2008/Apr/26

ตอนที่ 44

 

 

 จุนซูถอนหายใจขณะเก็บเสื้อผ้าชิ้นสุดท้ายที่ตัวเองคิดว่าจะเอาไปด้วยลงกระเป๋า  ข้าวของของเขามากมายจนเกินกว่าจะเอาไปได้หมด  ชายหนุ่มจึงจำต้องเลือกแต่ของชิ้นสำคัญเท่านั้นที่จะเอาติดตัวไป

 เช้าวันนี้อากาศเย็นจัดกว่าวันไหนเพราะหิมะแรกของฤดูกำลังแข่งกันโรยตัวปกคลุมทั่วทั้งเมือง  สีขาวที่สังเกตเห็นได้ง่าย ๆ บอกจุนซูว่าเจ้าเกล็ดสีขาวนี่คงเริ่มทิ้งตัวลงจากฟากฟ้าตั้งแต่เมื่อคืน

 วันนี้เป็นวันคริสต์มาส  วันแห่งการเฉลิมฉลอง  ทุกปีครอบครัวปาร์คจะนั่งผิงไฟแล้วแลกของขวัญกันและกันในตอนเย็นของวันสำคัญนี้  ทว่าหากเย็นนี้จะไม่มีเขาอยู่สักคน  จุนซูคิดว่ามันคงจะไม่เกิดปัญหาอะไร  ในเมื่อตลอดเวลาที่ผ่านมา  ยูชอนก็ไม่ได้ห่วงใยเขาด้วยใจจริง  ดีไม่ดี...คืนนี้ยูชอนอาจจะไม่กลับเข้าบ้านเสียด้วยซ้ำ

 ตั้งแต่วันที่เขารู้ความจริงเรื่องสัญญาระหว่างยูชอนกับยูฮวาน  ประตูห้องที่เชื่อมถึงกันก็ไม่ถูกเปิดออกอีกเลย  ยูชอนไม่เคยเรียกหาเขานับแต่นั้น  ซ้ำยังออกตระเวนราตรีอย่างที่เคยทำเป็นประจำ  ราวกับจะบอกเขาทางอ้อมว่าเมื่อตัวเขารู้เรื่องสัญญาแล้ว  ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องทำตัวว่าง่ายปกปิดความลับนั้นอีก

 ช่วงหลายวันมานี้  คฤหาสน์หลังนี้ถูกปกคลุมด้วยความเงียบงันและบรรยากาศมึนตึง  ไม่มีใครสนใจถึงการมีตัวตนของแต่ละฝ่ายในเมื่อทุกคนมัวแต่สนใจอยู่กับปัญหาของตัวเอง  นั่นรวมถึงตัวเขาด้วย

 จุนซูสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนถอนออกเฮือกใหญ่  ทั้งที่เพิ่งตื่นนอนและยังไม่ทันทำอะไรมากมาย  แต่ทำไมถึงรู้สึกเหนื่อยได้ขนาดนี้

 เพราะเหนื่อยใจหรือเปล่า  หรือเพราะตัวเขากำลังจะย้ายออกจากบ้านที่อาศัยมานานเกือบเท่าอายุตัวเอง  หรือเพราะเหตุผลสุดท้าย...ความจริงที่ว่าเขากำลังจะออกไปจากชีวิตของยูชอน

 จุนซูยอมรับว่าตัวเองยังคงรักปาร์ค ยูชอนอย่างเลิกไม่ได้  เหมือนคนที่โง่งมงายในรักจนโงหัวไม่ขึ้น  ความอ่อนโยนที่เสมือนภาพลวงตานั้นยังตรึงใจเขาให้ยึดติดอยู่กับการกระทำเอาอกเอาใจที่หลอกล่อให้เขาตายใจ  ทุ่มเททั้งกายและใจให้อย่างไม่มีเงื่อนไข

 ทว่าความจริงที่ซุกซ่อนภายใต้หน้ากากแห่งการลวงหลอกคือปราการน้ำแข็งที่อีกฝ่ายเพียรสร้างขึ้นมา  เขาไม่สามารถทานทนความเย็นเยียบที่เสียดแทงจิตใจนั้นได้ไหว  จำต้องยอมแพ้และล่าถอยออกมาในที่สุด

 ขอให้ความรักที่เขามีต่อปาร์ค ยูชอน  เป็นเพียงอีกหนึ่งความทรงจำช้ำ ๆ ที่จะเอาไว้สอนตัวเองให้หลาบจำ...อย่าไปรักคนที่เขาไม่คิดจะรักตัวเองแบบนี้อีก

 ชายหนุ่มรอจนถึงช่วงสายให้ยูชอนออกจากบ้านพร้อมคู่นอนคนล่าสุดเสียก่อน  แล้วตนจึงค่อยออกไปทำธุระของตัวเอง  โดยระหว่างที่รอนั้น  จุนซูก็นั่งเขียนจดหมายถึงยูชอน  เนื้อความในนั้นมีเพียงแค่เขาขอลาออกจากตำแหน่งเลขานุการ  ไม่ได้บอกว่าตัวเองจะย้ายออกจากบ้านด้วย

 แม้พร่ำบอกตัวเองว่าไม่ใช่คนสำคัญ  แต่จุนซูก็เลือกที่จะไม่บอกยูชอนว่าตัวเองจะไปที่ไหน  เพราะอีกใจก็ยังคงลวงตัวเองด้วยความคิดว่ายูชอนอาจจะไปตามเขากลับมา  และถ้ายูชอนทำแบบนั้น  เขาก็คงไม่ใจแข็งพอที่จะปฏิเสธ

 เมื่อถามเด็กในบ้านจนแน่ใจว่ายูชอนออกไปข้างนอกแล้ว  จุนซูก็ออกจากบ้านบ้าง  สิ่งที่เขาตั้งใจจะทำก็คือออกไปซื้อของขวัญวันคริสต์มาสให้สองพี่น้องอย่างที่ทำมาทุกปี

 

 

‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡

 

 

