Catch Up [2/2] >> Ye*Ryo << SJ ...*END*...

posted on 10 Sep 2007 22:26 by zinister  in ShortFanFiction

Zinister : และแล้วมันก็จบเรื่อง เหอเหอ เรื่องนี้แต่งไม่นานหรอก แต่ซินกั๊กเอาไว้รอดูว่าจะมีคนเข้ามาเมนท์มั้ย เหอเหอ แบบว่า... มีตัง้คนนึง T^T เอาเต๊อะ ดีกว่ามีแค่ครึ่งคนละกัน ฮิฮิ มีคนเข้ามาอ่านรึเปล่าซินไม่รู้ แต่ก็ขอบคุณที่แวะเข้ามานะคะ โดยเฉพาะคนที่เมนท์ให้ ขอบคุณที่สละเวลานะ จุ๊บ ๆ

จากวันนั้นเป็นต้นมา ผมก็ไม่ได้เจอกับเขาอีก รยออุคขาดเรียนนานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เขาจะรู้ไหมว่าผมคิดถึง...

ผมอยากไปหาเขาที่บ้าน แต่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในห้องพยาบาลวันนั้น... เขาจะยอมมาพบหน้าผมมั้ย

ดังนั้นที่ผมทำได้ก็มีเพียงแค่ไปยืนมองหน้าต่างห้องนอนของเขาทุก ๆ วัน ผมนี่คงจะโรคจิตเข้าขั้นซะแล้ว

ผมทำอะไรให้เขาไม่พอใจงั้นเหรอ ผมคิดว่าไม่น่าใช่ด้วยเหตุผลนั้น เพราะอย่างน้อยรยออุคก็น่าจะมาโรงเรียน ไม่ใช่หายไปแบบนี้

ทั้งที่วันนี้เป็นวันประกาศผลสอบชิงทุน แต่เขาก็ไม่ไปที่โรงเรียนเลย

ไม่อย่างนั้นเขาคงได้รู้ว่าคนที่ได้ทุนนั้นก็คือตัวเขาเอง

นี่เราต้องห่างกันแล้วใช่ไหม... เขาคงคิดว่าไม่เป็นไรสินะถ้าเราจะไม่ได้พบกันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ตามใจนายนะ รยออุค...

---------- Catch up ----------

เยซอง หมดคาบมาพบครูด้วย เป็นอีกหนึ่งวันที่เวลาหมดไปกับการนั่งวาดรูปในชั่วโมงเรียน เมื่อไม่มีรยออุค อะไรมันก็ดูน่าเบื่อไปเสียหมด

ผมเก็บข้าวของลงกระเป๋าด้วยท่าทีไม่เดือดร้อน เพื่อนหลายคนซุบซิบว่าผมคงถูกอาจารย์เรียกไปทำโทษที่นั่งวาดรูปในเวลาเรียน แต่ใครสนกัน...

ผมเดินไปตามทางเดินที่ดูเงียบเหงาทั้งที่มีผู้คนเดินผ่านไปมา มันอาจเป็นเพราะวันนี้ไม่มีเสียงทักรยออุคที่มักเดินนำหน้าผมเสมอกระมัง

ปิดประตูด้วย เมื่อเข้าไปในห้องก็เหมือนครูจะรอผมอยู่แล้ว เธอผายมือเป็นเชิงให้ผมนั่งลงตรงเก้าอี้ว่างฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงาน

เธอรู้แล้วใช่มั้ยเรื่องที่รยออุคได้ทุนศิลปะ ครูวัยกลางคนเริ่มเกริ่น

ผมผงกศีรษะน้อย ๆ เป็นเชิงตอบรับ ดูเสียมารยาท แต่ครูทุกคนก็ชินกับท่าทางแบบนี้ของผมแล้ว

