Jailbird [Special Part]
posted on 25 Dec 2007 13:30 by zinister in ShortFanFictionJailbird Special Part
สองเท้าก้าวพาร่าง เปล่าเปลี่ยว เดียวดาย
ไร้ซึ่งคนข้างกาย คืนนี้
หนาวเหน็บเจ็บเจียนตาย ไม่มี ......
สั่งตนจงเร่งมุ่ง ลบเลือน หลงลืม
ท่อนแขนถูกยกขึ้นบังไอแดดร้อนระอุของฤดูร้อน ชายหนุ่มรูปร่างผอมซูบเดินโงนเงนไม่ตรงทางก่อนที่สองขาจะทรุดลงอย่างอ่อนแรงตรงสนามหญ้าหน้าบ้านหลังหนึ่ง ทว่าสองมือกลับกำยอดหญ้าแน่นราวจะบอกว่านี่คือที่ที่เขาหมายใจจะมา
“ คุณครับ!! ” เสียงหวานของใครบางคนร้องลั่นเมื่อร่างสูงโปร่งนั้นล้มลง
สายตาพร่าเลือนพยายามเพ่งมองคนที่กำลังวิ่งตรงมาทางเขา ยุนโฮค่อย ๆ ปิดเปลือกตาลงอย่างอ่อนล้า แล้วหมดสติไป
---------- JAILBIRD ----------
“ อะ... อือ ” เสียงทุ้มพร่าผ่านลำคอแห้งผาก การเคลื่อนไหวของคนบนเตียงทำให้ร่างที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้าง ๆ รีบลุกขึ้นแล้วออกจากห้องอย่างรวดเร็ว
เมื่อยุนโฮลืมตาขึ้นมาจึงพบเพียงความว่างเปล่า... มีแค่ตัวเขากับห้องสีเบจ
ที่นี่ที่ไหน...
ความคิดแรกแล่นปราดเข้ามาในความคิด ยุนโฮขมวดคิ้วด้วยความสงสัย สองขาก้าวพาตัวเองลุกจากเตียงที่นอนอยู่เพื่อสำรวจสิ่งรอบตัว
สายตาเหลือบเห็นกรอบรูปหนึ่งถูกวางคว่ำอยู่ กำลังจะเอื้อมมือไปหยิบ แต่..
“ คุณยุนโฮ... ” เสียงเรียกจากหน้าประตูทำให้ชายหนุ่มเจ้าของชื่อสะดุ้ง ละมือจากกรอบรูปที่กำลังจะถูกยกตั้งขึ้น หันมองคนทักก่อนเอานิ้วชี้ตัวเองด้วยท่าทีงุนงง
“ คุณเรียกผม?... นั่นชื่อผมเหรอ? ”
...ประโยคที่ทำให้ชเว ชีวอนงงหนักเสียยิ่งกว่าตัวคนถาม...
---------- JAILBIRD ----------
“ อะไรนะ!! หมายความว่าไงที่บอกว่ายุนโฮจำอะไรไม่ได้ ” คิม ฮีชอล... แฟนคนสวยของชีวอนกอดอกถามชีวอนเสียงแหลม ข้างกันนั้นมีแจจุงที่ยืนหน้านิ่วคิ้วขมวด และชายหนุ่มอีกคนที่ชื่อฮันกยอง... แฟนอีกคนของชีวอน
เห็นติ๋ม ๆ แต่ร้ายใช่เล่น ชีวอนมีแฟนทีเดียวสองคนเลยนะจะบอกให้!
“ ก็อย่างที่บอก... ยุนโฮจำไม่ได้ว่าที่นี่คือที่ไหน จำไม่ได้กระทั่งชื่อตัวเอง ”
“ เป็นไปได้มั้ยที่เขาจะ...แกล้งทำ ” ฮันกยองที่นิ่งฟังอยู่นานออกความคิดเห็นบ้าง
“ ไม่หรอก ยุนโฮไม่ใช่พวกเจ้ามารยา ” แจจุงท้วงขึ้นมาเพราะรู้นิสัยอดีตคนรักตัวเองดี ฮีชอลมองหน้าเหมือนจะตำหนิอยู่ในทีเมื่อยังเห็นแววตาอาวรณ์คนรักเก่า
ทั้งที่ถูกทำให้เจ็บขนาดนั้นก็ยังจะแก้ต่างแทนกันอีกงั้นเหรอ?