 ในวันคริสต์มาสที่มาถึงพร้อมหิมะแรกของฤดูหนาว  ร้านรวงต่าง ๆ ถูกประดับประดาด้วยแสงสีสดใส  ทั่วทั้งถนนดูรื่นเริงมากกว่าเคย  เสียงเพลงประจำเทศกาลถูกนำมาขับร้องผลัดเปลี่ยนกันโดยคนกลุ่มหนึ่งที่ร่วมขับร้องปากเปล่าโดยไม่ต้องอาศัยเสียงดนตรี  เรียกความสนใจจากผู้คนได้กลุ่มใหญ่

 ชางมินแง้มหน้าต่างห้องให้อ้าออกเล็กน้อยเพื่อจะได้ฟังเพลงเหล่านั้นอย่างถนัดหู  เด็กหนุ่มมองเหตุการณ์ทั่วทั้งถนนจากมุมสูงของอาคารที่ตัวเองพำนักอยู่  รอยยิ้มละมุนละไมเกิดขึ้นที่มุมปากบางโดยที่เด็กหนุ่มไม่รู้ตัว

 แม้ภายนอกจะมีเกล็ดสีขาวร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย  สองข้างทางของถนนก็ยังคลาคล่ำไปด้วยฝูงชน  ส่วนใหญ่เป็นคู่หนุ่มสาวที่ออกมาฉลองด้วยกันสองคน  ใบหน้าที่ฉาบด้วยรอยยิ้มนั้นสะกิดใจของชางมินเข้าอย่างจัง

 รอยยิ้มนั่น...ทำไมถึงสดใสได้ขนาดนั้นกันนะ

 “อยากฉลองบ้างเหรอ  จ้องตาไม่กระพริบเชียว”  จุนกีที่เดินเข้ามาเห็นอาการของเด็กหนุ่มเอ่ยถาม  สองแขนโอบรอบเอวผอมอย่างเคยชิน

 “ไม่หรอกครับ”  ความจริงชางมินก็เป็นเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการเฉลิมฉลอง  แต่ตอนนี้เด็กหนุ่มอยากเก็บเกี่ยวความทรงจำทุกวินาทีที่ได้อยู่กับจุนกีให้มากที่สุด  เพราะนี่จะเป็นคืนสุดท้ายที่เขาจะอยู่ที่โซล  เมื่อวันใหม่มาถึง  ตัวเขาก็คงจะกลับไปอยู่เชจูเรียบร้อยแล้ว

 ชางมินทาบมือตัวเองลงบนหลังมือของจุนกี  ใบหน้าคมหันไปคนที่ยืนซ้อนด้านหลังตัวเอง  เด็กหนุ่มใช้ริมฝีปากแตะเบา ๆ ตรงข้างแก้มของจุนกี

 “เคราเริ่มขึ้นแล้วนี่นา”  ชางมินผละหน้าออกมาแล้วใช้มือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบแก้มของจุนกีที่ตอนนี้เริ่มมีขนเส้นเล็ก ๆ แทงผิวเนื้อขึ้นมาจนทำให้เขารู้สึกระคายเมื่อจับต้อง  ทั้งที่ปกติจุนกีจะเป็นคนพีถีพิถันกับรูปลักษณ์ของตัวเอง  ไม่มีทางเสียล่ะที่จะปล่อยให้หนวดเคราขึ้นรกรุกรังปิดใบหน้าดูดีของเจ้าตัว

 “โกนให้หน่อยสิ”  ฝ่ายนั้นใช้แก้มกร้านของตัวเองถูไถไปกับมือของเด็กหนุ่มอย่างออดอ้อน

 “มากกว่าโกนหนวดโกนเครา  ผมก็ทำให้คุณได้”  ชางมินคลี่ยิ้มจาง ๆ ประดับใบหน้า  ก่อนดึงมือคนอายุมากกว่าให้เดินตามกันมาในห้องน้ำ

 จุนกีรู้ดีว่าที่ชางมินพูดมานั้นถูกทั้งหมด  ทุกครั้งที่กกกอดกันตลอดคืน  ชางมินทำให้เขารู้สึกดีจนยากจะลืมรสสัมผัส  ทว่าเด็กหนุ่มกลับเพิกเฉยต่อความต้องการของตัวเอง  หลายครั้งที่ชางมินต้องอดทนต่ออาการปวดหนึบกลางลำตัวตลอดทั้งคืนเพียงเพื่อสนองอารมณ์ของเขาให้ลุล่วง

 “เอ้า...มานี่สิครับ  จะได้อาบน้ำให้สบายเนื้อสบายตัวไปพร้อมกันเลย”

 เมื่อผละออกจากภวังค์  จุนกีก็เห็นชางมินกำลังยืนถือฝักบัวอาบน้ำ  กวักมือเรียกให้เขาเข้าไปหา

 “อะไรกัน  ฉันยังไม่ได้ถอดเสื้อเลย”  ชายหนุ่มยิ้มกริ่ม  ทั้งสองฝ่ายต่างเข้าใจดีว่าอีกคนต้องการละเลียดความสุขนี้ไม่ให้หมดลงเร็วเกินไปนั่นเอง

 เด็กหนุ่มเดินเข้าประชิดตัว  มือเรียวไล้ไปตามเม็ดกระดุมแล้วค่อย ๆ ปลดมันออกอย่างนุ่มนวล  ริมฝีปากอุ่นแตะไปตามแผงอกที่เผยออกระหว่างรอยแยกของสาบเสื้อ  ชางมินถอดอาภรณ์ฝ่ายตรงข้ามจนเปลือยเปล่าเสียก่อน  แล้วค่อยกลับมาสนใจเสื้อผ้าที่ตนเองสวมใส่

 มือที่กำลังจะปลดกระดุมเสื้อตัวเองถูกรั้งเอาไว้ด้วยมือของคนเจนประสบการณ์  จุนกีดึงมือน้อย ๆ นั้นมากุมไว้แล้วซุกหน้าเข้าหาซอกคอระหง  ปากร้อนดูดดุนจนขึ้นสีเรื่อท่ามกลางผิวเนื้อสีน้ำผึ้ง  และไม่ช้าไม่นาน  เสื้อตัวโคร่งที่ชางมินใช้ปกปิดร่างก็หลุดลุ่ยลงไปกองกับพื้น

