ตอนที่ 44
จุนซูถอนหายใจขณะเก็บเสื้อผ้าชิ้นสุดท้ายที่ตัวเองคิดว่าจะเอาไปด้วยลงกระเป๋า ข้าวของของเขามากมายจนเกินกว่าจะเอาไปได้หมด ชายหนุ่มจึงจำต้องเลือกแต่ของชิ้นสำคัญเท่านั้นที่จะเอาติดตัวไป
เช้าวันนี้อากาศเย็นจัดกว่าวันไหนเพราะหิมะแรกของฤดูกำลังแข่งกันโรยตัวปกคลุมทั่วทั้งเมือง สีขาวที่สังเกตเห็นได้ง่าย ๆ บอกจุนซูว่าเจ้าเกล็ดสีขาวนี่คงเริ่มทิ้งตัวลงจากฟากฟ้าตั้งแต่เมื่อคืน
วันนี้เป็นวันคริสต์มาส วันแห่งการเฉลิมฉลอง ทุกปีครอบครัวปาร์คจะนั่งผิงไฟแล้วแลกของขวัญกันและกันในตอนเย็นของวันสำคัญนี้ ทว่าหากเย็นนี้จะไม่มีเขาอยู่สักคน จุนซูคิดว่ามันคงจะไม่เกิดปัญหาอะไร ในเมื่อตลอดเวลาที่ผ่านมา ยูชอนก็ไม่ได้ห่วงใยเขาด้วยใจจริง ดีไม่ดี...คืนนี้ยูชอนอาจจะไม่กลับเข้าบ้านเสียด้วยซ้ำ
ตั้งแต่วันที่เขารู้ความจริงเรื่องสัญญาระหว่างยูชอนกับยูฮวาน ประตูห้องที่เชื่อมถึงกันก็ไม่ถูกเปิดออกอีกเลย ยูชอนไม่เคยเรียกหาเขานับแต่นั้น ซ้ำยังออกตระเวนราตรีอย่างที่เคยทำเป็นประจำ ราวกับจะบอกเขาทางอ้อมว่าเมื่อตัวเขารู้เรื่องสัญญาแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องทำตัวว่าง่ายปกปิดความลับนั้นอีก
ช่วงหลายวันมานี้ คฤหาสน์หลังนี้ถูกปกคลุมด้วยความเงียบงันและบรรยากาศมึนตึง ไม่มีใครสนใจถึงการมีตัวตนของแต่ละฝ่ายในเมื่อทุกคนมัวแต่สนใจอยู่กับปัญหาของตัวเอง นั่นรวมถึงตัวเขาด้วย
จุนซูสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนถอนออกเฮือกใหญ่ ทั้งที่เพิ่งตื่นนอนและยังไม่ทันทำอะไรมากมาย แต่ทำไมถึงรู้สึกเหนื่อยได้ขนาดนี้
เพราะเหนื่อยใจหรือเปล่า หรือเพราะตัวเขากำลังจะย้ายออกจากบ้านที่อาศัยมานานเกือบเท่าอายุตัวเอง หรือเพราะเหตุผลสุดท้าย...ความจริงที่ว่าเขากำลังจะออกไปจากชีวิตของยูชอน
จุนซูยอมรับว่าตัวเองยังคงรักปาร์ค ยูชอนอย่างเลิกไม่ได้ เหมือนคนที่โง่งมงายในรักจนโงหัวไม่ขึ้น ความอ่อนโยนที่เสมือนภาพลวงตานั้นยังตรึงใจเขาให้ยึดติดอยู่กับการกระทำเอาอกเอาใจที่หลอกล่อให้เขาตายใจ ทุ่มเททั้งกายและใจให้อย่างไม่มีเงื่อนไข
ทว่าความจริงที่ซุกซ่อนภายใต้หน้ากากแห่งการลวงหลอกคือปราการน้ำแข็งที่อีกฝ่ายเพียรสร้างขึ้นมา เขาไม่สามารถทานทนความเย็นเยียบที่เสียดแทงจิตใจนั้นได้ไหว จำต้องยอมแพ้และล่าถอยออกมาในที่สุด
ขอให้ความรักที่เขามีต่อปาร์ค ยูชอน เป็นเพียงอีกหนึ่งความทรงจำช้ำ ๆ ที่จะเอาไว้สอนตัวเองให้หลาบจำ...อย่าไปรักคนที่เขาไม่คิดจะรักตัวเองแบบนี้อีก
ชายหนุ่มรอจนถึงช่วงสายให้ยูชอนออกจากบ้านพร้อมคู่นอนคนล่าสุดเสียก่อน แล้วตนจึงค่อยออกไปทำธุระของตัวเอง โดยระหว่างที่รอนั้น จุนซูก็นั่งเขียนจดหมายถึงยูชอน เนื้อความในนั้นมีเพียงแค่เขาขอลาออกจากตำแหน่งเลขานุการ ไม่ได้บอกว่าตัวเองจะย้ายออกจากบ้านด้วย
แม้พร่ำบอกตัวเองว่าไม่ใช่คนสำคัญ แต่จุนซูก็เลือกที่จะไม่บอกยูชอนว่าตัวเองจะไปที่ไหน เพราะอีกใจก็ยังคงลวงตัวเองด้วยความคิดว่ายูชอนอาจจะไปตามเขากลับมา และถ้ายูชอนทำแบบนั้น เขาก็คงไม่ใจแข็งพอที่จะปฏิเสธ