วันนี้คุณนายคิมโทรมาบอกว่ารยออุคขอสละสิทธิ ดังนั้นทุนนั่นจะตกเป็นของคนที่ได้คะแนนรองลงมา ผมฟังข่าวสารที่ได้รับมาใหม่อย่างไม่อยากจะเชื่อหู รยออุคน่ะหรือจะสละสิทธิ

แล้วคนคนนั้นก็คือเธอ... เยซอง ครูดีใจด้วยนะ ผมนิ่งเงียบไปด้วยความอึ้ง แต่ดูเหมือนครูจะตีความว่าผมดีใจ ทั้งที่จริงแล้วไม่เลย

ทำไมเขาถึงสละทุนนั่นให้กับผม ไหนเราเคยสัญญากันแล้วว่าจะเรียนด้วยกัน

หรือคำสัญญาของเราไม่มีความหมายกับเขาเลย

ตลอดวันนั้นผมนั่งขรึมมากกว่าที่เคยเป็น เฝ้าครุ่นคิดถึงเรื่องของผมกับรยออุค

หรือเขาจะไม่อยากเจอหน้าผมแล้วจริง ๆ?

ในตอนเย็นเมื่อกลับถึงบ้าน ผมก็พบว่าคุณป้าข้างบ้านเตรียมอาหารเย็นไว้มากมาย คงเป็นเพราะรู้ข่าวเรื่องทุนนั่นเอง

ผมเป็นเด็กกำพร้า ตลอดเวลาที่เติบโตมาก็ด้วยความช่วยเหลือจากคุณป้าข้างบ้านที่เป็นเพื่อนสนิทของแม่ เธอช่วยดูแลเรื่องการอยู่การกินแถมยังเป็นผู้ปกครองของผม ทำให้ผมทั้งรักและเคารพ

แต่ผมกลับรู้สึกว่าผมไม่มีความผูกพันกับเธอ ต่างจากกับรยออุคที่ผมรู้สึกผูกพันมาเนิ่นนานทั้งที่จริงแล้วเรารู้จักกันเพียงแค่สามปี ไม่เท่ากับคุณป้าคนนี้ที่ดูแลผมมาเกือบทั้งชีวิตของผม

คุณป้าพูดสนับสนุนให้ผมใช้สิทธิทุนที่ได้รับ ในตอนแรกผมคิดว่าผมไม่อยากได้มันเลย แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าของรยออุค ผมก็ตัดสินใจได้ในทันที

ที่เขาไม่มาเรียนและไม่เคยติดต่อมา อาจเป็นเพราะเขาเบื่อที่จะคบกับคนอย่างผม เขาคงเอียนเต็มทีที่ต้องอยู่กับคนเย็นชาแบบนี้

ในเมื่อเขาไม่อยากเห็นหน้าผม ผมก็จะไปให้ไกล ๆ เราจะได้ไม่ต้องเจอกันอีก

บางทีนี่อาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับเราสองคน...

---------- Catch up ----------

เวลาไม่ถึงเดือนที่เหลือของเทอมสุดท้ายหมดไปอย่างรวดเร็วสำหรับนักเรียนทั่วไป

แต่มันกลับผ่านไปอย่างเชื่องช้าเหลือเกินสำหรับผม การที่ไม่ได้เจอหน้ารยออุคมันคือความทุกข์ที่สุดในชีวิต

ทุกที่ที่ผมผ่าน ทุกย่างก้าวที่ผมเดิน ความรู้สึกในวันก่อนที่เขาเคยอยู่เคียงข้างยังคงติดแน่นในความทรงจำ มันทำให้ผมไม่อยากขยับตัวไปไหนอีกแล้ว

ทั้งที่บอกว่าจะไม่ไปหา แต่ทุกเลิกเรียน สองขาก็เป็นอันต้องพาตัวมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของเขาจนได้