 ศีรษะปกคลุมด้วยผมสีดำสนิทดุจปีกอีกาถูกดึงทึ้งเบา ๆ เมื่อความซาบซ่านเข้ารุกรานชางมินยามที่ปากของจุนกีไล่ชำเราไปทั่วร่าง  จุนกีทรุดตัวลงดูดดุนไปทั่วเรือนร่างผอมเกร็งด้วยความหลงใหล  ไม่นึกรังเกียจสักนิดยามปล่อยให้แก่นกายของอีกฝ่ายเข้ามาสั่นระริกในโพรงปากตัวเอง

 “อึก..คุณจุนกี  ผม...”  เด็กหนุ่มแอ่นกายรับสัมผัสรุ่มร้อน  ทั้งเนื้อตัวสั่นรัวราวกับกำลังเริงระบำ  ชางมินเอื้อมมือข้างหนึ่งมาปิดปากตัวเองเมื่อลิ้นหนาของคนตรงหน้าจัดการกับส่วนกลางร่างกายของเขาได้อย่างช่ำชอง

 ต่อมาเนื้อร้อนที่ถูกทำให้ขยายใหญ่ด้วยไฟปรารถนาก็ปลดปล่อยผลลัพธ์แห่งอารมณ์ออกมาเต็มเหยียด  ซึ่งจุนกีเองก็ไม่รังเกียจที่จะกลืนกินมันเข้าไปทุกหยาดหยด

 “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นชางมิน  แค่ครางออกมาก็พอ”  ชายหนุ่มดันตัวเองขึ้นพูดข้างหูเด็กหนุ่ม  นิ้วเรียวถูกส่งเข้าปากตัวเองจนชุ่มชื้นก่อนจะถอนออกมาลูบไล้ตรงทางเข้าระหว่างหนั่นเนื้อกลมกลึงของชางมิน  ที่ตอนนี้อ่อนระทวยในอ้อมกอดของเขาหลังการปลดปล่อยครั้งแรก

 “เดี๋ยว..เดี๋ยวก่อนครับ  อะ...”  ทว่าช้าไปเสียแล้ว  เพราะเด็กหนุ่มที่ร้องห้ามเมื่อครู่รู้สึกได้ถึงปลายนิ้วที่หลุดรอดเข้าทักทายเนื้อแท้ภายในช่องลับของตัวเองราวกับจะลองเชิง

 ดวงตาฉ่ำปรอยด้วยอารมณ์รักค่อย ๆ ช้อนขึ้นมองเจ้าของแผงอกกว้างที่สละให้เขาอิงแอบซึ่งตอนนี้กำลังหยุดนิ่งดุจรอฟังว่าเขาจะพูดอะไร

 “อาบน้ำกันก่อนเถอะนะครับ”  เสียงหวานสั่นพร่ายามเอื้อยเอ่ยคำเชื้อเชิญที่ชวนให้ของเหลวสีสดในกายวิ่งมารวมตัวกันที่ผิวหน้า

 จุนกียิ้มอย่างเหม่อลอย  หลงใหลไปกับความเย้ายวนตรงหน้า  กิริยาออดอ้อนของชางมินที่เต็มใจทำเพื่อเขา...เป็นสิ่งที่ยากจะต้านทาน

 กว่าจะรู้ตัว  เขาก็ถูกเด็กหนุ่มพามาหยุดยืนใต้ฝักบัว  รองรับสายน้ำที่รินรดผ่านร่างลงมาด้วยกัน

 ชางมินดันร่างชายที่ตัวเองมอบหัวใจให้ติดกับผนัง  ศีรษะสวยเอนซบแผงอกแกร่งขณะที่สะโพกงามแอ่นไหวไปข้างหลัง  จากนั้นนิ้วของจุนกีที่ถูกถอนออกตอนเยื้องเดินเมื่อครู่ก็ถูกจับดันเข้าไปใหม่ด้วยเจ้าของร่างกายฝ่ายรองรับนั้นเอง

 เมื่อนิ้วยาว ๆ นั่นสอดเข้าไปจนลึกสุดเท่าที่มันจะทำได้  ใบหน้าของคนอ่อนวัยกว่าก็เงยขึ้น  เปลือกตาหลับพริ้มเหมือนรอรางวัลที่ตนควรได้จากการกระทำเอาใจครั้งนี้

 จุนกีไม่รีรอที่จะก้มลงมอบจุมพิตลึกล้ำให้กับคนที่ร้องขอ  เรียวลิ้นกระหวัดพันกันไปมาเพื่อเก็บเกี่ยวรสซาบซ่านจับจิตทุกอณูความหอมหวาน  เด็กหนุ่มที่กำลังใช้ช่องทางด้านหลังกลืนกินเรียวนิ้วถึงกับเข่าอ่อนเมื่อโดนอีกฝ่ายแผดเผากำลังทั้งร่างด้วยจูบชวนวาบหวามเพียงหนเดียว

 หนุ่มนักเที่ยวรู้ดีว่าตนเองควรทำอย่างไร  เพราะเมื่อแข้งขาของเด็กที่ตัวเองกอดอยู่เริ่มหมดแรง  แขนแข็งแรงก็ยกตัวชางมินขึ้นมา  พร้อมกับที่เรียวขาสองข้างของเด็กหนุ่มรีบเกี่ยวไขว้เอวหนาเอาไว้เมื่อนิ้วที่สอดลึกมากขึ้นนั้นกระตุ้นให้เขาตื่นตัวจากภวังค์จุมพิตเมื่อครู่

 “อะ..อ๊า”  เสียงหวานครางออกมาเมื่อร่างที่ถูกโอบพยุงของตัวเองถูกวางลงบนหน้าตักของจุนกีที่เพิ่งทรุดนั่งบนเก้าอี้ตัวเล็กข้างอ่างอาบน้ำ

 “ขัดตัวให้หน่อยสิ”  ชายหนุ่มร้องขอด้วยท่าทางขี้อ้อนจนชางมินอดไม่ได้ที่จะขวยเขิน  เพียงแค่คิดภาพยามตัวเองเคลื่อนกายแล้วนิ้วในร่างจะไหวตามนั้นก็หน้าแดงแล้ว

 คนที่นั่งซ้อนบนตักเอี้ยวตัวเอื้อมไปหยิบผ้าสีขาวเปียกน้ำที่ตัวเองวางพาดเตรียมเอาไว้ตอนแรกขึ้นมา  และมันก็เป็นอย่างที่คิด  เมื่อจุนกีแกล้งขยับนิ้วยาว ๆ นั่นไปมา

