2008/Apr/21

  

Zinister : และแล้วซินก็อัพฟิค(*ดีอกดีใจ*) ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านและคอมเมนท์ค่ะ คนที่สั่งจองหนังสือไว้อย่าลืมไปเช็ครายชื่อนะคะ >> http://zinister.exteen.com/20080417/passionate-you  และ..ซินรักทุกคนเลยน้า  จ๊วบ!!

 

 

ตอนที่ 43

 

 

 

 

 

 หลังจากจองซูออกไปไม่นาน  ยองอุนก็ตื่นจากการหลับใหล  เขาวางมือตรงที่ข้างตัวซึ่งน่าจะเป็นร่างของหนุ่มรุ่นพี่ที่ตัวเองเพิ่งกกกอดเมื่อครู่  ทว่าความว่างเปล่าที่สัมผัสได้ทำให้เปลือกตาต้องยกขึ้น

 

 ความมืดคือสิ่งแรกที่ยองอุนรับรู้ได้  จากนั้นชายหนุ่มก็ลุกเดินตรงทางไปยังสวิตช์ไฟได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเสียเวลาคลำทาง

 

 มือกลองของเฟธหรี่ตาเมื่อแสงสว่างสาดกระจายไปทั่วห้องที่เคยมืดทึบ  กระพริบตาถี่ก่อนเริ่มสอดส่ายสายตามองหาจองซู  ทว่าการมองหาในความมืดและท่ามกลางแสงสว่างกลับได้ผลไม่ต่างกัน

 

 ยองอุนเข้าห้องน้ำชำระร่างกาย  เตรียมพร้อมจะไปซ้อมดนตรีก่อนวันแสดงจริงต่อหน้าคณะกรรมการของ SJ ENTERTAINMENT  แต่จนเมื่อแต่งตัวเสร็จ  ก็ยังคงไร้ร่องรอยของหนุ่มรุ่นพี่

 

 “ไปไหนของเขาเนี่ย”  ยองอุนก้มมองนาฬิกาข้อมือก่อนพึมพำกับตัวเอง  ชายหนุ่มตัดสินใจรอรุ่นพี่เพื่อจะไปพร้อมกัน  แต่จนแล้วจนรอด  จองซูก็ยังไม่มาเสียที

 

 ด้วยความเบื่อหน่ายที่ไม่มีอะไรทำ  ยองอุนจึงเผลอตัวเดินสำรวจข้าวของในห้องไปเรื่อย  เริ่มจากโต๊ะเขียนหนังสือตรงหัวเตียง  ไปจนถึงชั้นวางของกระจุกกระจิกข้างตู้เสื้อผ้าตรงหน้าประตู

 

 มือกลองหน้าดุไม่รู้ตัวเลยว่าเมื่อไล่สายตาไปเรื่อย ๆ  มุมปากของเขาก็ขยับฉีกยิ้มกว้างขึ้นและกว้างขึ้น  ยองอุนคงเดินไปทั่วหากสายตาไม่ปะเข้ากับกล่องกำมะหยี่ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีน้ำเงินที่แลดูคล้ายกล่องใส่สร้อยคอเข้าเสียก่อน

 

 ชายหนุ่มมองดูด้วยความสนใจก่อนหยิบกล่องนั้นมาแล้วเปิดออกโดยไม่รอช้า

 

 สร้อยเงินวาววับรูปแบบเก๋ทอดตัวนิ่งอยู่ในนั้น  เป็นสร้อยที่เขาจำได้ว่าจองซูได้มาจากซองมิน  ตอนนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจดูเท่าไรนัก  เมื่อได้มองเต็มตาจึงพบว่ามันสวยจริงอย่างที่จองซูพูดเอาไว้  ทว่าตัวจี้กลับดูขัดกันอย่างน่าประหลาด  เพราะมันคือปิ๊กกีตาร์สีน้ำเงินครามสลับริ้วสีขาวที่ถูกเจาะตรงมุมหนึ่งเพื่อร้อยกับตัวสร้อย  เป็นปิ๊กอันเดียวกับที่เขาบอกให้จองซูซื้อ  แต่หนุ่มรุ่นพี่กลับสละเงินให้กับปิ๊กอีกอันแทน

 

 แล้วทำไมมันถึงมาอยู่ด้วยกันแบบนี้...

 

 ของที่ซองมินให้  กับของที่เขาเลือก

 

 มันมีความหมายอะไรแอบแฝงหรือเปล่า?

 

 ยองอุนแกะปิ๊กสีสวยออกจากตัวสร้อยเงินงดงามอย่างเบามือ  เขาสอดมันลงในกระเป๋าด้านในเสื้อโค้ท  เมื่อมองนาฬิกาอีกครั้งก็รู้ว่าจองซูคงไม่กลับเข้าบ้านอีกแล้ว  ชายหนุ่มจึงตรงรี่ไปยังห้องพักของตัวเอง ซึ่งเป็นสถานที่นัดซ้อมดนตรีเช่นทุกครั้ง

 

 

 

 

 

‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡

 

 

 

 

 

 “กว่าจะมาได้นะแจจุง”  คุณชายคนโตแห่งตระกูลชองรีบเดินปรี่มายังร่างแบบบางของแจจุงทันทีที่คนรักก้าวเท้าเข้าเขตคฤหาสน์

