Love-Stricken [1/2]
posted on 04 Oct 2007 13:59 by zinister in ShortFanFictionLOVE-STRICKEN
ช่องว่างระหว่างเราช่างห่างไกล
แต่ถึงอย่างไร... ฉันก็จะเอาตัวนายมาให้ได้
ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม!
เอาอีก! เอาอีก! เอาอีก!
ท่ามกลางฮอลล์ขนาดใหญ่ซึ่งปรากฏแสงไฟหลากสีอันมาจากสปอร์ตไลท์ที่ใช้ในการแสดง และจากแท่งไฟในมือฝูงชนหลายพันคนที่แออัดรวมกัน เพื่อชมการแสดงสดครั้งยิ่งใหญ่ของนักร้องดังซึ่งกำลังมาแรงในขณะนี้
เสียงตะโกนโห่ร้องขอให้ศิลปินในดวงใจแสดงรอบพิเศษอีกครั้งทำเอาทีมงานและตัวศิลปินเองที่อยู่ด้านหลังเวทีต่างยิ้มแก้มปริด้วยความดีใจกับการตอบรับที่ดีของการไลฟ์คอนเสิร์ตในครั้งนี้
นี่คือคืนของนาย ออกไปและทำให้พวกเขาเห็นว่าของจริงมันเป็นยังไง ผู้จัดการส่วนตัวซึ่งเป็นทั้งคนชักนำเขาเข้าสู่วงการ และปลุกปั้นจนโด่งดังอย่างทุกวันนี้ พูดพร้อมยัดไมโครโฟนคู่กายให้กับนักร้องหนุ่ม
โจ คยูฮยอน นักร้องเจ้าของเสียงนุ่มทรงพลังรับเอาคำพูดนั้นเป็นแรงผลักดันช่วยระงับความตื่นเต้นของตัวเอง ก่อนจะก้าวออกไปหน้าเวทีอีกครั้ง เพื่อร้องเพลงสุดท้ายให้ตรึงใจผู้ฟัง
เมื่อเพลงช้าจังหวะหวานซึ้งถูกขับร้องด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มและเข้าลึกถึงแก่นของเพลง ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะสะกดให้ทุกคนเคลิบเคลิ้มและตกอยู่ในภวังค์
บ้างก็โยกตัวช้า ๆ ตามจังหวะ
บ้างก็ซึ้งจนน้ำตาไหล และไม่คิดที่จะเช็ดเจ้าน้ำใสนั้นออกจากใบหน้า
กว่าที่ใครจะรู้ตัว... นักร้องคนโปรดก็กล่าวขอบคุณแล้วกลับเข้าสู่หลังเวที ปิดฉากการแสดงสดครั้งนี้อย่างสวยงาม
เมื่อการแสดงจบลง ทีมงานทุกคนต่างก็เข้ามาร่วมแสดงความยินดี ก่อนที่นักร้องหนุ่มจะขึ้นรถส่วนตัวเพื่อกลับสู่ที่พักของตัวเอง
เยี่ยมมากคยูฮยอน! เป็นโชว์ที่เยี่ยมที่สุดเท่าที่ฉันเคยดูมาจริง ๆ ชางมิน ผู้จัดการส่วนตัวกล่าวชมอย่างยินดี
โธ่... พี่ก็พูดเกินไป คนเสียงดีกว่าผมก็มีอีกตั้งมากมาย คยูฮยอนกล่าวถ่อมตัว
แต่ฉันไม่เห็นใครเหมาะที่จะร้องเพลงรักเท่านายซักคน มีไม่มากหรอกนะ... นักร้องที่ดังได้ด้วยเพลงช้าอย่างเดียวน่ะ อีกฝ่ายยิ้มอ่อนโยนเมื่อทอดมองเด็กหนุ่มที่ตัวเองปั้นมากับมือ
อย่างน้อยหนึ่งในไม่กี่คนนั้นก็มีพี่ด้วยนั่นแหละ คยูฮยอนพูดพลางเอนศีรษะซบกับไหล่ของชางมิน เป็นการตัดบทว่าเขาเหนื่อยและอยากจะพักผ่อนเต็มที
ชิม ชางมิน หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันอย่างกว้างขวางในชื่อชเวคัง ชางมิน คือหนุ่มมากความสามารถคนหนึ่ง เพราะนอกจากจะประสบความสำเร็จในฐานะนักร้องเพลงบัลลาดระดับแนวหน้าของประเทศแล้ว ชางมินยังเป็นโปรดิวเซอร์มือดีที่ไม่ว่าใครก็อยากจะร่วมงานด้วย และเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ที่คยูฮยอนสังกัดอยู่
หลากหลายบทเพลงตรึงใจที่ถูกเขียนด้วยนามแฝงแมกซ์ ล้วนแล้วแต่เป็นผลงานของชางมิน ถึงแม้เรื่องนี้จะมีเพียงแค่คนวงในเท่านั้นที่รู้เพราะอดีตนักร้องหนุ่มไม่อยากบอกใคร
นอกจากจะเป็นหนึ่งในนักร้องเพลงรักที่เป็นที่ยอมรับแล้ว คยูฮยอนยังนับถือชางมินในฐานะศิลปินที่ไม่อยากดังอีกด้วย
จะมีนักร้องสักกี่คนที่ขอวางมือจากการร้องเพลงในช่วงเวลาที่ตัวเองกำลังโด่งดังเป็นพลุแตก และคยูฮยอนก็นับถือในเหตุผลของชางมินที่บอกว่าเขาร้องเพลงด้วยหัวใจ ไม่ใช่เพื่อเงิน เขายินดีเป็นคนสร้างโอกาสให้เด็กรุ่นใหม่ ๆ มากกว่า
และคยูฮยอนก็เป็นเด็กชายที่โชคดีคนนั้น...