“ ...... ” หากแต่เสียงพูดคุยก็เงียบลง เมื่อบุคคลผู้เป็นหัวข้อสนทนาเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นที่พวกเขาทั้งสี่นั่งคุยกันด้วยท่าทีงุนงง
“ ลงมาทำอะไรครับยุนโฮ? ” ชีวอนเป็นคนแรกที่ทัก
“ มาหาแจจุง... ” ตอบด้วยท่าทีเลื่อนลอย เจ้าของชื่อรีบก้มหน้าหลบตา
“ ไหนนายบอกเขาจำอะไรไม่ได้ไง! ” ฮีชอลปรายตาเหน็บมองคนรัก
“ คุณ... รู้จักแจจุงมั้ย? ” เมื่อเห็นว่าเป็นคนเดียวที่มีพิรุธ ยุนโฮจึงเพ่งไปที่แจจุงเพียงคนเดียว
“ พาผมไปหาเขาหน่อยสิ! นะ... ขอร้องล่ะ!! ” ยุนโฮปราดเข้าหาร่างบาง มือจับแขนเล็กแน่น แน่นเสียจนแจจุงต้องเบ้หน้าด้วยความเจ็บ
ฮีชอลจ้องหน้าชีวอนด้วยความตกใจเพราะสิ่งที่คนรักบอกเขาเป็นเรื่องจริง... ยุนโฮจำแจจุงไม่ได้!!
ไม่สิ... เค้าจำชื่อแจจุงได้ แต่กลับลืมใบหน้าไปแล้ว
“ ฟังนะยุนโฮ... คนที่คุณกอดแขนอยู่นั่นแหละคือแจจุง ” ฮันกยองดึงยุนโฮให้หันหน้ามาแล้วบอกความจริง
ดวงตาเรียวสีอัลมอนด์ไล่มองทีละคนช้า ๆ ก่อนจะเขม่นมองไม่พอใจ
“ ไม่!! คุณไม่ใช่แจจุง!! ” ยุนโฮผุดลุกขึ้นตวาดกร้าวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย สร้างความตกใจให้กับทุกคนในที่นั้น เพราะท่าทางของยุนโฮไม่ต่างอะไรกับ......คนบ้า
“ บอกไปสิว่านายคือแจจุง พูดสิแจจุง! ” ฮีชอลดันไหล่คนข้างตัวให้พ้นจากด้านหลังของตัวเอง แจจุงก้มหน้างุดไม่สบตา
“ ถ้านายไม่บอก... หมอนั่นก็จะอาละวาดอยู่แบบนี้แหละ ” คำขู่ที่อีกฝ่ายยกมาทำให้แจจุงรีบเงยหน้า ริมฝีปากสีเชอร์รี่สั่นระริก
“ ฉะ..ฉันเองยุนโฮ ฉันคือแจจุง... ” พูดเสียงเบาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แจจุงพูดไปก็ก้มหลบสายตาที่มองมาไปด้วย
“ ..... ” ยุนโฮจ้องมองด้วยสายตาผิดหวังก่อนหุนหันวิ่งออกจากบ้านไป
ก็ฉันนี่ไงล่ะยุนโฮ... ฉันอยู่ตรงหน้านายแล้วไง
จำฉันไม่ได้งั้นเหรอ? ฉันคงไม่สำคัญกับนายเลยสินะ...
ทั้งที่เป็นแจจุงคนนี้... ที่ไม่ยอมกลับไปคบกับนาย
แต่ก็เป็นแจจุงคนเดียวกันนี้เอง... ที่ไม่เคยลืมอดีตคนรักอย่างชอง ยุนโฮได้เลย!
ใช่! ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา... ลืมไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว
“ เดี๋ยวก่อนยุนโฮ!! ” ชีวอนวิ่งตามออกไป มือสองข้างป้องปากตะโกนเรียกคนที่กำลังวิ่งลงถนนไม่มองรถรา
เอี๊ยดดดด!!!!
เสียงล้อรถบดกับถนนดังลั่น หากแต่มันก็ยังคงช้าไป เพราะด้านหน้าตัวรถกระทบเข้ากับคนที่วิ่งทะเล่อทะล่าเข้าอย่างจัง จากนั้นการมองเห็นของยุนโฮก็ดับมืดลง
---------- JAILBIRD ----------
แพขนตากระพริบถี่ก่อนยกเผยนัยน์ตาสีสนิมที่ซ่อนอยู่ภายใน ยุนโฮหรี่ตาปรับแสงแล้วกลอกตาไปมามองดูรอบตัว ก่อนหยุดที่สีหน้าเรียบเฉยของคนที่นั่งอยู่ข้างเตียง
“ ผมถูกรถชน... ” เอ่ยทวนเหตุการณ์ช้า ๆ ยังมีท่าทีมึนงงอยู่ไม่น้อย
“ ใช่! น่าจะตาย ๆ ไปซะ อยากวิ่งไปให้รถชนเอง ” ถึงปากจะเหน็บแนม แต่สองมือกลับไม่เป็นเช่นนั้น แจจุงช่วยประคองยุนโฮให้ขึ้นนั่งพิงหัวเตียง
ยุนโฮหงอเสียจนตัวแทบลีบ เห็นสวย ๆ แบบนี้แต่ดุชะมัด...