 

 ทว่ามือที่ยื่นออกไปหมายจะแตะตัวกลับถูกเบี่ยงหลบ  แจจุงเสตาไปทางอื่นขณะปากสีสดเอื้อนเอ่ย

 

 “ผมรู้สึกไม่สบาย  ขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะครับ”  พูดเสร็จก็สาวเท้าเร็ว ๆ ขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง  แต่ยุนโฮก็ไวพอที่จะวิ่งตามขึ้นไปจนทันกันที่หน้าห้อง

 

 “แล้วที่จะไปเที่ยวกันวันนี้ล่ะ”  ยุนโฮถามเพราะรู้ดีว่าคนตรงหน้าเขากระตือรือร้นกับการไปพักผ่อนครั้งนี้มากแค่ไหน  ทว่าท่าทางอิดออดที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นก็ทำให้ใจของเขาร่วงหล่นลงไปอยู่ตาตุ่ม

 

 “ขอโทษนะครับ  ผมคงไปกับคุณไม่ได้แล้ว”  แล้วก็เป็นอย่างที่สังหรณ์  เพราะแจจุงกล่าวปฏิเสธแล้วปิดประตูห้องทันทีแบบไม่ทันให้ยุนโฮได้พูดอะไรต่ออีก

 

 เป็นเหตุให้ยุนโฮต้องหันใบหน้าเคร่งขรึมไปหาสาวใช้ที่กำลังจะเดินหลบกันอยู่แล้วเชียว

 

 “เล่าให้หมดว่าตอนไปซื้อของเกิดอะไรขึ้น”  ยุนโฮถามเสียงเข้มด้วยใบหน้าเรียบเฉย  แต่ใครเล่าจะรู้ว่าในใจนั้นทั้งร้อนรุ่มและร้อนรนกับท่าทีเฉยชาของคนรักหน้าสวยเพียงไร

  

 

 

 

 

‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡

 

 

 

 

 

 สายลมที่หอบเอาความหนาวเหน็บของฤดูหนาวพัดผ่านร่างกายจนผิวหนังด้านชา  เจ้าของผิวสีน้ำผึ้งที่นั่งตากลมตรงระเบียงห้องกว่าชั่วโมงเหม่อมองออกไปข้างหน้าด้วยสายตาเลื่อนลอย

 

 เจ็บไปหมดแล้ว...เจ็บจนชา  ลมหนาวโหดร้ายกับเขาเสมอ

 

 ความเย็นเยียบที่ราวกับจะแทรกตัวเสียดแซงไปทุกอณูของร่างกาย  ทำร้ายผิวเนื้อไม่พอ  ทว่ายังกรีดลึกในใจมีปมของชางมิน

 

 หิมะแรกกำลังจะมาเยือน  วันคริสต์มาสกำลังจะมาถึง  และวันที่เขาต้องแยกจากจุนกีก็ใกล้เข้ามาทุกที

 

 หนึ่งปีก่อนเขาเดินทางเข้าโซลเพื่อหางานทำ  ตั้งแต่งานใช้แรงไปจนถึงงานกลางคืน  จนเมื่อหกเดือนที่แล้วนี่เองที่เขาได้พบกับจุนกี...ชายหนุ่มผู้มีพระคุณและเป็นคนที่เขาไม่คู่ควรจะยืนเคียงข้าง

 

 ทว่าตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน  ชางมินก็หลวมตัวปล่อยใจเกินไปเสียแล้ว  นานวันความรักมันยิ่งฝังรากถลำลึกสู่ก้นบึ้งของหัวใจ  หากต้องแยกจากกันจริง ๆ  ต่อจากนั้นเขาจะเป็นอย่างไร

 

 ชางมินเคยคิดไว้ว่าหากเวลาหกเดือนของเขากับจุนกีหมดลง  ฝ่ายนั้นอาจจะขอร้องให้เขาอยู่ต่อ  ทว่ามันก็เป็นเพียงความปรารถนาลึก ๆ ซึ่งตัวเขาเองยังมองไม่เห็นความเป็นไปได้ที่มันจะเกิดขึ้นจริง

 

 เมื่อนึกถึงตรงนี้  ความเศร้าก็หล่อหลอมตัวเองแล้วกลั่นออกมาเป็นน้ำไร้สีที่รวมตัวเอ่อคลอตรงหน่วยตา

 

 อย่าอ่อนแอเชียวนะชางมิน  นายรักเขามากแล้วได้อะไร  ในเมื่ออีกฝ่าย...เห็นตัวเราเป็นแค่คู่นอนเท่านั้น

 

 เสียงสะอื้นถูกเก็บงำไว้ในลำคอ  มีเพียงอกและแผ่นหลังเท่านั้นที่สั่นสะท้าน  หากไม่หยุดมองตรงหน้า  คนอื่นคงคิดเพียงเด็กหนุ่มกำลังสั่นด้วยความหนาว

 

 ชางมินได้แต่ภาวนา...ขอให้ลมหนาวคราวนี้อย่าโหดร้ายกับเขานักเลย

 

 

 

 

 

‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡

 

 

 

 

 