จำได้ว่าช่วงที่ชางมิน นักร้องหนุ่มอายุยี่สิบปีกำลังโด่งดังนั้น โจ คยูฮยอนเป็นเพียงเด็กชายวัยสิบสองขวบที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักร้อง แต่ไม่มีคนให้การสนับสนุนที่ดี
จนชางมินได้พบกับเขาโดยบังเอิญและชักชวนให้มาอยู่ในความดูแลของชายหนุ่ม คยูฮยอนจึงเป็นนักร้องโด่งดังได้อย่างทุกวันนี้
คยูฮยอนนับเป็นหนึ่งในนักร้องที่ได้รับการสนับสนุนจากแฟนเพลงอย่างสม่ำเสมอ ดูได้จากผลงานสามอัลบั้มในช่วงสี่ปีได้รับการตอบรับในเกณฑ์ดีมาก และเพลงรักจากผลงานชุดแรกบางเพลงยังถูกเอามาร้องใหม่โดยนักร้องกลุ่มอื่นอีกด้วย
และไม่เพียงดังแค่ในประเทศ คยูฮยอนยังมีผลงานในต่างชาติทั้งงานเพลงและโฆษณา จึงไม่แปลกที่จะมีแฟนไซต์ชาติต่าง ๆ มากมายที่เกี่ยวกับตัวเขาผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด
คอนเสิร์ตในวันนี้เป็นคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายก่อนที่ชายหนุ่มจะได้วันหยุดยาวหนึ่งเดือนเพื่อเตรียมตัวสำหรับคอนเสิร์ตครั้งต่อไป
และวันนี้คยูฮยอนจำเป็นต้องพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพราะในวันพรุ่งนี้จะมีการจัดแฟนมีตติ้งเพื่อพบปะแฟนเพลง ซึ่งเมื่อเวลานั้นมาถึง ชายหนุ่มจะต้องเสียพลังงานอย่างมากมาย
ชางมินก้มมองคยูฮยอนที่กำลังหลับสบายจนไม่รู้ตัวว่าบัดนี้รถจอดอยู่หน้าบ้านแล้ว แววตานั้นแสดงความเอ็นดูมากล้น แม้ปัจจุบันนี้คยูฮยอนจะเติบโตเป็นชายหนุ่มเพียบพร้อมวัยยี่สิบปี แต่ในสายตาของชางมิน... คนที่หลับอยู่ข้าง ๆ นี้ก็ยังเป็นเพียงเด็กน้อยไร้เดียงสาคนเดิมกับเมื่อแรกพบ
คงเป็นเพราะความจริงใจ ไม่มีพิษภัยกับใครนี่เอง ที่ทำให้คยูฮยอนเป็นที่รักของทุกคนได้ไม่ยาก และสามารถครองใจแฟนคลับได้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่เดบิวต์ครั้งแรกจนถึงผลงานชุดที่สาม
ชางมินค่อย ๆ อุ้มคนที่หลับอยู่เข้ามาในอ้อมแขน ด้วยความที่เป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ ทั้งอีกฝ่ายยังตัวเล็กกว่า ทำให้ชางมินอุ้มคยูฮยอนได้อย่างไม่ทุลักทุเลนัก
เนื่องจากอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน ทำให้ชางมินและคยูฮยอนทั้งรักและผูกพันกันราวพี่น้องร่วมสายเลือด แต่ก็มีหลายคนที่มองว่าพวกเขาคือคนรักกัน ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย แต่นั้นก็เป็นเรื่องขำที่คยูฮยอนมักหยิบยกเอามาล้อเขาอยู่บ่อย ๆ