 “อา..คุณ..จุนกี”  ชางมินใช้ดวงตาปรือปรอยของตัวเองมองค้อนคนเจ้าเล่ห์  แล้วมือก็เริ่มใช้ผ้าลูบไล้ไปตามร่างกายกำยำของเจ้าของหน้าขาที่เขานั่งทับอยู่

 ช่วยไม่ได้แรงกดที่ละเมียดละไมทำความสะอาดให้เขาจะทำให้จุนกีมีจังหวะหายใจผิดแปลกไป  ลมร้อนจากจมูกขาดห้วงไปบ้างเมื่อเด็กหนุ่มที่นั่งตักตัวเองหน้าแดงขึ้นเรื่อย ๆ ยามต้องทำความสะอาดในตำแหน่งที่ต่ำลงไป

 แต่ก่อนจุนกีมักเลือกคู่ควงที่เจนจัดเรื่องกามารมณ์  ทว่าเมื่อได้พบกับชางมิน...เด็กหนุ่มไร้เดียงสาที่ทำให้เขาหลงใหลความอ่อนประสบการณ์  และหมายมั่นปั้นมือจะสอนให้รู้จักความจัดจ้านของรสรัก  กว่าจะรู้ตัว...เขาก็ลุ่มหลงในความขัดเขินอย่างเป็นธรรมชาติของชางมินเข้าเสียแล้ว

 ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมื่อเห็นผิวแก้มอีกฝ่ายซับสีเรื่อ  รู้สึกถึงก้อนเนื้อในอกบาง ๆ ที่เต้นแรงไม่เป็นจังหวะ  ซ้ำยังห้วงลมหายใจที่สั้นและถี่ขึ้น  จุนกีก็อยากจะทำรักอีกหลายครั้งกระทั่งหนุ่มน้อยผิวสีน้ำผึ้งคนนี้ครวญครางไม่เป็นภาษาเพื่อร้องขอในสิ่งที่เขากำลังปรนเปรอ

 หลังจากทำความสะอาดดีแล้ว  จุนกีก็ยอมถอนนิ้วตัวเองออกจากเส้นทางแคบที่บีบรัดเขามานานแล้วก้าวลงไปนั่งในอ่างที่บรรจุน้ำอุ่นผสมกลิ่นหอมชั้นดีที่ชางมินเป็นคนบรรจงเลือกให้ด้วยตัวเอง

 ชางมินไม่ได้ลงไปนั่งในอ่างน้ำด้วยกันเหมือนที่จุนกีหวัง  แต่เด็กหนุ่มเลือกที่จะนั่งตรงขอบอ่างแล้วลงมือโกนหนวดเคราให้พ้นออกจากใบหน้าสำอาง  จุนกีให้รางวัลนั้นโดยการโน้มคอชางมินลงมามอบจุมพิตแสนหวานให้อีกครั้ง

 “ลงมาแข่น้ำด้วยกันสิ  อุ่นดีนะ”  คำเชื้อเชิญที่เหมือนแฝงด้วยเล่ห์กลนั้นถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากฉ่ำที่เพิ่งผ่านการจูบมาเมื่อครู่  ชางมินส่ายหน้าเล็กน้อยเป็นการปฏิเสธก่อนกดมือลงบนไหล่หนาแล้วขยับนวดราวต้องการให้ผู้มีพระคุณของตัวเองรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่สุด

 เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่เขาจะได้ปรนนิบัติคนที่เขารักอย่างใกล้ชิดแบบนี้  ชางมินจะทำทุกสิ่งที่ตัวเองต้องการ  ไม่ใช่เพื่อจุนกี...แต่เป็นเพื่อตัวเขาเอง

 เสียงครางเครือในลำคออย่างพออกพอใจทำให้ชางมินรับรู้ว่าตัวเองทำสิ่งที่ถูกแล้ว  จุนกีกำลังผ่อนคลายอย่างที่ตัวเขาต้องการ

 เพื่อไม่ให้ดูใจร้ายไปเสียหน่อย  ชางมินจึงจัดการก้าวลงอ่างอีกคน  จงใจนั่งซ้อนแก่นกายที่กำลังชูเด่นของอีกฝ่าย  แล้วบทรักที่จุนกีรอคอยก็เริ่มต้นขึ้น

 ไม่รู้ว่าสุดท้ายเป็นเพื่อความสุขของเขาหรือจุนกีกันแน่  ในเมื่อชางมินชอบที่จะเห็นใบหน้าคมของจุนกีดูผ่อนคลายและเป็นสุขแบบในยามนี้

 

 

‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡

 

 

 “แจจุง ช่วยฟังที่ฉันพูดหน่อยเถอะ”  นานแล้ว...ที่ยุนโฮพร่ำขอให้คนที่นั่งนิ่งไม่ไหวติงยอมรับฟังคำพูดของเขา

 “ขอโทษครับคุณยุนโฮ  ผมยังไม่อยากเห็นหน้าคุณตอนนี้  ถ้าคุณจะกรุณา...ช่วยออกไปจากห้องของผมด้วย”  ใบหน้าสวยของคนพูดเชิดขึ้นอย่างดื้อรั้น  ปลายจมูกแดงก่ำและเสียงสี่นพร่าบ่งบอกได้ดีว่าคิม แจจุงคนนี้กำลังเสียใจ  และเพิ่งผ่านพ้นการร้องไห้มาหยก ๆ

 “แจจุง  มันไม่ใช่อย่างที่นายเข้าใจนะ  ที่ฉันไม่ได้บอกนายว่าคุณพ่อของนายไม่สบายก็เพราะฉันคิดว่าจะรอให้นายหายดีก่อน”

 “คุณจะรอให้ผมหายดีไปถึงเมื่อไร!  มันเป็นแค่คำโกหกของคุณเท่านั้นแหละ  ในเมื่อตลอดเวลาที่ผ่านมาคุณไม่เคยให้ผมติดต่อกับที่บ้านเลย  ผมไม่คิดหรอกนะว่าคุณจะบอกผมเรื่องที่พ่อไม่สบาย”  มีกี่ครั้งกันนะที่แจจุงขึ้นเสียงใส่เขาแบบนี้

