2008/May/03

ตอนที่ 45

 

 

 ลานกว้างหน้าห้างสรรพสินค้าชั้นนำที่เคยว่างเปล่าถูกยึดครองโดยต้นคริสต์มาสจำลองใหญ่ยักษ์ แสงจากหลอดไฟอันเล็กนับพันที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้สีเขียวสดนั้นทำให้แลดูเหมือนต้นไม้ที่มีใบเป็นแสงไฟระยิบระยับ ยอดสุดของความสูงมีดาวดวงโตสีทองกำลังทอแสงน่ามอง ฐานต้นถูกรายล้อมด้วยกล่องของขวัญหลายขนาด กอปรกับตุ๊กตุ่นตุ๊กตาตัวจิ๋วที่แขวนไว้ท่ามกลางใบจำลอง ทำให้ต้นไม้ปลอมที่ดูไม่น่าสนใจยามเช้ากลับกลายเป็นสิ่งดึงดูดความสนใจยามค่ำคืน

 ใกล้กันนั้นมีเวทีชั่วคราวถูกสร้างขึ้นเพื่อวงดนตรีทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นที่จะหมุนเวียนเปลี่ยนกันขับกล่อมผู้คนตลอดคืน ซึ่งตรงหลังเวทีนี้เองที่กำลังมีความวุ่นวายเล็กๆเกิดขึ้น

 “ทำไมพี่จองซูยังไม่มา! นี่มันจะได้เวลาขึ้นเวทีอยู่แล้วนะ” ตำแหน่งมือกลองที่ต้องเปลี่ยนมาจับกีตาร์ไฟฟ้ากำลังเดินพล่านไปมาตรงพื้นที่จำกัดจำเขี่ยนี้

 “หยุดเดินไปเดินมาได้แล้ว ทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุดก็พอ!” ฮีชอลปรายตาดุมองน้องตัวเองที่ใกล้คำว่าประสาทเสียเข้าทุกที

 “มันก็ต้องรอพี่จองซูมาก่อนไม่ใช่รึไง! พี่ลืมไปแล้วเหรอว่าผมเป็นมือกลองนะ” คนเป็นน้องโวยวายเสียงดัง

 “หึ!” เสียงถอนหายใจสั้นๆขึ้นจมูกของคนที่นิ่งเงียบมานานทำให้ยองอุนหันไปมองเยซองที่กำลังก้มหน้าก้มตาง่วนอยู่กับเบสของตัวเองทำเป็นไม่สนใจสายตาของหนุ่มรุ่นน้องที่กำลังเพ่งมาทางเขา

 “พี่มีเรื่องอะไรไม่พอใจผมงั้นเหรอ!” คนอารมณ์เสียเริ่มพาลไปทั่ว ยองอุนย่างสามขุมเข้าหาเยซองที่ยังคงทำท่าราวกับว่าคำพูดของคนที่จองซูรักเป็นดังเช่นเกล็ดหิมะ ดำรงอยู่ได้ไม่นานก็ละลายหายไป

 “เลิกหาเรื่องคนอื่นซะที ขึ้นไปเล่นดนตรีได้แล้ว!” ทว่าก่อนที่จะถึงตัวมือเบส ปกเสื้อของยองอุนก็ถูกกระชากกลับมาด้านหลังด้วยน้ำมือพี่ชาย ฮีชอลดันหลังน้องให้นำขึ้นไปบนเวทีก่อนที่คนอื่นจะตามมาสมทบ

 

 

 

 


 เสียงปรบมือต้อนรับดังก้อง ซองมินเฝ้ามองภาพบรรยากาศนั้นจากที่นั่งใต้ต้นคริสต์มาสจำลองขนาดยักษ์ ในมือของเขามีแก้วกาแฟที่หาซื้อจากค็อฟฟี่ช็อปแถวนั้นสามแก้ว...สำหรับเขา พี่ชาย และคนที่นัดกันเอาไว้

 “คยูจังมาช้าเนอะ เฟธจะแสดงอยู่แล้ว” จองซูเอื้อมมือออกไปรับแก้วกระดาษจากมือน้องชาย ไออุ่นที่แผ่ออกมาทำให้มือเย็นชืดของเขามีอุณหภูมิสูงขึ้นบ้าง

 “อืม เมื่อกี้บอกว่าถึงแล้ว แต่ทำไมยังไม่มาตรงนี้ก็ไม่รู้” ซองมินบ่นแล้วกระแทกตัวลงนั่งแรงๆจนกาแฟที่พร่องแก้วไปครึ่งหนึ่งของเขาแทบกระฉอกจนหกเลอะมือ สีหน้าบูดบึ้งบอกอารมณ์ได้เป็นอย่างดีว่ากำลังหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย

 แต่เหนือความหงุดหงิด...ก็คือความตื่นเต้น เพราะซองมินคาดหวังกับการนัดครั้งนี้มาก ตื่นเต้นเสียจนรู้สึกว่าการรอคอยครั้งนี้น่าเบื่อกว่าทุกทีที่ผ่านมา

 “เดี๋ยวก็มาเองแหละ” พี่ชายพยายามปลอบโยนเสียงอ่อน สายตาของจองซูจ้องแน่วแน่ตรงไปยังเวทีขนาดย่อมที่ยกสูงจากพื้นเพียงแค่ไม่กี่เมตร ซึ่งตรงนั้นเพื่อนๆของเขากำลังทยอยเดินขึ้นมาทีละคน

 คนแรกคือคนที่เขารักจนหมดใจ ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้อย่างไม่ลืมหูลืมตา คนที่ทำให้เขายอมเป็นตัวแทนของคนอื่น ฟังเสียงพร่ำเรียกชื่อของอีกคนทั้งที่เป็นเขาต่างหากที่อยู่ในอ้อมกอดนั้น ทั้งหมดนั่นก็เพราะรักคำเดียว

