมา
“ฮึก...ไม่ พอก่อนคิบอม” ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ผมรู้สึกซ่านสยิวจนตัวงอเมื่อแรงขบเม้มจากริมฝีปากนั้นเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ คิบอมดูดดุนมันราวกับจะรีดน้ำหวานออกจากตัวผมทุกหยาดหยด
“อะ...อ๊า” ร้องออกไปแล้ว ผมเผลอทำสุ้มเสียงน่าอายให้อีกฝ่ายได้ใจจนได้เมื่อทนความชำนาญที่ปรนเปรอส่วนล่างของตัวเองไม่ไหว รอยยิ้มมุมปากนั้นคงเพราะสาสมใจสินะที่ทำให้ผมครางออกมาได้
เมื่อกลืนกินน้ำสีนมที่พุ่งพล่านออกมาจากตัวผมเรียบร้อย ลิ้นชื้นก็ถูกเปลี่ยนตำแหน่งไปยังช่องทางเร้นลับที่ซ่อนกายระหว่างเนื้อกลมทั้งสอง ใบหน้าของผมมันแดงจัดจนร้อนไปหมดเมื่อได้ยินเสียงเนื้อตัวเองถูกจูบและดูดดุน
จีบเนื้อของผมหดเกร็งแล้วคลายออกเป็นจังหวะเมื่อลมหายใจร้อนถูกพ่นรดด้วยความจงใจของเจ้าปีศาจในร่างเด็กชาย ช่องทางนั้นของผมยังคงชื้นเปียกเนื่องจากลิ้นของคิบอมยังไม่ผละห่างจากมัน และยิ่งเพิ่มความรุนแรงเมื่อนิ้วของคิบอมไม่อยู่เฉย
“อือ โอ๊ะ!” ผมอุทานออกมาเมื่อไม่ทันไรข้อนิ้วของเจ้าคนที่ยังป้วนเปี้ยนกับด้านหลังของผมไม่เลิกก็ผลุบหายเข้ามาในร่าง กล้ามเนื้อรอบช่องทางของผมตอดรัดมันถี่รัวจนน่ากลัวยามที่นิ้วนั้นชอนไชเข้ามาเรื่อยๆซ้ำยังเพิ่มจำนวนมากขึ้นจนเป็นสาม
น้ำใสเป็นเมือกลื่นถูกขับออกมาจากภายในช่องทาง เพื่อช่วยให้สิ่งแปลกปลอมขยับได้ง่ายขึ้น ผมได้แต่หลับตาปี๋แล้วอ้าปากค้าง เมื่อนิ้วหนึ่งในสามกระทุ้งเข้ามาโดนจุดตายในตัว
“อือ..ฮ้า พอก่อน หยุดก่อนคิบอม ฉันจะไม่ไหวแล้ว” คนอายุน้อยแต่ช่ำชองกว่ายิ่งได้ใจเมื่อได้ยินเสียงผมร้องขอ ทว่าเขากลับทำสิ่งตรงข้ามกันโดยการเอื้อมมือที่ยังว่างงานมาบีบคลึงยอดอกของผม บดบี้มันประหนึ่งเป็นมดแมลงที่ต้องขยี้ให้แหลกคามือ
“เป็นถึงขนาดนี้แล้วยังจะให้หยุดอีกหรือ” เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดใบหู ยิ่งโหมไฟอารมณ์ให้กระพือมากขึ้นไปอีก นิ้วทั้งสามถูกถอนออกตามที่ร้องขอ ทว่าผมก็ต้องกลั้นหายใจรอรับสิ่งที่จะเกิดต่อไป เมื่อมีสัมผัสรุ่มร้อนจากท่อนเนื้อกำลังถูไถบริเวณปากทางเข้า เดาได้ไม่ยากเลยว่าเจ้าของแก่นกายนั้นคงกำลังอยากจะเข้าไปในตัวผมใจจะขาด