เมื่อถามเด็กในบ้านจนแน่ใจว่ายูชอนออกไปข้างนอกแล้ว จุนซูก็ออกจากบ้านบ้าง สิ่งที่เขาตั้งใจจะทำก็คือออกไปซื้อของขวัญวันคริสต์มาสให้สองพี่น้องอย่างที่ทำมาทุกปี
‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡
ในวันคริสต์มาสที่มาถึงพร้อมหิมะแรกของฤดูหนาว ร้านรวงต่าง ๆ ถูกประดับประดาด้วยแสงสีสดใส ทั่วทั้งถนนดูรื่นเริงมากกว่าเคย เสียงเพลงประจำเทศกาลถูกนำมาขับร้องผลัดเปลี่ยนกันโดยคนกลุ่มหนึ่งที่ร่วมขับร้องปากเปล่าโดยไม่ต้องอาศัยเสียงดนตรี เรียกความสนใจจากผู้คนได้กลุ่มใหญ่
ชางมินแง้มหน้าต่างห้องให้อ้าออกเล็กน้อยเพื่อจะได้ฟังเพลงเหล่านั้นอย่างถนัดหู เด็กหนุ่มมองเหตุการณ์ทั่วทั้งถนนจากมุมสูงของอาคารที่ตัวเองพำนักอยู่ รอยยิ้มละมุนละไมเกิดขึ้นที่มุมปากบางโดยที่เด็กหนุ่มไม่รู้ตัว
แม้ภายนอกจะมีเกล็ดสีขาวร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย สองข้างทางของถนนก็ยังคลาคล่ำไปด้วยฝูงชน ส่วนใหญ่เป็นคู่หนุ่มสาวที่ออกมาฉลองด้วยกันสองคน ใบหน้าที่ฉาบด้วยรอยยิ้มนั้นสะกิดใจของชางมินเข้าอย่างจัง
รอยยิ้มนั่น...ทำไมถึงสดใสได้ขนาดนั้นกันนะ
“อยากฉลองบ้างเหรอ จ้องตาไม่กระพริบเชียว” จุนกีที่เดินเข้ามาเห็นอาการของเด็กหนุ่มเอ่ยถาม สองแขนโอบรอบเอวผอมอย่างเคยชิน
“ไม่หรอกครับ” ความจริงชางมินก็เป็นเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการเฉลิมฉลอง แต่ตอนนี้เด็กหนุ่มอยากเก็บเกี่ยวความทรงจำทุกวินาทีที่ได้อยู่กับจุนกีให้มากที่สุด เพราะนี่จะเป็นคืนสุดท้ายที่เขาจะอยู่ที่โซล เมื่อวันใหม่มาถึง ตัวเขาก็คงจะกลับไปอยู่เชจูเรียบร้อยแล้ว
ชางมินทาบมือตัวเองลงบนหลังมือของจุนกี ใบหน้าคมหันไปคนที่ยืนซ้อนด้านหลังตัวเอง เด็กหนุ่มใช้ริมฝีปากแตะเบา ๆ ตรงข้างแก้มของจุนกี
“เคราเริ่มขึ้นแล้วนี่นา” ชางมินผละหน้าออกมาแล้วใช้มือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบแก้มของจุนกีที่ตอนนี้เริ่มมีขนเส้นเล็ก ๆ แทงผิวเนื้อขึ้นมาจนทำให้เขารู้สึกระคายเมื่อจับต้อง ทั้งที่ปกติจุนกีจะเป็นคนพีถีพิถันกับรูปลักษณ์ของตัวเอง ไม่มีทางเสียล่ะที่จะปล่อยให้หนวดเคราขึ้นรกรุกรังปิดใบหน้าดูดีของเจ้าตัว
“โกนให้หน่อยสิ” ฝ่ายนั้นใช้แก้มกร้านของตัวเองถูไถไปกับมือของเด็กหนุ่มอย่างออดอ้อน
“มากกว่าโกนหนวดโกนเครา ผมก็ทำให้คุณได้” ชางมินคลี่ยิ้มจาง ๆ ประดับใบหน้า ก่อนดึงมือคนอายุมากกว่าให้เดินตามกันมาในห้องน้ำ
จุนกีรู้ดีว่าที่ชางมินพูดมานั้นถูกทั้งหมด ทุกครั้งที่กกกอดกันตลอดคืน ชางมินทำให้เขารู้สึกดีจนยากจะลืมรสสัมผัส ทว่าเด็กหนุ่มกลับเพิกเฉยต่อความต้องการของตัวเอง หลายครั้งที่ชางมินต้องอดทนต่ออาการปวดหนึบกลางลำตัวตลอดทั้งคืนเพียงเพื่อสนองอารมณ์ของเขาให้ลุล่วง
“เอ้า...มานี่สิครับ จะได้อาบน้ำให้สบายเนื้อสบายตัวไปพร้อมกันเลย”
เมื่อผละออกจากภวังค์ จุนกีก็เห็นชางมินกำลังยืนถือฝักบัวอาบน้ำ กวักมือเรียกให้เขาเข้าไปหา
“อะไรกัน ฉันยังไม่ได้ถอดเสื้อเลย” ชายหนุ่มยิ้มกริ่ม ทั้งสองฝ่ายต่างเข้าใจดีว่าอีกคนต้องการละเลียดความสุขนี้ไม่ให้หมดลงเร็วเกินไปนั่นเอง