“ นอนเฉย ๆ อยู่นี่ก่อนล่ะ เดี๋ยวไปเอาข้าวมาให้ ” สั่งเสียงห้วนทิ้งท้ายแล้วรีบเดินจากไป อาจเป็นเพราะกลัวว่าถ้าขืนตัวนั่งมองใบหน้าของอดีตคนรักที่ยังคงรักอยู่อย่างเต็มหัวใจ จะทำให้เขาใจอ่อนได้
ยุนโฮนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่นานจนเบื่อ แต่ก็ไม่ปรากฏร่างของคนที่เขารออยู่เสียที ชายหนุ่มจึงคิดจะสำรวจห้องต่อจากที่ค้างไว้ อย่างน้อยก็ยังมีกรอบรูปที่คว่ำอยู่นั่นล่ะที่เขายังไม่ได้ดู
แต่เมื่อขยับตัวเพียงนิด ความเจ็บปวดจากส่วนล่างของร่างกายก็แล่นปราดเข้ามา ยุนโฮเบ้หน้าก่อนก้มลงมองที่มาตรงขาขวาตัวเอง และพบว่ามันถูกพันแน่นหนาด้วยผ้าสีขาว ถ้าสังเกตก็จะเห็นว่าข้างเตียงมีไม้ค้ำ ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าใครเอามาให้ตอนไหน
เข้าใจแล้วว่าทำไมคนสวยเมื่อกี้ถึงบอกให้นอนอยู่เฉย ๆ ที่แท้ก็ห่วงกลัวว่าเขาจะเจ็บนี่เอง
ยุนโฮยิ้มกริ่มโดยที่เขาก็ตอบตัวเองไม่ว่ายิ้มเพราะอะไร...
“ ทานข้าวครับ ” เสียงคนที่หน้าประตูทำให้ยุนโฮหันมอง แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อพบว่าคนที่เข้ามาไม่ใช่คนเดิม
“ เอ่อ... คนเมื่อกี้เขา...... ” ยุนโฮเอ่ยถามหน้าเหรอหรา
“ โบแจน่ะหรอ? ไปทำงานแล้วล่ะ อ้อ! ผมชื่อฮันกยอง เป็นเพื่อนบ้านของโบแจน่ะ ” ตอบพร้อมแนะนำตัวเองเสร็จสรรพก่อนที่ยุนโฮจะถามจบเสียอีก
โบแจงั้นหรอ? ฟังดูคล้าย ๆ แจจุงจังแฮะ
“ ฮันกยอง... ฮันกยองรู้จักแจจุงมั้ย? ” คนนอนบนเตียงถามน้ำเสียงร้อนรนจนคนที่กำลังป้อนข้าวชะงักไป
“ ผมเพิ่งมาเกาหลีไม่นาน ยังไม่ค่อยรู้จักใครหรอกครับ ” ฮันกยองเลี่ยงตอบตรงคำถาม เพราะเกรงว่าถ้าพูดอะไรไม่เข้าหู เดี๋ยวคนป่วยจะอาละวาดอีก
ยุนโฮพยักหน้าหงึกหงัก ยอมเชื่อง่าย ๆ เหมือนเด็ก ๆ
“ ตอนนี้ฮันกยองทำงานอะไรอยู่เหรอ ” ชายหนุ่มชวนคุยพลางจ้องคนที่ป้อนข้าวให้เขาตาแป๋ว
“ เป็นนักเขียนน่ะ แล้วยุนโฮล่ะ... ” ตอบพร้อมยิ้มใจดีซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
“ เคยทำนะ... แต่ลาออกแล้วล่ะ ออกมาตามหาแจจุงน่ะ... ” ฟังคำตอบแล้วสะท้อนใจ แจจุงของคุณก็คือโบแจไงล่ะ...