 “ซองมิน  นั่นน้องจะไปไหน”  ชายร่างอวบอ้วนร้องทักน้องชายคนเล็กที่กำลังก้าวเท้าอย่างร่าเริงไปยังประตูคฤหาสน์  ชินดงรู้ดีว่าหมู่นี้เขาและซองมินแทบไม่ได้คุยกันเลย  สังเกตได้ว่าแม้เขาจะนั่งอยู่ตรงนี้  ทว่าเมื่อซองมินเดินผ่านมา  น้องชายสุดที่รักกลับไม่ทักเขาสักคำ

 

 “ไปดินเนอร์กับคยูฮยอน”  คนคลั่งฟักทองตอบเสียงอ่อนเสียงหวาน

 

 “น้องจะไปดูจองซูเล่นดนตรีที่ร้านอาหารนั่นอีกแล้วใช่ไหม”  คนเป็นพี่ถามพลางจิบน้ำชาเป็นระยะ  เขามีเรื่องบางอย่างที่อยากพูด  ทว่าเหมือนลำคอมันแหงผากเสียจนแทบเป็นผง

 

 “ทำไม?  พี่สนใจด้วยเหรอ  นึกยังไงถึงมาสนใจเอาป่านนี้  มันไม่ช้าไปหน่อยรึไง?”  เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดถึงพี่ชายคนรองทั้งที่ไม่เคยแม้แต่เอ่ยชื่อมานานหลายปี  ซองมินก็เริ่มไม่พอใจ  ขาที่กำลังจะก้าวหยุดชะงักราวมีมือตรึงเอาไว้ให้อยู่กับที่  ชายหนุ่มมีอาการอย่างนี้ทุกครั้งที่ได้ยินชื่อของพี่ชายที่เขารักมากที่สุดถูกเปล่งออกมาจากปากของพ่อหรือพี่ชาย

 

 ซองมินจำวันนั้นได้ดี  วันที่จองซูบอกว่าไปหาแม่และจะรีบกลับมา  ทว่าจากนั้นเขากับพี่ชายคนโปรดก็ไม่ได้เจอกันอีกเพราะเขาถูกส่งไปร่ำเรียนไกลถึงต่างประเทศและรับรู้ว่าพี่ชายไม่เคยกลับบ้านมาอีกเลย  เมื่อโตขึ้นจึงเริ่มเข้าใจว่าผู้ใหญ่ต้องการจับพวกเขาแยกออกจากกัน  โชคดีแค่ไหนที่เมื่อหกเดือนก่อนเขาบังเอิญได้เจอพี่ชายอีกครั้ง

 

 “ซองมิน  จองซูก็เป็นน้องของพี่  พี่แค่อยากเจอเขาบ้าง”  ชินดงรีบละล่ำละลักตอบราวคนเพิ่งหาข้ออ้างเจอ  ในน้ำเสียงตะกุกตะกักอาจแฝงความรู้สึกผิดจริง ๆ อยู่บ้าง  แต่ซองมินก็เลือกที่จะมองข้ามมัน

 

 “พี่อยากจะเจอทึกกี้ไปทำไม  ทีตอนทึกกี้ไป  ฉันไม่เห็นพี่ห้ามสักคำ”  เขายังจำได้ดี...คนคนนี้บอกให้พี่อีกคนรีบออกไปก่อนพ่อจะกลับมา  ในเมื่อผลักไสกันดีนัก  ตอนนี้จะมาสนใจให้ได้อะไรขึ้นมา

 

 “พี่...”  ชินดงไม่เคยสบายใจตลอดเวลาที่ผ่านมา  เขารู้ดีว่าตัวเองไม่อาจเป็นพี่สุดที่รักของน้องคนเล็กได้เหตุเพราะความเมินเฉยที่เขาหยิบยื่นให้แก่น้องชายคนรอง  ต่อให้เขาตามใจซองมินมากเท่าไร  อีกฝ่ายก็แค่เอาแต่ใจตัวเองเท่านั้น  ไม่เชื่อฟังหรือนึกเคารพเขาเลย

 

 “พี่บอกมาเลยดีกว่าว่าอยากเจอทึกกี้เพราะอะไร”  ซองมินเหลือบมองชินดงตาขวาง  ก่อนจะเบือนหลบเหมือนไม่อยากเห็นหน้า

 

 “นายไม่อยากให้พี่เจอจองซูก็ไม่เป็นไร  แต่พี่ฝากจดหมายของพ่อไปให้เขาที”  พี่ชายคนโตลุกขึ้นแล้วก้าวประชิดตัวน้องพร้อมกับที่ซองจดหมายสีขาวซึ่งมีคราบเหลืองบ้างไปตามกาลเวลาถูกยื่นออกมาให้อีกฝ่ายรับไว้

 

 “ซองมิน  พี่ไม่อยากให้นายเกลียดพ่อ  เพราะท่าน...ก็กำลังรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไปเหมือนกัน”  ชินดงพูดทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้น  น้องชายของเขาไม่สดงความรู้สึกอะไรออกมาทางสีหน้า  มีเพียงความเย็นชาและเพิกเฉยที่สัมผัสได้เหมือนทุกครั้ง  ก่อนที่ซองมินจะเดินออกไปขึ้นรถของคยูฮยอนที่จอดรออยู่ก่อนแล้ว