 “ฉันมีเหตุผลที่ต้องทำแบบนั้น...”  เพราะยุนโฮกลัว...กลัวว่าแจจุงจะหนีเขาไปง่าย ๆ

 การที่ชายหนุ่มไม่ให้แจจุงติดต่อกับคนในครอบครัวเป็นเพราะคนพวกนั้นอาจจะเอาตัวคนรักของเขากลับไปสักวันหนึ่ง  โดยที่ยุนโฮคนนี้ได้แต่มองแผ่นหลังบอบบางที่กำลังวิ่งออกไปไกลตา  เพราะตัวเขาคงไม่ใจแข็งพอที่จะทนเห็นน้ำตาของแจจุง

 หากเขารั้งแจจุงเอาไว้  ใบหน้าสวย ๆ นั่นคงต้องเปรอะเลอะด้วยหยาดน้ำตาเป็นแน่  และตัวเขา...ก็ไม่ต้องการเห็นน้ำตาที่ปริ่มจนล้นนั่น

 เขาเคยทำร้ายจิตใจแจจุงมาก่อน  และไม่อยากจะทำแบบนั้นอีก  ซึ่งหากเขายอมปล่อยแจจุงไป  สักวัน...ตัวเขาจะกลายเป็นความหลังที่ถูกลืม

 ยุนโฮยอมไม่ได้...ยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้  อาจฟังดูเห็นแก่ตัว  แต่เขาก็รักตัวเองเหมือนที่รักแจจุง

 เขารอมานานมากแล้ว...รอรักครั้งแรกให้หวนกลับมา  เขารอความทรงจำของแจจุง  รอ  รอ  และรอ...  เขาไม่อยากสูญเสียคนคนนี้ไปง่าย ๆ ดังในอดีต

 แจจุงไม่เข้าใจ  และอาจจะไม่เข้าใจแบบนี้ตลอดไป  ในสายตาของคนหน้าหวาน  ตัวเขาคงเป็นคนใจร้ายนัก  หักหาญน้ำใจกันครั้งแล้วครั้งเล่า  ดีกันไม่ทันไรก็หาเรื่องให้โมโหได้อีกแล้ว

 “เหตุผล!  เหตุผลบ้าบออะไรของคุณกันล่ะ  สนุกมากนักเหรอที่เห็นคนในครอบครัวเขาต้องแยกจากกันแบบนี้”  น้ำตาที่คิดว่าเหือดแห้งพลันเอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง  แจจุงพยายามสะกดกลั้นมันเอาไว้  อย่างไรก็จะไม่ให้ยุนโฮเห็นความอ่อนแอ

 ใช่สิ...เขามันก็แค่ตุ๊กตาของขวัญวันเกิดของน้องสาว

 เพราะเป็นตุ๊กตาใช่ไหม  ถึงไม่ควรมีความรู้สึก

 เขาไม่ควร...ไม่ควรรักยุนโฮ...ไม่ควรเลย

 

 

 

 


 เสียงประตูห้องถูกปิดลงพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของยุนโฮที่เดินไหล่ตกออกไป  พอเห็นอย่างนั้น...น้ำตาที่เพียรกลั้นไว้เมื่อครู่ก็รินไหลอาบทั่วใบหน้าเนียน

 ทั้งที่คิดว่าไม่ควรรักยุนโฮ  แต่แจจุงก็ปฏิเสไม่ได้ว่าตัวเองก็หลงรักคนคนนั้นมาตั้งแต่เด็ก

 ความทรงจำที่กลับคืนมาบอกเขาว่าเขากับยุนโฮผูกพันกันเพียงไร  แต่มันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อความรักนั้นทำให้ผู้มีพระคุณของเขาต้องเจ็บปวด

 พ่อของเขา...คนที่เลี้ยงดูเขามาอย่างดี  เขาไม่ได้ทำแม้หน้าที่ลูกที่ดียามท่านป่วยไข้  ซ้ำยังเป็นต้นเหตุให้บิดาเกือบเอาชีวิตไม่รอด

 เขาควรจะทำอย่างไรดี...

 เกล็ดหิมะสีขาวที่ร่วงหล่นทับถมบนพื้นดินก็เฉกเช่นความคิดของแจจุง  ที่ว่างเปล่าขาวโพลนอย่างไร้หนทาง

 

 

‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡

 

 

 หลังจากอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายกันเรียบร้อย  จุนกีและชางมินก็พากันออกมาจากห้องน้ำที่เข้าไปขลุกอยู่ด้วยกันร่วมชั่วโมง  ตักตวงความสุขจากกันและกันอย่างไม่รู้จักอิ่ม  ทว่าทั้งที่นานขนาดนั้น  สองคนกลับรู้สึกว่าเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเสียเหลือเกิน

 หนุ่มเจนประสบการณ์เลือกชุดที่จะใส่สำหรับตัวเองและหนุ่มน้อยอ่อนเดียงสาที่ส่งเสียงครางบนหน้าตักตัวเองไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบในห้องน้ำนั่น  เขาเลือกที่จะสวมให้ชางมินก่อนที่จะมาสนใจเสื้อผ้าของตัวเอง  เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนถูกสวมลงบนร่างของเด็กหนุ่มโดยที่มีมือของจุนกีเป็นคนติดกระดุมให้เสียทุกเม็ด  ท่อนล่างของชางมินถูกปกปิดด้วยกางเกงเนื้อดี  พร้อมกับสวมทับทั้งร่างอีกทีด้วยโค้ทหนา

 “พร้อมออกเดินทางหรือยังเด็กน้อย”  จุนกีถามด้วยน้ำเสียงกึ่งล้อเลียน  และนั่นก็ทำให้ใบหน้าที่แดงจัดเมื่อครู่บูดบึ้งขึ้นมาทันตา  จุนกีรู้ดีว่าชางมินไม่ชอบให้ใครเรียกตัวเองว่าเด็กน้อย  แต่มันก็น่ารักดีไม่ใช่หรือเวลาที่คนตรงหน้านี่ทำท่าทางไม่พอใจ

