Passionate You!! [Part 37]
posted on 26 Nov 2007 21:52 by zinister in PassionateYou
ตอนที่ 37
แจจุงตื่นขึ้นมาในตอนเช้า และพบว่ายุนโฮที่นอนด้วยกันเมื่อคืนนี้ไม่อยู่แล้ว ชายหนุ่มนึกแปลกใจเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายตื่นก่อนเขา เพราะตั้งแต่แจจุงเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ ยุนโฮไม่เคยตื่นก่อนเลยสักครั้ง
ต่อจนเมื่อดูเวลา เขาจึงเข้าใจ...
ก็มันจะเที่ยงอยู่แล้วนี่นา วันนี้ไม่ใช่วันหยุด ยุนโฮก็คงไปทำงานไม่ก็ไปเรียนแล้วล่ะ
แจจุงจัดการอาบน้ำแต่งตัวแล้วเตรียมลงมาข้างล่างเพื่อทำของว่างเผื่อตอนที่สองพี่น้องกลับมา
ทว่าขณะที่ชายหนุ่มกำลังตรวจดูความเรียบร้อยของตัวเองอยู่หน้ากระจกนั่นเอง...
ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูหน้าห้องเรียกให้แจจุงไปเปิด และเขาก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือคนที่คิดว่าไม่ชอบหน้าเขามากที่สุด
สเตฟานี่!
“ เอ่อ... มีอะไรเหรอ ” ชายหนุ่มเอ่ยถามน้ำเสียงไม่แน่ใจ เพราะอีกฝ่ายไม่เคยจะญาติดีกับเขาเลยสักครั้ง แล้วอยู่ ๆ ก็มาหากันถึงห้องแบบนี้
“ ถ้าไม่มีเรื่องจะคุย ฉันก็ไม่มาหรอกย่ะ ” ตอบสะบัดเสียง แล้วเรือนร่างผอมเพรียวก็เดินทอดน่องไปรอบห้องก่อนหยุดอยู่ที่ระเบียงกว้าง
“ จำนี่ได้มั้ย ” แล้วหญิงสาวก็หันมาหาพร้อมกับชูกล่องไม้ขนาดเล็กในมือ
“ นั่นมันของผมนี่ เธอเก็บมันได้หรอ ขอบคุณมากนะ ” แจจุงยิ้มดีใจพลางทำท่าจะเอื้อมหยิบมัน แต่สเตฟานี่ก็รีบชักมือกลับคืน
“ อยากได้ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน ” หญิงสาวว่าเมื่อเห็นสีหน้าไม่เข้าใจของแจจุง
แจจุงเงียบ ไม่พูดอะไรต่อจากนั้น เหมือนกับจะรอฟังว่าคนตรงหน้าจะพูดว่าอะไรต่อ
“ ออกไปจากที่นี่ซะ ” หญิงสาวพูดด้วยแววตาแข็งกร้าว
“ คุณก็รู้ว่าผมทำอย่างนั้นไม่ได้ ” แจจุงขมวดคิ้ว ที่แท้ก็เหตุผลนี้เอง
“ ยังมีอะไรสำคัญกว่าไอ้กล่องเน่า ๆ นี่อีกงั้นเหรอ? ” เรียวปากบางเหยียดยิ้มเยาะพลางเดาะเจ้ากล่องใบจิ๋วเล่นเพลินมือ แจจุงมองตามกล่องที่ถูกโยนขึ้นลงด้วยสายตากังวล
“ งั้นฉันก็อยากรู้จังว่าถ้าไอ้กล่องเนี่ยมันเกิดจมลงไปก้นสระ นายจะทำหน้ายังไง! ” กระชากเสียงพูดแล้วโยนกล่องไม้ของแจจุงลงไปในสระน้ำข้างล่าง
“ อย่านะ!! ” แจจุงว่าแล้วกระโดดพุ่งตัวลงตามกล่องนั้นโดยไม่สนว่ามันกำลังจะหล่นลงในสระน้ำลึกเบื้องล่าง
ตูม!
เสียงวัตถุขนาดใหญ่หรือถ้าจะให้ถูกก็คือร่างของแจจุงกระทบกับผืนน้ำ เกิดเสียงดังและวงน้ำแผ่กว้าง ทำให้สาวใช้ที่กำลังซักผ้าที่โรงซักรีดข้างสระรีบกรูกันไปดู
“ แย่แล้ว! คุณแจจุง! ” สาวใช้คนหนึ่งสังเกตเห็นใบหน้าของคนที่พยายามตะเกียกตะกายโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา แต่ตัวเธอก็ไม่กล้าเข้าไปช่วย เพราะรู้ดีว่าสระน้ำนั้นลึกแค่ไหน ดีไม่ดีคนช่วยจะกลายเป็นจมไปอีกคน
แต่เพียงแค่ชื่อที่ได้ยินก็ทำเอาทุกคนหวาดผวาไปตาม ๆ กัน เพราะถ้าเป็นเรื่องของคุณแจจุงแล้วล่ะก็... คุณยุนโฮไม่นิ่งเฉยแน่
สิ้นเสียงตะโกน เด็กรับใช้ผู้ชายร่างกายกำยำก็กระโดดลงไปช่วย และสามารถพาร่างปวกเปียกนั้นขึ้นมาได้อย่างทุลักทุเล
“ แย่แล้วล่ะ โทรตามหมอเร็วเข้า แล้วบอกคุณยุนโฮด้วย! ” ซึลกิใช้ผ้าขนหนูผืนหนาห่อตัวซีดเซียวของแจจุงเอาไว้ ปากตะโกนสั่งงานเด็กรับใช้คนอื่น
แล้วแจจุงในสภาพเปียกโชกก็ถูกนำมาไว้ที่ห้องนอน จีจุงเฝ้าเดินวนเคลียเท้าซึลกิไม่ห่าง ราวกับจะถามว่านายของมันเป็นอะไร
เสื้อผ้าของแจจุงถูกเปลี่ยนแทนที่ด้วยชุดแห้งตัวใหม่ที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างบอบบางนั้นมากกว่าเดิม ซึลกิเดินวนพลางเหลือบชะเง้อมองออกไปนอกหน้าต่าง และภาวนาให้หมอมาถึงโดยเร็ว
ท่ามกลางบรรยากาศมืดมิด ปรากฏแสงสว่างเป็นสายเรียวเล็ก ราวกับจะนำทางให้คนที่พลัดหลงเข้ามาในห้วงความคิดนี้เดินตามแสงนั้นมาโดยเร็ว
แจจุงที่เดินเงอะงะตั้งแต่แรกหรี่ตามองแสงสว่าง แต่สองเท้าก็ก้าวตามทางนั้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งพบว่าตัวเองหยุดอยู่หน้าประตูบานหนึ่ง
ชายหนุ่มผลักบานประตูที่แง้มอยู่ให้เปิดออก พลันแสงเสียดตาในตอนแรกก็สว่างจ้า แล้วแจจุงก็รับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่โอบล้อมร่างกายของเขาเอาไว้
แสงเจิดจ้ากลืนกินร่างกายของแจจุงจากปลายผมไปจนถึงปลายเท้า แล้วเมื่อลืมตาขึ้นมา แจจุงก็พบว่าตัวเองถูกพามายังที่หนึ่งซึ่งแสนจะคุ้นตา
คฤหาสน์ตระกูลคิม!
“ ขึ้นมาเร็ว ๆ ยุนโฮ ” เสียงของเด็กชายคนหนึ่งทำให้แจจุงหันขวับกลับไปยังด้านหลัง และในตอนนั้นเองที่เขารู้ว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนระเบียงห้อง
แจจุงขมวดคิ้วเมื่อพบว่าคนที่ร้องเร่งอีกฝ่ายอยู่นั้นคือตัวเองในอดีต แล้วอีกคนที่กำลังพยายามปีนต้นไม้ขึ้นมาก่อนกระโดดโหนตัวลงมาในระเบียงนั้นเล่า
เด็กที่ชื่อยุนโฮ...