“โอ๊ย!...” ร้องเสียงหลงเมื่อความรู้สึกเจ็บแล่นปราดไปทั่วสันหลัง ผมชะงักลมหายใจเพราะรู้สึกแน่นตื้อจนจุกอก ส่วนปลายของความใหญ่โตที่ทะลวงผ่านเนื้อเข้ามาในตัวกำลังจะฆ่าผมให้ตายด้วยความเจ็บแสบ เนื่องจากเคยมีเพศสัมพันธ์ไม่กี่ครั้ง ซ้ำล่าสุดยังผ่านมากว่ายี่สิบปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตัวผมจะลืมไปแล้วว่าคราวนั้นต้องผ่อนคลายความอึดอัดแสนเจ็บแปลบนี้อย่างไร
“หายใจลึกๆ อยะ..อย่าเกร็งนะ” เจ้าของอาวุธแข็งแกร่งที่รุกล้ำเข้ามาแนะแนวทางให้กับผม เขาหยุดเนื้อที่กำลังรุกคืบเข้ามาเพื่อให้ผมได้ปรับการหายใจของตัวเอง จนเมื่อช่องทางที่แน่นคับเริ่มคลายตัว เนื้อร้อนนั้นก็หมุนวนไปมาทั้งที่มันยังเข้าไปได้ไม่สุดความยาว
“อะ..ฮ้า อึย...” ไม่รู้ตัวเลยว่าเมื่อไรกันที่สะโพกของผมพลิ้วบิดไปตามการเคลื่อนไหวของแท่งร้อน ผมครางยาวเมื่อถูกจับให้นอนตะแคง ขาข้างขวาถูกยกขึ้นพาดกับไหล่หนา เด็กนั่นฉวยโอกาสที่ผมรู้สึกดีขยับตัวรุกคืบเข้ามาเรื่อยๆจนสุดความยาว แม้หน้าท้องของเขาจะชิดกับส่วนล่างของผมแล้ว แต่คิบอมก็ยังบดเบียดเข้ามาราวจะหลอมเนื้อเราเป็นหนึ่งเดียว เจ้าส่วนแข็งขึงนั่นเข้ามาลึก...ลึกเสียจนผมต้องใช้มือดันหน้าท้องคิบอมเอาไว้ ไม่ให้เขาพยายามดุนดันมันเข้ามามากกว่านี้
“ดีมากคนเก่ง จะขยับแล้วนะ อา...” เสียงคนคุมจังหวะครางยาวเมื่อถอนลำตัวออกจากร่างของผมจนเกือบสุด ก่อนจะเคลื่อนกลับเข้ามาในตำแหน่งเดิมช้าๆ รอยเส้นเลือดที่ปูดโปนครูดไปตามผนังขรุขระของผมเมื่อท่อนเนื้อนั้นขยับเข้าออก
จังหวะเชื่องช้าถูกขยับเร่งให้ถี่เร็วขึ้นเรื่อยๆ เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องในห้องพักครูที่เงียบสงัด ขาข้างที่พาดอยู่บนไหล่ถูกจับยึดเป็นหลักเพื่อให้ผู้กระทำเร่งสาวสะโพกตัวเองเข้าออกได้โดยง่าย ตอนนี้ตัวผมกำลังบิดงอไปด้วยความเสียวซ่าน นิ้วมือและปลายเท้าจิกเกร็งลงกับพื้นห้อง แต่ทั้งร่างก็ยังไหวสะเทือนเลื่อนไปตามแรงกระแทก
“โอ...ฉันจะไม่ไหวแล้ว เร็วอีก ได้โปรด” ผมเปล่งเสียงร้องขอหน้าไม่อายเมื่อกำลังจะเอื้อมถึงจุดสูงสุดของห้วงอารมณ์ในไม่ช้า มือของผมคงคว้ามันเอาไว้ได้แล้วหากสะโพกที่ขยับอยู่ดีๆนั่นเกิดหยุดไปเสียดื้อๆ!