 คนที่สองและสามเดินตามกันมาติดๆคือฮีชอลกับฮีบอนแฟนสาวของเขา ชายหนุ่มเรือนผมน้ำตาลอมแดงมองมาที่จองซู สายตาของเขาเหมือนจะบอกให้เพื่อนรักคิดดีๆเรื่องการตัดสินใจเดินทาง ดูก็รู้ว่าฮีชอลไม่อยากให้จองซูไปอเมริกา

 คนรองสุดท้ายคือเพื่อนของยองอุนที่ถูกขอร้องให้ช่วยมาทำหน้าที่มือกลองชั่วคราว และคนหลังสุดที่เดินขึ้นมาบนเวทีคือเยซอง ผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังรอคำตอบของเขา

 เพลงเศร้าแผ่วเบาค่อยๆบรรเลงท่ามกลางหิมะโปรยปราย ท่วงทำนองที่คุ้นเคยค่อยๆซึมลึกเข้าไปในสมองและจิตใจของจองซู

 “เพลงโปรดของพี่...เหมาะกับพี่ยองอุนที่สุดแล้วล่ะ”  ซองมินเอ่ยออกมาเบาๆ ปรายตามองพี่ชายของเขาที่จ้องไปยังคนที่เล่นตำแหน่งกีตาร์ไฟฟ้าไม่วางตา

 “เดี๋ยวฉันมานะ” เมื่อเห็นว่าพี่ชายพยักหน้ารับ คนป็นน้องก็ลุกขึ้นเดินจากไป

 

 

ผมกำลังนอนในอ้อมกอดของคุณ
แม้ว่าเราสองคนแนบชิดซึ่งกันและกัน แต่ผมก็ไม่รู้ค่าในสิ่งที่ตัวเองมี
ตอนนี้ผมนอนไม่หลับ...ได้แต่นอนพลิกตัวไปมา เพราะไม่มีคุณอยู่ข้างกาย
ทำไมผมจึงคิดถึงคุณขนาดนี้นะ
จิตใจของผม...หัวใจของผม มันหายไปอยู่ที่ไหนแล้ว
ตอนนี้...ผมทำได้เพียงร้องไห้คนเดียวท่ามกลางความมืดมิด
ผมนอนไม่หลับเพราะคิดถึงคุณ คิดถึงแต่คุณจนแทบบ้า
มันเป็นความผิดพลาดที่ปล่อยคุณจากไป
ผมเลยได้แต่ต้องการคุณมากจนเสียความเป็นตัวเอง
ผมช่างเป็นคนโง่เขลาอะไรเช่นนี้
ทำไมผมถึงมองไม่เห็นว่าคุณดีกับผมมากแค่ไหน
คุณสารภาพรัก...ความรักยิ่งใหญ่ลึกซึ้งที่มั่นคงแข็งแกร่ง
แต่ผมกลับต้องการเป็นอิสระ
และตอนนี้ผมก็ถูกทิ้งให้อยู่กับความเจ็บปวดนี้
ต้องทนทรมานด้วยความอ้างว้าง
ทำไมผมถึงไม่รู้นะว่าคุณรักผมมากแค่ไหน
ทำไมผมถึงไม่บอกคำนั้นออกไปในตอนที่ตัวเองยังมีโอกาส

 

 

 บทเพลง I Drive Myself Crazy (Thinking of You) ของ N’SYNC เป็นเพลงที่เขาเคยชอบโดยไม่มีเหตุผล ทว่าตอนนี้จองซูหาเหตุผลให้ตัวเองได้แล้ว บางทีที่เขาชอบมันคงเป็นเพราะอยากให้คนที่เคยมองเขาอย่างไร้ค่าต้องได้รับบทเรียนแบบนี้ก็เป็นได้

 อยากให้คนที่ไม่เคยมีเขาอยู่ในสายตาต้องเจ็บปวดยามไม่มีเขาอยู่เคียงข้าง...บางครั้งเขาก็หวังอยากให้มันเป็นแบบนั้น

 แต่เขาก็ไม่กล้าจินตนาการถึงแววตาเจ็บปวดของยองอุนยามที่ไม่มีเขาข้างกาย เพราะจองซูปักใจเชื่อไปเสียแล้วว่าเขาไม่สามารถมีคุณค่าในสายตาของยองอุน ไม่ว่าด้วยทางหรือวิธีใดก็ตาม

 เสียงเพลงที่จบลงเป็นสัญญาณบอกจองซูว่าถึงเวลาแล้ว...เวลาที่เขาต้องให้คำตอบกับคำขอของเยซอง

 “ฉันรู้ว่านายรักยองอุน แต่...ให้โอกาสฉันได้ไหม นายไม่จำเป็นต้องรักฉันตอนนี้ ฉันแค่อยากให้นายเก็บเอาไปคิดดู ฉันมั่นใจว่าฉันทำให้นายมีความสุขได้”

 คำพูดของเยซองยังตราตรึงในสมอง ทว่าจองซูก็อดคิดอย่างชั่วร้ายไม่ได้ว่าหากยองอุนเป็นคนพูดประโยคนั้นคงจะดี

 ถ้าเป็นแบบนั้น...ก็ดูเหมือนเขาจะมีคำตอบในใจอยู่แล้วสินะ

 

 

‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡

 

 