“ วันนี้ไปเล่นที่ไหนมา เล่าให้แจจุงฟังมั่งสิ ” แจจุงยืนมองตัวเองในอดีตช่วยพยุงร่างเด็กชายตัวโตที่กำลังเซเหมือนจะล้มในจังหวะที่กระโดดลงมา
“ มีอะไรให้กินมั้ยอ่า ตอนนี้ยุนโฮหิวจัง ” เด็กชายผิวขาวที่ดูมอมแมมไปบ้างเอ่ยพลางลูบท้องตัวเอง ริมฝีปากบางยกยิ้มเจื่อน
“ มีพุดดิ้งล่ะ กินไปเล่าไปก็แล้วกัน ” แล้วเด็กชายแจจุงก็ยื่นมือขาวซีดของตัวเองจูงมือเด็กที่ชื่อยุนโฮนั้นเข้าไปในห้อง
แจจุงยืนคิดอยู่นานก่อนจะคิดได้ว่าตัวเองสมควรจะเข้าไปดูเหตุการณ์ต่อจากนี้ เขาเดินไปสังเกตการจากหน้าต่างนอกห้อง และพบว่าตัวเองไม่สามารถเข้าไปได้ ชายหนุ่มพยายามเคาะเรียกคนข้างใน แต่ไม่มีใครได้ยินเลยสักคน
คนหน้าสวยจึงได้แต่ยืนมองตัวเองในวัยเยาว์กำลังฟังเรื่องที่ยุนโฮเล่าอย่างเพลิดเพลิน ใบหน้าอ่อนวัยของเด็กน้อยยิ้มร่าเริง แก้มใสมีสีเลือดจาง ๆ ตัดกับสีผิวขาวจัด
เด็กชายทั้งสองคนนั่งคุยกันอยู่นาน ก่อนที่เด็กชายแจจุงจะเคลิ้มหลับไป แจจุงเห็นว่าเด็กชายยุนโฮคนนั้นยิ้มละไม มือของเด็กน้อยเกลี่ยไปตามผิวแก้มเนียน พร้อม ๆ กับที่เจ้าตัวก็ยกยิ้มอ่อนโยน
ในนาทีนั้นเองที่แจจุงรู้สึกเหมือนแก้มของตัวเองก็ได้รับความอบอุ่นจากสัมผัสนั้นด้วย และนั่นทำให้แจจุงมั่นใจว่าเด็กชายยุนโฮคนนี้คือคนเดียวกับชอง ยุนโฮในปัจจุบัน
เพราะเขาจำได้ว่าสัมผัสและความอบอุ่นนั้น มันเหมือนกันจนยากจะหลอกตัวเองว่าคนละคน...
ภาพสุดท้ายที่แจจุงเห็นคือเด็กชายยุนโฮคลี่ผ้าห่มคลุมร่างผอมบางของเด็กชายแจจุง แล้วแสงสว่างก็เจิดจ้าขึ้นอีกครั้ง จากนั้นร่างของแจจุงก็หายไป
เมื่อแจจุงลืมตาขึ้น แวบแรกเขานึกว่าตัวเองออกจากโลกแห่งความฝันนี่แล้ว หากความเป็นจริงคือเขายังคงอยู่ในห้วงความคิดในอดีตของตัวเอง
มั่นใจว่านี่ต้องเป็นอดีตที่ถูกลืมของเขาแน่ ๆ
ก่อนหน้าเคยฝันเรื่องคล้าย ๆ กันนี้ ประกอบกับคำพูดของยุนโฮที่พูดเหมือนพวกเขาเคยเจอกันมาก่อนหน้า เพราะฉะนั้นมันจึงไม่มีทางที่จะเป็นอย่างอื่นไปได้เลย
คงถึงเวลาแล้วสินะ ที่เขาจะต้องจำเรื่องราวได้ทั้งหมด...
“ ตื่นแล้วหรอ... วันนี้จะพาออกไปเล่นข้างนอกตามสัญญานะ ” เสียงแตกหนุ่มของเด็กชายที่ดังอยู่ข้าง ๆ ทำให้แจจุงหันไปมอง
ภาพของเด็กชายยยุนโฮที่กำลังมองมาทางเขาด้วยสายตาอ่อนโยนทำให้แจจุงนึกแปลกใจ
“ ไปอาบน้ำก่อน เร็ว ๆ เข้า ” แล้วเด็กชายยุนโฮก็ดุนหลังเขาให้เข้าไปในห้องน้ำ และเมื่อเห็นเงาตัวเองที่สะท้อนในกระจก แจจุงก็เข้าใจว่าทำไมยุนโฮถึงพูดกับเขา
ก็เพราะตอนนี้เขาคือเด็กชายคิม แจจุงน่ะสิ!
“ แจจุงอ่า เสร็จรึยัง อาบน้ำนานจังเลย ” เสียงที่เร่งอยู่ข้างนอกทำให้แจจุงต้องส่ายหน้าอย่างนึกปลง ให้ตายเถอะ... ผ่านมาสิบปี ยุนโฮก็ยังใจร้อนไม่เปลี่ยน
“ จะเสร็จแล้วล่ะ ยุนโฮอย่าเร่งนักสิ ” แล้วแจจุงก็ต้องนึกแปลกใจอีกครั้งเมื่อริมฝีปากของเขาขยับไปเอง แต่ก็เข้าใจได้ง่าย ๆ ว่านี่คงเป็นประโยคที่เขาพูดออกไปในตอนนั้น
ไม่นานต่อจากนั้น คุณหนูชองคนโตก็จูงมือคุณหนูคนเล็กแห่งตระกูลคิมไปยังระเบียงห้อง แล้วค่อย ๆ ปีนลงไปด้านล่างผ่านทางต้นไม้ใหญ่ใกล้ ๆ นั้น โดยคนตัวเล็กมีมือของยุนโฮช่วยพยุง
แจจุงรับรู้ได้ว่าตัวเองในตอนนั้นรู้สึกอย่างไร เพราะเสียงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกไม่เคยโกหกเขา
เชื่อแล้วที่ยุนโฮเคยบอก... เราเคยรักกันมาตั้งแต่เมื่อก่อน
แต่ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญขนาดนี้ ทำไมถึงลืมได้นะ?
“ เหนื่อยจัง แฮ่ก... ” หลังจากออกไปวิ่งเล่นนอกบ้านตั้งแต่เช้า พอถึงตอนบ่าย เด็กชายแจจุงก็เหนื่อยจนแทบยืนไม่ไหว แผ่นอกหอบสะท้านขึ้นลง เหงื่อเปียกชื้นตามไรผม หน้าสวยยิ่งซีดสนิท ผิดกับเด็กชายอีกคนที่ไม่เห็นมีทีท่าว่าจะเหนื่อยเลยสักนิด
“ งั้นแจจุงมานั่งตรงนี้ก่อนก็แล้วกัน ” ด้วยรู้ดีว่าอีกฝ่ายร่างกายไม่แข็งแรงนัก ยุนโฮจึงประคองพาแจจุงมานั่งใต้ร่มไม้ มือทำหน้าที่พัดลมให้คนตัวเล็ก
“ เออใช่ มีอะไรจะให้ด้วยล่ะ ” ยุนโฮพูดเหมือนนึกขึ้นได้ มือควานเข้าไปในกระเป๋าชุดเอี๊ยมของตัวเอง เด็กชายแจจุงเอียงคอมองตาม
“ นี่ไง! ชอบมั้ย? ” แล้วยุนโฮก็ชูกล่องไม้ใบจิ๋วให้แจจุงดู เจ้ากล่องไม้ทรงสี่เหลี่ยมถูกฉลุด้วยลวดลายสวยงาม ทำให้เด็กชายชอบใจได้ง่าย ๆ
“ ให้แจจุงหรอ? ” มือเล็กรับมา พินิจดูโดยรอบแล้วหันมาถามคนที่ยื่นส่งมาให้
ไม่ผิดแน่... แบบเดียวกับที่พ่อให้เขาติดตัวมาก่อนออกจากตระกูลคิม
“ อื้ม ข้างในมีของอีกชิ้นด้วยนะ ” ยุนโฮบอกแล้วพยักพเยิดให้คนตัวเล็กกว่าเปิดกล่องเล็กนั้นออกโดยไว
แจจุงเองก็อยากรู้ เขาจึงรีบเปิดฝาออก แล้วก็พบว่าสิ่งที่อยู่ข้างในนั้นไม่ต่างจากสิ่งที่เขาเห็นในสิบปีต่อมา
จุกคอร์กของขวดไวน์ที่ถูกสลักอักษร YJ ที่บิดเบี้ยวจนแทบดูไม่ออก...