ทั้งที่เป็นคนสำคัญ แต่ทำไมถึงจำไม่ได้ล่ะยุนโฮ ข้าวคำสุดท้ายถูกป้อนเข้าปากคนป่วยที่เคี้ยวตุ้ย ๆ ฮันกยองเก็บชามลงบนถาดเพื่อจะยกไปล้างต่อไป
แต่ก่อนที่จะได้ออกจากห้อง ก็มีเสียงโวยวายนำหน้าตัวคนพูดดังลั่นมา
“ ฮันนี่!! จะไปทำงานแล้วนะ ขอกำลังใจหน่อย! ” เป็นฮีชอลกับชีวอนนั่นเองที่วิ่งแข่งกันเข้ามา
ฮีชอลอาศัยความบางของร่างกายแทรกเข้ามาก่อนแล้วโผเข้ากอดฮันกยอง ปลายจมูกโด่งถูไถตรงซอกคอ ออดอ้อนเหมือนลูกแมว
คนที่ถือถาดอยู่วางแทบไม่ทัน ฮันกยองหันมากอดตอบแล้วหัวเราะด้วยความจั๊กจี้ก่อนกดจมูกตัวเองลงบนแก้มเนียนเป็นการเอาใจคนช่างอ้อน
ทันทีที่ฮีชอลผละตัวออกห่าง ชีวอนก็ดึงตัวฮันกยองเข้าหาแล้วประกบปากกันดูดดื่ม ชีวอนส่งลิ้นอุ่นของตัวเองเข้าเก็บเกี่ยวความหอมหวานภายใน
“ อือ... ” ฮันกยองครางประท้วงเมื่อมันชักเกินเลยไปแล้ว ซึ่งก็พอดีกับที่ชีวอนยอมละริมฝีปากออก
“ ไปทำงานได้ละ เดี๋ยวก็สายกันหรอก ” ฮันกยองดุไม่จริงจัง ทั้งที่พยายามเก็กหน้าขรึมแต่ก็ดูออกอยู่ว่าหนุ่มจีนคนนี้อายแค่ไหน
“ คร้าบ ๆ ฮันนี่อย่าอยู่ใกล้หมอนี่มากนักละ เดี๋ยวมันจับปล้ำขึ้นมาจะยุ่ง! ” ฮีชอลยังไม่วายว่าร้ายใส่ยุนโฮก่อนที่คนทั้งคู่จะเดินออกไป
ฮันกยองหันมองยุนโฮก่อนยิ้มแหยด้วยความเกรงใจให้กับคนที่ต้องมาดูหนังสดต่อหน้าต่อตาแบบนี้
---------- JAILBIRD ----------
เพล้ง!!
“ ออกไปห่าง ๆ ครัวเลย ไม่ช่วยก็อย่ามาทำให้มันวุ่นวายได้มั้ย! ”
นับตั้งแต่เริ่มเดินได้คล่อง ยุนโฮก็พยายามช่วยงานแจจุงที่เขารู้จักในชื่อโบแจมากเท่าที่ทำได้ แต่เขาก็มักทำผิดพลาดจนโดนอีกฝ่ายดุอยู่ร่ำไป
และนี่ก็เป็นอีกครั้ง...
ยุนโฮก้มมองแจจุงที่กำลังเก็บเศษจานกระเบื้องที่เขาทำแตก ชายหนุ่มย่อตัวลงหมายจะช่วยอีกแรง แต่ก็โดนเสียงใสนั่นดุกลับมาเสียก่อน
“ ไปนั่งเฉย ๆ เลย ยุ่งจริง ๆ! ” ถึงน้ำเสียงจะยังคงเคร่งขรึม แต่ยุนโฮก็รู้ดีว่าแท้จริงแล้วคนตรงหน้าเป็นห่วงเขาแต่ไม่แสดงออก
“ ก็อยากช่วยโบแจนี่นา ฉันอยู่บ้านนี้ไม่ได้ช่วยงานอะไรเลยซักอย่าง ” พูดน้ำเสียงออดอ้อน แต่คนอย่างแจจุงก็ยังไม่ใจอ่อนง่าย ๆ
“ ไม่จำเป็น! รีบเอาเวลาไปรักษาตัวเองดีกว่า จะได้ไปพ้นหูพ้นตาฉันซะที ” แจจุงพูดไม่ยี่หระ แต่ในใจนั้นกลับเจ็บปวดด้วยคำพูดของตัวเอง
ไม่ได้อยากให้ยุนโฮไป แต่ในเมื่ออีกฝ่ายจำเขาไม่ได้... มันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะให้ยุนโฮอยู่ที่นี่
---------- JAILBIRD ----------
“ ไง?... โดนดุมาอีกล่ะสิ ” ชีวอนทักยุนโฮที่เดินหงอยเข้ามาในห้องนั่งเล่น
“ โบแจบอกว่าถ้าอยากช่วยนักก็ไปพักซะ จะได้หายแล้วออกจากบ้านนี้ไปไว ๆ... ทำไมโบแจต้องทำท่าเหมือน