เด็กหนุ่มเดินเข้าประชิดตัว มือเรียวไล้ไปตามเม็ดกระดุมแล้วค่อย ๆ ปลดมันออกอย่างนุ่มนวล ริมฝีปากอุ่นแตะไปตามแผงอกที่เผยออกระหว่างรอยแยกของสาบเสื้อ ชางมินถอดอาภรณ์ฝ่ายตรงข้ามจนเปลือยเปล่าเสียก่อน แล้วค่อยกลับมาสนใจเสื้อผ้าที่ตนเองสวมใส่
มือที่กำลังจะปลดกระดุมเสื้อตัวเองถูกรั้งเอาไว้ด้วยมือของคนเจนประสบการณ์ จุนกีดึงมือน้อย ๆ นั้นมากุมไว้แล้วซุกหน้าเข้าหาซอกคอระหง ปากร้อนดูดดุนจนขึ้นสีเรื่อท่ามกลางผิวเนื้อสีน้ำผึ้ง และไม่ช้าไม่นาน เสื้อตัวโคร่งที่ชางมินใช้ปกปิดร่างก็หลุดลุ่ยลงไปกองกับพื้น
ศีรษะปกคลุมด้วยผมสีดำสนิทดุจปีกอีกาถูกดึงทึ้งเบา ๆ เมื่อความซาบซ่านเข้ารุกรานชางมินยามที่ปากของจุนกีไล่ชำเราไปทั่วร่าง จุนกีทรุดตัวลงดูดดุนไปทั่วเรือนร่างผอมเกร็งด้วยความหลงใหล ไม่นึกรังเกียจสักนิดยามปล่อยให้แก่นกายของอีกฝ่ายเข้ามาสั่นระริกในโพรงปากตัวเอง
“อึก..คุณจุนกี ผม...” เด็กหนุ่มแอ่นกายรับสัมผัสรุ่มร้อน ทั้งเนื้อตัวสั่นรัวราวกับกำลังเริงระบำ ชางมินเอื้อมมือข้างหนึ่งมาปิดปากตัวเองเมื่อลิ้นหนาของคนตรงหน้าจัดการกับส่วนกลางร่างกายของเขาได้อย่างช่ำชอง
ต่อมาเนื้อร้อนที่ถูกทำให้ขยายใหญ่ด้วยไฟปรารถนาก็ปลดปล่อยผลลัพธ์แห่งอารมณ์ออกมาเต็มเหยียด ซึ่งจุนกีเองก็ไม่รังเกียจที่จะกลืนกินมันเข้าไปทุกหยาดหยด
“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นชางมิน แค่ครางออกมาก็พอ” ชายหนุ่มดันตัวเองขึ้นพูดข้างหูเด็กหนุ่ม นิ้วเรียวถูกส่งเข้าปากตัวเองจนชุ่มชื้นก่อนจะถอนออกมาลูบไล้ตรงทางเข้าระหว่างหนั่นเนื้อกลมกลึงของชางมิน ที่ตอนนี้อ่อนระทวยในอ้อมกอดของเขาหลังการปลดปล่อยครั้งแรก
“เดี๋ยว..เดี๋ยวก่อนครับ อะ...” ทว่าช้าไปเสียแล้ว เพราะเด็กหนุ่มที่ร้องห้ามเมื่อครู่รู้สึกได้ถึงปลายนิ้วที่หลุดรอดเข้าทักทายเนื้อแท้ภายในช่องลับของตัวเองราวกับจะลองเชิง
ดวงตาฉ่ำปรอยด้วยอารมณ์รักค่อย ๆ ช้อนขึ้นมองเจ้าของแผงอกกว้างที่สละให้เขาอิงแอบซึ่งตอนนี้กำลังหยุดนิ่งดุจรอฟังว่าเขาจะพูดอะไร
“อาบน้ำกันก่อนเถอะนะครับ” เสียงหวานสั่นพร่ายามเอื้อยเอ่ยคำเชื้อเชิญที่ชวนให้ของเหลวสีสดในกายวิ่งมารวมตัวกันที่ผิวหน้า
จุนกียิ้มอย่างเหม่อลอย หลงใหลไปกับความเย้ายวนตรงหน้า กิริยาออดอ้อนของชางมินที่เต็มใจทำเพื่อเขา...เป็นสิ่งที่ยากจะต้านทาน
กว่าจะรู้ตัว เขาก็ถูกเด็กหนุ่มพามาหยุดยืนใต้ฝักบัว รองรับสายน้ำที่รินรดผ่านร่างลงมาด้วยกัน
ชางมินดันร่างชายที่ตัวเองมอบหัวใจให้ติดกับผนัง ศีรษะสวยเอนซบแผงอกแกร่งขณะที่สะโพกงามแอ่นไหวไปข้างหลัง จากนั้นนิ้วของจุนกีที่ถูกถอนออกตอนเยื้องเดินเมื่อครู่ก็ถูกจับดันเข้าไปใหม่ด้วยเจ้าของร่างกายฝ่ายรองรับนั้นเอง
เมื่อนิ้วยาว ๆ นั่นสอดเข้าไปจนลึกสุดเท่าที่มันจะทำได้ ใบหน้าของคนอ่อนวัยกว่าก็เงยขึ้น เปลือกตาหลับพริ้มเหมือนรอรางวัลที่ตนควรได้จากการกระทำเอาใจครั้งนี้
จุนกีไม่รีรอที่จะก้มลงมอบจุมพิตลึกล้ำให้กับคนที่ร้องขอ เรียวลิ้นกระหวัดพันกันไปมาเพื่อเก็บเกี่ยวรสซาบซ่านจับจิตทุกอณูความหอมหวาน เด็กหนุ่มที่กำลังใช้ช่องทางด้านหลังกลืนกินเรียวนิ้วถึงกับเข่าอ่อนเมื่อโดนอีกฝ่ายแผดเผากำลังทั้งร่างด้วยจูบชวนวาบหวามเพียงหนเดียว