“ เจ้านี่มันก็คือจุกคอร์กของขวดไวน์ขวดแรกในวันเกิดนายไง วันที่เราได้เจอกันน่ะ ” ยุนโฮอธิบายเมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของคนหน้าหวาน
“ อ๋อ... งั้น YJ นี่ก็ยุนโฮกับแจจุงสินะ ” เด็กชายแจจุงพูดพลางพยักหน้าหงึกหงักให้กับความคิดตัวเอง
“ รู้ด้วยหรอ ” ถ้าเขาไม่ได้มองผิดไป แจจุงเห็นว่าข้างแก้มของเด็กชายยุนโฮมีสีแดงระเรื่อ
แจจุงวาดรอยยิ้มทั่วใบหน้า ประกายแห่งความสุขแสดงชัดเจนในแววตา
“ แล้วยุนโฮเอามาให้แจจุงทำไม? ” ทั้งที่ความจริงแจจุงอยากจะล้อเจ้าเด็กตัวโตนี่ แต่ปากก็ขยับออกไปอีกอย่าง
“ ก็... ” ยุนโฮเกาจมูกตัวเองแก้เขิน สายตาหลุบมองลงต่ำ ริมฝีปากที่บางอยู่แล้วเม้มเข้าหากัน เด็กชายกำลังเขินและไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี
“ ก็...? ” แจจุงตัวน้อยก้มตัวแล้วชะโงกหน้าพยายามสบตากับยุนโฮที่ก้มหน้าอยู่ กลีบปากระเรื่ออ้าค้างไว้ตามพยางค์สุดท้ายที่พูดไป
ทว่าไม่มีคำพูดใดถูกเอ่ยออกมาเป็นคำตอบ เมื่อเด็กชายยุนโฮจัดการเชยคางคนตัวเล็กกว่าแล้วแตะปากตัวเองแผ่วเบาบนริมฝีปากของแจจุง
“ อ๋า! ” แจจุงผละตัวออกอย่างรวดเร็วเมื่อได้สติ มือเล็กปิดปากตัวเองแน่น แต่เพราะตกใจมากไปทำให้ร่างที่ถอยหลังออกอย่างรวดเร็วนั้นล้มลงก้นจ้ำเบ้า
เกิดความเงียบชั่วขณะเมื่อคนหนึ่งเหมือนจะอึ้งที่ถูกจูบ และอีกคนกำลังคิดหาคำตอบที่น่าจะดีพอ
“ ชอบนะ... ” ยุนโฮยังคงก้มหน้างุด ปากเอ่ยเสียงแผ่ว มือละจากการเกาจมูกมาเป็นลูบต้นคอตัวเอง
“ หา! ” เด็กชายแจจุงหลุดตะโกนออกมา
“ ชอบแจจุงนะ ” ยุนโฮพูดด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิมนิดหนึ่ง
ริมฝีปากสีสวยเผยอออกเพราะเจ้าของเนื้อนุ่มสีเรื่อนั้นกำลังอึ้ง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเพื่อแสดงว่าคิม แจจุงไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
“ ยุนโฮชอบแจจุงนะ! ชอบที่สุด... ” ทันทีที่เจ้าหมีน้อยเห็นอย่างนั้น ก็ตีความเอาว่านางฟ้าตัวน้อย ๆ ของเขาไม่เข้าใจที่ตัวเองพูดไป ยุนโฮจึงเพิ่มเสียงดังจนแทบเป็นตะโกน
“ ระ..รู้แล้ว! ” แต่ยังไม่ทันจบประโยคดี มือขาวกรุ่นกลิ่นหอมเฉพาะตัวก็เอื้อมไปปิดปากยุนโฮเอาไว้เสียก่อน แจจุงยืดตัวขึ้นปิดปากยุนโฮขณะที่ตัวเองก็หลับตาปี๋
ไม่ใช่เพราะไม่อยากฟัง... แต่เพราะว่าเขินมากต่างหาก
ยุนโฮหน้าถอดสีไปเมื่อคนตัวเล็กกว่าทำท่าแบบนั้น เขาจับมือบางนั่นออกจากใบหน้าของตัวเอง และกำลังจะปล่อยมันลงข้างลำตัวของแจจุง
ทว่ามือเล็กนั่นกลับเป็นฝ่ายเลื่อนมาฉวยข้อมือของเขาเอาไว้เสียก่อน!
“ ชอบ... ” คิม แจจุงตัวน้อยพูดพึมพำในลำคอ คราวนี้กลับเป็นตัวเขาเองที่กำลังก้มหน้าลงต่ำ
ยุนโฮหรี่ตามองอย่างไม่แน่ใจ ทั้งที่พยายามเงี่ยหูฟังแต่ก็ไม่ได้ยินอะไรเลย เมื่อกี้แจจุงพูดว่าอะไรน่ะ?
“ แจจุง...ก็ชอบยุนโฮเหมือนกันนะ! ” คราวนี้เสียงหวานดังขึ้นมาอีกหน่อย แต่มันก็ยังเป็นเสียงแผ่วเบาอยู่ดี ทว่ายุนโฮกลับได้ยินมันชัดเจน
ไม่ทันไร... ตัวบอบบางของนางฟ้าน้อยก็ก็ตกอยู่ในอ้อมกอดของเด็กชายตัวโตที่ชื่อว่าชอง ยุนโฮเสียแล้ว
แจจุงคนปัจจุบันที่อยู่ในร่างของตัวเองเมื่อวันวานนั้นได้แต่อ้าปากค้างอยู่ในใจ ด้วยไม่นึกว่าตัวเองจะเคยพูดออกไปแบบนั้น
แต่แล้วก็เหมือนเกิดแสงสว่างวาบขึ้นมาในความคิด จากนั้นความทรงจำมากมายค่อย ๆ หลั่งไหลเข้ามา แจจุงเริ่มรับรู้ได้ว่ามีอะไรบ้างที่ตัวเองลืมเลือนไป ทั้งเรื่องก่อนหน้าและต่อจากนี้
หนุ่มหน้าสวยเหมือนหลุดอยู่ในภวังค์ชั่วขณะ และเมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่าเขาก็ยังคงถูกเจ้าเด็กยุนโฮกอดแน่นอย่างกับจะกลืนเขาเข้าไปทั้งตัว
แหม ไอ้หมี! หาเศษหาเลยแต่เล็กแต่น้อยเลยนะแก!
แต่ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่งร่างและหัวใจทำให้แจจุงไม่คิดขืนตัวออกจากอ้อมกอดนั้น และแจจุงน้อยก็คงคิดแบบนั้นเหมือนกัน มือเล็กจึงเอื้อมขึ้นมากอดตอบ
แล้วทั้งสองคนก็ซุกซบอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันอย่างนั้นจนพอใจ...
“ แจจุง.. แจจุง ” เสียงเรียกของยุนโฮที่ดังอยู่ข้างหู และมืออบอุ่นที่แตะอยู่ข้างแก้ม ทำให้แจจุงรู้สึกตัวตื่นขึ้น แล้วพบว่าตัวเองหลับไปตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ
“ อือ... ” เด็กชายแจจุงงัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมกับใช้หลังมือขยี้ตาตัวเองด้วยความง่วงงุน
“ กลับบ้านนายกันเถอะ ” เด็กชายตัวโตกว่าพูด จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นก่อน โดยไม่ลืมที่จะยึดมือนุ่มนิ่มและดึงให้ยืนตามตัวเอง แล้วทั้งคู่ก็เดินกลับคฤหาสน์ตระกูลคิมด้วยกันอย่างไม่เร่งรีบ
เมื่อมาถึงใต้ระเบียง ยุนโฮก็ทั้งดันทั้งประคองให้แจจุงขึ้นไปบนระเบียงก่อน
“ อย่าเพิ่งขึ้นมา! ” เด็กชายแจจุงร้องห้ามเมื่อถึงคราวที่ยุนโฮต้องขึ้นมาบ้าง
ทว่าก็ช้าไปเสียแล้ว...
ยุนโฮปีนตามหลังขึ้นมาอย่างว่องไวด้วยความคล่องแคล่ว
เด็กชายแปลกใจนิดหน่อยว่าทำไมแจจุงถึงห้ามเขา แต่แล้วตัวเองก็พบสาเหตุ...
ชายคนหนึ่งในชุดภูมิฐาน หน้าตาดูเคร่งเครียด สายตามองมาที่เขาด้วยแววน่าเกรงขามและจับผิด
ชายกลางคนที่ยุนโฮตระหนักได้ดีว่าเป็น...
พ่อของแจจุง!
ยุนโฮจับความไม่พอใจในดวงตาคู่นั้นได้ และนึกรู้โดยสัณชาติญาณว่าการบุกรุกบ้านคนอื่นเช่นนี้ย่อมได้รับผลตอบแทนที่ไม่น่าพิสมัย เจ้าเด็กตัวโตจึงรีบกระโดดปีนกลับลงไปยังทางที่ตัวเองเพิ่งขึ้นมา
ประมุขตระกูลคิมไม่ได้ให้ความสนใจกับเด็กที่เพิ่งปีนลงไปจากระเบียงห้องนอนลูกชายคนโปรดนัก เพราะมองเห็นจากด้านบนว่าการ์ดที่ใช้ออกให้ตามหาตัวคุณหนูคนเล็กเริ่มกลับมาบางส่วนแล้ว และเด็กนั่นคงถูกจับตัวมาได้ไม่นาน ดังนั้นความสนใจทั้งหมดจึงหันเหไปยัง...