 “ไปทำอะไรอยู่ที่ไหนนะ คยูจังบ้าที่สุดเลย!” ซองมินบ่น บ่น และบ่น ในมือของเขามีกล่องของขวัญที่แอบไปซื้อมาให้คยูฮยอน ซึ่งมันคงจะหมดสภาพในอีกไม่กี่นาทีหากคยูฮยอนยังไม่ปรากฏกาย เพราะระหว่างที่บ่นไป มือป้อมๆนั่นก็เขย่ากล่องไซส์มินิไปมาจนน่ากลัวว่ากระดาษที่ห่อหุ้มอย่างสวยงามจะหลุดลุ่ยเอาได้

 น้องชายคนสุดท้องแห่งตระกูลชินตัดสินใจเก็บกล่องของขวัญเล็กจิ๋วเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทตัวหนาเมื่อเล็งเห็นว่าตัวเองอาจทำมันพังคามือก่อนได้ให้คนที่ตั้งใจ แล้วใบหน้าค่อนกลมก็ทำปากยื่นปากงอเดินเล่นไปเรื่อยในห้างสรรพสินค้า

 ครู่หนึ่งที่ซองมินเผลอมองนาฬิกาข้อมือตัวเองและพบว่ามันเลยเวลาอาหารเย็นของเขามามากโข ปีศาจในท้องแข่งกันครวญครางหวังทำลายความตั้งใจที่ว่าจะรอทานพร้อมคยูฮยอนไปเสียหมด ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ซองมินจะพาตัวเองมาหยุดยืนอยู่หน้าร้านอาหารชื่อดังในเวลาต่อมา

 “ว้า...เต็มแล้วเหรอนี่” เสียงเล็กบ่นกับตัวเองเบาๆด้วยความเสียดาย ซองมินกำลังจะหันหลังเดินกลับไปหาพี่ชายที่นั่งอยู่ตรงลานข้างนอกแล้วเชียว หากสายตาของเขาไม่เห็นใครบางคนเข้าเสียก่อน

 ใครบางที่สมควรจะอยู่กับเขาในเวลานี้... ก็นัดกันเสียดิบดีแล้วไม่ใช่หรือ แต่ทำไมพอเอาเข้าจริง คยูฮยอนจึงมาอยู่กับจุนซูที่นี่ได้!

 มือของสองคนที่กุมกันบนโต๊ะนั่น...เขาเห็นมันได้ชัดเจน ก็เขาไม่ได้ตาบอดนี่นา

 แต่รู้อะไรไหม...ตอนนี้ซองมินอยากเป็นคนตาบอดเสียจริงๆ

 ...จะได้ไม่ต้องทนมองว่าตอนนี้ใครกันแน่ที่อยู่ในสายตาของคยูฮยอน...

 

 

‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡

 

 

 วงเฟธขึ้นร้องสองเพลง และสองเพลงที่ว่านั่นก็จบลงไปแล้ว จองซูลุกขึ้นยืนรอคนที่กำลังวิ่งตรงมายังเขา...เยซอง

 “คืนนี้พวกนายเยี่ยมไปเลย!” คนตาสวยเอ่ยชมจริงใจ ปากบางคลี่ยิ้มยินดีราวตัวเองมีความสุขทั้งที่ช่างขัดกับนัยน์ตาเศร้าซึม

 เยซองยิ้มรับก่อนจะเอ่ยปาก แต่กลับถูกขัดขึ้นเสียก่อน

 “เรื่องคำตอบน่ะ ฉัน...” จองซูแทรกขึ้นมาทว่าเขาไม่สามารถพูดจนจบประโยคได้ในคราวเดียว เพียงแค่คิดว่าคำตอบของเขาจะทำให้เพื่อนรักรู้สึกอย่างไร เจ้าของดวงตาสวยเศร้าก็รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรสักอย่างขึ้นมาจุกอยู่ในลำคอ

 เยซองมองหน้าเพื่อนรักด้วยใบหน้านิ่งเฉย แต่ในดวงตาคูนั้นฉายแววตื่นเต้นแม้คิดว่าตัวเองจะรู้คำตอบอยู่แล้วก็ตามที เขารู้ว่าสถานะของเขาทำให้จองซูลำบากใจที่จะปฏิเสธ คนตาสวยอาจจะกำลังคิดอยู่ว่าต้องพูดอย่างไรจึงจะให้เขาเสียใจน้อยที่สุด แต่นั่นไม่จำเป็นเลย เพราะถึงอย่างไรค่าของมันก็เท่าเดิมไม่ว่าคำพูดจะออกมาสวยหรูขนาดไหนก็ตาม

 อ้อมแขนอบอุ่นจากเพื่อนที่แทบไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวเขาทำให้จองซูประหลาดใจ เยซองดึงตัวเขาเข้าไปในอ้อมกอดแล้วลูบเรือนผมปลอบโยนราวกับจะบอกว่าเขาไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก เพราะคำตอบมันเห็นอยู่ทนโท่

 “ขอโทษนะเยซอง” จองซูพึมพำอู้อี้อยู่ในอ้อมกอดของเพื่อนรัก เขากอดตอบเยซองแน่นเพื่อทดแทนความรู้สึกที่เขาไม่อาจตอบรับได้

 “ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจนายนะ” เข้าใจ...ว่าเมื่อลองรักใครอย่างลึกซึ้งแล้ว การจะเปลี่ยนใจไปรักคนอื่นนั้นเป็นไปได้ยาก เพราะแม้แต่ตัวเองก็ยังทำไม่ได้เลย

 ทั้งสองคนคงไม่รู้เลยว่าขณะที่กำลังยืนกอดกันอย่างนี้ ยังมีใครคนหนึ่งมองดูอยู่พร้อมมือที่กำหมัดแน่น!