“ไม่คิบอม อย่า..ทำแบบนี้ ได้โปรด...ขยับมันที” ขาของผมเกี่ยวช่วงไหล่ของเขาเอาไว้ แล้วกระเถิบดันตัวเองให้แนบชิดเนื้ออุ่นเข้าไปอีก ทว่าคิบอมกลับแกล้งถอนมันออกด้วยความเร็ว
“อ๊า!” ตัวของผมกระตุกแรงเมื่อความคับแน่นหายไป กล้ามเนื้อของผมกำลังขมิบเข้าหากันถี่รัวราวกำลังร่ำร้องหาสิ่งที่เพิ่งถูกถอดถอนออก
ในยามนี้ความอายและสำนึกทั้งหลายถูกโยนทิ้งจนหมดสิ้น ผมผลักอกลูกศิษย์ให้ถอยห่างก่อนจะแทรกตัวเข้านั่งตรงกลางระหว่างขาของเขา เรียวขาทั้งสองข้างของผมขนาบอยู่ข้างลำตัวคนช่างแกล้ง ผมขยับสะโพกให้ตรงจุดที่เนื้อร้อนกำลังตั้งฉากท้าทาย ก่อนจะกดสะโพกลงไปในคราวเดียวจนเนื้อใหญ่ผลุบหายเข้าไปกว่าครึ่ง
“อะ..อ๊า อ๊า!! ขยับ...ขยับที ช่วยฉันด้วย ช่วยด้วย...” ผมอ้าปากครวญครางไม่เป็นภาษาขณะที่พยายามห่มตัวลงไปให้ครอบครองความยาวใหญ่จนสุดลำ ก่อนที่ผมจะเสียการทรงตัวเมื่อต้นขาถูกรวบเข้าหาตัวอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว สะโพกของผมจึงแอ่นเข้าหาคิบอม แล้วฝ่ายนั้นก็รีบแทงสวนท่อนเนื้อเข้ามาจนจมมิด
เพราะกลัวว่าความตึงแน่นมันจะหายไปอีกยามที่ผมกำลังจะมีความสุข ขาทั้งสองข้างจึงขยับรัดเอวคนที่นั่งอยู่เอาไว้ไม่ยอมปล่อย บดเบียดสะโพกตัวเองให้จมลึกลงไปอีก
“อา..อา...” ผมร่ำร้องด้วยความสุขสมยามที่เนื้อร้อนวิ่งเข้าออกในร่างกาย ความเร็วและความแรงที่ถูกเพิ่มขึ้นตามลำดับทำให้ผมอยากกรีดร้องออกมาดังๆจนสุดเสียง ผมขยับตัวเข้าหาคิบอมแล้วกอดเขาแน่น เนื้อตัวของเราแนบชิดกัน เขาเลื่อนหน้ามาประกบจูบผม เรียวลิ้นที่แทรกเข้ามาตวัดไปทั่วโพรงปากอย่างคนตะกรุมตะกราม จูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกลีบปากของผมบวมเจ่อ จูบซ้ำๆแล้วลูบไล้สัมผัสตัวผมไปเรื่อยๆเช่นเดียวกับสะโพกที่ขยับเข้าออกราวจะบอกว่าไม่มีส่วนไหนของผมที่เขาไม่ได้ครอบครอง
“อึก...อ๊ะ” ผมกอดเขาแน่นขึ้นพลางหลับตาปี๋เมื่อจังหวะที่ถูกเร่งขึ้นนั้นมันถี่รัว จุดซ่อนเร้นในกายของผมถูกกระแทกเสียดสีซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนจะทนไม่ไหว มันซ่านสยิวจนแทบขาดใจเมื่อถูกทำแรงๆ
“อ๊า!!” ในที่สุดความต้องการของผมก็ดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุด ทุกสัดส่วนร่างกายของผมเกร็งขึงไปหมด ช่องทางที่ยังไม่เป็นอิสระกระตุกตอดรัดสิ่งแปลกปลอมขนาดใหญ่ถี่รัว จนฝ่ายนั้นเองก็ทนไม่ไหว ระเบิดน้ำรักเติมเต็มช่องทางของผม ส่วนล่างของเราเปรอะเปื้อนด้วยกันทั้งคู่ ลมหายใจของเราหอบสะท้าน ทว่าไม่มีใครท้วงยามที่ริมฝีปากของเราประกบกันแล้วเริ่มตักตวงความหอมหวานอีกครั้ง
................................................................
....................................
~•T•E•N•T•A•C•L•E•~
....................................
................................................................