กล่องไม้ใบเล็กที่อยู่ในมือของแจจุง
เมื่อเห็นสายตาของผู้เป็นพ่อที่มองมา เด็กชายรีบเอามือไพล่หลัง เพื่อไม่ให้กล่องแสนสวยที่ตัวเองเพิ่งได้มาต้องถูกแย่งไป
ทว่าเพียงแค่ก้าวเดียวที่ชายวัยกลางคนก้าวเข้าประชิดตัวสั่นเทาของเด็กน้อย เจ้ากล่องไม้ที่ว่าก็ถูกฉวยไปอยู่ในมือเสียแล้ว
“ อ๊ะ! ” แจจุงทำได้เพียงแค่เผยอปากร้องแผ่วเบาเมื่อของที่ยุนโฮให้มานั้นถูกเอาไป
“ พ่อครับ... ขอ.. ” แจจุงกำชายเสื้อที่ถูกรีดมาจนเรียบตึง โดยไม่สนใจเลยสักนิดว่านั่นจะทำให้เนื้อผ้าของผู้ที่นิยมความสมบูรณ์แบบยับย่นจนตัวเองต้องโดนดุ ปลายเท้าพยายามเขย่งยืดตัวเองขึ้นเอาของที่ถูกฉวยไปคืนมา
“ หึ! ” เสียงทุ้มเหมือนส่งเสียงเยาะในลำคอ เมื่อเปิดในกล่องนั้นออกมาแล้วพบเพียงจุกคอร์ก
ทว่าแทนที่จะส่งคืนให้ลูกชายคนเล็ก ผู้เป็นบิดากลับเลือกที่จะโยนกล้องไม้ใบจิ๋วที่ว่านั้นลงระเบียงไปอย่างไม่ใส่ใจและไม่ไยดีต่อสายตาอาวรณ์ของลูกชาย
แจจุงมองตามกล่องที่กำลังร่วงลงไปข้างล่าง และก่อนที่ประมุขคิมจะจับไว้ทัน ร่างเล็กของลูกชายก็กระโดดตามลงไปเสียแล้ว
ตูม!
เสียงน้ำในสระเบื้องล่างกระจายตัวเป็นวงกว้าง กล่องไม้ที่เพิ่งหล่นลงไปก่อนหน้าไม่นานถูกตามติดมาด้วยทั้งร่างของเด็กชายวัยสิบสองปีที่ทิ้งน้ำหนักลงสู่เวิ้งน้ำในเวลาใกล้เคียงกัน
มือเล็กของเด็กชายพยายามไขว่คว้าหากล่องไม้ที่เห็นอยู่ไม่ไกลตัว ก่อนจะกระเสือกกระสนเหยียดมือออกไปจนสุดแขน พยายามเอื้อมมือเข้าหาโดยไม่ใส่ใจว่าตัวเองกำลังสำลักน้ำเพียงใด
เมื่อเอื้อมถึงเจ้ากล่องสี่เหลี่ยมนั่น แจจุงก็ดึงมันเข้ามาแนบอก เป็นเวลาเดียวกับที่สองขาเริ่มไร้เรี่ยวแรง ทั้งเนื้อตัวค่อย ๆ จมดิ่งลงไปในสระกว้างพร้อมกับเสียงร้องของบรรดาคนรับใช้ที่ดังอื้ออึง
น้ำเริ่มแทรกเข้าไปแทนที่อากาศซึ่งแจจุงควรจะได้รับในการหายใจ เด็กน้อยสำลักและต้องการอากาศหายใจเหลือเกิน ทว่าสองขาและสองแขนก็ได้เรี่ยวแรงที่จะพยุงตัว อีกทั้งเขายังว่ายน้ำไม่เป็น ร่างนี้อยู่ไกลฝั่งเกินไป แจจุงยังไม่เห็นทางไหนเลยที่เขาพอจะช่วยตัวเองได้
เมื่อสำลัก น้ำก็ยิ่งเข้าไปในร่างกายมากขึ้นอีก แจจุงรู้สึกเหมือนแทบทุกตารางนิ้วของร่างกายถูกแทนที่ด้วยน้ำ ทั้งศีรษะปวดแปลบไปหมดราวกับจะระเบิดออกเสียให้ได้ และยิ่งลึกลงไปเท่าไร แรงกดดันนั้นก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
ในเวลาที่เจ็บปวดเช่นนี้ คนเดียวที่อยากเจอและเป็นห่วงคือยุนโฮ
ยุนโฮจะเป็นอะไรมากไหม...
คนของพ่อจะตามเจอหรือเปล่า?
“ อ๊า! ” แจจุงกรีดร้องสุดเสียงเมื่อทนความเจ็บปวดนั้นไม่ไหวอีกแล้ว
และทันทีทันใดท่ามกลางความเจ็บปวดเหล่านั้น ร่างของแจจุงก็ดีดตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แผ่นอกสะท้อนขึ้นลงเมื่อเจ้าหัวหอบหายใจถี่ ความรู้สึกเมื่อครู่เหมือนไม่ใช่แค่ฝันไปและเหมือนจริงจนน่ากลัว
เมื่อปรับสายตาให้ชินกับสภาพแวดล้อมรอบตัว เขาก็พบว่าตัวเองอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยม ชายหนุ่มกวาดสายตาเพื่อมองหาคนที่เขากำลังคิดถึงในห้วงคำนึง
“ โอ.. ขอบคุณพระเจ้าที่คุณไม่เป็นอะไร ” แจจุงแปลกใจเมื่อพบว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเขาคือซึลกิ
“ ผม... ” แจจุงยกมือกุมเบา ๆ ที่ศีรษะตัวเอง ยังคงรู้สึกปวดอยู่ มองดูแม่นมของคนรักกดกริ่งเรียกแพทย์
“ คุณตกลงไปในสระน้ำน่ะค่ะ เกือบแย่แล้วเชียว ถ้าคุณเป็นอะไรไป คุณยุนโฮคงจะเสียใจมากแน่ ๆ ” ซึลกิรีบอธิบายทุกอย่าง ซึ่งหนุ่มหน้าหวานที่บัดนี้แก้มนวลซีดเซียวเต็มทีก็พยักหน้ารับเหมือนนึกเหตุที่ทำให้เขาต้องมานอนอยู่โรงพยาบาลได้
“ แล้วคุณยุนโฮล่ะครับ ” แจจุงถามออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เหตุหนึ่งเพราะไม่มีแรง อีกสาเหตุคือ..
เขิน!
“ คุณยุนโฮกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็สะสางงานน่ะค่ะ อย่างเร็วก็ไม่เกินเที่ยงคืน อย่างช้าก็อาจจะมาตอนเช้าเลย ”
“ ครับ ” ใบหน้าหวานซึมลงเมื่อรู้ว่ายุนโฮอาจไม่มาหาเขาในคืนนี้
สักครู่ต่อมา แพทย์ก็เข้ามาตรวจอาการ และหลังจากนั้นทั้งห้องก็มืดสนิทเมื่อแจจุงยืนยันว่าตัวเองต้องการพักผ่อน
ซึลกิขอตัวไปยังส่วนของห้องพยาบาลที่ถูกกั้นไว้รับรองญาติของคนไข้ แจจุงจึงมีเวลาส่วนตัว
ชายหนุ่มมองหาของที่ตัวเองเสี่ยงตัวกระโดดตามลงไปเอา แต่เขาก็ไม่พบ...
“ กล่องอยู่บนโต๊ะข้างเตียงนะคะ ” เสียงของแม่นมดังขึ้นมาราวกับรู้ใจ แจจุงหันไปมองทันที
แล้วยิ้มแรกก็แต่งแต้มบนใบหน้าสวย เมื่อแจจุงเปิดกล่องไม้ออกมาและพบว่าเจ้าไม้คอร์กยังนอนนิ่งอยู่ในนั้น
ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุนั้น เขาก็ถูกช่วยชีวิตเอาไว้ทันดั่งเช่นครั้งนี้ แต่ผลที่ตามมาคือความทรงจำบางส่วนของเขาขาดหายไป ซึ่งแพทย์ระบุว่าอาจเป็นเพราะช็อค
แล้วพ่อของเขาก็ยิ่งคุมเข้มไม่ให้แจจุงเข้าใกล้น้ำ ด้วยกลัวเกิดเหตุเช่นนั้นอีก ทำให้แจจุงว่ายน้ำไม่เป็นจนปัจจุบันนี้
แจจุงลูบคลำไปบนเนื้อไม้ชิ้นเล็ก... สิ่งเล็กน้อยที่ไร้ค่าในสายตาของใครหลายคน หากแต่เปี่ยมล้นด้วยความทรงจำในความรู้สึกของคิม แจจุง
ขอบคุณมากนะยุนโฮที่ยังไม่ลืมฉัน
ขอบคุณสำหรับความรักของนายที่มีให้ตลอดมาในระยะเวลาสิบปีที่ผ่านพ้น
ขอโทษที่ฉันไม่สามารถจำเรื่องของเราได้เร็วกว่านี้ ทั้งที่เรื่องนั้นก็สำคัญต่อเขาไม่ต่างจากที่มันมีความสำคัญต่อยุนโฮเลย
รู้แล้วว่าทำไมนายจึงบอกรักฉันทุกวัน เพราะถ้าเป็นฉัน... ฉันมั่นใจว่าตัวเองก็จะทำอย่างนั้นเหมือนกัน
และต่อจากนี้ไป เป็นทีของฉันบ้างที่จะบอกรักนายทุกวัน
แจจุงปิดฝากล่องแล้ววางมันไว้ข้างตัว เขาหลับตาลง พยายามกล่อมให้ตัวเองหลับ เพื่อรอเวลาที่จะตื่นมาและเห็นหน้ายุนโฮในวันพรุ่งนี้
เพื่อพบ... และบอกรัก
TBC
แจจุงตื่นขึ้นมาในตอนเช้า และพบว่ายุนโฮที่นอนด้วยกันเมื่อคืนนี้ไม่อยู่แล้ว ชายหนุ่มนึกแปลกใจเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายตื่นก่อนเขา เพราะตั้งแต่แจจุงเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ ยุนโฮไม่เคยตื่นก่อนเลยสักครั้ง
ต่อจนเมื่อดูเวลา เขาจึงเข้าใจ...