หนุ่มนักเที่ยวรู้ดีว่าตนเองควรทำอย่างไร เพราะเมื่อแข้งขาของเด็กที่ตัวเองกอดอยู่เริ่มหมดแรง แขนแข็งแรงก็ยกตัวชางมินขึ้นมา พร้อมกับที่เรียวขาสองข้างของเด็กหนุ่มรีบเกี่ยวไขว้เอวหนาเอาไว้เมื่อนิ้วที่สอดลึกมากขึ้นนั้นกระตุ้นให้เขาตื่นตัวจากภวังค์จุมพิตเมื่อครู่
“อะ..อ๊า” เสียงหวานครางออกมาเมื่อร่างที่ถูกโอบพยุงของตัวเองถูกวางลงบนหน้าตักของจุนกีที่เพิ่งทรุดนั่งบนเก้าอี้ตัวเล็กข้างอ่างอาบน้ำ
“ขัดตัวให้หน่อยสิ” ชายหนุ่มร้องขอด้วยท่าทางขี้อ้อนจนชางมินอดไม่ได้ที่จะขวยเขิน เพียงแค่คิดภาพยามตัวเองเคลื่อนกายแล้วนิ้วในร่างจะไหวตามนั้นก็หน้าแดงแล้ว
คนที่นั่งซ้อนบนตักเอี้ยวตัวเอื้อมไปหยิบผ้าสีขาวเปียกน้ำที่ตัวเองวางพาดเตรียมเอาไว้ตอนแรกขึ้นมา และมันก็เป็นอย่างที่คิด เมื่อจุนกีแกล้งขยับนิ้วยาว ๆ นั่นไปมา
“อา..คุณ..จุนกี” ชางมินใช้ดวงตาปรือปรอยของตัวเองมองค้อนคนเจ้าเล่ห์ แล้วมือก็เริ่มใช้ผ้าลูบไล้ไปตามร่างกายกำยำของเจ้าของหน้าขาที่เขานั่งทับอยู่
ช่วยไม่ได้แรงกดที่ละเมียดละไมทำความสะอาดให้เขาจะทำให้จุนกีมีจังหวะหายใจผิดแปลกไป ลมร้อนจากจมูกขาดห้วงไปบ้างเมื่อเด็กหนุ่มที่นั่งตักตัวเองหน้าแดงขึ้นเรื่อย ๆ ยามต้องทำความสะอาดในตำแหน่งที่ต่ำลงไป
แต่ก่อนจุนกีมักเลือกคู่ควงที่เจนจัดเรื่องกามารมณ์ ทว่าเมื่อได้พบกับชางมิน...เด็กหนุ่มไร้เดียงสาที่ทำให้เขาหลงใหลความอ่อนประสบการณ์ และหมายมั่นปั้นมือจะสอนให้รู้จักความจัดจ้านของรสรัก กว่าจะรู้ตัว...เขาก็ลุ่มหลงในความขัดเขินอย่างเป็นธรรมชาติของชางมินเข้าเสียแล้ว
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมื่อเห็นผิวแก้มอีกฝ่ายซับสีเรื่อ รู้สึกถึงก้อนเนื้อในอกบาง ๆ ที่เต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ซ้ำยังห้วงลมหายใจที่สั้นและถี่ขึ้น จุนกีก็อยากจะทำรักอีกหลายครั้งกระทั่งหนุ่มน้อยผิวสีน้ำผึ้งคนนี้ครวญครางไม่เป็นภาษาเพื่อร้องขอในสิ่งที่เขากำลังปรนเปรอ
หลังจากทำความสะอาดดีแล้ว จุนกีก็ยอมถอนนิ้วตัวเองออกจากเส้นทางแคบที่บีบรัดเขามานานแล้วก้าวลงไปนั่งในอ่างที่บรรจุน้ำอุ่นผสมกลิ่นหอมชั้นดีที่ชางมินเป็นคนบรรจงเลือกให้ด้วยตัวเอง
ชางมินไม่ได้ลงไปนั่งในอ่างน้ำด้วยกันเหมือนที่จุนกีหวัง แต่เด็กหนุ่มเลือกที่จะนั่งตรงขอบอ่างแล้วลงมือโกนหนวดเคราให้พ้นออกจากใบหน้าสำอาง จุนกีให้รางวัลนั้นโดยการโน้มคอชางมินลงมามอบจุมพิตแสนหวานให้อีกครั้ง
“ลงมาแข่น้ำด้วยกันสิ อุ่นดีนะ” คำเชื้อเชิญที่เหมือนแฝงด้วยเล่ห์กลนั้นถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากฉ่ำที่เพิ่งผ่านการจูบมาเมื่อครู่ ชางมินส่ายหน้าเล็กน้อยเป็นการปฏิเสธก่อนกดมือลงบนไหล่หนาแล้วขยับนวดราวต้องการให้ผู้มีพระคุณของตัวเองรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่สุด
เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่เขาจะได้ปรนนิบัติคนที่เขารักอย่างใกล้ชิดแบบนี้ ชางมินจะทำทุกสิ่งที่ตัวเองต้องการ ไม่ใช่เพื่อจุนกี...แต่เป็นเพื่อตัวเขาเอง