 

 “จะแวะไปไหนก่อนไหมครับ”  สารถีจำเป็นถามขึ้นมาเมื่อเห็นหน้าตาบูดบึ้งของน้องชายเจ้านาย

 

 “ฮัลโหล  ทึกกี้...ตอนนี้พี่อยู่ไหน”  แต่แทนที่คนถูกถามจะตอบ  ซองมินหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดเบอร์พี่ชายคนรองก่อนกรอกเสียงถามทันทีที่อีกฝ่ายรับสาย  คุยกันไม่นานซองมินก็วางสายก่อนหันไปบอกคนข้างตัว

 

 “ไปซินเดอเรลล่า”

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 ประตูหน้าร้านที่ปิดเงียบบ่งบอกกับคนทั่วไปว่าขณะนี้ร้านเสริมสวยได้ปิดทำการแล้ว  ทว่าซองมินและคยูฮยอนก็ไม่สนใจ  ทั้งสองคนเดินอ้อมไปทางหลังร้านก่อนค่อย ๆ เปิดประตู  ที่รู้ว่ามันไม่ได้ล็อคก็เพราะพี่ชายบอกมาอย่างนั้น

 

 ต่อจากประตูด้านหลังร้านจะมีบันไดแคบ ๆ ให้เดินขึ้นไปยังชั้นสอง  ซึ่งเป็นส่วนของห้องพัก  และเมื่อเดินพ้นบันไดมาแล้ว  เสียงคนกระซิบกระซาบคุยกันก็เรียกร้องความสนใจแก่ผู้มาใหม่ได้ชะงัดนัก

 

 “แน่ใจเหรอจองซูว่านายอยากจะทำแบบนี้จริง ๆ”  เสียงของฮีชอลถามย้ำใครสักคนหนึ่ง  ซึ่งซองมินแน่ใจว่าต้องเป็นพี่ชายของเขาแน่ ๆ  แต่...มันเป็นเรื่องอะไรกันล่ะ

 

 ความสงสัยทำให้ซองมินและคยูฮยอนยังไม่เดินเข้าไปแทรกกลางบทสนทนานั้น  ทั้งสองคนซ่อนกายแอบฟังอยู่ริมประตูที่เปิดเอาไว้เพียงเล็กน้อย

 

 “มั่นใจสิฮีชอล  นายไม่ต้องพยายามเกลี้ยกล่อมให้ฉันเปลี่ยนใจหรอกนะ  ฉันคิดมาดีแล้วล่ะ”  จองซูตอบกลับหนักแน่น  ในดวงตาคู่สวยเศร้านั้นฉายแววเด็ดเดี่ยวเด่นชัด

 

 “พี่คิดเรื่องอะไรอยู่งั้นเหรอทึกกี้”  ซองมินตัดสินใจโพล่งออกไปในเมื่อดูท่าทางแล้วว่าเขาไม่มีทางเข้าใจเรื่องที่สองคนนี้พูดแน่ ๆ เว้นเสียแต่จะถามเอง

 

 “ซองมิน!”  คนในห้องดูเหมือนจะตกใจมากเมื่อมีแขกไม่ได้รับเชิญสองคนแอบฟังบทสนทนาของพวกเขา

 

 “ว่ายังไงล่ะทึกกี้  พี่คิดเรื่องอะไรอยู่”  น้องชายถามน้ำเสียงจริงจัง  เขาต้องการรู้ทุกเรื่องที่ทำให้พี่ชายของเขาต้องมีสีหน้าเศร้าหมองแบบนี้

 

 ฮีชอลเชื้อเชิญทั้งคยูฮยอนและซองมินให้นั่งลงด้วยกันผ่านทางสายตาคม  แล้วทั้งสองก็นั่งเงียบฟังสิ่งที่พี่ชายกำลังจะบอก

 

 “จองซูจะขอออกจากวง”  ฮีชอลกล่าวเสียงเรียบพลางเหลือบสายตามองคนที่คิดจะขอลาออก

 

 “ทำไม!?”  ซองมินถามเสียงดัง  เขาไม่อยากจะเชื่อว่าพี่ชายตัวเองจะขอถอนตัวออกจากวงกะทันหันแบบนี้  เท่าที่เขารู้มา...อีกไม่นานวงเฟธจะต้องเล่นดนตรีต่อหน้า SJ EMTERAINMENT แล้วไม่ใช่หรือไง

 

 “มีแมวมองมาดูการแสดงของพวกเราแต่วันนั้นจองซูเกิดเป็นลมไปเสียก่อน  เรามัวแต่วิ่งวุ่นเรื่องพาคนป่วยส่งโรงพยาบาล  ทางแมวมองเลยไม่พอใจที่เราไม่สนใจเขา  พอเราติดต่อกลับไป  ทางนั้นบอกว่าเขาจะรับเราเข้าสังกัดแน่ ๆ  แต่ต้องเปลี่ยนมือกลองใหม่เป็นคนที่เขาหามา”  ฮีชอลเท้าความเดิมให้สองคนฟัง

 

 “แล้วเกี่ยวกับคุณจองซูตรงไหนล่ะครับ  มือกลองที่ว่าคือคุณยองอุนไม่ใช่เหรอ”  คยูฮยอนแทรกขึ้นมาด้วยความไม่เข้าใจ