ก็มันจะเที่ยงอยู่แล้วนี่นา วันนี้ไม่ใช่วันหยุด ยุนโฮก็คงไปทำงานไม่ก็ไปเรียนแล้วล่ะ
แจจุงจัดการอาบน้ำแต่งตัวแล้วเตรียมลงมาข้างล่างเพื่อทำของว่างเผื่อตอนที่สองพี่น้องกลับมา
ทว่าขณะที่ชายหนุ่มกำลังตรวจดูความเรียบร้อยของตัวเองอยู่หน้ากระจกนั่นเอง...
ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูหน้าห้องเรียกให้แจจุงไปเปิด และเขาก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือคนที่คิดว่าไม่ชอบหน้าเขามากที่สุด
สเตฟานี่!
“ เอ่อ... มีอะไรเหรอ ” ชายหนุ่มเอ่ยถามน้ำเสียงไม่แน่ใจ เพราะอีกฝ่ายไม่เคยจะญาติดีกับเขาเลยสักครั้ง แล้วอยู่ ๆ ก็มาหากันถึงห้องแบบนี้
“ ถ้าไม่มีเรื่องจะคุย ฉันก็ไม่มาหรอกย่ะ ” ตอบสะบัดเสียง แล้วเรือนร่างผอมเพรียวก็เดินทอดน่องไปรอบห้องก่อนหยุดอยู่ที่ระเบียงกว้าง
“ จำนี่ได้มั้ย ” แล้วหญิงสาวก็หันมาหาพร้อมกับชูกล่องไม้ขนาดเล็กในมือ
“ นั่นมันของผมนี่ เธอเก็บมันได้หรอ ขอบคุณมากนะ ” แจจุงยิ้มดีใจพลางทำท่าจะเอื้อมหยิบมัน แต่สเตฟานี่ก็รีบชักมือกลับคืน
“ อยากได้ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน ” หญิงสาวว่าเมื่อเห็นสีหน้าไม่เข้าใจของแจจุง
แจจุงเงียบ ไม่พูดอะไรต่อจากนั้น เหมือนกับจะรอฟังว่าคนตรงหน้าจะพูดว่าอะไรต่อ
“ ออกไปจากที่นี่ซะ ” หญิงสาวพูดด้วยแววตาแข็งกร้าว
“ คุณก็รู้ว่าผมทำอย่างนั้นไม่ได้ ” แจจุงขมวดคิ้ว ที่แท้ก็เหตุผลนี้เอง
“ ยังมีอะไรสำคัญกว่าไอ้กล่องเน่า ๆ นี่อีกงั้นเหรอ? ” เรียวปากบางเหยียดยิ้มเยาะพลางเดาะเจ้ากล่องใบจิ๋วเล่นเพลินมือ แจจุงมองตามกล่องที่ถูกโยนขึ้นลงด้วยสายตากังวล
“ งั้นฉันก็อยากรู้จังว่าถ้าไอ้กล่องเนี่ยมันเกิดจมลงไปก้นสระ นายจะทำหน้ายังไง! ” กระชากเสียงพูดแล้วโยนกล่องไม้ของแจจุงลงไปในสระน้ำข้างล่าง
“ อย่านะ!! ” แจจุงว่าแล้วกระโดดพุ่งตัวลงตามกล่องนั้นโดยไม่สนว่ามันกำลังจะหล่นลงในสระน้ำลึกเบื้องล่าง
ตูม!
เสียงวัตถุขนาดใหญ่หรือถ้าจะให้ถูกก็คือร่างของแจจุงกระทบกับผืนน้ำ เกิดเสียงดังและวงน้ำแผ่กว้าง ทำให้สาวใช้ที่กำลังซักผ้าที่โรงซักรีดข้างสระรีบกรูกันไปดู
“ แย่แล้ว! คุณแจจุง! ” สาวใช้คนหนึ่งสังเกตเห็นใบหน้าของคนที่พยายามตะเกียกตะกายโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา แต่ตัวเธอก็ไม่กล้าเข้าไปช่วย เพราะรู้ดีว่าสระน้ำนั้นลึกแค่ไหน ดีไม่ดีคนช่วยจะกลายเป็นจมไปอีกคน
แต่เพียงแค่ชื่อที่ได้ยินก็ทำเอาทุกคนหวาดผวาไปตาม ๆ กัน เพราะถ้าเป็นเรื่องของคุณแจจุงแล้วล่ะก็... คุณยุนโฮไม่นิ่งเฉยแน่
สิ้นเสียงตะโกน เด็กรับใช้ผู้ชายร่างกายกำยำก็กระโดดลงไปช่วย และสามารถพาร่างปวกเปียกนั้นขึ้นมาได้อย่างทุลักทุเล
“ แย่แล้วล่ะ โทรตามหมอเร็วเข้า แล้วบอกคุณยุนโฮด้วย! ” ซึลกิใช้ผ้าขนหนูผืนหนาห่อตัวซีดเซียวของแจจุงเอาไว้ ปากตะโกนสั่งงานเด็กรับใช้คนอื่น
แล้วแจจุงในสภาพเปียกโชกก็ถูกนำมาไว้ที่ห้องนอน จีจุงเฝ้าเดินวนเคลียเท้าซึลกิไม่ห่าง ราวกับจะถามว่านายของมันเป็นอะไร
เสื้อผ้าของแจจุงถูกเปลี่ยนแทนที่ด้วยชุดแห้งตัวใหม่ที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างบอบบางนั้นมากกว่าเดิม ซึลกิเดินวนพลางเหลือบชะเง้อมองออกไปนอกหน้าต่าง และภาวนาให้หมอมาถึงโดยเร็ว
ท่ามกลางบรรยากาศมืดมิด ปรากฏแสงสว่างเป็นสายเรียวเล็ก ราวกับจะนำทางให้คนที่พลัดหลงเข้ามาในห้วงความคิดนี้เดินตามแสงนั้นมาโดยเร็ว
แจจุงที่เดินเงอะงะตั้งแต่แรกหรี่ตามองแสงสว่าง แต่สองเท้าก็ก้าวตามทางนั้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งพบว่าตัวเองหยุดอยู่หน้าประตูบานหนึ่ง
ชายหนุ่มผลักบานประตูที่แง้มอยู่ให้เปิดออก พลันแสงเสียดตาในตอนแรกก็สว่างจ้า แล้วแจจุงก็รับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่โอบล้อมร่างกายของเขาเอาไว้
แสงเจิดจ้ากลืนกินร่างกายของแจจุงจากปลายผมไปจนถึงปลายเท้า แล้วเมื่อลืมตาขึ้นมา แจจุงก็พบว่าตัวเองถูกพามายังที่หนึ่งซึ่งแสนจะคุ้นตา
คฤหาสน์ตระกูลคิม!
“ ขึ้นมาเร็ว ๆ ยุนโฮ ” เสียงของเด็กชายคนหนึ่งทำให้แจจุงหันขวับกลับไปยังด้านหลัง และในตอนนั้นเองที่เขารู้ว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนระเบียงห้อง
แจจุงขมวดคิ้วเมื่อพบว่าคนที่ร้องเร่งอีกฝ่ายอยู่นั้นคือตัวเองในอดีต แล้วอีกคนที่กำลังพยายามปีนต้นไม้ขึ้นมาก่อนกระโดดโหนตัวลงมาในระเบียงนั้นเล่า
เด็กที่ชื่อยุนโฮ...