แล้วอย่างนี้เมื่อไรกันที่ผมจะลืมเขาลง

...มันคงจะไม่มีวันนั้นเลยใช่ไหม

ตอนนี้ผมจบการศึกษาจากไฮสคูลและกำลังจะออกเดินทางในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ ผมหวังว่าจะได้เจอรยออุคอีกครั้งในพิธีจบการศึกษา แต่การรอคอยของผมก็สูญเปล่าเมื่อไม่ปรากฏแม้เงาของคิม รยออุค

ผมรู้สึกถึงความผิดปกติ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้

และสำหรับผม ...ทุกสิ่งทุกอย่างดูไม่ง่ายเลยเมื่อไม่มีรยออุคอยู่ข้าง ๆ กัน

ดูเหมือนว่าการที่มีเขาอยู่ข้าง ๆ จะกลายเป็นความเคยชินของผมเสียแล้ว

ณ สนามบิน ผมกดโทรศัพท์มือถือเป็นรอบที่เท่าไรไม่ได้นับ แต่ผมก็กดเบอร์ของเขาซ้ำ ๆ กดแล้วลบ กดแล้วลบ... ปุ่มโทรออกไม่โดนสัมผัสเสียที

ผมอยากโทรหาเขาเพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้อยู่บนผืนดินเดียวกัน แต่อีกใจก็กลัวว่าทางนั้นจะปฏิเสธไม่ยอมคุยด้วย

แต่แล้วความต้องการในใจมันก็เอาชนะจนได้ ในที่สุดผมก็กดปุ่มโทรออก

~ขอโทษค่ะ เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถให้บริการได้ในขณะนี้~

เสียงเครื่องตอบรับอัตโนมัติแว่วมาตามสาย แต่ก่อนที่ผมจะได้พยายามต่อสายอีกครั้ง เสียงประชาสัมพันธ์ก็ประกาศเที่ยวบินของผมเสียก่อน

เมื่อเจ้านกเหล็กเริ่มทะยานขึ้นสู่เวิ้งฟ้า ผมรู้สึกราวกับว่าสิ่งสำคัญในชีวิตได้หลุดลอยไป ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนั้นได้

พนักงานบริการบนเครื่องบินมองมาที่ผมแล้วหัวเราะซุบซิบกัน คงขำเสื้อที่ผมสวมอยู่ แต่ผมก็ไม่สนใจ หลับตาลงแล้วกระชับเสื้อไหมพรมสีชมพูบนตัวราวกับว่าจะขอกำลังใจจากคนที่ให้เสื้อตัวนี้ผ่านทางเส้นไหมพรมที่ถักทอ

---------- Catch up ----------

ตลอดเวลากว่าห้าปีที่ผมเรียนอยู่ต่างประเทศ ผมไม่เคยได้กลับมายังประเทศบ้านเกิดเลยสักครั้ง จนเมื่อผมเรียนจบและได้งานในบริษัทแห่งหนึ่ง

วันนี้ที่ผมมาถึงเกาหลี มีรถหรูของบริษัทมารอรับอยู่แล้ว อันที่จริงบริษัทที่ผมทำงานอยู่มีทั้งรถและบ้านพักพร้อมสำหรับผม แต่ผมกลับเลือกที่จะอยู่บ้านหลังเดิมของตัวเอง

ผมบอกให้คนขับรถส่งผมลงตรงถนนสายหนึ่งซึ่งผมไม่ได้มานานมาก แต่ภาพแห่งความทรงจำก็ยังแจ่มชัด เพราะถนนนี้คือทางที่จะนำไปสู่บ้านของรยออุค

ผมเดินเหยียบใบไม้แห้งสีส้มเหลืองที่เกลื่อนอยู่บนทางเท้าด้วยท่าทีไม่เร่งรีบ จมูกสูดลมหายใจรับเอากลิ่นไอของฤดูใบไม้ร่วงเข้าไปจนเต็มปอด

เวลาที่ผ่านมาผมกับรยออุคไม่ได้ติดต่อกันเลย ผมไม่รู้ด้วยว่าจะติดต่อกับเขาได้อย่างไรในเมื่อเพื่อนคนอื่นผมก็ไม่มี