 

 

 

 


 “แล้วเรื่องยองอุน...นายจะทำยังไงต่อไป” หลังจากกอดปลอบกันจนรู้สึกดีขึ้น ตอนนี้ทั้งเยซองและจองซูก็กำลังนั่งอยู่ในค็อฟฟี่ช็อปแถวลานหน้าห้างสรรพสินค้า เพราะหิมะที่โปรยปรายลงมาเริ่มหนาตาแล้ว ดังนั้นพวกเขาจำต้องหาที่กำบังสักพักหนึ่ง

 “ฉันว่าถ้าตัดใจได้มันก็ดี” คนตาสวยว่าพลางหมุนถ้วยมอคค่าร้อนหอมกรุ่นตรงหน้า

 “หมายความว่านายจะไปอเมริกา?” เยซองหยั่งเสียงถามออกไป แต่ไหนแต่ไรเขารู้ว่าจองซูไม่เคยคิดจะจากประเทศบ้านเกิดเลย

 “ฉันคิดว่าจะไป” จองซูยิ้มบางเบา คงเป็นฮีชอลนั่นเองที่เล่าให้เยซองฟัง

 “นายกำลังหนีปัญหาใช่ไหม เพราะนายเลิกรักเขาไม่ได้ นายถึงจะไปอยู่ที่อื่นสินะ” คนที่นั่งตรงข้ามเอ่ยออกมาราวกับรู้ใจ

 “ไม่ใช่เสียหน่อย ที่ฉันจะไปอเมริกาเพราะว่าเป็นคำขอของพ่อต่างหาก นายก็รู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันมันเป็นลูกชัง การที่ท่านออกปากขอให้ฉันไปอยู่ด้วย มันก็น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีไม่ใช่เหรอ” แต่อาการที่พูดไปก้มหน้าไป ไม่ทำให้เยซองเชื่อเลยสักนิด

 “เหตุผลของนาย นายรู้อยู่แก่ใจ แต่ฉันแค่อยากให้นายรู้ไว้ว่านายหลอกตัวเอง...และหลอกสายตาของคนที่มองนายมาตลอดไม่ได้หรอกนะ” เยซองพูดทิ้งท้ายเอาไว้ และประโยคนั้นก็ยังดังก้องในความคิดของจองซูตลอด แม้ว่าจะแยกย้ายกันกลับบ้านแล้ว

 

 

‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡

 

 

 Just Once. Can't we figure out what we keep doin' wrong? Why the good times never last for long? Where are we going wrong? Just once. Can't we find a way to finally make it right? To make the magic last for more than just one night. I know we could break through it. If we could just get to it just Once.

 เสียงเพลงโปรดที่เปิดคลอเบาๆในตัวรถจบลงแล้ว ทว่าชางมินก็ยังฮัมเพลงต่อไปในใจอย่างไม่รู้เบื่อ เมื่อหกเดือนที่แล้ว..เขาได้รู้จักและได้รักคนที่ชอบเพลงนี้เหมือนกัน

 จะว่าไปแล้ว...เวลาที่ผ่านมา แม้จะแอบเจ็บปวดกับความรักที่เป็นไปไม่ได้ แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ทำให้เขามีความสุข ซ้ำยังได้รู้จักกับคนมากมาย

 “คุณลุงครับ” เหมือนจะนึกถึงใครขึ้นมาได้ ชางมินจึงเรียกคนขับรถที่กำลังมีสมาธิจดจ่ออยู่กับท้องถนน

 “ครับคุณหนู?” ชายวันกลางคนหันเสี้ยวหน้ามาหาดังจะถามว่าต้องการอะไร

 “ช่วยแวะบ้านพี่จุนซูกับพี่แจจุงก่อนได้ไหมครับ” เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงอ่อน เขาเกือบลืมไปแล้วว่ายังมีพี่ชายอีกสองคนที่เอ็นดูและดีต่อเขาอย่างที่สุด

 “แต่คุณจุนกีสั่งให้ผมไปส่งคุณหนูที่สนามบิน” ชายรับใช้กล่าวย้ำคำสั่งที่ตัวเองได้รับมอบหมายมา

 “นะครับ ผมอยู่ลาพวกพี่ๆไม่นานหรอก” ชางมินพยายามออดอ้อน

 “ก็ได้ครับ แต่คุณหนูต้องสัญญานะว่าจะไม่อยู่นานจริงๆ” จเป็นเพราะความน่าเอ็นดูที่มีอยู่ในตัว ทำให้คนสูงวัยกว่าใจอ่อนได้ง่ายๆ

 “ครับ! ขอบคุณคุณลุงมากนะครับ” เด็กหนุ่มรับคำหนักแน่นด้วยความดีใจ ก่อนจะเอนหลังพิงเบาะแล้วฮัมเพลงต่อไป

 

 

‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡

 

 

 หน้าต่างบานใหญ่ถูกเปิดทิ้งไว้รับสายลมเย็นจัดที่พัดเข้ามาปะทะผิวกายที่โผล่พ้นจากเสื้อไหมพรมสีขาวตัวใหญ่ แจจุงนั่งเหม่อลอยทอดสายตามองออกไปเบื้องล่าง ซึ่งห่างออกไปไม่มากกำลังมีการสังสรรค์ของนักเรียนในหอพักละแวกคฤหาสน์

 ก๊อก! ก๊อก!