เสียงครางเครือในลำคออย่างพออกพอใจทำให้ชางมินรับรู้ว่าตัวเองทำสิ่งที่ถูกแล้ว จุนกีกำลังผ่อนคลายอย่างที่ตัวเขาต้องการ
เพื่อไม่ให้ดูใจร้ายไปเสียหน่อย ชางมินจึงจัดการก้าวลงอ่างอีกคน จงใจนั่งซ้อนแก่นกายที่กำลังชูเด่นของอีกฝ่าย แล้วบทรักที่จุนกีรอคอยก็เริ่มต้นขึ้น
ไม่รู้ว่าสุดท้ายเป็นเพื่อความสุขของเขาหรือจุนกีกันแน่ ในเมื่อชางมินชอบที่จะเห็นใบหน้าคมของจุนกีดูผ่อนคลายและเป็นสุขแบบในยามนี้
‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡
“แจจุง ช่วยฟังที่ฉันพูดหน่อยเถอะ” นานแล้ว...ที่ยุนโฮพร่ำขอให้คนที่นั่งนิ่งไม่ไหวติงยอมรับฟังคำพูดของเขา
“ขอโทษครับคุณยุนโฮ ผมยังไม่อยากเห็นหน้าคุณตอนนี้ ถ้าคุณจะกรุณา...ช่วยออกไปจากห้องของผมด้วย” ใบหน้าสวยของคนพูดเชิดขึ้นอย่างดื้อรั้น ปลายจมูกแดงก่ำและเสียงสี่นพร่าบ่งบอกได้ดีว่าคิม แจจุงคนนี้กำลังเสียใจ และเพิ่งผ่านพ้นการร้องไห้มาหยก ๆ
“แจจุง มันไม่ใช่อย่างที่นายเข้าใจนะ ที่ฉันไม่ได้บอกนายว่าคุณพ่อของนายไม่สบายก็เพราะฉันคิดว่าจะรอให้นายหายดีก่อน”
“คุณจะรอให้ผมหายดีไปถึงเมื่อไร! มันเป็นแค่คำโกหกของคุณเท่านั้นแหละ ในเมื่อตลอดเวลาที่ผ่านมาคุณไม่เคยให้ผมติดต่อกับที่บ้านเลย ผมไม่คิดหรอกนะว่าคุณจะบอกผมเรื่องที่พ่อไม่สบาย” มีกี่ครั้งกันนะที่แจจุงขึ้นเสียงใส่เขาแบบนี้
“ฉันมีเหตุผลที่ต้องทำแบบนั้น...” เพราะยุนโฮกลัว...กลัวว่าแจจุงจะหนีเขาไปง่าย ๆ
การที่ชายหนุ่มไม่ให้แจจุงติดต่อกับคนในครอบครัวเป็นเพราะคนพวกนั้นอาจจะเอาตัวคนรักของเขากลับไปสักวันหนึ่ง โดยที่ยุนโฮคนนี้ได้แต่มองแผ่นหลังบอบบางที่กำลังวิ่งออกไปไกลตา เพราะตัวเขาคงไม่ใจแข็งพอที่จะทนเห็นน้ำตาของแจจุง
หากเขารั้งแจจุงเอาไว้ ใบหน้าสวย ๆ นั่นคงต้องเปรอะเลอะด้วยหยาดน้ำตาเป็นแน่ และตัวเขา...ก็ไม่ต้องการเห็นน้ำตาที่ปริ่มจนล้นนั่น
เขาเคยทำร้ายจิตใจแจจุงมาก่อน และไม่อยากจะทำแบบนั้นอีก ซึ่งหากเขายอมปล่อยแจจุงไป สักวัน...ตัวเขาจะกลายเป็นความหลังที่ถูกลืม
ยุนโฮยอมไม่ได้...ยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้ อาจฟังดูเห็นแก่ตัว แต่เขาก็รักตัวเองเหมือนที่รักแจจุง
เขารอมานานมากแล้ว...รอรักครั้งแรกให้หวนกลับมา เขารอความทรงจำของแจจุง รอ รอ และรอ... เขาไม่อยากสูญเสียคนคนนี้ไปง่าย ๆ ดังในอดีต
แจจุงไม่เข้าใจ และอาจจะไม่เข้าใจแบบนี้ตลอดไป ในสายตาของคนหน้าหวาน ตัวเขาคงเป็นคนใจร้ายนัก หักหาญน้ำใจกันครั้งแล้วครั้งเล่า ดีกันไม่ทันไรก็หาเรื่องให้โมโหได้อีกแล้ว
“เหตุผล! เหตุผลบ้าบออะไรของคุณกันล่ะ สนุกมากนักเหรอที่เห็นคนในครอบครัวเขาต้องแยกจากกันแบบนี้” น้ำตาที่คิดว่าเหือดแห้งพลันเอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง แจจุงพยายามสะกดกลั้นมันเอาไว้ อย่างไรก็จะไม่ให้ยุนโฮเห็นความอ่อนแอ
ใช่สิ...เขามันก็แค่ตุ๊กตาของขวัญวันเกิดของน้องสาว
เพราะเป็นตุ๊กตาใช่ไหม ถึงไม่ควรมีความรู้สึก
เขาไม่ควร...ไม่ควรรักยุนโฮ...ไม่ควรเลย