แล้วมันก็จบลง บทรักที่ไม่ว่าเมื่อไรเขาก็เอาแต่ใจตัวเองอยู่เสมอ แต่เหนือสิ่งอื่นใด...ผมขยะแขยงตัวเองที่สุดท้ายก็โอนอ่อนผ่อนตามไปเสียหมด ครวญครางเสียงร้องน่าอาย ซ้ำยังวอนขออีกฝ่ายเหมือนคนร่านราคะ
เมื่อคลื่นอารมณ์ผ่านพ้น ผมได้แต่นอนหมดแรงอยู่บนพื้นห้องพร้อมร่างกายเปลือยเปล่า ทั้งเหนื่อยและเจ็บไปพร้อมกัน ทำไมเรื่องเดิมๆจึงต้องเกิดขึ้นกับผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่พันปี คิบอมก็ไม่เคยรักผม ที่เขาต้องการมีเพียงร่างกายนี้เท่านั้น แล้วทำไม...ทำไมเขาจึงไม่ปล่อยผมให้เป็นอิสระเสียที
“ทงเฮ...ตรงนี้ใช่ไหม ที่ลูกของเราเคยอยู่” คิบอมที่ตอนนี้อยู่ในเครื่องแบบนักเรียนเดินมายังตรงที่ผมนอนอยู่ เขาทรุดตัวลงมาด้านหน้าก่อนเอื้อมมือมาแตะท้องของผม ไอร้อนจากปลายนิ้วของเขาประทับนิ่งนานโดยที่เจ้าของไม่คิดจะถอนมือ ผมไม่อยากเข้าข้างตัวเองว่าเหมือนกับคิบอมกำลังพยายามมอบความอบอุ่นมายังผม
“ลูก? พูดเรื่องอะไรกันเหรอ” ผมพูดเสียงนิ่ง ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นในสิ่งที่ตัวเองก็รู้อยู่แก่ใจ
“อย่ามาทำไขสือ ตอนนั้น...นายตายไปพร้อมกับลูกของเรา” เสียงทุ้มเจือแววเจ็บปวด แต่ทำไมผมต้องสนใจ ในเมื่อคนที่ทนทุกข์ทรมานในครานั้นคือผมคนนี้ ยังจำได้ดีถึงสีหน้าทุรนทุรายของตัวเองในอดีตยามที่ยาขับเลือดนั่นถูกกรอกผ่านลำคอ มอบความรู้สึกแสบร้อนที่ปั่นป่วนอยู่ในกายจนทรมานเหนือคำบรรยาย
“สนใจด้วยหรือไง” ถามออกไปด้วยน้ำเสียงเฉยชา เขาเคยสนใจ เคยมารับรู้ด้วยหรือว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับผมบ้าง
“ข้าเสียใจ ข้า...ข้าเพิ่งรู้” ผม...ไม่แม้แต่จะมองหน้าเขา ไม่อยากดูว่าคิบอมจะทำหน้าแบบไหนตอนที่พูดประโยคนี้ เพราะผมอาจใจอ่อนหากเขาดูสำนึกผิด หรืออาจจะเจ็บปวดมากขึ้นยามต้องรับรู้ว่าคำพูดเหล่านี้มีค่าเพียงลมปากที่พัดผ่านเข้าหู
“รู้แล้วยังไง ไม่รู้แล้วยังไง ค่ามันก็เท่ากัน นายเรียกกลับคืนมาได้งั้นเหรอ นายเสียใจจริงๆรึไงที่เขาตายไปน่ะ พอซะทีเถอะคิบอม ถ้านายรู้สึกผิดจริงๆก็ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายจะได้ไหม ฉันไม่อยากเจ็บปวดอีกแล้ว” ผมตัดใจแกะมือที่วางบนหน้าท้องตัวเองออกแล้วยันกายลุกขึ้นนั่ง ค่อยๆเอื้อมหยิบเสื้อผ้าที่ถูกถอดทิ้งแถวนั้นมารวมกันไว้
“ทงเฮ ข้าแค่อยากให้เรามีความสุข ข้าเชื่อว่ามันจะเป็นเช่นนั้นหากเราได้อยู่ด้วยกัน หากเจ้าให้โอกาสข้าอีกสักครั้ง” คิบอมลุกนั่งตามผม เมื่อมือของเขาถูกแกะออก เจ้าตัวก็ไม่กล้าจะแตะตัวผมอีก
“ฉันไม่เห็นว่าโอกาสจะจำเป็นสักนิด ถึงอย่างไรสถานะของพวกเราตอนนี้ก็ไม่สมควรที่จะรักกัน ทั้งเรื่องอายุ แล้วไหนจะยังเป็นครูกับศิษย์อีก” ผมแต่งกายให้ตัวเองไปเรื่อยๆพลางพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยเหมือนท่าทาง
“เจ้าสนใจเรื่องนั้นด้วยหรือ สมัยก่อนฐานันดรเราก็ต่างกันมากนัก แต่เจ้าก็ยังรักข้าได้” อีกแล้ว...เขาเฝ้าแต่พูดเรื่องเก่า ไม่รู้หรือไงว่านั่นเป็นปมในใจของผม เป็นความเจ็บปวดที่ไม่อาจลืมได้ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าใด เมื่อไรก็ตามที่นึกถึง ความเจ็บช้ำที่ว่ามักสั่งการให้ผมแสดงอาการต่อต้านเสมอ และครั้งนี้ก็เช่นกัน...