 “คุณแจจุงจะรับอาหารเลยไหมคะ” หลังจากเสียงเคาะก็ปรากฏใบหน้าของสาวใช้รีอินที่เข้ามาถามแจจุงที่เอาแต่เหม่อลอยไม่เว้นวัน

 “ผมยังไม่หิว” เป็นคำตอบเดิมๆที่มักได้ยินอยู่เสมอ แต่คราวนี้รีอินไม่อยากจะปล่อยตามเลยเหมือนทุกที

 “ทานอะไรหน่อยเถอะค่ะ ตอนนี้คุณยุนโฮไม่อยู่ คุณแจจุงไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ” เอ่ยดักทางราวอ่านใจออก เมื่อเห็นสีหน้าผ่อนคลายของแจจุง รีอินก็รู้เลยว่าเธอจี้ตรงจุดจริงๆ

 “วันนี้เธอไม่อยู่บ้านทั้งสองคนเลยค่ะ คุณแจจุงทานอะไรหน่อยนะคะ จะให้ดิฉันจัดโต๊ะหรือเอาเข้ามาทานในห้องดีคะ” สาวใช้กล่าวเสริมพร้อมตั้งคำถาม

 “ช่วยยกขึ้นมาหน่อยนะ” ความจริงไม่ได้รู้สึกอยากอาหารเลยด้วยซ้ำ แต่แจจุงเพียงแค่ไม่อยากให้ใครๆเป็นห่วงตัวเองไปมากกว่านี้ และยิ่งไปกว่านั้น...เหมือนเขาจะมีความคิดดีๆบางอย่าง

 “รอสักครู่นะคะ” รีอินไม่สงสัยเลยว่าในคำตอบรับนั้น อีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ ด้วยความโล่งอกปนดีใจทำให้เธอรีบลงไปเตรียมอาหารทันที จึงไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของผู้ชายที่สวยยิ่งกว่าคู่นอนคนไหนของเจ้านายตัวเอง

 

 

 

 


 เมื่อลับหลังร่างของสาวใช้คู่ใจ แจจุงก็รีบลุกจากเก้าอี้ที่ตัวเองนั่งอยู่ทันที ตอนนี้โอกาสของเขามาถึงแล้ว หากไม่รีบคว้าเอาไว้...ก็ไม่รู้ว่าจะหาโอกาสหน้าได้อีกเมื่อไร

 แจจุงไม่รู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของตัวเองจะถูกหรือผิด เขารู้เพียงแค่...จะพลาดไม่ได้

 เรียวขายาวเร่งก้าวออกจากตัวอาคารโออ่า เพราะวันนี้เป็นวันแห่งการสังสรรค์ โดยรอบคฤหาสน์จึงมีการคุ้มกันหละหลวมกว่าทุกที จนแทบเรียกได้ว่าไม่มีการ์ดคนใดอยู่เลย นับว่ายิ่งเปิดโอกาสให้แจจุงเข้าไปใหญ่

 ดวงตากลมโตคอยมองระแวดระวังไม่ให้ใครสังเกตเห็นเขายามกำลังจะแอบหนีออกไปข้างนอกเช่นนี้ หากเป็นเมื่อก่อน...การออกไปข้างนอกคงเพื่อไปซื้อของหรือไปที่มหาวิทยาลัย ทว่าจุดประสงค์ในตอนนี้มันต่างกัน

 ครั้งนี้ไม่ใช่การแอบยุนโฮออกไปละแวกบ้าน แต่เป็นการโบยบินออกจากกรงเพื่ออิสรภาพของตัวเองต่างหาก

 แจจุงเปรียบตัวเองเป็นดังเช่นนกตัวหนึ่ง...แม้ว่าจะมีความเป็นอยู่ดี มีคนคอยรับใช้ เอาอกเอาใจทุกอย่าง ทว่ากรงทองนั่นก็ไม่ใช่ที่อยู่ของเขา

 ร่างบางอาศัยเงาดำตามแนวอาคารช่วยเร้นกายให้การหลบหนีครั้งนี้สำเร็จด้วยดี เมื่อเหลือบมองไปยังสระน้ำที่อยู่ข้างตัวคฤหาสน์ แจจุงก็นึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้ ดังนั้นมือเรียวจึงล้วงเข้าไปในกระเป๋าก่อนกำเอาสิ่งที่อยู่ในนั้นขึ้นมา

 จุกคอร์กของขวดไวน์ขวดแรกในงานวันเกิดครบสิบสองปีของเขา เป็นของชิ้นแรกที่ยุนโฮให้มา...

 นี่เผลอหยิบมันใส่กระเป๋ากางเกงตั้งแต่เมื่อไรกันนะ ไม่สิ...เขาไม่เคยวางมันไว้ห่างกายเลยต่างหาก

 แจจุงจ้องมองจุกไม้คอร์กในมือ ชั่งใจอย่างหนักว่าจะโยนมันลงสระน้ำแล้วลืมเรื่องทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นที่นี่ หรือจะนำมันติดตัวไปด้วย เพื่อคอยย้ำเตือนว่าครั้งหนึ่ง...เขาเคยรักคนที่ชื่อชอง ยุนโฮ

 นัยน์ตาสีดำสนิทราวท้องฟ้ารัตติกาลยามอับแสงจันทร์ทอดมองไปยังสระน้ำด้านหน้าแล้วเพิ่มแรงบีบกำที่มือขึ้นไปอีก

 

 

 

 


 อาจเพราะพระเจ้าเห็นใจหรือเพราะความเลินเล่อของบรรดาบอดี้การ์ด แจจุงจึงสามารถแอบหลบออกมาจากคฤหาสน์ได้ชนิดที่เรียกว่าสบายๆหากเทียบกับยามปกติ

 ชายหนุ่มเงยใบหน้างดงามขึ้นรับสัมผัสเปียกชื้นที่โรยตัวลงมาตรงปลายจมูกของเขาพอดิบพอดี ดวงตากลมโตจ้องมองเรื่อยเปื่อยไร้ทิศทาง เช่นเดียวกับเจ้าของนัยน์ตา...ที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะเดินไปในทิศทางใดต่อ

 มันเป็นอิสรภาพที่ไม่เชิงว่าแจจุงจะเป็นอิสระเสียทีเดียว จริงอยู่ที่ตัวเขาออกมาจากคฤหาสน์ตระกูลชองได้ แต่ใจนั้นเล่า...กลับคอยนึกถึงแต่เรื่องของยุนโฮอยู่ร่ำไป ต่อให้โกรธเคืองเพียงไร แต่แจจุงรู้ว่าหากยุนโฮยอมเสียเวลาตามง้อตามตื๊ออีกนิด เขาคงไม่วายใจอ่อนให้เหมือนเคย

 ...และแจจุงก็ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น...