 “อา...เวลาจากกันมาถึงจริง ๆ แล้วสินะ”  จุนกีเปรยขึ้นมาโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวว่าเผลอมองอีกฝ่ายด้วยสายตาแบบที่เรียกว่า...อาลัยอาวรณ์  ก่อนที่สายตานั้นจะทอดมองออกไปยังท้องถนนภายนอก

 “หกเดือนนี่มันเร็วจังนะครับ  ผมรู้สึกเหมือนเพิ่งมาอยู่กับคุณไม่นานเอง”  ชางมินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้มันสั่น  เขาอยากแยกจากจุนกีด้วยความสุข  ไม่ใช่น้ำตาหรือความเศร้าใจ

 “นายมีความสุขไหม”  เสียงทุ้มกล่าวขึ้นทั้งที่ใบหน้าสะอ้าดสะอ้านนั้นยังมองออกไปนอกหน้าต่าง

 “ครับ?”  คำถามที่ไม่ชัดเจนนักถูกตอบกลับมาด้วยคำขานเจือความสงสัยของคนอ่อนวัยกว่า

 “ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน...นายมีความสุขไหม”  จุนกีไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน  เขาไม่เคยสนใจว่าใครจะเป็นอย่างไร  เขามีความสุขกับการมองชีวิตคนอื่นเดินไปในทางที่ตัวเองหวังไว้  เดิมทีเขาก็คิดกับชางมินแบบนั้น...

 ยื่นมือเข้าช่วยจากหนี้สินที่เป็นภาระครอบครัว  เป็นเหมือนผู้มอบชีวิตใหม่ให้กับชางมิน  ให้การศึกษาทั้งในมหาวิทยาลัยและบทเรียนรัก  กงการให้ชีวิตคนคนหนึ่งดำเนินไปในทางที่ตัวเองต้องการแล้วมองดูผลลัพธ์ที่ตามมาว่าจะเป็นอย่างที่ตัวเองคาดเดาหรือไม่

 หัวเราะเมื่อผลที่ออกมาเป็นไปตามที่คาดการ  ไหวไหล่ไม่สนใจเมื่อบทสรุปกับความคิดสวนทางกัน  แต่ก่อนเขาเป็นคนที่มีความสุขกับเรื่องแบบนั้น...

 แต่ในตอนนี้...เขากลับกำลังถามทุกข์สุขของคนที่บอกกับตัวเองมาตลอดว่าเป็นเพียงแค่ของเล่นอีกชิ้นหนึ่ง

 “ผม...มีความสุขมาก ๆ  คุณจุนกีดีกับผมมากจริง ๆ”  เด็กหนุ่มยิ้มกว้างเพื่อยืนยันกับคนตรงหน้านี้

 “พอดีคืนนี้ฉันไม่ว่าง  เดี๋ยวฉันจะให้คนขับรถไปส่งนายนะ”  อา...เขาไม่เคยรู้สึกว่าคอตัวเองแห้งผากขนาดนี้  มีคำพูดอีกมากมายที่เขาอยากจะบอกเจ้าเด็กนี่  แต่ถ้อยคำเหล่านั้นกลับไม่ยอมหลุดออกมาเพียงนิด  แถมประโยคที่คิดจะเก็บเอาไว้หลังสุดดันถูกปล่อยออกมาตั้งแต่เริ่มแรกเสียได้  เป็นเขาเองที่ทำให้การลาจากกันครั้งนี้เร็วกว่าที่ใจหวัง

 ชางมินพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเบนสายตาจ้องมองวงหน้าจุนกีด้วยสายตานิ่งที่ฉายแววจริงจังเด่นชัด

 “คุณจุนกีครับ”  น้ำเสียงแผ่วเบาพร้อมแววตาเทิดทูนดึงดูดความสนใจจากเพลย์บอยชื่อดังได้ดี

 “หืม?”

 “คุณ...รักผมบ้างหรือเปล่า”  คำถามที่หลุดออกจากปากของเด็กหนุ่มนำมาซึ่งความเงียบงันที่บังเกิดกับทั้งตัวคนถามและผู้ถูกถาม

 “......”  จุนกีเงียบเพราะไม่รู้ว่าตัวเองควรตอบว่าอะไร  สำหรับเขา...ชางมินก็เป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่งไม่ใช่หรือ  ถึงเขาออกจะเสียดายอยู่ไม่น้อยที่จำต้องทิ้งทั้งที่ยังไม่หมดสนุกก็เถอะ

 “กะ..ก็แค่ล้อเล่นน่ะครับ  อย่าคิดจริงจังที่ผมพูดเลย”  จุนกีจ้องมองเด็กหนุ่มที่พูดประโยคนี้ออกมาด้วยสายตาเรียบเฉย  หรือถ้าว่ากันตามจริงแล้วมันเป็นเพราะเขาไม่เคยคิดว่าคนตรงหน้าจะถามแบบนี้  ใบหน้าเผือดสีนั้นทำให้หัวคิ้วของเขาขมวดมุ่นเข้าหากันโดยอัตโนมัติ

 ชางมินมักจะเป็นแบบนี้เมื่อเขาไม่ตอบรับคำพูด  เด็กหนุ่มจะเลี่ยงเปลี่ยนเรื่องเสีย

 “รักษาสุขภาพด้วยนะครับ  ลาก่อน...”  จุนกีทำได้เพียงจ้องมองแผ่นหลังที่กำลังเดินจากเขาไปขึ้นรถที่ถูกเตรียมเอาไว้ก่อนหน้าขณะพวกเขากำลังร่ำลากัน

 เขาทิ้งมันไปแล้วสินะ...ของเล่นชิ้นสำคัญ

 

 

‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡

 

 

 จุนซูก้มหน้ามองนาฬิกาเรือนสวยที่พาดอยู่บนข้อมือเล็กของตัวเอง  อา..เขาออกจากบ้านมาหลายชั่วโมงแล้วหรือนี่  ไม่น่าเชื่อว่าเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน

 เสียงท้องที่ร้องประท้วงทำให้ชายหนุ่มรู้ตัวว่าตนเองยังไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่กลางวัน  ร่างที่หอบข้าวของพะรุงพะรังจึงเดินไปยังร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า

 จุนซูเลือกโต๊ะติดหน้าต่างใกล้ประตูทางเข้าเพราะในร้านไม่มีที่ว่างอื่นเหลืออีกแล้ว  และถ้าจะให้เขาเดินไปดูร้านอื่น  ชายหนุ่มก็ทนเสียงร้องกลางลำตัวไม่ไหว