หลายปีที่ผ่านมาจะทำให้เขาคิดถึงผมบ้างหรือเปล่า

ถึงไม่ใช่ในฐานะคนพิเศษ แต่ขอแค่ในฐานะเพื่อนก็ยังดี

ถ้าเขาเห็นผม เขาจะทำหน้ายังไง เขาจะแปลกใจ ตกใจ หรือรู้สึกแบบไหนกันนะ

ใช้เวลาไม่นานผมก็มาหยุดยืนอยู่หน้าบ้านครอบครัวคิดอีกครั้งเหมือนที่ผมเคยทำเมื่อหลายปีก่อน ผิดกันตรงที่ว่าคราวนี้ผมมีความกล้ามากพอที่จะกดกริ่งเรียกคนในบ้านนั้น

มาหาใครคะ... หลังจากรออยู่สักพัก ร่างของหญิงชราที่ผมจำได้ว่าเป็นแม่นมของรยออุคก็ปรากฏกายจากหลังบานประตูออกมา เธอมีท่าทีตกใจเมื่อเห็นหน้าผม

ผมชื่อเยซอง มาหารยออุคครับ ผมพูดพลางชะเง้อมองเข้าไปในตัวบ้าน บางทีรยออุคอาจจะกำลังนั่งอยู่ตรงมุมไหนของบ้านก็เป็นได้

เอ่อ... รอสักครู่นะคะ เธอว่าก่อนจะหายเข้าไปในบ้านพักใหญ่ แล้วกลับมาพร้อมกลับซองกระดาษสีขาวในมือ

คุณหนูฝากมาให้ค่ะ หญิงชราว่าพลางก้มหน้าลงต่ำ ผมไม่เข้าใจท่าทีแบบนั้นของเธอแต่ก็ยื่นมือออกไป

ผมรับจดหมายมาด้วยอาการใจสั่นแปลก ๆ รู้สึกเหมือนจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น

ผมโค้งลาแม่นมก่อนเดินมาที่สนามเด็กเล่นที่ผมกับรยออุคเคยใช้เวลาหลังเลิกเรียนด้วยกัน

และที่นั้นเองคือสถานที่ที่ผมเปิดจดหมายออกอ่าน...

ถึง เยซองเพื่อนรัก

การที่นายได้อ่านจดหมายฉบับนี้แสดงว่านายได้รับทุนมหาวิทยาลัยและเรียนจบแล้ว ดีใจด้วยนะที่ทำตามความฝันของตัวเองสำเร็จ ขอโทษด้วยที่ไม่ได้ลานายก่อนจากกันเลย นายคงคิดว่าฉันผิดสัญญาที่ว่าเราจะไปเรียนด้วยกัน ฉันรุ้ว่านายต้องไม่พอใจที่ฉันสละสิทธิ์นั้น แต่ฉันก็อยากจะบอกนายเหมือนกันว่าการที่ฉันได้เรียนที่นั่นไม่สำคัญเท่าเห็นนายทำตามความฝันของตัวเองสำเร็จหรอก ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากทำตามความฝันของตัวเองนะ แต่เป็นเพราะฉันคงอยู่บนโลกนี้ได้อีกไม่นานต่างหาก เจ้าโรคร้ายนั่นเอาชนะฉันได้แล้วล่ะ

นายคงตกใจที่ฉันไม่เคยบอกอะไรให้นายรู้เลย อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ คิ้วน่ะ...เลิกขมวดได้แล้ว รู้มั้ยว่ามันทำให้นายหน้าเหมือนคิงคอง นี่! อยากรู้มั้ยว่าฉันเป็นอะไร ฮ่าฮ่า เรื่องอะไรจะบอก ขืนฉันบอกไป นายก็นึกสภาพฉันตอนที่น่าสมเพชที่สุดออกน่ะสิ

ตลอดเวลาที่ได้รู้จักนาย เป็นช่วงเวลาที่ฉันมีความสุขมากจริง ๆ แต่ฉันมีความลับอีกอย่างที่ฉันไม่ได้บอกนาย ตั้งใจอ่านบรรทัดต่อไปนี้ให้ดีล่ะ เพราะฉันคงไม่มีโอกาสได้พูดมันต่อหน้านาย ฉันน่ะ...