 

 

‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡

 

 

 หลังจากออกจากบ้านไปแทบทั้งวัน จุนซูก็กลับมายังคฤหาสน์ที่เงียบเหงา ไร้ซึ่งแม้แต่บรรยากาศรื่นเริงของยูฮวานที่ปกติเป็นคนชื่นชอบเทศกาลวันสำคัญต่างๆ

 หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นตันใจให้คยูฮยอนฟัง ชายหนุ่มก็รู้สึกดีขึ้น เขาสาวเท้าเดินเข้าห้องนอนตัวเอง เพื่อเตรียมของขวัญสำหรับคนสำคัญ

 กล่องของขวัญต่างขนาดกันสองกล่องถูกนำไปวางไว้ที่หน้าห้องของยูชอนและยูฮวาน พร้อมด้วยการ์ดใบจิ๋วลวดลายน่ารัก

 จุนซูยกซองจดหมายนอกเหนือจากการ์ดใบเล็กสำหรับยูชอนขึ้นมาจุมพิตเบาๆราวกับต้องการส่งผ่านสัมผัสนี้ไปยังบุคคลเป้าหมายที่อาจจะอ่านมัน มือเรียววางซองกระดาษนั้นลงบนกล่องสี่เหลี่ยมก่อนจะกระชับมือที่จับสายกระเป๋าสะพายของตัวเอง แล้วร่างนั้นก็เดินจากไปอีกครั้ง

 

 

 

 


 จุนซูเดินเอื่อยอย่างไม่เร่งรีบจนพ้นเขตคฤหาสน์ตระกูลปาร์ค ผ่านมาทางคฤหาสน์ตระกูลชอง และตอนนั้นเองที่เขาเห็นร่างหนึ่งกำลังยืนเก้ๆกังๆอยู่ด้านหน้า

 “อ้าว! แจจุง มาทะ...อุ๊บ!” จุนซูร้องทักออกไปไม่ทันคิดอะไร ทว่าอีกฝ่ายกลับพุ่งตัวมาปิดปากเขาอย่างรวดเร็วจนแทบหงายหลัง

 “ชู่ว์ เบาๆหน่อยสิจุนซู” กำชับหน้าเครียดก่อนจะปล่อยมือออก

 “นายมาทำอะไรตรงนี้เนี่ย” คราวนี้เจ้าของใบหน้าค่อนกลมลดเสียงลงแทบเป็นกระซิบ ขมวดคิ้วมองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมายืนลับๆล่อๆแถวบ้านตัวเองแบบนี้

 “ถ้าบอกแล้วอย่าตกใจนะ” เสียงหวานเอ่ย รอจนเมื่ออีกฝ่ายพยักหน้า แจจุงจึงกล่าวต่อ “ฉันจะหนี...”

 “อืม งั้นไปด้วยกันเลยไหมล่ะ” นอกจากจะไม่มีปฏิกิริยาแบบที่แจจุงคิดเอาไว้ ประโยคที่จุนซูพูดออกมายังเหนือความคาดหมายของแจจุงไปไกลลิบ

 “หา!” แจจุงที่อึ้งกับคำชวนของจุนซูกลับเป็นฝ่ายตกใจเสียเอง

 “ชู่ว์ อย่าเสียงดังสิแจจุง” ประโยคคล้ายกับที่แจจุงพูดถูกจุนซูนำมาย้อนเข้าให้

 “นายจะไปไหน?” คนหน้าหวานเอียงคอถามด้วยความสงสัย ท่าทางแบบที่จุนซูเข้าใจในทันทีว่าทำไมยุนโฮถึงได้หลงใหลนักหนา

 “ฉันก็ไม่รู้ แต่...ไปด้วยกันเถอะนะแจจุง นายเองก็ยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนใช่ไหม” คว้ามือคนที่เงียบอยู่มากุมเอาไว้ จุนซูบีบมือแจจุงเบาๆเหมือนจะบอกผ่านสัมผัสนั้นว่าให้เชื่อใจเขาเถอะ

 “ได้...ฉันจะไปกับนายนะจุนซู” แจจุงพูดเสียงเฉียบขาด เขาตัดสินใจแล้ว อย่างน้อยถ้าไปกับจุนซู เขาก็จะได้มีเพื่อน จุนซูคงไม่ใจร้ายขนาดจะพาเขากลับไปหายุนโฮหรอก

 “พวกพี่จะไปไหนกันเหรอครับ” ทว่าเสียงของบุคคลที่สามก็ทำให้ทั้งสองคนต้องหันไปมองด้วยความตกใจ

 “ชางมิน!” เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ทั้งแจจุงและจุนซูก็ค่อยคลายใจลงได้บ้าง

 “นายมาที่นี่ได้ยังไงเนี่ย” จุนซูถามออกไป เขาขมวดคิ้วถามตามนิสัยที่ไม่ซ่อนอารมณ์ทางใบหน้าได้ไม่เก่งเอาเสียเลย

 “มากับรถของคุณจุนกีครับ แต่คุณจุนกีไม่ได้มาด้วยหรอกนะ” ชางมินรีบพูดประโยคหลังเมื่อเห็นว่าพี่ชายทั้งสองของเขามีสีหน้าหวาดระแวงขึ้นมาทันทีเมื่อเอ่ยชื่อของจุนกี