เสียงประตูห้องถูกปิดลงพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของยุนโฮที่เดินไหล่ตกออกไป พอเห็นอย่างนั้น...น้ำตาที่เพียรกลั้นไว้เมื่อครู่ก็รินไหลอาบทั่วใบหน้าเนียน
ทั้งที่คิดว่าไม่ควรรักยุนโฮ แต่แจจุงก็ปฏิเสไม่ได้ว่าตัวเองก็หลงรักคนคนนั้นมาตั้งแต่เด็ก
ความทรงจำที่กลับคืนมาบอกเขาว่าเขากับยุนโฮผูกพันกันเพียงไร แต่มันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อความรักนั้นทำให้ผู้มีพระคุณของเขาต้องเจ็บปวด
พ่อของเขา...คนที่เลี้ยงดูเขามาอย่างดี เขาไม่ได้ทำแม้หน้าที่ลูกที่ดียามท่านป่วยไข้ ซ้ำยังเป็นต้นเหตุให้บิดาเกือบเอาชีวิตไม่รอด
เขาควรจะทำอย่างไรดี...
เกล็ดหิมะสีขาวที่ร่วงหล่นทับถมบนพื้นดินก็เฉกเช่นความคิดของแจจุง ที่ว่างเปล่าขาวโพลนอย่างไร้หนทาง
‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡
หลังจากอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายกันเรียบร้อย จุนกีและชางมินก็พากันออกมาจากห้องน้ำที่เข้าไปขลุกอยู่ด้วยกันร่วมชั่วโมง ตักตวงความสุขจากกันและกันอย่างไม่รู้จักอิ่ม ทว่าทั้งที่นานขนาดนั้น สองคนกลับรู้สึกว่าเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเสียเหลือเกิน
หนุ่มเจนประสบการณ์เลือกชุดที่จะใส่สำหรับตัวเองและหนุ่มน้อยอ่อนเดียงสาที่ส่งเสียงครางบนหน้าตักตัวเองไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบในห้องน้ำนั่น เขาเลือกที่จะสวมให้ชางมินก่อนที่จะมาสนใจเสื้อผ้าของตัวเอง เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนถูกสวมลงบนร่างของเด็กหนุ่มโดยที่มีมือของจุนกีเป็นคนติดกระดุมให้เสียทุกเม็ด ท่อนล่างของชางมินถูกปกปิดด้วยกางเกงเนื้อดี พร้อมกับสวมทับทั้งร่างอีกทีด้วยโค้ทหนา
“พร้อมออกเดินทางหรือยังเด็กน้อย” จุนกีถามด้วยน้ำเสียงกึ่งล้อเลียน และนั่นก็ทำให้ใบหน้าที่แดงจัดเมื่อครู่บูดบึ้งขึ้นมาทันตา จุนกีรู้ดีว่าชางมินไม่ชอบให้ใครเรียกตัวเองว่าเด็กน้อย แต่มันก็น่ารักดีไม่ใช่หรือเวลาที่คนตรงหน้านี่ทำท่าทางไม่พอใจ
“อา...เวลาจากกันมาถึงจริง ๆ แล้วสินะ” จุนกีเปรยขึ้นมาโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวว่าเผลอมองอีกฝ่ายด้วยสายตาแบบที่เรียกว่า...อาลัยอาวรณ์ ก่อนที่สายตานั้นจะทอดมองออกไปยังท้องถนนภายนอก
“หกเดือนนี่มันเร็วจังนะครับ ผมรู้สึกเหมือนเพิ่งมาอยู่กับคุณไม่นานเอง” ชางมินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้มันสั่น เขาอยากแยกจากจุนกีด้วยความสุข ไม่ใช่น้ำตาหรือความเศร้าใจ
“นายมีความสุขไหม” เสียงทุ้มกล่าวขึ้นทั้งที่ใบหน้าสะอ้าดสะอ้านนั้นยังมองออกไปนอกหน้าต่าง
“ครับ?” คำถามที่ไม่ชัดเจนนักถูกตอบกลับมาด้วยคำขานเจือความสงสัยของคนอ่อนวัยกว่า
“ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน...นายมีความสุขไหม” จุนกีไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เขาไม่เคยสนใจว่าใครจะเป็นอย่างไร เขามีความสุขกับการมองชีวิตคนอื่นเดินไปในทางที่ตัวเองหวังไว้ เดิมทีเขาก็คิดกับชางมินแบบนั้น...