ชายหนุ่มร่างสูงคลายอ้อมกอดวางคยูฮยอนลงบนเตียงของตัวเอง จัดการเช็ดตัวให้อย่างเบามือเพราะรู้ว่าเด็กขี้เซาคนนี้จะไม่ตื่นมาอาบน้ำเองอย่างแน่นอน จากนั้นเขาก็คลี่ผ้าห่มอุ่นคลุมร่างบอบบางนั้นแล้วบรรจงจูบราตรีสวัสดิ์ตรงหน้าผากมนอย่างที่ทำเป็นประจำทุกคืน แล้วจึงค่อยเดินเข้าห้องนอนของตัวเอง
---------- Love-Stricken ----------
พี่ชางมิน ตื่นซะทีสิ ยังไม่ทันที่แสงตะวันยามเข้าจะส่องลอดม่านผ่านเข้ามาในห้องดี เจ้าเด็กที่อายุห่างจากเขาแปดปีก็มานั่งงอแงบนเตียงของเขาเสียแล้ว
อะไรกัน มันยังไม่เช้าเลยไม่ใช่หรอ ชางมินว่าเสียงงัวเงีย พยายามยันตัวขึ้นนั่ง
แต่คำที่บอกว่ายังไม่ทันเช้าก็เป็นอันถูกหักล้างไป เมื่อคยูฮยอนชูนาฬิกาข้อมือของเขาเองที่บอกเวลาว่าตอนนี้เลยหกโมงเช้ามาสิบนาทีแล้ว
โอเค รอก่อนละกัน เดี๋ยวไปทำอะไรให้กิน หิวแล้วใช่มั้ยล่ะ คนตัวสูงว่าพลางลุกขึ้นจากเตียง คยูฮยอนพยักหน้าตอบให้รู้ว่าหิวแล้ว พร้อมกับยิ้มแป้นเมื่อคนอายุมากกว่าบอกว่าจะทำอาหารให้ทาน เพราะไม่ใช่ว่าทุกวันชางมินจะทำแบบนี้ แสดงว่าวันนี้คงจะอารมณ์ดีสินะ
เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ชางมินจึงค่อยลงมาทำอาหารเช้า เพราะชายหนุ่มติดนิสัยทำอะไรต้องรวดเร็ว ดังนั้นเมื่อต้องเข้าไปล้างหน้าอยู่แล้ว ก็จัดการอาบน้ำมันด้วยเสียเลย
เมื่อเดินผ่านโต๊ะกินข้าว ก็พบว่ามันถูกจัดอย่างเป็นระเบียบคอยท่าอยู่ก่อนแล้ว แถมตัวคยูฮยอนเองก็จัดการอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย กำลังนั่งยิ้มหน้าแป้นแล้นรอคอยอาหารเช้าฝีมือคนที่ตัวเองนับถือดุจพ่อและพี่ชาย
รอไม่นาน อาหารมื้อเช้ากลิ่มหอมก็ถูกนำมาวางข้างหน้าเด็กหนุ่ม คยูฮยอนจัดการทานอาหารตัวเองเงียบ ๆ ขณะที่ชางมินก็ทำแบบเดียวกัน
เพราะนิสัยที่คล้ายกันและการดำเนินชีวิตแบบเดียวกัน ทำให้ทั้งสองคนสามารถอาศัยร่วมกันมาได้นานขนาดนี้
หลังจากจัดการอาหารเช้าเรียบร้อย ทั้งชางมินและคยูฮยอนก็เตรียมตัวเดินทางไปสถานที่จัดแฟนมีตติ้ง แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ออกจากบ้าน เสียงโทรศัพท์มือถือของชางมินก็ดังขึ้นเสียก่อน
อะไรนะ!... โอเค รอผมก่อนนะ ส่งคยูฮยอนเสร็จแล้วจะรีบไป ฟังจากน้ำเสียงและสีหน้าเคร่งขรึม คยูฮยอนก็รู้ทันทีว่าต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่นอน
พอดีที่บริษัทมีเรื่องนิดหน่อยน่ะ เรารีบไปกันเถอะ ชางมินหันมาบอกคยูฮยอนที่ทำหน้าเหมือนอยากรู้เรื่องเต็มแก่
ที่จริงให้ผมเอารถไปเองก็ได้นะครับ พี่จะได้ไปถึงบริษัทไว ๆ คยูฮยอนเสนอ
ไม่เอาน่า พี่เป็นผู้จัดการของเรานะ ก็ต้องดูแลเราก่อนสิ ชางมินพูดพลางดุนหลังคนตัวเล็กกว่าให้ขึ้นรถไป