รังเกียจฉันด้วยล่ะทั้งที่จริงแล้วออกจะใจดี... ” ยุนโฮระบายความรู้สึกให้เพื่อนบ้านทั้งสามฟังด้วยท่าทีซึม ๆ
ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าที่จริงแล้วแจจุงใจดีแค่ไหน ในเมื่อทุกครั้งที่เขาทำเรื่องเดือดร้อนมาให้ ถึงปากจะดุ แต่สายตาที่ทอดมองมาก็ฉายแววเป็นห่วงชัดเจนก่อนที่เจ้าตัวจะรู้สึกแล้วรีบทำอย่างอื่นกลบเกลื่อน
อย่างเช่นครั้งนี้ที่เขาทำจานแตก จังหวะที่กำลังจะก้มเก็บเศบกระเบื้องพวกนั้นแล้วโดนแจจุงตวาด เขาเห็นว่าดวงตากลมโตคู่นั้นปรากฏแววเป็นห่วงกลัวเขาจะโดนบาดมากแค่ไหน แล้วอีกฝ่ายก็รีบกลบเกลื่อนพิรุธตัวเองด้วยการไล่เขาออกมา
“ หายไว ๆ แล้วไม่ดีหรอ ” ฮันกยองเอ่ยถาม
“ มันก็ดีนะ จะได้ไปตามหาแจจุงต่อไง อยากเจอไว ๆ จัง... ” เมื่อฟังคำพูดไม่รู้เรื่องราวนั้นของยุนโฮ เส้นอารมณ์ของฮีชอลก็ขาดผึงทันที
แจจุงคนที่นายคิดถึงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันก็คือโบแจที่อยู่ตรงหน้านายยังไงล่ะ! ถ้าแค่นี้ยังจำไม่ได้ก็อย่าหวังจะไปตามหาให้เจอเลย!!
“ นี่มันก็เกือบเดือนแล้วนะ พวกนายไม่ได้ข่าวของแจจุงบ้างเลยหรอ? ” ยุนโฮหันมาถามชีวอน เพราะช่วงที่เขาพักฟื้นใหม่ ๆ ชายหนุ่มรับปากว่าจะช่วยตามข่าวคราวของแจจุงให้
“ นี่!! ฉันจะบอกอะไรให้ นายจะได้เลิกโง่ซะที!! ” ฮีชอลตวาดเสียงแหลม
“ ฮีชอล! ” ฮันกยองรู้ดีว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร เขาพยายามห้ามแต่ก็ถูกคนพูดตวัดสายตาเขม่นมองไม่พอใจ แล้วคนหัวอ่อนอย่างฮันกยองจะขัดอะไรได้ในเมื่อชีวอนเองก็ดูเหมือนจะเห็นดีเห็นงามด้วยอีกคน...
แล้วเรื่องราวเมื่อครึ่งปีก่อนก็พรั่งพรูจากปากของฮีชอลซึ่งมีชีวอนคอยช่วยเสริมอีกแรง
---------- JAILBIRD ----------
ยุนโฮนั่งนิ่ง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
เขาจำได้แล้ว... จำได้หมดแล้ว!!
ลืมไปได้ยังไงกันนะ...
ความเจ็บปวดแสนจะทรมานนั้นมันกัดกินความทรงจำแสนหวานในอดีตจนหมด เขาจำไม่ได้แม้แต่ใบหน้าของคนที่เขาเฝ้าบอกกับตัวเองว่ารักนักหนา
ทั้งที่อยู่ตรงหน้าแต่เขากลับไม่รู้ตัว...
เพื่อนบ้านทั้งสามขอตัวกลับบ้านกันแล้ว ทั้งบ้านจึงเหลือเพียงสองคน
ยุนโฮเดินตรงไปยังห้องครัวซึ่งแจจุงกำลังยืนทำกับข้าวอย่างขะมักเขม่น
“ สักวันที่แจจุงบอกนายตอนนั้น... มันอาจจะถึงเวลาแล้วก็ได้ ”
คำพูดสุดท้ายก่อนลาจากของฮีชอลทำให้ยุนโฮคิดได้... ชายหนุ่มค่อย ๆ เดินเข้าใกล้แผ่นหลังบาง ไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว
“ อ๊ะ! ” เสียงหวานร้องด้วยความตกใจ ทั้งตัวสะดุ้งแรง เนื่องจากแรงโอบรัดรอบเอวตัวเอง