ยื่นมือเข้าช่วยจากหนี้สินที่เป็นภาระครอบครัว เป็นเหมือนผู้มอบชีวิตใหม่ให้กับชางมิน ให้การศึกษาทั้งในมหาวิทยาลัยและบทเรียนรัก กงการให้ชีวิตคนคนหนึ่งดำเนินไปในทางที่ตัวเองต้องการแล้วมองดูผลลัพธ์ที่ตามมาว่าจะเป็นอย่างที่ตัวเองคาดเดาหรือไม่
หัวเราะเมื่อผลที่ออกมาเป็นไปตามที่คาดการ ไหวไหล่ไม่สนใจเมื่อบทสรุปกับความคิดสวนทางกัน แต่ก่อนเขาเป็นคนที่มีความสุขกับเรื่องแบบนั้น...
แต่ในตอนนี้...เขากลับกำลังถามทุกข์สุขของคนที่บอกกับตัวเองมาตลอดว่าเป็นเพียงแค่ของเล่นอีกชิ้นหนึ่ง
“ผม...มีความสุขมาก ๆ คุณจุนกีดีกับผมมากจริง ๆ” เด็กหนุ่มยิ้มกว้างเพื่อยืนยันกับคนตรงหน้านี้
“พอดีคืนนี้ฉันไม่ว่าง เดี๋ยวฉันจะให้คนขับรถไปส่งนายนะ” อา...เขาไม่เคยรู้สึกว่าคอตัวเองแห้งผากขนาดนี้ มีคำพูดอีกมากมายที่เขาอยากจะบอกเจ้าเด็กนี่ แต่ถ้อยคำเหล่านั้นกลับไม่ยอมหลุดออกมาเพียงนิด แถมประโยคที่คิดจะเก็บเอาไว้หลังสุดดันถูกปล่อยออกมาตั้งแต่เริ่มแรกเสียได้ เป็นเขาเองที่ทำให้การลาจากกันครั้งนี้เร็วกว่าที่ใจหวัง
ชางมินพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเบนสายตาจ้องมองวงหน้าจุนกีด้วยสายตานิ่งที่ฉายแววจริงจังเด่นชัด
“คุณจุนกีครับ” น้ำเสียงแผ่วเบาพร้อมแววตาเทิดทูนดึงดูดความสนใจจากเพลย์บอยชื่อดังได้ดี
“หืม?”
“คุณ...รักผมบ้างหรือเปล่า” คำถามที่หลุดออกจากปากของเด็กหนุ่มนำมาซึ่งความเงียบงันที่บังเกิดกับทั้งตัวคนถามและผู้ถูกถาม
“......” จุนกีเงียบเพราะไม่รู้ว่าตัวเองควรตอบว่าอะไร สำหรับเขา...ชางมินก็เป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่งไม่ใช่หรือ ถึงเขาออกจะเสียดายอยู่ไม่น้อยที่จำต้องทิ้งทั้งที่ยังไม่หมดสนุกก็เถอะ
“กะ..ก็แค่ล้อเล่นน่ะครับ อย่าคิดจริงจังที่ผมพูดเลย” จุนกีจ้องมองเด็กหนุ่มที่พูดประโยคนี้ออกมาด้วยสายตาเรียบเฉย หรือถ้าว่ากันตามจริงแล้วมันเป็นเพราะเขาไม่เคยคิดว่าคนตรงหน้าจะถามแบบนี้ ใบหน้าเผือดสีนั้นทำให้หัวคิ้วของเขาขมวดมุ่นเข้าหากันโดยอัตโนมัติ
ชางมินมักจะเป็นแบบนี้เมื่อเขาไม่ตอบรับคำพูด เด็กหนุ่มจะเลี่ยงเปลี่ยนเรื่องเสีย
“รักษาสุขภาพด้วยนะครับ ลาก่อน...” จุนกีทำได้เพียงจ้องมองแผ่นหลังที่กำลังเดินจากเขาไปขึ้นรถที่ถูกเตรียมเอาไว้ก่อนหน้าขณะพวกเขากำลังร่ำลากัน
เขาทิ้งมันไปแล้วสินะ...ของเล่นชิ้นสำคัญ
‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡
จุนซูก้มหน้ามองนาฬิกาเรือนสวยที่พาดอยู่บนข้อมือเล็กของตัวเอง อา..เขาออกจากบ้านมาหลายชั่วโมงแล้วหรือนี่ ไม่น่าเชื่อว่าเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน
เสียงท้องที่ร้องประท้วงทำให้ชายหนุ่มรู้ตัวว่าตนเองยังไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่กลางวัน ร่างที่หอบข้าวของพะรุงพะรังจึงเดินไปยังร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า
จุนซูเลือกโต๊ะติดหน้าต่างใกล้ประตูทางเข้าเพราะในร้านไม่มีที่ว่างอื่นเหลืออีกแล้ว และถ้าจะให้เขาเดินไปดูร้านอื่น ชายหนุ่มก็ทนเสียงร้องกลางลำตัวไม่ไหว
อาหารจานเดียวถูกสั่งพร้อมเครื่องดื่มอุ่น จุนซูตรวจเช็คข้าวของที่ซื้อมาว่ายังอยู่ในสภาพดีหรือไม่ จากนั้นก็หยิบการ์ดที่ซื้อไว้ขึ้นมาก่อนจรดปลายปากกาลงไป
เขาไม่รู้ว่ายูชอนจะอ่านหรือเปล่า แต่จุนซูก็มักจะเขียนคำอวยพรสั้น ๆ แนบไปกับของขวัญคริสต์มาสทุกปี
เหมือนคนโง่เลยสินะ ที่เฝ้าทำเรื่องที่อีกฝ่ายไม่เคยมองเห็นค่ามาได้นานขนาดนี้...
“ขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ”
เสียงทุ้มทักขึ้นจากด้านหน้า จุนซูได้ยินเสียงเก้าอี้ถูกเลื่อนออกจากใต้โต๊ะ และเมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบกับคนที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาดี
โจ คยูฮยอน...เลขาของคุณชินดง
“เชิญครับ” จุนซูเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้มฝืดเฝื่อน
“ดูเหมือนคุณกำลังมีเรื่องไม่สบายใจ” เมื่อคยูฮยอนพูดออกไป รอยยิ้มที่เขามองว่ามันฝืนทำเต็มทีก็ถูกลบเลือนหายออกไปจากใบหน้าค่อนกลม และเมื่อปราศจากรอยยิ้มนั่น แววอมทุกข์ก็ฉายชัดบนหน้าของจุนซู
“คุณเล่าให้ผมฟังได้นะ เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ” มืออบอุ่นถูกส่งออกไปกุมมือเล็กที่จับปากกาวางอยู่บนโต๊ะ คยูฮยอนบีบมือจุนซูเบา ๆ เหมือนจะบอกว่าอีกฝ่ายยังมีเขาอยู่ทั้งคน
“......” จุนซูรู้สึกถึงสัมผัสเปียกชื้นที่ข้างแก้มตัวเอง อา...นี่เขาเผลอร้องไห้อย่างนั้นหรือ
“ร้องออกมาเถอะครับ ต่อหน้าผม คุณไม่ต้องพยายามอดกลั้นหรอก” เสียงอบอุ่นพูดดักทางเอาไว้ขณะที่เจ้าของเรือนผมสีทองกำลังจะกลั้นสะอื้น
จุนซูไม่รู้เลย...ไม่รู้เลยว่าเหตุใดเขาจึงเล่าความอัดอั้นตันใจทุกอย่างให้คยูฮยอนฟังเพียงแค่แรงบีบแผ่วเบาบนหลังมือ
อาจเป็นเพราะเขา...กำลังอ่อนแออย่างที่สุดก็เป็นได้
To Be Continued
Talk With Zinister
อา...มันเป็นปรากฏการณ์ที่แปลกมากสำหรับซิน ทำไมซินอัพตอนต่อไปได้เร็วแบบนี้ละ อ๊าาาาา รู้สึกดีใจบอกไม่ถูก >.< ตอน 43 อัพยังไม่ทันครบอาทิตย์ ตอน 44 ก็มาเสิร์ฟแล้ว แปลกมากเลยอ่ะ ฮ่าฮ่า เอาเป็นว่าอัพฉลองได้เมาส์ใหม่ก็แล้วกัน(หลังจากทนใช้ทัชแพ็ดมานาน) ตอนต่อไปจะพยายามให้มันเร็วแบบนี้นะคะ อืม...ตอนนี้คู่จุนกีกับชางมินก็ออกแล้วตามที่มีคนรีเควสไว้ ส่วนยูซูก็ออกน้า แม้ว่าจะมีแค่จุนซูก็เถอะ ส่วนยุนแจก็ออกแล้ว แต่สั้นจังเนาะ เอาเป็นว่าใครที่รอคู่อื่น...ก็ลุ้นตอนต่อไปดูนะคะ ^ ^
..ชอบเเละรักเรื่องนี้มากมาย..