แต่ผมไม่อยากให้มันกระทบงานที่บริษัทนะ ผมว่าพี่รีบไปเถอะ รถก็มีอีกคนนี่นา เดี๋ยวผมขับไปเองก็ได้ ทว่าคยูฮยอนก็ฝืนตัวเอาไว้ แล้วยืนยันว่าจะไปเองท่าเดียว
อืม ตามใจนายก็แล้วกัน ขับรถระวัง ๆ ด้วยล่ะ ด้วยนิสัยไม่ชอบต่อความยาวสาวความยืด ชางมินจึงไม่ตื๊อให้คยูฮยอนไปด้วยกันอีก
ครับ เมื่อได้ฟังคำตอบหนักแน่นจากน้องชาย ชางมินก็ค่อยคลายใจยอมไปกับรถอีกคันหนึ่งเสียที
---------- Love-Stricken ----------
หลังจากแฟนมีตติ้งจบลง การ์ดก็ช่วยกันนักร้องหนุ่มให้มายังที่จอดรถวีไอพี ซึ่งมีแต่ระดับบริหารและคนสำคัญเท่านั้นที่สามารถใช้ได้ ทำให้ลานจอดรถชั้นนี้ดูเงียบและไม่ค่อยมีผู้คน
เมื่อเดินมาถึงรถของตัวเอง คยูฮยอนก็รับโทรศัพท์สายตรงจากชางมิน ที่โทรมาเช็คว่าเขาทำงานเสร็จหรือยัง ซึ่งจากที่ฟังปลายสายนั้น ก็รู้ว่าปัญหาของบริษัทยังไม่คลี่คลายดี กระนั้นพี่ชายที่แสนดีของเขาก็ยังเป็นห่วงแถมกำชับให้เขารีบกลับบ้านไว ๆ
คยูฮยอนรับคำหนักแน่นแล้ววางสายไป ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบเอากุญแจรถขึ้นมา แต่ในนาทีที่กดปลดล็อคประตูนั้นเอง ของแข็งบางอย่างก็ปะทะเข้ากับด้านหลังศีรษะของเขาเข้าอย่างจัง แล้วมันก็ทำให้สติของคยูฮยอนก็ดับวูบไป
---------- Love-Stricken ----------
อือ... ความเจ็บปวดจากบาดแผลทำให้คนที่หลับอยู่รู้สึกไม่สบายตัวและกำลังจะตื่นขึ้นมา เสียงครางเครือในลำคอทำให้คนที่นั่งปฐมพยาบาลอยู่ข้างเตียงรีบกุลีกุจอเข้ามาดูอาการ
คุณ...ฟื้นแล้วหรอครับ เมื่อคยูฮยอนลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เขาได้ยินก็คือประโยคนี้
ที่นี่คือที่ไหนเหรอ? ถามเบา ๆ พลางมองไปรอบห้อง
นี่บ้านของผมเองครับ บังเอิญผมเห็นคุณสลบอยู่ท้ายไร่น่ะ คนที่ช่วยคยูฮยอนเอาไว้ยังคงพูดขยายความ
ไร่? เมื่อสงสัยในคำพูดของอีกฝ่าย ดวงตาที่กำลังกวาดมองไปรอบห้องก็วกกลับมายังคนพูด และในตอนนั้นเองที่คยูฮยอนเห็นใบหน้าของชายคนนี้เต็มสองตา
ชายคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงของเขาคนนี้มีผิวขาวอย่างน่าอิจฉา ตัดกับเส้นผมและนัยน์ตาสีดำขลับ แนวจมูกโด่งไม่บิดเบี้ยว ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อที่ยามเมื่อมันขยับจะทำให้สามารถสังเกตเห็นรอยบุ๋มข้างแก้มได้ไม่ยาก รอยยิ้มเป็นมิตรถูกส่งมาให้เขาอย่างต่อเนื่องโดยที่อีกฝ่ายก็ยังพูดไม่หยุด เสียงทุ้มไพเราะที่พูดอยู่ข้างหูทำให้คยูฮยอนเคลิ้มและฟังไปเรื่อยๆ อย่างเพลิดเพลิน
หมายถึงไร่ดอกทานตะวันของผมน่ะครับ ว่าแต่ตอนนี้คุณรู้สึกยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนรึเปล่า ผมจะได้พาคุณไปหาหมอ เมื่อคิดว่าปล่อยให้ตัวเองถูกซักถามมามากแล้ว ชายหนุ่มใจดีก็วกเข้าเรื่องอาการของคนตรงหน้าที่ถูกทำร้ายทันที