 

 “ก็เพราะเป็นพี่ยองอุนไง  ทึกกี้ถึงจะออกจากวง”  ทว่าคนที่ตอบตัดหน้าคนอื่นกลับเป็นคนที่นั่งข้างตัวเขาเสียเอง  คยูฮยอนหันมองซองมินที่ตอนนี้ไม่มีร่องรอยของคนขี้เล่นอีกแล้ว  และเขาเองก็เพิ่งสังเกตว่าบรรยากาศในวงสนทนานี้อึมครึมและเคร่งเครียดอย่างที่สุด

 

 “ใช่แล้วล่ะ  จองซูจะออกจากวงแล้วให้ยองอุนมาเล่นกีตาร์ไฟฟ้าแทน”  ฮีชอลสรุป

 

 “ทำไมล่ะครับ  ทำไมต้องทำแบบนั้น”  คยูฮยอนหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความไม่เข้าใจ  จำเป็นด้วยเหรอที่เราจะต้องทำอะไรเพื่อใครสักคนถึงขนาดยอมทิ้งความฝันของตัวเอง

 

 “เพราะรักไงล่ะ”  ฮีชอลตอบพร้อมชำเลืองมองท่าทางของเพื่อนรัก  จองซูเบือนหน้าหลบสายตาที่ราวกับจะจ้องเขาให้ทะลุปรุโปร่งคู่นั้น

 

 “แล้วต่อจากนี้พี่จะทำยังไง  พี่ยองอุนเขาไม่ปล่อยพี่หรอกนะ”  น้องชายพูดขึ้นบ้างเมื่อเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด  ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เองสินะ  พี่ยอมเสียสละความฝันตัวเองเพื่อคนที่พี่รัก  ความฝัน...ที่สำคัญเสียจนพี่ยอมขัดเคืองใจกับพ่อ

 

 “ผิดแล้วซองมิน  คังอินไม่สนใจพี่หรอก”  เมื่อได้ฟังคำของซองมิน  จองซูก็แค่นหัวเราะกับตัวเอง  คนอย่างเขาสำคัญกับยองอุนแค่ไหนนักเชียว  คนคนนั้นไม่มีทางรั้งเขาไว้หรอก  เขาน่ะ...เป็นแค่ตัวแทนของแจจุงคนนั้นต่างหาก

 

 ตัวแทน...ที่ไม่มีวันได้เป็นตัวจริง

 

 “พี่ยังเหมือนเดิมไม่มีผิด  แต่ก่อนพี่เป็นคนยังไง  ตอนนี้พี่ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย”  ทึกกี้...รู้ไหมว่าพี่เป็นคนชอบเก็บความทุกข์ไว้กับตัว  พี่เลือกแสดงส่วนที่อบอุ่นและร่าเริงให้ทุกคนเห็น  ทั้งที่ใจจริงแล้ว...มันช่างเจ็บปวดและเศร้าสร้อย

 

 “พี่รู้...แต่พี่ก็เลือกที่จะไม่เปลี่ยน”  เลือกที่จะเก็บความผิดหวังเอาไว้กับตัวเองคนเดียว  เพราะพี่น่ะ...มีชีวิตอยู่เพื่อดูคนที่ตัวเองรักมีความสุขไงล่ะ

 

 เกิดความเงียบขึ้นชั่วอึดใจหนึ่ง  ฮีชอลถอนหายใจให้กับความหัวแข็งของเพื่อนรัก  ซองมินยิ้มขื่นก่อนจะวางซองจดหมายที่พกมาด้วยลงตรงหน้าพี่ชายคนรอง

 

 “พี่ใหญ่บอกว่าพ่อฝากมาให้พี่”  คำพูดสั้น ๆ ของน้องชายทำให้จองซูต้องรีบคว้าจดหมายเก่าเก็บนั้นขึ้นมาเปิดอ่าน  แม้ว่าพ่อจะไม่รักเขา  แต่จองซูก็สำนึกในพระคุณอยู่ทุกลมหายใจที่อย่างน้อยท่านก็เป็นผู้มอบลมหายใจ  ซ้ำยังส่งเสียให้ร่ำเรียนอยู่หลายปี

 

 “จดหมายนี่พ่อเป็นคนเขียนจริง ๆ เหรอซองมิน”  เนื้อความในจดหมายทำเอาจองซูไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง  จนต้องถามย้ำกับน้องชายอีกครั้ง

 

 “ทำไมเหรอ?”  ไม่ถามเปล่าแต่ยังดึงกระดาษออกจากมือพี่ชายมาอ่านเอง

 

 และเนื้อความในนั้นก็ทำเอาซองมินแทบไม่อยากจะเชื่ออีกคน  ในเมื่อพ่อที่ตั้งแง่รังเกียจจองซูอย่างกับอะไรดี  ต้องการให้พี่ชายคนรองไปอยู่ด้วยกันที่อเมริกาในช่วงบั้นปลายชีวิตของตัวเอง  เพื่อชดเชยในสิ่งที่พ่อเคยทำลงไป!