 อาหารจานเดียวถูกสั่งพร้อมเครื่องดื่มอุ่น  จุนซูตรวจเช็คข้าวของที่ซื้อมาว่ายังอยู่ในสภาพดีหรือไม่  จากนั้นก็หยิบการ์ดที่ซื้อไว้ขึ้นมาก่อนจรดปลายปากกาลงไป

 เขาไม่รู้ว่ายูชอนจะอ่านหรือเปล่า  แต่จุนซูก็มักจะเขียนคำอวยพรสั้น ๆ แนบไปกับของขวัญคริสต์มาสทุกปี

 เหมือนคนโง่เลยสินะ  ที่เฝ้าทำเรื่องที่อีกฝ่ายไม่เคยมองเห็นค่ามาได้นานขนาดนี้...

 

 

 

 


 “ขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ”

 เสียงทุ้มทักขึ้นจากด้านหน้า  จุนซูได้ยินเสียงเก้าอี้ถูกเลื่อนออกจากใต้โต๊ะ  และเมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบกับคนที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาดี

 โจ คยูฮยอน...เลขาของคุณชินดง

 “เชิญครับ”  จุนซูเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้มฝืดเฝื่อน

 “ดูเหมือนคุณกำลังมีเรื่องไม่สบายใจ”  เมื่อคยูฮยอนพูดออกไป  รอยยิ้มที่เขามองว่ามันฝืนทำเต็มทีก็ถูกลบเลือนหายออกไปจากใบหน้าค่อนกลม  และเมื่อปราศจากรอยยิ้มนั่น  แววอมทุกข์ก็ฉายชัดบนหน้าของจุนซู

 “คุณเล่าให้ผมฟังได้นะ  เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ”  มืออบอุ่นถูกส่งออกไปกุมมือเล็กที่จับปากกาวางอยู่บนโต๊ะ  คยูฮยอนบีบมือจุนซูเบา ๆ เหมือนจะบอกว่าอีกฝ่ายยังมีเขาอยู่ทั้งคน

 “......”  จุนซูรู้สึกถึงสัมผัสเปียกชื้นที่ข้างแก้มตัวเอง  อา...นี่เขาเผลอร้องไห้อย่างนั้นหรือ

 “ร้องออกมาเถอะครับ  ต่อหน้าผม  คุณไม่ต้องพยายามอดกลั้นหรอก”  เสียงอบอุ่นพูดดักทางเอาไว้ขณะที่เจ้าของเรือนผมสีทองกำลังจะกลั้นสะอื้น

 จุนซูไม่รู้เลย...ไม่รู้เลยว่าเหตุใดเขาจึงเล่าความอัดอั้นตันใจทุกอย่างให้คยูฮยอนฟังเพียงแค่แรงบีบแผ่วเบาบนหลังมือ

 อาจเป็นเพราะเขา...กำลังอ่อนแออย่างที่สุดก็เป็นได้

 

 

 

 

 

 

 

To Be Continued

 

 

Talk With Zinister

อา...มันเป็นปรากฏการณ์ที่แปลกมากสำหรับซิน  ทำไมซินอัพตอนต่อไปได้เร็วแบบนี้ละ  อ๊าาาาา  รู้สึกดีใจบอกไม่ถูก >.<  ตอน 43 อัพยังไม่ทันครบอาทิตย์  ตอน 44 ก็มาเสิร์ฟแล้ว  แปลกมากเลยอ่ะ  ฮ่าฮ่า  เอาเป็นว่าอัพฉลองได้เมาส์ใหม่ก็แล้วกัน(หลังจากทนใช้ทัชแพ็ดมานาน)  ตอนต่อไปจะพยายามให้มันเร็วแบบนี้นะคะ  อืม...ตอนนี้คู่จุนกีกับชางมินก็ออกแล้วตามที่มีคนรีเควสไว้  ส่วนยูซูก็ออกน้า  แม้ว่าจะมีแค่จุนซูก็เถอะ  ส่วนยุนแจก็ออกแล้ว  แต่สั้นจังเนาะ  เอาเป็นว่าใครที่รอคู่อื่น...ก็ลุ้นตอนต่อไปดูนะคะ ^ ^

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อ๊า น้องมินนนนนนน
จุนกี้จะทิ้งน้องมินจริงๆหรอเนี่ย

หมีเริ่มโง่อีกแล้วสินะ ทำไมไม่บอกแจจ๋าไปหละ เง้อ (เข้าข้างแจจ๋าสุดชีวิต)

นับวันฟิคเรื่องนี้จะยิ่งเศร้าขึ้นทุกที T_T
สงสารเคะเรื่องนี้ทุกคนจริงๆ
ยกเว้นทงเฮคนนึง
#1  by  NuPLoYz (124.120.215.29) At 2008-04-27 00:02, 
ขอยูซูเยอะๆๆๆๆๆๆๆนะค่ะ

ชอบคู่นี้มากมายค่ะ
#2  by  ปุ๊ก (58.8.236.110) At 2008-04-27 00:28, 
อ๊าส์....เวียหนีออกจากบ้าน

อิปาร์คจะทำไงเนี่ย(จะสมน้ำหน้ามานดีม่ะนิ่??)

ขอยูซูหน่อยเน้..อิอิ

^_____^!!