เมื่อตอนที่เขาพบร่างเล็กนี่นอนคว่ำหน้าอยู่ท้ายไร่ เขาสังเกตได้ว่าด้านหลังศีรษะถูกตีด้วยของแข็งจนเกิดแผลและทำให้คนคนนี้สลบไป ส่วนข้าวของส่วนตัวอื่น ๆ นั้นก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ทำให้เขาเดาเอาว่าคนที่เพิ่งตื่นนี้โดนชิงทรัพย์มา
ไม่เอานะ ไม่ไปโรงพยาบาลหรอก! เมื่อพูดถึงสถานที่อบอวลด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ร่างผอมบางก็มีปฏิกิริยาแข็งกร้าวขึ้นมาทันที คยูฮยอนใช้สองมือโอบกอดตัวเองเอาไว้ แล้วกระถดตัวไปอีกด้านเสียจนแทบตกเตียง
เอ่อ...ก็ได้ครับถ้าคุณต้องการ แล้ว...คุณชื่ออะไร ผมยูฮวานครับ ปาร์ค ยูฮวาน นับตั้งแต่อีกฝ่ายตื่นนอนมา คนที่พูดอยู่ตลอดเวลาอย่างเขาก็เพิ่งมีโอกาสได้แนะนำตัว
แต่ทั้งที่ยูฮวานเปลี่ยนเรื่องจากการพูดถึงโรงพยาบาลมาเป็นเรื่องชื่อเสียงเรียงนามของคนตรงหน้า กลับกลายเป็นว่าเจ้าตัวเล็กยิ่งอาการหนักขึ้นไปอีก
ชื่อเหรอ? ผม...ผมไม่รู้ ผมชื่ออะไร!? โอ๊ย! ยูฮวานสังเกตได้ว่าคยูฮยอนมีการอาการตาลอยหน่อย ๆ และเมื่อพยายามนึก มือเล็กก็ดึงทึ้งเส้นผมตัวเองด้วยความเจ็บปวดที่เต้นตุบในศีรษะ
คุณ...ความจำเสื่อมอย่างนั้นเหรอ ยูฮวานพูดออกมาเสียงเบาราวกับถามตัวเองเสียมากกว่า เขาไม่อยากเชื่อว่ามันจะเป็นเรื่องจริง คิดว่าจะมีแค่ในนิยายเสียอีก ไอ้เรื่องที่โดนทำร้ายจนความจำเสื่อมเนี่ย
ผมไม่รู้ แต่ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น ถ้าคุณหมายถึงว่าทำไมผมถึงจำเรื่องเกี่ยวกับตัวเองไม่ได้เลยล่ะก็... ยูฮวานพยักหน้ารับรู้สิ่งที่คยูฮยอนบอก
ผมว่าคุณน่าจะไปให้หมอตรวจอาการ ชายหนุ่มเจ้าของบ้านแนะนำ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคืออาการส่ายหน้าปฏิเสธจนผมกระจายของร่างบาง แถมยังเบะปากจะร้องไห้อีก
โอเค โอเค... ไม่ต้องร้องไห้นะครับ ผมไม่พาคุณไปโรงพยาบาลแล้วล่ะ คืนนี้ก็นอนพักก่อนนะครับ ไม่ต้องห่วงนะ เดือดร้อนคนตัวใหญ่ต้องพูดปลอบยกใหญ่ คยูฮยอนล้มตัวลงนอนอย่างว่าง่ายพร้อมดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างตัวเอง แล้วปิดเปลือกตาหลับไปในเวลาไม่นาน
---------- Love-Stricken ----------
คยูฮยอน! คยูฮยอน! เสียงร้องเรียกใครสักคนดังมาจากที่ไหนสักแห่ง คยูฮยอนที่นอนหลับอยู่ ลืมตาขึ้นมาแล้วพยายามมองหาต้นเสียง
และทันใดนั้นเองที่ชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของผิวกายสีแทนปรากฏตัวขึ้น...