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 อยู่คุยด้วยกันสักพัก  ซองมินกับคยูฮยอนก็ขอตัวออกมา  จากนั้นทั้งคู่ก็ไปเดินเลือกซื้อของขวัญวันคริสต์มาสให้ครอบครัวด้วยกัน

 

 “คยูจัง  อย่าลืมนะว่าเรามีนัดกันที่ไหน”  ซองมินทวงถามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม  อีกไม่นานเขาต้องกลับอเมริกา  ถ้าได้ฉลองคริสต์มาสกับคนที่ตัวเองรัก  ถึงจะเพียงแค่ครั้งเดียว...มันก็มีความสุขแล้วไม่ใช่หรือ

 

 “ผมไม่ลืมแน่นอนครับ”  เลขาฯคนเก่งตอบกลับมา

 

 “ไปดูทางนั้นกันดีกว่า”  แล้วมืออุ่น  ๆของคยูฮยอนก็กุมมือของซองมินเอาไว้  รั้งให้อีกฝ่ายเดินตามตัวเองไป

 ซองมินก้มมองมือข้างนั้นอย่างเป็นสุข...แค่นี้ก็เป็นเอามากแล้วใจ  ทำไมถึงเต้นแรงแบบนี้

 

 

 

 

 

‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡

 

 

 

 

 

 “มัวทำอะไรอยู่นะ”  ยองอุนร้องถามกับดินฟ้าอากาศเมื่อจนถึงเวลาซ้อมแล้วจองซูก็ยังไม่ปรากฏแม้เงา

 

 “ยองอุน  วันนี้นายเล่นกีตาร์ไฟฟ้านะ”  ฮีชอลเดินเข้ามาบอกก่อนส่งกีตาร์ไฟฟ้าให้น้องชาย

 

 “แล้วพี่จองซูล่ะ  แล้วถ้าผมเล่นกีตาร์  ใครจะตีกลอง”  ยองอุนถามพี่ชาย  คิ้วเรียวขมวดด้วยความสงสัย  มองก็รู้ว่ากีตาร์ตัวนี้เป็นของคนตาสวย  แต่...เจ้าของหายไปไหนกันล่ะ

 

 “เอ้า ๆ  เริ่มซ้อมกันได้แล้ว”  ทว่าคำถามที่พูดออกไปกลับถูกละเลยอย่างจงใจ

 

 เมื่อทุกคนตั้งท่าเตรียมพร้อมจะซ้อมเต็มที่  ยองอุนก็ขัดไม่ได้  จำต้องเล่นในตำแหน่งมือกีตาร์ไฟฟ้าที่ต้องฝึกอยู่นานกว่าจะปัดฝุ่นฝีมือตัวเองได้

 

 และเวลาหลายชั่วโมงที่ทุกคนซ้อมติดต่อกัน  ก็ไม่มีแม้สี้ยววินาทีที่ปรากฏร่างของจองซู...

 

 เพราะคนคนนั้น...ไม่ใช่สมาชิกของวงอีกต่อไป

 

 

 

 

 

‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡

 

 

 

 

 

 “นี่อย่าบอกนะว่าแกเอาจุนซูเป็นที่ระบายแทนพวกผู้หญิงน่ะ”


 “มันแตกต่างกันนิดหน่อย แต่ก็คล้ายๆกันนั่นแหละ”

 

 “ปวดใจชะมัดเลย”  คำพูดของยูชอน  นึกถึงกี่ครั้งก็ยังเจ็บปวดเหมือนเดิมแฮะ  แปลกนะจุนซู  ตัวนายเองก็โดนทำร้ายจิตใจมาหลายครั้งหลายหน  แต่ทำไมยังยอมทนอยู่ได้

 

 รักยูชอนมานานมาก  นานก่อนที่ฝ่ายนั้นจะเริ่มเที่ยวกลางคืน  แล้วเป็นไงล่ะ...กี่ครั้งแล้วที่นายต้องมองยูชอนกับผู้หญิงมากหน้าหลายตาหายเข้าไปในห้องนอน  กี่คืนที่ต้องทนฟังเสียงครวญครางอย่างสุขสมจากห้องที่อยู่ติดกัน

 

 ความรักไม่เห็นจะช่วยอะไรเลย  ต่อให้รักหรือทำดีมากเท่าไร  ยูชอนก็ไม่ยอมเปลี่ยน

 

 ทำไมกันนะ  ทั้งที่แต่ก่อนยูชอนเคยเป็นมิคกี้ที่แสนอ่อนโยนและขี้อ้อนของเขาแท้ ๆ

 

 จุนซูนั่งเท้าคางอย่างเหม่อลอย  ตรงหน้าคือแล็ปท็อปของตัวเองที่กำลังเปิดหน้าต่างไดอารี่ออนไลน์ค้างเอาไว้

 แม้จะมีเวลาพักผ่อนไม่มากนัก  แต่จุนซูก็เลือกที่จะเขียนไดอารี่ออนไลน์ระบายความในใจของตัวเอง  และครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย  ในเมื่อไดอารี่นี้มีแต่เรื่องของยูชอน  เขาที่เลือกจะเป็นอิสระ...จะไม่เขียนถึงคนคนนั้นอีกต่อไป!