“ วันนี้ไปเล่นที่ไหนมา เล่าให้แจจุงฟังมั่งสิ ” แจจุงยืนมองตัวเองในอดีตช่วยพยุงร่างเด็กชายตัวโตที่กำลังเซเหมือนจะล้มในจังหวะที่กระโดดลงมา
“ มีอะไรให้กินมั้ยอ่า ตอนนี้ยุนโฮหิวจัง ” เด็กชายผิวขาวที่ดูมอมแมมไปบ้างเอ่ยพลางลูบท้องตัวเอง ริมฝีปากบางยกยิ้มเจื่อน
“ มีพุดดิ้งล่ะ กินไปเล่าไปก็แล้วกัน ” แล้วเด็กชายแจจุงก็ยื่นมือขาวซีดของตัวเองจูงมือเด็กที่ชื่อยุนโฮนั้นเข้าไปในห้อง
แจจุงยืนคิดอยู่นานก่อนจะคิดได้ว่าตัวเองสมควรจะเข้าไปดูเหตุการณ์ต่อจากนี้ เขาเดินไปสังเกตการจากหน้าต่างนอกห้อง และพบว่าตัวเองไม่สามารถเข้าไปได้ ชายหนุ่มพยายามเคาะเรียกคนข้างใน แต่ไม่มีใครได้ยินเลยสักคน
คนหน้าสวยจึงได้แต่ยืนมองตัวเองในวัยเยาว์กำลังฟังเรื่องที่ยุนโฮเล่าอย่างเพลิดเพลิน ใบหน้าอ่อนวัยของเด็กน้อยยิ้มร่าเริง แก้มใสมีสีเลือดจาง ๆ ตัดกับสีผิวขาวจัด
เด็กชายทั้งสองคนนั่งคุยกันอยู่นาน ก่อนที่เด็กชายแจจุงจะเคลิ้มหลับไป แจจุงเห็นว่าเด็กชายยุนโฮคนนั้นยิ้มละไม มือของเด็กน้อยเกลี่ยไปตามผิวแก้มเนียน พร้อม ๆ กับที่เจ้าตัวก็ยกยิ้มอ่อนโยน
ในนาทีนั้นเองที่แจจุงรู้สึกเหมือนแก้มของตัวเองก็ได้รับความอบอุ่นจากสัมผัสนั้นด้วย และนั่นทำให้แจจุงมั่นใจว่าเด็กชายยุนโฮคนนี้คือคนเดียวกับชอง ยุนโฮในปัจจุบัน
เพราะเขาจำได้ว่าสัมผัสและความอบอุ่นนั้น มันเหมือนกันจนยากจะหลอกตัวเองว่าคนละคน...
ภาพสุดท้ายที่แจจุงเห็นคือเด็กชายยุนโฮคลี่ผ้าห่มคลุมร่างผอมบางของเด็กชายแจจุง แล้วแสงสว่างก็เจิดจ้าขึ้นอีกครั้ง จากนั้นร่างของแจจุงก็หายไป
เมื่อแจจุงลืมตาขึ้น แวบแรกเขานึกว่าตัวเองออกจากโลกแห่งความฝันนี่แล้ว หากความเป็นจริงคือเขายังคงอยู่ในห้วงความคิดในอดีตของตัวเอง
มั่นใจว่านี่ต้องเป็นอดีตที่ถูกลืมของเขาแน่ ๆ
ก่อนหน้าเคยฝันเรื่องคล้าย ๆ กันนี้ ประกอบกับคำพูดของยุนโฮที่พูดเหมือนพวกเขาเคยเจอกันมาก่อนหน้า เพราะฉะนั้นมันจึงไม่มีทางที่จะเป็นอย่างอื่นไปได้เลย
คงถึงเวลาแล้วสินะ ที่เขาจะต้องจำเรื่องราวได้ทั้งหมด...
“ ตื่นแล้วหรอ... วันนี้จะพาออกไปเล่นข้างนอกตามสัญญานะ ” เสียงแตกหนุ่มของเด็กชายที่ดังอยู่ข้าง ๆ ทำให้แจจุงหันไปมอง
ภาพของเด็กชายยยุนโฮที่กำลังมองมาทางเขาด้วยสายตาอ่อนโยนทำให้แจจุงนึกแปลกใจ
“ ไปอาบน้ำก่อน เร็ว ๆ เข้า ” แล้วเด็กชายยุนโฮก็ดุนหลังเขาให้เข้าไปในห้องน้ำ และเมื่อเห็นเงาตัวเองที่สะท้อนในกระจก แจจุงก็เข้าใจว่าทำไมยุนโฮถึงพูดกับเขา
ก็เพราะตอนนี้เขาคือเด็กชายคิม แจจุงน่ะสิ!
“ แจจุงอ่า เสร็จรึยัง อาบน้ำนานจังเลย ” เสียงที่เร่งอยู่ข้างนอกทำให้แจจุงต้องส่ายหน้าอย่างนึกปลง ให้ตายเถอะ... ผ่านมาสิบปี ยุนโฮก็ยังใจร้อนไม่เปลี่ยน
“ จะเสร็จแล้วล่ะ ยุนโฮอย่าเร่งนักสิ ” แล้วแจจุงก็ต้องนึกแปลกใจอีกครั้งเมื่อริมฝีปากของเขาขยับไปเอง แต่ก็เข้าใจได้ง่าย ๆ ว่านี่คงเป็นประโยคที่เขาพูดออกไปในตอนนั้น
ไม่นานต่อจากนั้น คุณหนูชองคนโตก็จูงมือคุณหนูคนเล็กแห่งตระกูลคิมไปยังระเบียงห้อง แล้วค่อย ๆ ปีนลงไปด้านล่างผ่านทางต้นไม้ใหญ่ใกล้ ๆ นั้น โดยคนตัวเล็กมีมือของยุนโฮช่วยพยุง
แจจุงรับรู้ได้ว่าตัวเองในตอนนั้นรู้สึกอย่างไร เพราะเสียงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกไม่เคยโกหกเขา
เชื่อแล้วที่ยุนโฮเคยบอก... เราเคยรักกันมาตั้งแต่เมื่อก่อน
แต่ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญขนาดนี้ ทำไมถึงลืมได้นะ?
“ เหนื่อยจัง แฮ่ก... ” หลังจากออกไปวิ่งเล่นนอกบ้านตั้งแต่เช้า พอถึงตอนบ่าย เด็กชายแจจุงก็เหนื่อยจนแทบยืนไม่ไหว แผ่นอกหอบสะท้านขึ้นลง เหงื่อเปียกชื้นตามไรผม หน้าสวยยิ่งซีดสนิท ผิดกับเด็กชายอีกคนที่ไม่เห็นมีทีท่าว่าจะเหนื่อยเลยสักนิด
“ งั้นแจจุงมานั่งตรงนี้ก่อนก็แล้วกัน ” ด้วยรู้ดีว่าอีกฝ่ายร่างกายไม่แข็งแรงนัก ยุนโฮจึงประคองพาแจจุงมานั่งใต้ร่มไม้ มือทำหน้าที่พัดลมให้คนตัวเล็ก
“ เออใช่ มีอะไรจะให้ด้วยล่ะ ” ยุนโฮพูดเหมือนนึกขึ้นได้ มือควานเข้าไปในกระเป๋าชุดเอี๊ยมของตัวเอง เด็กชายแจจุงเอียงคอมองตาม
“ นี่ไง! ชอบมั้ย? ” แล้วยุนโฮก็ชูกล่องไม้ใบจิ๋วให้แจจุงดู เจ้ากล่องไม้ทรงสี่เหลี่ยมถูกฉลุด้วยลวดลายสวยงาม ทำให้เด็กชายชอบใจได้ง่าย ๆ
“ ให้แจจุงหรอ? ” มือเล็กรับมา พินิจดูโดยรอบแล้วหันมาถามคนที่ยื่นส่งมาให้
ไม่ผิดแน่... แบบเดียวกับที่พ่อให้เขาติดตัวมาก่อนออกจากตระกูลคิม
“ อื้ม ข้างในมีของอีกชิ้นด้วยนะ ” ยุนโฮบอกแล้วพยักพเยิดให้คนตัวเล็กกว่าเปิดกล่องเล็กนั้นออกโดยไว
แจจุงเองก็อยากรู้ เขาจึงรีบเปิดฝาออก แล้วก็พบว่าสิ่งที่อยู่ข้างในนั้นไม่ต่างจากสิ่งที่เขาเห็นในสิบปีต่อมา
จุกคอร์กของขวดไวน์ที่ถูกสลักอักษร YJ ที่บิดเบี้ยวจนแทบดูไม่ออก...