“ ทำอะไรน่ะ! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!! ” ตวาดออกไปเหมือนเคย แต่ครั้งนี้กลับไม่ทำให้ยุนโฮสะทกสะท้านแม้แต่น้อย
“ แจจุง... ” เสียงทุ้มที่ดังอยู่ข้างหูทำเอาแจจุงยืนตัวแข็ง
ถ้าฟังไม่ผิด... เมื่อกี้ยุนโฮเรียกเขาว่าแจจุง ไม่ใช่โบแจเหมือนทุกที
“ ครึ่งปีมันนานนะ อภัยให้ฉันได้รึยัง... ” ประโยคต่อมาที่ได้ยินทำให้แจจุงรู้ว่าตัวเองไม่ได้ฟังผิดไป ร่างบางหันไปเผชิญหน้ากับคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังและยังคงไม่ปล่อยมือจากเอวของเขา
“ จำได้ตั้งแต่เมื่อไหร่? ” น้ำเสียงยังคงห้วนอยู่
“ ถึงฉันจะลืมหน้า แต่เรื่องของนายก็อยู่ในความทรงจำของฉันเสมอ ” ไม่อย่างนั้นยุนโฮคงไม่อยากเจอคนชื่อแจจุงทั้งที่ตัวเองจำหน้าไม่ได้หรอก
แจจุงกวาดสายตาพิจารณาอดีตคนรักของตัวเองอย่างถ้วนถี่พลางนึกย้อนไปถึงตอนที่ยุนโฮเป็นลมอยู่หน้าบ้านของเขา
ในตอนนั้นยุนโฮดูไม่ต่างอะไรจากคนข้างถนน ใบหน้าซูบตอบ ขอบตาลึกสีเข้ม หนวดเครารุงรัง เสื้อผ้าซอมซ่อและผิวหนังกรำแดด
“ ดูละครมากไปรึเปล่า? นายพูดเรื่องอะไรอยู่... ฉันไม่เห็นจะเข้าใจเลย ” แจจุงเหมือนจะยอมรับในตอนแรก แต่แล้วก็กลับเปลี่ยนใจเพราะนึกย้อนไปถึงคราวที่เขาต้องเจ็บ
มันจะไม่ง่ายไปหน่อยหรือในเมื่อเขาต้องทนทุกข์กว่าสองปี ขณะที่ยุนโฮยังเศร้าไม่ถึงช่วงเวลาครึ่งหนึ่งของเขาเสียด้วยซ้ำ
ยุนโฮที่เห็นท่าทางอย่างนั้นก็อึ้งไป แต่ก็ยังตั้งสติทัน
“ ฉันขอโทษแจจุง กลับมาคบกันเถอะนะ ” ว่าพร้อมกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น... แน่นเสียจนอากาศแทบไม่สามารถแทรกผ่านร่างกายทั้งสอง
“ ปล่อย! ” พูดเสียงแข็งพลางดันตัวเองออกจากอ้อมกอดที่เคยอบอุ่น แจจุงเดินลิ่วหายเข้าไปในห้องนอน
มือบางหวังจะปิดประตูทันทีที่ตัวเองเข้ามา แต่แรงดันจากอีกด้านของประตูก็ต้านเอาไว้ ยุนโฮรีบแทรกตัวเข้ามาทันทีที่มีโอกาส
“ ออกไปนะ!! นายมันบ้าไปแล้ว พูดไม่รู้เรื่องรึไง!! ” สองมือระดมทุบตีบนไหล่หนาที่อยู่ใกล้มือ ไม่ทันไรยุนโฮก็รวบเอาทั้งตัวของแจจุงเข้าไปในวงแขนอีกแล้ว
“ จะทำอะไรน่ะ!! ” ร้องถามหน้าตาตื่นเมื่อยุนโฮดันตัวเขาเอนลงบนเตียงแล้วทาบทับตัวเองลงมา
ที่ต้องการกลับมาคบกับเขาก็เพียงเพื่อเรื่องบนเตียงงั้นเหรอ?
เมื่อคิดได้อย่างนั้น... น้ำใสก็เริ่มรินไหลจากหางตาคู่สวย ยุนโฮเองก็สังเกตถึงแรงสั่นของไหล่คนข้างใต้ได้เป็นอย่างดี
“ แจจุง... อย่าร้อง ” ปลอบประโลมพลางยกมือเช็ดน้ำตาจากใบหน้าสวย
“ แค่นี้ใช่มั้ย? แค่เรื่องอย่างว่าใช่มั้ย... ฮึก... ที่นายต้องการจากฉัน ” ย้อนถามเสียงสั่นเครือ แจจุงสะอึกสะอื้นน่าสงสาร
เมื่อเห็นอย่างนั้นยุนโฮก็นึกปวดแปลบในใจ เขาสร้างบาดแผลให้แจจุงขนาดนี้เชียวหรือ...