  

 

 

 

 

‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡‡

 

 

 

 

 

 ท่ามกลางเสียงโหวกเหวกหลังเลิกเรียน  คนอื่น ๆ พากันรีบส่งงานให้วุ่นวาย  ทว่าเด็กน้อยยูฮวานกลับนั่งถอนหายใจทิ้งอย่างเหนื่อยหน่าย

 

 “ริคกี้  เป็นอะไรรึเปล่า  ทำไมเอาแต่นั่งเหม่อ”  ทงเฮถามด้วยความเป็นห่วง  วันนี้เพื่อนของเขาไม่ร่าเริงเอาเสียเลย

 

 “ไม่ได้เป็นอะไรซะหน่อย”  ทั้งที่ตอบอย่างนั้น  ทว่าคิบอมกับทงเฮก็รู้สึกว่านี่ไม่ใช่ยูฮวานคนเดิม

 

 “แต่นายนั่งเหม่อแบบนี้มาหลายวันแล้วนะ”

 

 “ขอบใจที่เป็นห่วงนะทงเฮ  แต่ฉันไม่เป็นอะไรจริง ๆ”  ยูฮวานพยายามยิ้มให้เพื่อนดูว่าตัวเองไม่เป็นอะไร  แต่รอยยิ้มนั้นกลับยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่ลง  เพราะมันไร้ซึ่งสิ่งที่เรียกว่าความมีชีวิตชีวา

 

 “ปาร์ค ยูฮวาน!  เราไม่ใช่เพื่อนกันแล้วใช่ไหม  นายถึงไม่ยอมบอกพวกเราว่านายเป็นอะไร”  คิบอมที่นั่งฟังอยู่ชั่วครู่ทนไม่ไหว  โพล่งออกมาเสียงดัง  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะเป็นห่วงเพื่อน

 

 “ฉันขอโทษที่ทำให้นายสองคนเป็นห่วง  แต่ฉันไม่ได้เป็นอะไรจริง ๆ”  ทว่าคำตอบก็ยังเป็นแบบเดิม

 

 “งั้นก็ช่างมันเถอะ  ว่าแต่..คริสต์มาสนี้คิดไว้รึยังว่าจะฉลองกับใคร”  สีหน้าเศร้า ๆ หงอย ๆ ของเพื่อนรักทำให้คิบอมเปลี่ยนเรื่องคุยทันที  เพราะดูท่าทางแล้วฝ่ายนั้นคงไม่ยอมบอกแน่นอนว่ากำลังคิดหนักเรื่องอะไรอยู่

 

 “คงไม่ได้ฉลองหรอกมั้ง”  ยูฮวานตอบออกมา  ก็วันคริสต์มาสที่บ้านของเขามันไม่ต่างจากวันอื่น ๆ เท่าไรนักหรอก  เพียงแต่ว่าจะมีของขวัญและพี่ชายทั้งสองคนจะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันก็เท่านั้น

 

 “งั้นไปกับพวกเราก็ได้นะ”  ทงเฮกล่าวชวนอย่างมีน้ำใจ

 

 “อย่าเลย  ไปเป็นก้างขวางคอพวกนายเปล่า ๆ”  ถึงจะเศร้าเท่าไร  แต่ยูฮวานก็อดแซวเพื่อนไม่ได้

 

 “กะ..ก้างอะไรกันเล่า!”  ทงเฮพูดตะกุกตะกัก  ทั้งใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขิน

 

 “ฮ่าฮ่า  คริสต์มาสทั้งที  พวกนายไปสวีทกันให้พอใจเถอะ  จะได้เลิกมาสวีทในห้องให้ฉันอิจฉาซะที”

 

 “พูดอะไรของนาย  ตัวเองก็มีคุณซีวอนเหมือนกันนั่นแหละ  ถ้าอิจฉามากนักก็ไปหวานกับคุณซีวอนซะสิ”  ทงเฮสวนกลับมา  และนั่นทำให้ใบหน้าที่เหมือนเริ่มจะร่าเริงขึ้นมาสักหน่อย  พลันแปรเปลี่ยนเป็นเศร้าหมองดังเดิม

 

 คริสต์มาสกับซีวอน...จะมีโอกาสแบบนั้นด้วยเหรอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


To Be Continued

edit @ 21 Apr 2008 09:58:11 by Zinister

edit @ 21 Apr 2008 22:17:10 by Zinister

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
มาต่อไวๆนะคร้า cry
#1  by  MøØñ£ïght At 2008-04-21 11:06, 
ทึกกี้ หายไปไหนอ่ะ
สมน้ำหน้า หมีคัง เจอกับความเจ็บปวดซะบ้าง
#2  by  jinni (61.91.234.117) At 2008-04-21 11:57, 
ว๊าว ว๊าวววว
อัพแล้ววววววววว
#3  by   (118.174.147.206) At 2008-04-21 16:19, 
มาอัพต่อเร็วๆนะค่ะ
confused smile
#4  by   (124.121.90.80) At 2008-04-21 16:34, 
ขอบอกว่า ..............