“ เจ้านี่มันก็คือจุกคอร์กของขวดไวน์ขวดแรกในวันเกิดนายไง วันที่เราได้เจอกันน่ะ ” ยุนโฮอธิบายเมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของคนหน้าหวาน
“ อ๋อ... งั้น YJ นี่ก็ยุนโฮกับแจจุงสินะ ” เด็กชายแจจุงพูดพลางพยักหน้าหงึกหงักให้กับความคิดตัวเอง
“ รู้ด้วยหรอ ” ถ้าเขาไม่ได้มองผิดไป แจจุงเห็นว่าข้างแก้มของเด็กชายยุนโฮมีสีแดงระเรื่อ
แจจุงวาดรอยยิ้มทั่วใบหน้า ประกายแห่งความสุขแสดงชัดเจนในแววตา
“ แล้วยุนโฮเอามาให้แจจุงทำไม? ” ทั้งที่ความจริงแจจุงอยากจะล้อเจ้าเด็กตัวโตนี่ แต่ปากก็ขยับออกไปอีกอย่าง
“ ก็... ” ยุนโฮเกาจมูกตัวเองแก้เขิน สายตาหลุบมองลงต่ำ ริมฝีปากที่บางอยู่แล้วเม้มเข้าหากัน เด็กชายกำลังเขินและไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี
“ ก็...? ” แจจุงตัวน้อยก้มตัวแล้วชะโงกหน้าพยายามสบตากับยุนโฮที่ก้มหน้าอยู่ กลีบปากระเรื่ออ้าค้างไว้ตามพยางค์สุดท้ายที่พูดไป
ทว่าไม่มีคำพูดใดถูกเอ่ยออกมาเป็นคำตอบ เมื่อเด็กชายยุนโฮจัดการเชยคางคนตัวเล็กกว่าแล้วแตะปากตัวเองแผ่วเบาบนริมฝีปากของแจจุง
“ อ๋า! ” แจจุงผละตัวออกอย่างรวดเร็วเมื่อได้สติ มือเล็กปิดปากตัวเองแน่น แต่เพราะตกใจมากไปทำให้ร่างที่ถอยหลังออกอย่างรวดเร็วนั้นล้มลงก้นจ้ำเบ้า
เกิดความเงียบชั่วขณะเมื่อคนหนึ่งเหมือนจะอึ้งที่ถูกจูบ และอีกคนกำลังคิดหาคำตอบที่น่าจะดีพอ
“ ชอบนะ... ” ยุนโฮยังคงก้มหน้างุด ปากเอ่ยเสียงแผ่ว มือละจากการเกาจมูกมาเป็นลูบต้นคอตัวเอง
“ หา! ” เด็กชายแจจุงหลุดตะโกนออกมา
“ ชอบแจจุงนะ ” ยุนโฮพูดด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิมนิดหนึ่ง
ริมฝีปากสีสวยเผยอออกเพราะเจ้าของเนื้อนุ่มสีเรื่อนั้นกำลังอึ้ง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเพื่อแสดงว่าคิม แจจุงไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
“ ยุนโฮชอบแจจุงนะ! ชอบที่สุด... ” ทันทีที่เจ้าหมีน้อยเห็นอย่างนั้น ก็ตีความเอาว่านางฟ้าตัวน้อย ๆ ของเขาไม่เข้าใจที่ตัวเองพูดไป ยุนโฮจึงเพิ่มเสียงดังจนแทบเป็นตะโกน
“ ระ..รู้แล้ว! ” แต่ยังไม่ทันจบประโยคดี มือขาวกรุ่นกลิ่นหอมเฉพาะตัวก็เอื้อมไปปิดปากยุนโฮเอาไว้เสียก่อน แจจุงยืดตัวขึ้นปิดปากยุนโฮขณะที่ตัวเองก็หลับตาปี๋
ไม่ใช่เพราะไม่อยากฟัง... แต่เพราะว่าเขินมากต่างหาก
ยุนโฮหน้าถอดสีไปเมื่อคนตัวเล็กกว่าทำท่าแบบนั้น เขาจับมือบางนั่นออกจากใบหน้าของตัวเอง และกำลังจะปล่อยมันลงข้างลำตัวของแจจุง
ทว่ามือเล็กนั่นกลับเป็นฝ่ายเลื่อนมาฉวยข้อมือของเขาเอาไว้เสียก่อน!
“ ชอบ... ” คิม แจจุงตัวน้อยพูดพึมพำในลำคอ คราวนี้กลับเป็นตัวเขาเองที่กำลังก้มหน้าลงต่ำ
ยุนโฮหรี่ตามองอย่างไม่แน่ใจ ทั้งที่พยายามเงี่ยหูฟังแต่ก็ไม่ได้ยินอะไรเลย เมื่อกี้แจจุงพูดว่าอะไรน่ะ?
“ แจจุง...ก็ชอบยุนโฮเหมือนกันนะ! ” คราวนี้เสียงหวานดังขึ้นมาอีกหน่อย แต่มันก็ยังเป็นเสียงแผ่วเบาอยู่ดี ทว่ายุนโฮกลับได้ยินมันชัดเจน
ไม่ทันไร... ตัวบอบบางของนางฟ้าน้อยก็ก็ตกอยู่ในอ้อมกอดของเด็กชายตัวโตที่ชื่อว่าชอง ยุนโฮเสียแล้ว
แจจุงคนปัจจุบันที่อยู่ในร่างของตัวเองเมื่อวันวานนั้นได้แต่อ้าปากค้างอยู่ในใจ ด้วยไม่นึกว่าตัวเองจะเคยพูดออกไปแบบนั้น
แต่แล้วก็เหมือนเกิดแสงสว่างวาบขึ้นมาในความคิด จากนั้นความทรงจำมากมายค่อย ๆ หลั่งไหลเข้ามา แจจุงเริ่มรับรู้ได้ว่ามีอะไรบ้างที่ตัวเองลืมเลือนไป ทั้งเรื่องก่อนหน้าและต่อจากนี้
หนุ่มหน้าสวยเหมือนหลุดอยู่ในภวังค์ชั่วขณะ และเมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่าเขาก็ยังคงถูกเจ้าเด็กยุนโฮกอดแน่นอย่างกับจะกลืนเขาเข้าไปทั้งตัว
แหม ไอ้หมี! หาเศษหาเลยแต่เล็กแต่น้อยเลยนะแก!
แต่ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่งร่างและหัวใจทำให้แจจุงไม่คิดขืนตัวออกจากอ้อมกอดนั้น และแจจุงน้อยก็คงคิดแบบนั้นเหมือนกัน มือเล็กจึงเอื้อมขึ้นมากอดตอบ
แล้วทั้งสองคนก็ซุกซบอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันอย่างนั้นจนพอใจ...
“ แจจุง.. แจจุง ” เสียงเรียกของยุนโฮที่ดังอยู่ข้างหู และมืออบอุ่นที่แตะอยู่ข้างแก้ม ทำให้แจจุงรู้สึกตัวตื่นขึ้น แล้วพบว่าตัวเองหลับไปตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ
“ อือ... ” เด็กชายแจจุงงัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมกับใช้หลังมือขยี้ตาตัวเองด้วยความง่วงงุน
“ กลับบ้านนายกันเถอะ ” เด็กชายตัวโตกว่าพูด จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นก่อน โดยไม่ลืมที่จะยึดมือนุ่มนิ่มและดึงให้ยืนตามตัวเอง แล้วทั้งคู่ก็เดินกลับคฤหาสน์ตระกูลคิมด้วยกันอย่างไม่เร่งรีบ
เมื่อมาถึงใต้ระเบียง ยุนโฮก็ทั้งดันทั้งประคองให้แจจุงขึ้นไปบนระเบียงก่อน
“ อย่าเพิ่งขึ้นมา! ” เด็กชายแจจุงร้องห้ามเมื่อถึงคราวที่ยุนโฮต้องขึ้นมาบ้าง
ทว่าก็ช้าไปเสียแล้ว...
ยุนโฮปีนตามหลังขึ้นมาอย่างว่องไวด้วยความคล่องแคล่ว
เด็กชายแปลกใจนิดหน่อยว่าทำไมแจจุงถึงห้ามเขา แต่แล้วตัวเองก็พบสาเหตุ...
ชายคนหนึ่งในชุดภูมิฐาน หน้าตาดูเคร่งเครียด สายตามองมาที่เขาด้วยแววน่าเกรงขามและจับผิด
ชายกลางคนที่ยุนโฮตระหนักได้ดีว่าเป็น...
พ่อของแจจุง!
ยุนโฮจับความไม่พอใจในดวงตาคู่นั้นได้ และนึกรู้โดยสัณชาติญาณว่าการบุกรุกบ้านคนอื่นเช่นนี้ย่อมได้รับผลตอบแทนที่ไม่น่าพิสมัย เจ้าเด็กตัวโตจึงรีบกระโดดปีนกลับลงไปยังทางที่ตัวเองเพิ่งขึ้นมา
ประมุขตระกูลคิมไม่ได้ให้ความสนใจกับเด็กที่เพิ่งปีนลงไปจากระเบียงห้องนอนลูกชายคนโปรดนัก เพราะมองเห็นจากด้านบนว่าการ์ดที่ใช้ออกให้ตามหาตัวคุณหนูคนเล็กเริ่มกลับมาบางส่วนแล้ว และเด็กนั่นคงถูกจับตัวมาได้ไม่นาน ดังนั้นความสนใจทั้งหมดจึงหันเหไปยัง...