ขอบคุณคร้าบบบบ
#3  by  kaewyoon (222.123.185.24) At 2008-04-27 00:52, 
ดีใจจังเรย..พี่ซิน..
เก่งจัง..เเอบตกใจเล็กน้อย
ว่า.โอ้ว.อัพเร็วได้ใจเจงๆ
มาต่อเร็วๆเเบบนี้อีกน้า..เปนกะลางใจให้
#4  by  ki (58.8.47.186) At 2008-04-27 09:28, 
ตอนนี้ต้องเเยกจากกัน(เกือบ)ทุกคู่เรย
น่าสงสารจุนซูจัง..ตามิคใจร้ายที่สุด
กลับมาทำตัวเหมือนเดิมอีกเเล้ว
น่าสงสารเเจจุง..เเต่ยุนโฮก้อน่าสงสารนะ
ก้อเเค่ไม่อยากให้เเยกจากกันอีก......
สงสารชางมิน..จุนกีไม่รักชางมินบ้างเรยเหรอ
เเต่ละคน..มันน่าน้อยใจจิงๆเรย.ฮือ.(อินจัด)
ริคกี้..เงียบจัง..พาร์ทนี้..เหอะๆ
-** มาต่อไวไวน้า..ค้างงงงงสุดๆเรยอ่ะ **-

..ชอบเเละรักเรื่องนี้มากมาย..
#5  by  YJ-YS-JC-SR-YK (ถูกป่ะเนี่ย55) (58.8.47.186) At 2008-04-27 09:57, 
โถๆๆๆๆๆๆๆ จุนซู ชางมิน แจจุงของเจ๊

เศร้ากันไปตามๆกัน .......เฮ้อ

คนอ่านก็พลอยเศร้าไปด้วยน้าที่เรื่องมันออกมาแบบนี้

ไม่รู้ว่าอีกสามคนจะรู้หรือเปล่า

ว่าหัวใจของใครอีกคนกำลังอ่อนแอ ..


เป็นกำลังใจให้นะคะ ^O^ สู้ๆopen-mounthed smile
#6  by  pawaE (58.8.233.172) At 2008-04-27 14:42, 
ชอบยูซูอ่ะค่ะ เยอะๆนะค่ะ
#7  by   (202.91.18.204) At 2008-04-27 17:50, 
*กระโดดกอดพี่ซิน*

ดีใจจังค่ะที่พี่มาต่อเร็วๆแบบนี้...

แต่พออ่านจบแล้วถึงกับพูดชื่อจุนกิเลยทีเดียว

อย่าทิ้งนู๋มินน่ะ...

แต่คราวนี้นิดเองจะตามไปแพ่นกระบาลคุณชายปาร์ค

ฐานปล่อยให้จุนซูต้องเป็นแบบนี้

ขอบคุณน่ะค่ะพี่ซินนนนนนนนนน

^_____________________________^*
#8  by  SMILE, even through your tears!!!!! At 2008-04-27 18:24, 
ชางมิน อ้า~~ น่าสงสาร
จุนซู อ้า~~ น่าเศร้า
แต่เหนืออื่นใด กำลังรอคอยความเจ็บปวดของ
หมีคังอยู่นะ อิ อิ
#9  by  jinni (222.123.1.23) At 2008-04-27 19:53, 
โอ้ว...ซินอัพได้ไวทันใจจริงๆ (จ๊วบ1ที)
น้องมินโดนทิ้งซะแล้ว...ใจหายเลยเนี่ย
จุนกี้ทำแบบนี้ได้ไง
ว่าแต่พี่รีเควสตอนหน้าเอาคู่หมีคังกะหมียุนเยอะกว่านี้น้า
ซินสู้ๆๆๆ
#10  by  bb_loveyunjae (124.120.21.222) At 2008-04-27 20:36, 
ดีใจจริงๆที่มาอัพเร็วแบบนี้ แต่ก็ยังคาใจอยู่ดีเพราะเรื่องมันยังไม่เปิดเผยออกมาสักที จุนกิรู้สึกจะตายด้านเหลือเกินนะ นายปาร์คก็แย่สุดๆๆ ส่วนคู่ ยุนแจก็จะกลับไปร้าวฉานเหมือนเดิมอีกแล้ว เฮ้อ คนอ่านลุ้นตามจริงๆๆ แล้วจะกลับมาอ่านตอนที่ 45 นะ

คนแต่งสู้ๆๆๆbig smile
#11  by   (125.26.218.117) At 2008-04-28 08:41, 
กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
เกิดอะไรขึ้น
ทำไมอัพเร็วอย่างนี้เพิ่งเข้ามาอ่านตอน43เมื่อวันก่อนนี้เอง
พระเจ้า พยายามเช็คว่าตัวเอง ตาฝาดรึเปล่าเเต่เป็นเรื่องจริง
กรี้ดกันบ้านเเตกเลยทีเดียว ชอบๆ อ่านเเล้วเจ็บปวดดีจังเลย ฮือ ทำไมเศร้าอย่างนี้
#12  by  1412 KID. (118.172.231.126) At 2008-04-28 09:02, 
แป่ววววววววววว

ทำไมคริสมาสต์ของทุกคนถึงมีแต่เรื่องเศร้าอย่างนี้ล่ะ


อยากได้คู่คังทึกค่า
#13  by  เอ็นดู (125.25.182.130) At 2008-04-28 13:18, 
อา
พระจ้าวววววววววววววว
อัพได้ไวมั่กๆ
พาทหน้าไวๆอย่างนี้นะ 555
#14  by  ดักดาน (118.174.191.47) At 2008-04-28 17:52, 
อยากอ่านยูซูต่ออ่ะ
คังทึก ก้อหายไปอ่ะ ทึกกี้หายปายยยยยย
#15  by  ดักดาน (118.174.191.47) At 2008-04-28 17:56, 
ตามมาจาก dek-d ค่ะ
กว่าจะอ่านหมดใช้เวลาตั้ง 2 วันแน่ะ
อ่านแล้วเศร้าจัง
แต่งได้ดีมากค่ะอ่านแล้วรู้สึกอินไปด้วยเลย
ชอบคู่ยูซูมากมาย
ตอนหน้าขอคู่นี้เยอะๆหน่อยเน้surprised smile
#16  by   (202.5.95.205) At 2008-04-28 22:08, 
เศร้าทุกคู่เลย
#17  by  pooky (117.47.132.241) At 2008-04-29 22:42, 
เศร้าจังเลยค่า ทำไมยุนไม่บอกมี้ไปนะ
สงสารมี้จังเลย
#18  by  meili (210.86.215.215) At 2008-05-01 17:03, 
เปลี่ยนสกีนให้เเล้ว
น่ารักดีค่ะ....
#19  by  ki (58.8.44.16) At 2008-05-01 21:08, 
มาดิทข้างบน
ผิดเร็วไปหน่อย..
เปลี่ยนสกินใหม่เเล้ว
น่าร๊ากกกจังเรยค่า sad smile
#20  by  ki (58.8.44.16) At 2008-05-01 21:25, 

<< Home