พี่ชาง...มิน โดยไม่รู้ตัว ชื่อนั้นก็หลุดออกมาจากปากของเขาเองจนคยูฮยอนนึกแปลกใจ
นายหายไปไหนมา พี่ตามหาแทบแย่ คนในความฝันนั้นถามไถ่เขาด้วยน้ำเสียงร้อนรน อาการอย่างนั้นทำให้ร่างบางนึกรู้ว่าชื่อของตัวเองคือคยูฮยอน
ยังไม่ทันที่จะตอบอะไร ภาพตรงหน้าก็พร่าเลือนไป ก่อนที่คยูฮยอนจะรู้สึกว่าตัวเองถูกพามายังสถานที่แห่งใหม่
ภาพชายหนุ่มใบหน้าซูบตอบที่คยูฮยอนรู้ได้ทันทีว่าคือคนเดียวกับชางมินคนที่เขาพบเมื่อกี้ กำลังนั่งเอนหลังกับเก้าอี้นวมตัวโต แววตานั้นมีแต่ความเศร้าหมอง ในมือชายหนุ่มมีรูปใบหนึ่งอยู่
ดูอะไรอยู่เหรอพี่ชางมิน คยูฮยอนเดินอ้อมไปฝั่งเดียวกัน และพบว่าสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังดูอยู่นั้นคือรูปคู่ของพวกเขาสองคน
ไปอยู่ที่ไหนนะ คยูฮยอน รู้มั้ยว่าพี่เป็นห่วง ชางมินพูดเสียงสั่นเครือ เขาไล้นิ้วไปตามโครงหน้าของคยูฮยอนคนที่อยู่ในรูป
ผมก็อยู่ตรงนี้แล้วไง คยูฮยอนที่ยืนอยู่ตรงหน้ารีบพูดออกมา แต่ก็ไร้ประโยชน์เมื่ออีกฝ่ายกลับทำเหมือนกับว่ามันเป็นเพียงสายลมที่พัดมาแล้วผ่านไป
คยูฮยอน พี่คิดถึงนาย... และอีกสารพัดถ้อยคำมากมายที่อีกฝ่ายพร่ำพรรณนา ทำให้คยูฮยอนรู้ตัวว่าในตอนนี้เขาหายตัวไปจากคนคนนี้ น้ำตาพลันรินไหลออกมาเมื่อรู้สึกว่ามีคนกำลังเป็นห่วงเขาอยู่
แล้วภาพนั้นก็บิดเบี้ยวแล้วจางไป...
คยูฮยอนคิดว่าตัวเองต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้คนตรงหน้าหายไปแบบนี้
---------- Love-Stricken ----------
พี่ชางมิน! เสียงตะโกนของคยูฮยอนทำให้อีกคนที่นอนบนเตียงเดียวกันสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ เช่นเดียวกับเจ้าของเสียงที่ตอนนี้ตื่นเต็มที่ด้วยสภาพใบหน้าเปื้อนน้ำตา
เกิดอะไรขึ้นครับ คนที่ถูกทำให้ตื่นถามหน้าตาตระหนก หรือคนคนนี้จะนึกอะไรออกแล้ว
ผม..ผมฝัน... ฝันถึงผู้ชายที่ชื่อชางมิน เขากำลังเรียกชื่อผม ผม...ผมชื่อคยูฮยอน ริมฝีปากสีเชอร์รี่พูดออกมาตะกุกตะกัก
แล้วยังไงอีก คุณนึกออกหรือยังว่าคุณทำงานอะไร บ้านอยู่ที่ไหน แล้วชางมินใช่ญาติของคุณรึเปล่า ด้วยความตื่นเต้นทำให้ยูฮวานถามคำถามออกไปชุดใหญ่ คนตัวเล็กได้แต่ส่ายหน้า ทำท่าพยายามนึกแล้วก็ขมวดคิ้วนิ่วหน้าขึ้นมาอีก
ผมไม่รู้ ผมไม่รู้จริง ๆ ฮึก... บ้าน.. ผมอยากกลับบ้าน ชางมินกำลังรอผมอยู่... เขารอผมอยู่ ยังไม่ทันที่จะห้ามได้ทัน คยูฮยอนก็ร้องไห้ออกมาเสียแล้ว ทำให้ยูฮวานถึงกับลนลานทำอะไรไม่ถูก ได้แต่กอดปลอบคนตัวเล็ก
ยูฮวาน คุณต้องช่วยผมนะ ผมไม่อยากจำอะไรไม่ได้แบบนี้ คุณต้องช่วยผมนะ ฮือ... เสียงหวานสั่นเครือในอ้อมอกแกร่ง ยูฮวานลูบผมปลอบประโลมแล้วเอนร่างให้คยูฮยอนนอนลงอีกครั้ง ชายหนุ่มลูบผมลูบหลังอยู่อย่างนั้น จนคนขี้แยผล็อยหลับไปอีกครั้งเมื่อร้องไห้จนหมดแรง
---------- Love-Stricken ----------