รัก... รักนายมากที่สุดเลยนะ รยออุครักเยซองมากที่สุดในโลกเลย!

อยากอยู่กับนายตลอดไป ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่อยากทำด้วยกัน แต่ฉันฝืนไม่ไหวแล้วจริง ๆ ฉันรู้ดีว่าตัวเองอยู่ได้ไม่เกินสัปดาห์นี้แน่ บางทีวันสุดท้ายของฉันก็คงเป็นวันสุดท้ายที่นายจะอยู่เกาหลีนั่นแหละ ถ้ามันเป็นอย่างนั้น ขอฉันตามนายไปด้วยได้มั้ย ^ ^ นี่ ไม่ต้องเศร้าไปนะ ถึงฉันจะไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว แต่ฉันก็ยังอยู่บนนั้น... ท้องฟ้าที่พวกเราชอบไปนั่งมองด้วยกันบ่อย ๆ ไง แต่พอนายอ่านจดหมายฉบับนี้แล้ว นายคงโล่งใจที่คนผิดเพศอย่างฉันไม่อยู่กวนใจนายอีกต่อไป ถึงนายจะไม่เคยบอกว่ารำคาญ แต่ฉันเดาเอาว่าคงไม่มีใครชอบให้มีคนมาคอยตามแบบนี้

สุดท้ายขอโทษด้วยที่ฉันไม่สามารถหยุดความรู้สึกรักเอาไว้ได้ ขอโทษที่ทรยศต่อความเป็นเพื่อนระหว่างเรา แต่ฉันก็อยากให้นายรู้เอาไว้ อย่างน้อยฉันก็จะได้ตายตาหลับซะที ยังไงก็ขอให้นายได้เจอคนดี ๆ ที่รักนายไม่แพ้ฉัน แล้วฉันจะคอยมองจากข้างบนนะ

ฉันจะคอยมองนายจากข้างบน

...รยออุคเพื่อนทรยศ...

มือของผมจับกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนมันแทบฉีกขาดออกจากกัน สิ่งที่ผมได้อ่านเมื่อครู่ทำให้ผมรู้อะไรมากขึ้น

ทำให้ผมรู้ว่าตลอดเวลาผมยังใส่ใจรยออุคไม่มากพอ ทั้งที่ผมกับเขาอยู่ด้วยกันแทบตลอดเวลา

ทำให้ผมรู้ว่าเราสองคนรู้สึกไม่ต่างกัน แต่การกระทำของผมนั้นมันแสดงให้ผมเห็นว่าผมคงรักเขาไม่เท่าที่เขารักผม

แต่... ผมก็อยากได้โอกาสที่จะบอกกับเขาสักครั้งว่าผมรู้สึกยังไง

ผมกลับมาที่บ้านของตัวเอง เดินเข้าไปในห้องนอนเดิมที่เคยอยู่ก่อนไปเรียนต่อต่างประเทศ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยได้อย่างไร

ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องยังคงเหมือนเดิมอย่างที่มันเคยเป็น ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะไม่มีใครเข้ามาในห้องนี้นับตั้งแต่ผมจากไป

ก็ผมมันหัวเดียวกระเทียมลีบมาตั้งแต่ต้นแล้วนี่นา

ผมนั่งลงตรงหน้าโต๊ะเขียนหนังสือของตัวเอง ดีที่ผมจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดก่อนหน้าที่จะมาถึง ดังนั้นมันจึงสามารถใช้งานได้ในทันที

ลิ้นชักข้างโต๊ะถูกเปิดออก กระดาษและเครื่องเขียนถูกหยิบออกมา ผมหยุดคิดนิดหนึ่งก่อนจรดปลายปากกา