 “ผม...จะมาลาพวกพี่น่ะครับ” จากนั้นเด็กหนุ่มก็เอ่ยจุดมุ่งหมายในการมาครั้งนี้ของตัวเอง

 “ลา? อะไรกัน นี่นายจะไปไหนอย่างนั้นเหรอ” แจจุงพูดขึ้นมาหลังจากเงียบอยู่นาน

 “ผมจะกลับบ้านที่เชจูครับ” เด็กหนุ่มตอบพร้อมรอยยิ้มที่ถูกปั้นขึ้นให้ดูสดใสร่าเริง

 “แล้วคุณจุนกีล่ะ” คำถามของแจจุงดังเหล็กร้อนที่จี้ใจของเขาให้เป็นรอยไหม้ ชางมินหุบยิ้มลงแทบจะทันทีโดยไม่รู้ตัว

 “ทำไมต้องถามถึงเขาล่ะครับ? พอผ่านคืนนี้ไป เราสองคนไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันแล้ว” ท้ายเสียงสั่นเครืออย่างควบคุมไม่ได้ ชางมินรู้สึกราวกับตัวเองกำลังจะร่ำไห้เสียอย่างนั้น

 “เรื่องนั้นช่างมันเถอะครับ ผมกลับบ้านคราวนี้คงไม่ได้มาที่โซลอีกแล้วล่ะ พวกพี่ดูแลตัวเองด้วยนะครับ วันหลังผมจะติดต่อกลับมา” ชางมินขยับตัวเข้าโอบกอดพี่ชายหัวอกเดียวกันที่เขารักนักหนาทั้งสองคนชั่วครู่แล้วผละออก

 เมื่อล่ำลาเรียบร้อย ร่างของเด็กหนุ่มก็ก้าวขึ้นรถยนต์ แล้วพาหนะสี่ล้อก็ขับเคลื่อนออกไปจากตรงนั้น มุ่งหน้าไปยังสนามบินโดยไม่แวะสถานที่อื่นใดอีก

 

 

‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡

 

 

 หลังจากส่งชางมินขึ้นรถ จุนกีก็หันมาแต่งเนื้อแต่งตัวให้เรียบร้อย ก่อนต่อสายตรงถึงเพื่อนรักรุ่นน้องทั้งสองคน นี่ก็คงเป็นอีกคืนที่พวกเขาต้องออกตะลอนหาสาวสวยสักคนมาเป็นเพื่อนยามค่ำคืน

 ใช้เวลาไม่นาน จุนกี ยุนโฮ และยูชอนก็พร้อมสำหรับการตระเวนราตรี ทั้งสามคนคิดเพียงแค่ว่าคืนนี้ต้องหาที่ปลดปล่อยความอัดอั้นตันใจที่แทบจะล้นอก โดยที่แต่ละคนต่างไม่รู้เลยว่า...ต่อให้ระบายความทุกข์ออกไปเท่าไร ความทรมานใจก็จะยิ่งวิ่งเข้าหาอย่างไม่รู้จักจบสิ้น หากเฝ้าเวียนแก้ที่ปลายเหตุอย่างนี้

 ก็เหมือนกับคนไม่สบายแต่ไม่ยอมไปพบแพทย์ เวลาเจ็บป่วยก็หายาทานเองให้บรรเทาอาการไปวันๆ แต่เพราะไม่ได้รับการรักษาที่ถูกกับโรค นับวันอาการก็จะยิ่งทรุดหนัก

 แล้วโรครัก...จะแก้อย่างไร

 

 

 

 

 

 

 

To Be Continued

 

 

Zinister : อา...มาอัพเร็วอีกแล้ว *กรี๊ดกร๊าด* คราวนี้มาต่อภายในหนึ่งสัปดาห์ เพราะฉะนั้นอาจจะต้องทำใจกันล่วงหน้าว่าตอนต่อไปจะช้านะคะ เพราะสองสัปดาห์ต่อจากนี้จะเข้าสู่ช่วงสอบของซินค่ะ ทั้งควิซแล้วก็ไฟนอล หลังจากนั้นก็เตรียมตัวเปิดเทอม เง้อ...ปิดเทอมยังหยุดไม่หนำใจเลยอ่ะ (ก็แกเรียนซัมเมอร์ด้วยนี่คะ -*-) มีใครรู้สึกเหมือนซินบ้างไหมว่า Passionate You!! ใกล้ตอนจบเข้ามาทุกที หรือมีซินที่คิดอย่างนั้นคนเดียว?(ได้ช่าวว่าแกพูดหลายรอบว่ามันใกล้จบ แต่มันก็ยังไม่จบสักที) อืม..นั่นสิเนาะ ยังไม่เคลียร์เลยสักคู่นี่นา เพราะฉะนั้นท่าทางมันคงจะไม่จบง่ายๆ อาจจะมีครบรอบสองปีของฟิคเรื่องนี้ก็ได้นะคะเนี่ย ฮ่าฮ่า เอ...พูดเรื่องอะไรต่อดี? อ๊า ใช่ๆ! มีเรื่องจะประชาสัมพันธ์ด้วยค่ะ ตอนนี้ Beautiful Boyz Club กำลังเปิดจองรวมเรื่องสั้น Kiss Day Project ภายใต้คอนเซ็ปต์ "คุณจะนึกถึงอะไรเป็นสิ่งแรกเมื่อพูดถึงจูบ" เป็นเรื่องสั้นจากเจ็ดคนเขียน ได้แก่ Redsun, Zinister, [M]ol2aio, Polarismomo, fishji-hiro, SleePinG_Sn00Py และ Sakura_JJ(ซากุระสีรุ้ง) คนที่สนใจตามไปที่นี่เลยค่ะ >> http://bbc-project.exteen.com << ส่วนเรื่องรวมเล่ม Passionate You!! Vol.1 ตอนนี้ซินกำลังรอหนังสือมาถึงมือซินอยู่นะคะ ^ ^ ตื่นเต้นแฮะ อยากเห็นรูปเล่มไวๆจัง >.< เอาล่ะ จบทอล์คคราวนี้เอาไว้เท่านี้ดีกว่า ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน และขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนท์นะคะ รักน้า~~~~ จุ๊บๆ!!