กล่องไม้ใบเล็กที่อยู่ในมือของแจจุง
เมื่อเห็นสายตาของผู้เป็นพ่อที่มองมา เด็กชายรีบเอามือไพล่หลัง เพื่อไม่ให้กล่องแสนสวยที่ตัวเองเพิ่งได้มาต้องถูกแย่งไป
ทว่าเพียงแค่ก้าวเดียวที่ชายวัยกลางคนก้าวเข้าประชิดตัวสั่นเทาของเด็กน้อย เจ้ากล่องไม้ที่ว่าก็ถูกฉวยไปอยู่ในมือเสียแล้ว
“ อ๊ะ! ” แจจุงทำได้เพียงแค่เผยอปากร้องแผ่วเบาเมื่อของที่ยุนโฮให้มานั้นถูกเอาไป
“ พ่อครับ... ขอ.. ” แจจุงกำชายเสื้อที่ถูกรีดมาจนเรียบตึง โดยไม่สนใจเลยสักนิดว่านั่นจะทำให้เนื้อผ้าของผู้ที่นิยมความสมบูรณ์แบบยับย่นจนตัวเองต้องโดนดุ ปลายเท้าพยายามเขย่งยืดตัวเองขึ้นเอาของที่ถูกฉวยไปคืนมา
“ หึ! ” เสียงทุ้มเหมือนส่งเสียงเยาะในลำคอ เมื่อเปิดในกล่องนั้นออกมาแล้วพบเพียงจุกคอร์ก
ทว่าแทนที่จะส่งคืนให้ลูกชายคนเล็ก ผู้เป็นบิดากลับเลือกที่จะโยนกล้องไม้ใบจิ๋วที่ว่านั้นลงระเบียงไปอย่างไม่ใส่ใจและไม่ไยดีต่อสายตาอาวรณ์ของลูกชาย
แจจุงมองตามกล่องที่กำลังร่วงลงไปข้างล่าง และก่อนที่ประมุขคิมจะจับไว้ทัน ร่างเล็กของลูกชายก็กระโดดตามลงไปเสียแล้ว
ตูม!
เสียงน้ำในสระเบื้องล่างกระจายตัวเป็นวงกว้าง กล่องไม้ที่เพิ่งหล่นลงไปก่อนหน้าไม่นานถูกตามติดมาด้วยทั้งร่างของเด็กชายวัยสิบสองปีที่ทิ้งน้ำหนักลงสู่เวิ้งน้ำในเวลาใกล้เคียงกัน
มือเล็กของเด็กชายพยายามไขว่คว้าหากล่องไม้ที่เห็นอยู่ไม่ไกลตัว ก่อนจะกระเสือกกระสนเหยียดมือออกไปจนสุดแขน พยายามเอื้อมมือเข้าหาโดยไม่ใส่ใจว่าตัวเองกำลังสำลักน้ำเพียงใด
เมื่อเอื้อมถึงเจ้ากล่องสี่เหลี่ยมนั่น แจจุงก็ดึงมันเข้ามาแนบอก เป็นเวลาเดียวกับที่สองขาเริ่มไร้เรี่ยวแรง ทั้งเนื้อตัวค่อย ๆ จมดิ่งลงไปในสระกว้างพร้อมกับเสียงร้องของบรรดาคนรับใช้ที่ดังอื้ออึง
น้ำเริ่มแทรกเข้าไปแทนที่อากาศซึ่งแจจุงควรจะได้รับในการหายใจ เด็กน้อยสำลักและต้องการอากาศหายใจเหลือเกิน ทว่าสองขาและสองแขนก็ได้เรี่ยวแรงที่จะพยุงตัว อีกทั้งเขายังว่ายน้ำไม่เป็น ร่างนี้อยู่ไกลฝั่งเกินไป แจจุงยังไม่เห็นทางไหนเลยที่เขาพอจะช่วยตัวเองได้
เมื่อสำลัก น้ำก็ยิ่งเข้าไปในร่างกายมากขึ้นอีก แจจุงรู้สึกเหมือนแทบทุกตารางนิ้วของร่างกายถูกแทนที่ด้วยน้ำ ทั้งศีรษะปวดแปลบไปหมดราวกับจะระเบิดออกเสียให้ได้ และยิ่งลึกลงไปเท่าไร แรงกดดันนั้นก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
ในเวลาที่เจ็บปวดเช่นนี้ คนเดียวที่อยากเจอและเป็นห่วงคือยุนโฮ
ยุนโฮจะเป็นอะไรมากไหม...
คนของพ่อจะตามเจอหรือเปล่า?
“ อ๊า! ” แจจุงกรีดร้องสุดเสียงเมื่อทนความเจ็บปวดนั้นไม่ไหวอีกแล้ว
และทันทีทันใดท่ามกลางความเจ็บปวดเหล่านั้น ร่างของแจจุงก็ดีดตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แผ่นอกสะท้อนขึ้นลงเมื่อเจ้าหัวหอบหายใจถี่ ความรู้สึกเมื่อครู่เหมือนไม่ใช่แค่ฝันไปและเหมือนจริงจนน่ากลัว
เมื่อปรับสายตาให้ชินกับสภาพแวดล้อมรอบตัว เขาก็พบว่าตัวเองอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยม ชายหนุ่มกวาดสายตาเพื่อมองหาคนที่เขากำลังคิดถึงในห้วงคำนึง
“ โอ.. ขอบคุณพระเจ้าที่คุณไม่เป็นอะไร ” แจจุงแปลกใจเมื่อพบว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเขาคือซึลกิ
“ ผม... ” แจจุงยกมือกุมเบา ๆ ที่ศีรษะตัวเอง ยังคงรู้สึกปวดอยู่ มองดูแม่นมของคนรักกดกริ่งเรียกแพทย์
“ คุณตกลงไปในสระน้ำน่ะค่ะ เกือบแย่แล้วเชียว ถ้าคุณเป็นอะไรไป คุณยุนโฮคงจะเสียใจมากแน่ ๆ ” ซึลกิรีบอธิบายทุกอย่าง ซึ่งหนุ่มหน้าหวานที่บัดนี้แก้มนวลซีดเซียวเต็มทีก็พยักหน้ารับเหมือนนึกเหตุที่ทำให้เขาต้องมานอนอยู่โรงพยาบาลได้
“ แล้วคุณยุนโฮล่ะครับ ” แจจุงถามออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เหตุหนึ่งเพราะไม่มีแรง อีกสาเหตุคือ..
เขิน!
“ คุณยุนโฮกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็สะสางงานน่ะค่ะ อย่างเร็วก็ไม่เกินเที่ยงคืน อย่างช้าก็อาจจะมาตอนเช้าเลย ”
“ ครับ ” ใบหน้าหวานซึมลงเมื่อรู้ว่ายุนโฮอาจไม่มาหาเขาในคืนนี้
สักครู่ต่อมา แพทย์ก็เข้ามาตรวจอาการ และหลังจากนั้นทั้งห้องก็มืดสนิทเมื่อแจจุงยืนยันว่าตัวเองต้องการพักผ่อน
ซึลกิขอตัวไปยังส่วนของห้องพยาบาลที่ถูกกั้นไว้รับรองญาติของคนไข้ แจจุงจึงมีเวลาส่วนตัว
ชายหนุ่มมองหาของที่ตัวเองเสี่ยงตัวกระโดดตามลงไปเอา แต่เขาก็ไม่พบ...
“ กล่องอยู่บนโต๊ะข้างเตียงนะคะ ” เสียงของแม่นมดังขึ้นมาราวกับรู้ใจ แจจุงหันไปมองทันที
แล้วยิ้มแรกก็แต่งแต้มบนใบหน้าสวย เมื่อแจจุงเปิดกล่องไม้ออกมาและพบว่าเจ้าไม้คอร์กยังนอนนิ่งอยู่ในนั้น
ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุนั้น เขาก็ถูกช่วยชีวิตเอาไว้ทันดั่งเช่นครั้งนี้ แต่ผลที่ตามมาคือความทรงจำบางส่วนของเขาขาดหายไป ซึ่งแพทย์ระบุว่าอาจเป็นเพราะช็อค
แล้วพ่อของเขาก็ยิ่งคุมเข้มไม่ให้แจจุงเข้าใกล้น้ำ ด้วยกลัวเกิดเหตุเช่นนั้นอีก ทำให้แจจุงว่ายน้ำไม่เป็นจนปัจจุบันนี้
แจจุงลูบคลำไปบนเนื้อไม้ชิ้นเล็ก... สิ่งเล็กน้อยที่ไร้ค่าในสายตาของใครหลายคน หากแต่เปี่ยมล้นด้วยความทรงจำในความรู้สึกของคิม แจจุง
ขอบคุณมากนะยุนโฮที่ยังไม่ลืมฉัน
ขอบคุณสำหรับความรักของนายที่มีให้ตลอดมาในระยะเวลาสิบปีที่ผ่านพ้น
ขอโทษที่ฉันไม่สามารถจำเรื่องของเราได้เร็วกว่านี้ ทั้งที่เรื่องนั้นก็สำคัญต่อเขาไม่ต่างจากที่มันมีความสำคัญต่อยุนโฮเลย
รู้แล้วว่าทำไมนายจึงบอกรักฉันทุกวัน เพราะถ้าเป็นฉัน... ฉันมั่นใจว่าตัวเองก็จะทำอย่างนั้นเหมือนกัน
และต่อจากนี้ไป เป็นทีของฉันบ้างที่จะบอกรักนายทุกวัน
แจจุงปิดฝากล่องแล้ววางมันไว้ข้างตัว เขาหลับตาลง พยายามกล่อมให้ตัวเองหลับ เพื่อรอเวลาที่จะตื่นมาและเห็นหน้ายุนโฮในวันพรุ่งนี้
เพื่อพบ... และบอกรัก
TBC
edit @ 26 Nov 2007 22:16:35 by Zinister
#1 By ผู้ติดตาม (202.28.183.9) on 2008-08-05 20:33