อ่านรวดเดียวจนจบเลยค่ะ อ๊ากกกกกกก


ทนไม่ไหวและ ปกติชอบอ่านไรที่มีตอนสุดท้ายแล้ว

แต่แบบ เจอทั้งเด็กดี แล้วก็บอร์ดทีวีเอ็กซ์คิวฟิคแล้วแบบบบบ

ไม่ไหวแล้วววววววววว

ต้องอ่านๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


แล้วก็ไม่ผิดหวังเลยจริงๆๆๆๆๆๆๆที่อ่านค่ะ


แบบทั้งปมของเรื่อง ทั้งภาษา แนวคิด

การบรรยาย..........


สุดยอดโคดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


อันที่จริงเราก็รู้แหละว่าถ้าจะให้ดี

ควรคอมเมนต์ทุกตอน เพราะแต่ละตอนก็มีความแตกต่างกัน

กว่าจะได้ออกมาแต่ละบรรทัด มันยาก...

อ่ะค่ะ ก็ต้องขอโทษไว้นะที่นี้

แล้วก็ต้องขอเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

ตอนนี้ทุกคู่กำลังวิกฤตกับคำสองคำ

ความเข้าใจผิด.... และการไม่ยอมรับความจริง


เป็นกำลังใจให้นะคะ


เรื่องฟิคเรื่องนี้ รักยูซู คังทึก ยุนแจ จุนมิน คยูมิน

ที่สุดเลยยยยยยยยยยยยยยยยconfused smile
#5  by  pawaE (58.8.232.217) At 2008-04-21 16:56, 
ตอนนี้เศร้าแฮะ แล้วมาต่ออีกน้า
#6  by  lin_lin_wu (125.25.201.184) At 2008-04-21 18:02, 
เส้าทุกคู่เลยแฮะตอนนี้
ละคยูมินจะเส้ากะเค้าด้วยมั้ยเนี่ยยยย


TBC*
#7  by  TOEY* (58.9.105.242) At 2008-04-22 10:06, 
สนุกม ากๆเลยค่ะ

เปงกำลังใจให้นะค่ะ อัพต่อไป จาติดตามทุกตอนค่ะ

ไม่รู้ทำไมชอบให้มิคเย็นชา แบบว่าแอบห่วงเซีย

ห่างๆมากกว่าอ่าค่ะ

อิอิ



#8  by  ปุ๊ก (58.8.128.192) At 2008-04-22 17:51, 
น่าติดตามมากเลย เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้นเหมือนกับทุกกอย่ากำลังจะเปิดเผย หรือ ลงเอย ดีนะ ทุกคู่เลยแต่เรากำลังลุ้นคู่ของ จุนมิน กับ ยูซู นะเพราะยังไม่เปิดใจว่ารักกันเหมือนคู่ ยุนแจ แต่เรารักยุนแจที่สุดเลย Fighting นะคนแต่ง คนอ่านรอลุ้นอยู่อย่างสุดใจเลยนะเนี่ย

ปล.ความจริงเราอยากสั่งจองเหมือนกันนะแต่ถ้ามันยังไม่จบเราจะคาใจสุดๆๆๆbig smile
#9  by  chart (125.25.245.191) At 2008-04-23 11:33, 
ดีใจจังมาอัพเเล้ว^^
+++++++++++++
อ๊ากกกกกกกก
น่าสงสารจังเลย
ทุกคู่เรยอ่า
เเต่ให้ตามิคได้
รู้ใจตัวเองซะบ้างก้อดี
สงสารจุนซูจังเยย
+++++++++++++++
มาต่อเร็วๆน้าค้า
ติดตาม(ทุกวัน)อยู่จ้า
#10  by  ki (58.8.52.91) At 2008-04-23 13:39, 
TT^TT ซึ้ง ง ง
อัพแล้ว ว ว *

อ๊าก กก กก*
สงสารเซียจัง ง ง. ...
มาต่อไวๆนะคะ
สุ้ๆ~!!
#11  by  ☂affe™planet At 2008-04-24 08:35, 
ดีจ้า ซิน
รู้สึกว่าพาร์ทนี้จะรวบรวมเอาแต่ความเศร้า
และเข้าใจผิดของเกือบจะทุกคู่เลยน่ะเนี่ย...
แต่พี่ก็ชอบจ้า มันทรมานความรู้สึกดี
สมน้ำหน้าหมีคังด้วย อย่างนี้ต้องเอาอีกเอาหนักๆเรย...
เหอ เหอ คนอ่านซาดิมส์จ้า ตอนหน้ามาอัพไวๆน้าอย่าทรมานคนอ่านนานนักเรย...พลืสสสสสสสส
#12  by  bb_loveyunjae (124.121.245.112) At 2008-04-24 19:57, 
ในที่สุดยองอุนก้อเริ่มรู้สึกแล้วใช่มะ ซิน
จุนซูก้อจะเลิกสนใจแต่ยูชอนแล้วเหมือนกันซินะ
มาอัพเร็ว ๆ เน้อ
#13  by  yunjae4u At 2008-04-25 22:59, 
เศร้าจังงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
งือออออออออออออออออออ
มาอัพเร็วๆนะค่ะ..........
ติดตามอยู่จ้าsad smile
#14  by   (58.8.46.37) At 2008-04-26 18:03, 
สงสาร เเจจ๋าอ่ะ มาไวไวน่ะค่ะ รออยู่เหมือนกัน
#15  by  masz (202.149.24.161) At 2008-04-26 23:08, 

<< Home