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เจ็บจังเลยน้า
จะเจ็บปวด กันไปอีกนานหรือเปล่านะ
#1  by  jinni (124.157.140.111) At 2008-05-03 14:09, 
อัพไวดีนะค่ะ ตอนนี้เสร้ามากมายหนีกานหมดเลย

มาต่อไวๆนะค่ะอยากรู้ว่าตอนต่อไปจาเปงไง??^ ^

เป็นกำลังใจให้นะค่ะ
#2  by  ปุก (58.8.121.237) At 2008-05-03 14:59, 
อัพพต่อไวๆนะค่ะ
รออยู่
จะเป็นไงต่อไป
สู้ๆนะค่ะ confused smile
#3  by   (124.121.97.196) At 2008-05-03 16:48, 
อ๊า รวดร้าวววว
ศ้าวววววววววววว อัพๆๆ
#4  by   (118.174.129.140) At 2008-05-03 17:40, 
อ๊า อัพเร็วมากกกกก
อะเมซิ่งอีกแล้ว 5555

เฮ้อ จะเศร้ากันไปถึงไหน

รู้สึกตอนนี้จะเป็นตอนที่เหล่าเคะหนีทุกคนเลยแฮะ
#5  by  NuPLoYz (124.120.212.215) At 2008-05-03 21:15, 
ตอนแรกคิดว่าจะกาโดดจุ๊บน้องซินที่น่ารัก ให้รางวัลที่มาอัพไว แต่พอมาเจอทอล็คแล้วก็เปลี่ยนใจกาทันหัน เล่นพูดดักทางไว้เลยน้าว่าตอนหน้าจะมาอัพช้า แหม...แถมจบตอนแบบอยากติดตามอ่านต่อสุดๆ เรย(ยังไงก็อย่านานเกินรอนะจ๊ะ ซินสู้ๆ)
**หนังสือใกล้จะได้แล้วเหรอ ดีใจจังเลย เย้!
#6  by  bb_loveyunjae (124.120.14.35) At 2008-05-03 22:50, 
เหอเหอ....ตกลงจาไปกานหมดเรยช่ายป่ะ??

ดีเหมือนกาน...เผื่อบางคนมานจะได้รุจัยตัวเองซักที

ขอบคุณนะคับ

มาต่อไวๆเน้.....เป็นกะลังใจให้คับ

สู้ๆๆๆๆๆๆๆ^_______^!!
#7  by   (222.123.119.74) At 2008-05-04 12:02, 
อ่าว... ไปกันหมดเลยทั้ง 3 คน

ส่วนพ่อ 3 หนุ่มนั่นยังกล้านัดกันไปเที่ยวอีก ฮึ่ย!!! มันน่านักเชียว
#8  by  pooky (117.47.11.237) At 2008-05-04 22:57, 
เรื่องมันน่าเศร้าจริงๆๆ เพราะหนุ่มๆๆทำตัวเองกันทั้งนั้น
แบบนี้นะพวกสาวๆต้องเอาให้เข็ดเลย

ดีใจจริงๆๆที่มาต่อให้อ่านแล้ว

ถ้าจบก็ดีเราจะได้สั่งจองฟิคซะเลย ชอบมากเลยเรื่องนี้ บอกแล้วงัยว่าเรารอให้มันจบก่อนopen-mounthed smile
#9  by  chart (125.24.200.166) At 2008-05-05 07:54, 
อีกสองสัปดาห์เหรอ..??
จารอน้า....
+++++++++++++++++
ทามไมตอนนี้พวกสาวๆ -(- -")
เเจจุง จุนซู หนีออกจากบ้านกันเปนเเถวเรย
มีนุ้งมินเนี่ยเเหละ..จากกันโดยที่ทั้ง2ฝ่ายรับรุ้
ไม่เหมือนจองซูกะยองอุน...เศร้าจัง...
ม่ายได้อยู่ด้วยกันทุกคู่เรย..เเต่..เอ๊ะ!!
ริคกี้กะซีวอนหายจ๋อยเรยอ่ะ..
เด๋วริคกี้จะหนีตามพี่จุนซูไปอีกคนรึป่าวน้า (พูดอะไรเนี่ย)..sad smile
................................
ตอนนี้อยากรุ้เรื่องของ ริคกี้ กะ ซีวอน จัง..
#10  by  ki (58.8.48.236) At 2008-05-05 08:24, 
มาต่อเรวๆนะคะ

อิอิ

อยากรู้ว่าทั้งสามจาทำไงต่อไป
#11  by  minni (118.173.244.171) At 2008-05-05 16:38, 
พ่อเจ้าประคุณ 3 คนมัวแต่ไปเที่ยว จะรู้มั้ยน่ะว่าของรักหาย สมน้ำหน้า 555

ขอให้น้องซินสอบผ่านทุกวิชานะคะ
#12  by  lin_lin_wu (125.25.138.75) At 2008-05-05 19:19, 
เส้าซะ3คู่เลยยย
เมื่อไหร่จะรู้ตัวกันซะทีเนาะว่ารักกัน
เฮ้ออออ
#13  by  TOEY* (202.139.223.18) At 2008-05-07 12:39, 

<< Home