“และนายก็ยังหักหลังฉันได้หลงคอ หึ! อย่าพูดอะไรที่จะยิ่งทำให้ฉันต้องคิดถึงเรื่องเก่าๆอีกดีกว่า จบเรื่องราวทุกอย่างลงที่ตรงนี้ ก่อนที่ฉันจะไม่อยากมองหน้านาย...ก่อนที่ฉันจะเกลียดนายไปมากกว่านี้” แม้ในอดีต ตัวผมจะหลงรักคนคนนี้อย่างหัวปักหัวปำ แต่ในปัจจุบันผมก็ยังไม่สามารถเรียกความรู้สึกไม่อาจลืมได้ลงว่าเป็นความรัก หรือถ้าจะใช้คำว่าเกลียด มันก็ดูจะเกินความรู้สึกของผมอยู่ดี
“ทงเฮ...” เขาเรียกผมเสียงแผ่ว แน่นอนว่าความผิดหวังมันฉายชัดมาพร้อมกับน้ำเสียงสั่นเครือนั่น
“ต่อไปช่วยเรียกฉันว่าอาจารย์ด้วย ถ้าเรียกชื่อห้วนๆแบบนี้อีก ฉันจะตัดคะแนนความประพฤตินาย” เมื่อสวมเสื้อผ้าเสร็จ ผมก็ยืดตัวยืนเต็มความสูง ผิดกับคนอายุน้อยกว่าที่นั่งนิ่งมองตรงไปข้างหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า
“นี่ก็เย็นมากแล้ว ถ้าไม่รีบกลับ ระวังที่บ้านจะว่าเอาล่ะ” แววตาไร้ความหวังที่ผมเห็นทำให้อดใจดีด้วยไม่ได้ แม้จะเจ็บแค้นจากเรื่องอดีต แต่ปัจจุบันคิบอมเป็นนักเรียนของผม เรื่องจะไม่ให้สนใจคงเป็นไปไม่ได้
ทว่าเขากลับตีความเป็นห่วงของผมไปในทางชู้สาว ผมรีบเอ่ยประโยคต่อมาก่อนคนตรงหน้าจะเข้าใจว่าผมให้ความหวัง
“ฉันก็แค่เตือนในฐานะอาจารย์กับลูกศิษย์ ไม่ต้องดีใจไป” จบประโยคเท่านั้นก็เดินออกมาโดยไม่มองหน้าคนฟัง ไม่แม้แต่จะหันหลังกลับไปมองว่าคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นได้ขยับตัวบ้างหรือยัง หรือลมหายใจติดขัดด้วยกำลังกลั้นสะอื้นนั้นยังคงดำเนินต่อไปหรือไม่
คิม คิบอมกำลังร้องไห้...เขากำลังเสียน้ำตา
น้ำตา...ที่ผมไม่คิดจะหยุดมอง
................................................................
....................................
~•T•E•N•T•A•C•L•E•~
....................................
................................................................
ผมไม่ชอบ...ไม่ชอบสายตาแบบนั้น
สายตา...เจือแววเศร้าหมองเมื่อผมปฏิเสธที่จะหยิบยื่นอีกโอกาสหนึ่งให้เขา
แต่ยิ่งผมพยายามจะหลีกเลี่ยงเท่าไร ก็ดูเหมือนว่าสายตานั้นจะยิ่งทวีความทุกข์ตรม
ผมไม่กล้ามองเพราะกลัว...กลัวว่าตัวเองจะใจอ่อน แล้วต้องเจ็บเข้าสักวัน
ผมช่างเป็นคนขี้ขลาด แต่มันก็เพราะต้องการจะปกป้องตัวเอง
ผม...ไม่อยากเจ็บปวดเพราะเขาอีกแล้ว
อี ทงเฮคนนี้ไม่อยากเจ็บปวดเพราะนายอีกแล้ว...
คิม คิบอม
The End
edit @ 2 Jul 2008 07:55:01 by Zinister


จบเศร้าอีกแล้วๆ
ไม่รู้จะสงสารใครเลยนะเนี่ย = =
เอาไงดีๆ เลือกไม่ถูก
บอมก็ร้องไห้ ด๊องก็เจ็บปวด
= =
ขอเวลานอนคิดหนึ่งคืนนน 55.
ไรท์เตอร์จะหลับยังเอ่ย? ฝันดีนะคะๆ ><.
#2 By toey* (116.58.237.185) on 2008-07-02 20:46