“ ไม่แจจุง... ไม่ใช่เรื่องนั้น นอนซะนะคนดี ถ้าไม่ไว้ใจกันขนาดนั้น... พรุ่งนี้ฉันก็จะไป ” ยุนโฮลูบเรือนผมดำขลับ สายตาที่จ้องสบกันฉายแววเจ็บปวด
ยุนโฮกอดแจจุงเอาไว้อย่างนั้น เนิ่นนานกระทั่งคนสวยหลับตาพริ้มและหลับไปพร้อมกับเสียงจังหวะหัวใจของยุนโฮแทนบทเพลงขับกล่อม
---------- JAILBIRD ----------
ยุนโฮลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้าและพบว่าคนที่หลับในอ้อมกอดของเขาเมื่อคืนนี้ไม่อยู่เสียแล้ว ชายหนุ่มยิ้มหม่นให้กับตัวเอง
ไม่อยากเห็นหน้าฉันขนาดนั้นเลยหรือ แจจุง...
แค่นี้คงเป็นคำตอบได้แล้วว่าแจจุงไม่ให้อภัยเขา
ยุนโฮเดินไปยังกรอบรูปที่ยังคงถูกวางคว่ำหน้าอยู่ ตั้งใจจะดูหลายครั้งแต่ก็ยังไม่ได้ทำเสียที ก่อนไปก็ขอดูสักครั้งเถอะ
เขาหยิบมันตั้งขึ้นและรูปถ่ายในนั้นทำให้ตัวเองต้องหยุดชะงัก
รูปคู่ของเขากับแจจุง
รูปถ่ายสองรูปถูกสอดเข้าไปในกรอบเดียวกัน รูปหนึ่งคือรูปยุนโฮโอบเอวแจจุงเอาไว้ด้วยมือเดียว ส่วนมืออีกข้างชูสองนิ้วให้กับตากล้อง นี่เป็นรูปที่พวกเขาถ่ายเมื่อคริสต์มาสสามปีก่อน...
ส่วนอีกใบเป็นรูปยุนโฮยืนนิ่งให้แจจุงซบหน้าลงกับอก คราวนี้เป็นร่างบางที่ชูสองนิ้ว รูปนี้ถ่ายเมื่อคริสต์มาสปีที่แล้ว
ยุนโฮยิ้มเศร้า น้ำตารื้นขึ้นมาเมื่อเห็นรูปหลัง ชายหนุ่มดึงมันออกมาจากกรอบ... ของจอมปลอมแบบนี้ไม่สมควรเก็บเป็นความทรงจำ
ใช่!... มันเป็นรูปตัดต่อ เป็นรูปที่แจจุงอยากจะมีแต่เขาก็ไม่เคยให้ได้ ในเมื่อคริสต์มาสปีที่แล้วเขายังหลงระเริงกับหญิงอื่น
อีกแล้ว... เขากำลังซึมซับความหมดหวังของแจจุงอีกครั้ง เมื่อก่อนแจจุงรู้สึกอย่างนี้เองสินะ...
ยุนโฮตัดสินใจดึงรูปถ่ายสามปีก่อนออกมา หยิบปากกาแถวนั้นแล้วจรดเขียนบางอย่างลงไปที่ด้านหลังรูป
บางอย่างที่เขาสมควรจะบอกเมื่อยังมีโอกาส เขาก็ปล่อยให้มันผ่านไป...
No matter how you feel, I still love you any way.
รักมาก...
หมีอ้วนของโบแจ
ยุนโฮสอดรูปกลับเข้าไปในกรอบตามเดิม ยิ้มพร้อมมองไปรอบห้องราวกับจะบอกลาสถานที่แห่งความทรงจำนี้ รวมทั้งจดจำเรื่องราวมากมายที่เขาเพิ่งตระหนักถึงคุณค่า
ลาก่อนนะแจจุง ขอให้พบกับคนที่ดีกว่าฉัน...
คนที่จะไม่ทำให้นายร้องไห้...
คนที่จะอยู่ข้างนายเมื่อมีปัญหา...
คนที่จะไม่เคยเห็นคุณค่าของนายเมื่อมันสายเกินไป
ยุนโฮถอนหายใจแล้วหันหลังเดินออกจากห้องนอน
“ จะไปไหนน่ะเจ้าหมีอ้วน! ” แจจุงที่เดินสวนเข้ามาเอ่ยถามเสียงเขียว ยุนโฮจ้องหน้าไม่เข้าใจ
“ ก็ไปจากที่นี่... ” เมื่อคืนเขาบอกกับแจจุงแล้วว่าจะไปจากบ้านหลังนี้
เพียะ!!