ค่ำคืนที่แสนทรมานผ่านพ้นไป คยูฮยอนลืมตารับเช้าวันใหม่เมื่อจมูกได้กลิ่นหอมของอาหาร แพขนตากระพริบถี่ก่อนเผยแก้วตาสีรัตติกาลสบกับนัยน์ตาของยูฮวานที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว
ทานข้าวเช้าไปก่อนนะครับ เดี๋ยวผมไปหาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน คยูฮยอนพยักหน้ารับคำแล้วลงมือทานอาหารเช้า ซึ่งช่วยบรรเทาอาการแสบท้องที่รู้สึกเมื่อตอนแรกตื่นได้ดี
หายไปไม่นาน ยูฮวานก็กลับมาพร้อมกับเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวสำหรับผู้มาเยือนโดยไม่ได้นัดหมายอย่างคยูฮยอน เด็กหนุ่มพึมพำคำขอบคุณในลำคอก่อนรับเอาของเหล่านั้นแล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ
สักพักคยูฮยอนก็เดินออกมา เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีเขียวเข้มกับเอี๊ยมยีนส์สีซีด น่าแปลกใจที่ชุดพวกนี้พอดีตัวของเขา ทั้งที่ยูฮวานเจ้าของเสื้อก็ออกจะตัวใหญ่กว่าเขามากอยู่
เสื้อของหลานน่ะ แล้วหนุ่มเจ้าของบ้านก็เฉลยข้อสงสัยที่ฉายชัดบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม
แล้วหลานคุณไปไหนซะล่ะ ผมเห็นคุณอยู่คนเดียว เอียงคอถามด้วยความสงสัยแบบที่ใครหลายคนเห็นก็คงลืมรำคาญอาการช่างซักช่างถามนี่ไปเลย
เขาไปเรียนที่โรงเรียนในเมืองน่ะ นาน ๆ จะกลับมาเยี่ยมผมซักที คยูฮยอนพยักหน้าหงึกหงักเหมือนเด็ก ๆ
นี่... ถ้าผมล้างจานเสร็จแล้ว คุณอยากจะออกไปเดินเล่นด้วยกันมั้ย ยูฮวานพยายามรวบรวมความกล้าเอ่ยถามคนน่ารักตรงหน้าออกไป แต่เสียงมันก็ยังสั่นจนได้
ยูฮวานหนอยูฮวาน นายเจอคนหน้าตาดีมาก็มาก แต่ทำไมถึงมารู้สึกแปลก ๆ กับคนคนนี้ได้นะ แถมคนที่ว่าก็ยังเป็นผู้ชายเสียอีก
ตั้งแต่ครั้งแรกที่บังเอิญเจอคยูฮยอน เขาก็นึกตกหลุมรักขึ้นมาทันที และยิ่งเมื่อได้พูดคุย เขาก็รู้สึกว่าชักจะชอบอีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นกับใครคนไหนมาก่อน
ไปสิ! ผมไม่ชอบอยู่ในห้องนาน ๆ คยูฮยอนส่งเสียงเจื้อยแจ้วขัดทันทีที่ยูฮวานพูดจบ เขามีสีหน้ารื่นเริงขึ้นมาทันที
จำได้ด้วยเหรอว่าตัวเองไม่ชอบ ยูฮวานถามกระตุ้นความคิดไปเรื่อย ๆ เผื่อว่าอีกฝ่ายจะนึกอะไรออกมากขึ้นไปอีก
ไม่ได้จำได้หรอก มันก็แค่รู้สึกน่ะ มา... เดี๋ยวผมล้างจานให้เอง ว่าพลางฉวยชามข้าวต้มเปล่า ๆ จากมือยูฮวานไป แล้วสาวเท้าไปยังห้องครัว ซึ่งตัวเองก็ยังไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน
ไม่เป็นไรครับ ผมไม่กล้าใช้งานคนป่วยหรอก ใครรู้เข้าหาว่าผมใจร้ายแย่ ยูฮวานพูดพลางยิ้มขัดเขิน เมื่อจังหวะที่เขาแย่งชามคืนมานั้น มือตัวเองสัมผัสกับมือของคยูฮยอน
...ถึงแม้จะเพียงปลายนิ้ว แต่ก็ทำเอาใจเขาเต้นตึกตักเสียยกใหญ่...
นี่ถ้าได้จับมือกัน เขาจะไม่เป็นลมไปเลยหรอ?
ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ผมไม่ได้เป็นหนักซะจนลืมวิธีล้างจานหรอกน่า เอามาเถอะ ผมช่วย คราวนี้คยูฮยอนเอื้อมมาจับมือยูฮวานเอาไว้เต็มมือ ทำให้ชายหนุ่มร่างสูงเกิดอาการมือไม้อ่อนชั่วขณะ คำตอบของประโยคที่ถามตัวเองเมื่อครู่ถูกทำให้กระจ่างแล้วในตอนนี้ พร้อม ๆ กับที่ชามเจ้าปัญหาถูกล้างทำความสะอาดโดยคยูฮยอน โดยที่ยูฮวานเลี่ยงไปทำความสะอาดบ้านแทน
---------- Love-Stricken ----------
เมื่อจัดการกับงานบ้านเรียบร้อย สองหนุ่มก็พร้อมออกเดินทาง ทั้งคู่ชักชวนกันเดินไปตามถนนสายเล็กที่ปูด้วยเศษใบไม้ร่วง
คยูฮยอนวิ่งไปมาเมื่อเจอสิ่งที่ถูกตาต้องใจ เช่น ผีเสื้อตัวโตสีสวย หรือแม้แต่ดอกหญ้าดอกเล็ก ๆ เมื่อเหนื่อยก็กลับมาเดินข้าง ๆ ยูฮวาน
นี่ ๆ ผมเหนื่อยแล้วล่ะ เราหาที่นั่งพักกันเถอะ มือเล็กเอื้อมมากระตุกชายเสื้อคนตัวสูงกว่าเพื่อเรียกร้องความสนใจ และมันก็ได้ผล...
อืม ทนอีกนิดนะ ใกล้ถึงแล้วล่ะ ยูฮวานหันมายิ้มใจดี แล้วเร่งฝีเท้าพาคยูฮยอนไปยังจุดหมายปลายทางที่เขาตั้งใจจะพามาตั้งแต่แรก และมันก็คงจะถึงไปนานแล้ว ถ้าไม่ต้องมัวแต่รอคนตัวเล็กวิ่งไล่สัตว์ตัวนู้นตัวนี้
เดินไม่นาน ภาพของไร่ดอกทานตะวันก็ปรากฏสู่สายตา คยูฮยอนเบิกตากว้างมองความงดงามตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น
สวย..สวยจังคุณยูฮวาน ปากบางเพ้อออกมาเบา ๆ แต่นั่นทำให้คนที่ได้ยินหัวใจพองโตจนคับอก
นี่เป็นไร่ของผมเองล่ะครับ ถ้าคุณชอบ จะมาเมื่อไหร่ก็ได้ ผมไม่หวง ยูฮวานเอ่ยอย่างมีน้ำใจ
ว้าว! คุณนี่ใจดีจังนะ ทั้งหล่อทั้งนิสัยดีแบบนี้ น่าสงสัยจังทำไมยังไม่มีแฟน คนพูดไม่ทันได้คิดอะไร แต่คนฟังกลับรู้สึกอายขึ้นมาเสียเฉย ๆ
ใครเค้าจะมาสนใจชาวไร่ชาวสวนอย่างผมกันล่ะครับ เขาก็ไปสนใจพวกคนรวยไม่ก็ดารานักร้องกันหมด ตอบเสียงสลด เพราะเหตุการณ์อย่างนั้นมันเคยเกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งกับแฟนสาวคนแรก
นักร้องหรอ คุ้นหูจังเลยนาคำเนี้ย เป็นไปได้มั้ยว่าผมจะเป็นนักร้องมาก่อน คยูฮยอนโพล่งขึ้นมาด้วยความสงสัย แต่ชายตรงหน้าก็กลับให้คำตอบกับเขาไม่ได้ เมื่อยูฮวานพูดออกมาว่า..
ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ทีนี้มันไกลจากตัวเมืองมากนะ มีไฟฟ้าใช้ก็ดีแล้ว อีกอย่างผมไม่กล้าซื้อข้าวของแพง ๆ อย่างโทรทัศน์หรอก ก็เลยรู้แต่ข่าวที่มันลงในหนังสือพิมพ์ ไม่ก็จากปากของคนที่เค้าเล่า ๆ กันมาอีกที
คยูฮยอนเบ้ปาก แล้วก็หันไปสนใจทิวทัศน์ด้านหน้าต่อ
Zinister : อันที่จริงตั้งใจว่าจะเอาเรื่อง Try มาให้อ่านกันเป็นเรื่องทีห้า แต่เนื่องจากว่าตอนนี้ซินกำลังแก้ไขเรื่องนั้นอยู่ เพราะฉะนั้นก็เลยเอาเรื่อง Love-Stricken มาลงแทนค่ะ คู่พระเอกนายเอกอาจจะแปลกหน่อยจนบางคนคิดไม่ออกนะคะ แหะแหะ แม้แต่ซินเองก้เพิ่งแต่งคู่นี้เป้นคู่แรก ทิ้งคอมเมนท์ไว้ให้กันหน่อยนะ ^ ^ ขอบคุณค่ะ
To Be Continued
แล้ว...
ก็ไม่รู้จะเชียร์ใครดี
แต่ก็ลุ้นดีค่า หนุกๆ
#1 By ahk (58.64.125.142) on 2007-10-04 18:13