ฝ่ามือเรียวฟาดเต็มแรงกระทบกับใบหน้าหล่อเหลา ยุนโฮหันหน้าไปตามแรงนั้นแล้วอึ้งไป ก่อนจะหันกลับมามองคนตรงหน้าอีกครั้ง
ตบลงโทษงั้นเหรอ... ก็สมควรแล้วนี่
“ นายอยากทำอะไรก็เชิญเลยแจจุง ตบสิ ต่อยฉันเลย! ฉันขอโทษ... ” ยุนโฮดึงมือที่กำแน่นของอดีตคนรักให้ทุบมาที่อกตัวเอง แจจุงขืนตัวเอาไว้
“ ไอ้หมี!! นายมันใจร้าย ฮึก... ใจร้ายที่สุดเลย ฮือ... ทำไมฉันต้องมารักคนอย่างนายด้วย ไอ้บ้า!! ฮือ... ” ร่างบางรูดตัวลงนั่งกับพื้นห้อง สองมือค้ำร่างเอาไว้ไม่ให้หน้าฟุบลงไป น้ำตารินไหลราวเขื่อนทลาย
ทั้งที่เคยบอกตัวเองว่าจะไม่ใจอ่อน แต่สุดท้ายเขาก็ต้านความต้องการของหัวใจไม่เคยได้เลย
“ แจจุง... ” ยุนโฮทรุดตัวลงตาม ยกมือเชยคางคนที่ก้มหน้าอยู่ให้เงยขึ้น
“ อย่ามายุ่ง อยากไปก็ไปเลย!! ฮือ ” แจจุงปัดมืออบอุ่นนั้นทิ้งแล้วคร่ำครวญต่อ
“ นาย... ไม่อยากให้ฉันไปใช่มั้ย ตอบฉันสิ ถ้านายอยากให้ฉันอยู่ ฉันก็จะอยู่กับนายนะ ” ละล่ำละลักถามด้วยความยินดี ที่แจจุงเป็นอย่างนี้เพราะไม่อยากให้เขาไปใช่มั้ย?
“ ถ้าฉันบอกว่า ฮึก... ยังรักนายอยู่ ฮึก... นายยังจะไปมั้ย? นายรักฉันจริง ๆ รึเปล่า ” แจจุงไม่ตอบแต่เป็นฝ่ายถามเสียเอง
แจจุงเพียงแค่อยากรู้ว่ายุนโฮยังรักเขาอยู่ไหม
ยังรักคนเอาแต่ใจ ขี้แย แถมยังอ่อนแอคนนี้อยู่หรือเปล่า
ถ้ายุนโฮบอกว่าจะอยู่ที่นี่เพียงเพราะเขาต้องการ... มันก็ไม่ต่างอะไรจากเมื่อก่อนที่อยู่ด้วยกันแต่ไร้ซึ่งความรักและความอบอุ่น
เพียงแค่ได้ยินอย่างนั้น ยุนโฮก็โถมทั้งร่างเข้ากอดคนสวย กอดแน่น... ราวกับจะไม่ยอมปล่อยให้หลุดมืออีกแล้ว
“ ฉันจะอยู่ ฉันรักนายนะแจจุง รักมาก มาก ๆ... ” ยุนโฮดูเหมือนคนติดอ่างไปเลย เพราะหลังจากนั้นเขาก็เอาแต่พูดคำว่ารักไม่หยุด
ในที่สุดก็ลงเอยกันเสียที...
สักวันที่เขารอคอยอาจจะไม่สมกับความเจ็บปวดของแจจุง
แต่ตอนนี้ยุนโฮสัญญาว่าจะไม่ทำให้คนรักต้องเสียใจแบบนั้นอีกแล้ว เพราะ...เขาเพิ่งตระหนักว่าตัวเองก็จะเจ็บเจียนตายไม่แพ้กัน!
ยุนโฮรู้แล้ว... แจจุงไม่ใช่นกในกรงที่เขาสักแต่ว่าให้อาหารแล้วจบ
แต่แจจุงคือคนที่เขาควรดูแลเอาใจใส่
เพราะคนรัก... เปรียบไม่ได้กับนกในกรง ต้องบอกว่าแก้วตาดวงใจจึงจะถูก
เพราะฉะนั้น... อยู่กับยุนโฮตลอดไปนะ
อยู่เป็นคนที่ยุนโฮรักอย่างนี้ไปนาน ๆ นะ
...คิม แจจุง...
THE END
Zinister : ขออนุญาตเอาตอนพิเศษในรวมเรื่องสั้นมาลงนะคะ เป็นของขวัญวันคริสต์มาส มีความสุขมาก ๆ ทุกคนเลยนะคะ ^ ^
edit @ 25 Dec 2007 13:46:51 by Zinister
edit @ 10 Feb 2008 05:51:57 by Zinister

ลุ้นเกือบตายว่าแจจะยอมใจอ่อนหรือเปล่า
หมีจะผิดหวังไหม ในที่สุดก็สมหวัง ดีจังๆ
สมกับเป็นพาร์ทฉลอง X'Mas
Merry X'Mas เช่นกันค่ะ
#1 By drakyuchi (58.137.93.130) on 2007-12-25 14:47