ถึง รยออุคเพื่อนรัก

รยออุค... ขอบคุณมากที่นายให้โอกาสฉัน ถ้าไม่เป็นเพราะโอกาสที่นายให้มา ฉันก็คงไม่ได้ทำตามความฝันของตัวเอง ถ้านายไม่สละสิทธิ์ทุนนั่น ฉันก็คงไม่เรียบจบแล้วมีงานทำตามที่ตั้งใจอย่างนี้ ตอนแรกฉันก็ไม่พอใจที่นายไม่ไปด้วยกัน แต่หลังจากที่ฉันได้อ่านจดหมายฉบับนั้น... ฉันก็เข้าใจว่าทำไม

นายคิดว่าฉันคงตกใจที่รู้ว่านายจากโลกนี้ไปแล้ว ตกใจงั้นเหรอ? ไม่หรอก เสียใจต่างหาก ทั้งที่ฉันคิดว่าเราจะไม่มีความลับต่อกัน แต่เรื่องสำคัญขนาดนั้น ทำไมนายไม่เคยบอกกันบ้างเลย แต่พอเอามาคิดดูดี ๆ... มันเป็นความผิดของฉันต่างหากที่เอาใจใส่นายไม่มากพอ ...ทั้งที่เราใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ด้วยกัน ฉันกลับไม่รู้ถึงความผิดปกติของนาย และสำหรับฉันแล้ว... ต่อให้นายจะอยู่ในสภาพแย่แค่ไหน นายก็ไม่เคยคิดว่านายน่าสมเพช นายยังคงสวยงามสำหรับฉันเสมอ

ทั้งที่บอกว่าเราไม่ควรมีความลับต่อกัน แต่ฉันเองก็มีเรื่องหนึ่งที่ไม่กล้ายบอกนาย ความลับของฉันไม่ต่างจากที่นายต้องการจะบอกฉันเลย รยออุค ตอนที่ฉันเห็นคำจ่าหน้าของนาย ฉันรู้สึกปวดใจมากที่สุดในชีวิต เพราะเหมือนกับความรู้สึกที่ฉันทุ่มเทให้นายตลอดหลายปี สุดท้ายมีค่าแค่คำว่าเพื่อนรัก แต่ฉันตัดสินใจถูกที่กล้ำกลืนอ่านต่อ และรู้ในที่สุดว่ามันไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดเลย

รู้อะไรมั้ยรยออุค... ฉันดีใจมากที่นายบอกว่ารักฉัน และฉันก็อยากบอกนายว่าฉันเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน ฉันเองก็รักนาย...

นายคือแสงสว่างท่ามกลางชีวิตที่มืดมิดของฉัน นายเดินเข้ามาและฉุดดึงฉันออกจากความอ่อนแอและสิ้นหวัง ถ้าไม่มีนายในวันนั้น ฉันคงนี้คงไม่สามารถบรรลุความฝันของตัวเองได้ การที่มีนายมายืนอยู่ข้าง ๆ กัน ทำให้ฉันมีความมั่นใจ นายน่ะ... เป็นทั้งกำลังใจและแรงบันดาลใจของฉัน

ฉันหวังว่าสักวันจะมีโอกาสได้บอกกับนายว่าฉันรักนายมากแค่ไหน แต่ตอนนี้นายกลับไม่อยู่รอคำพูดนั้นเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไรนะรยออุค... ฉันคนนี้จะตามไปบอกกับนายเอง

ฉันจะเป็นคนไปหานายเอง

...เยซองเพื่อนทรยศ...

ผมเขียนมันเสร็จแล้ว จดหมายถึงรยออุค จบลงพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อคลอดวงตาทั้งสองข้างจนภาพข้างหน้าพร่าเลือน

แต่มันไม่ใช่น้ำตาแห่งความเสียใจ มันคือความปลื้มปิติเมื่อผมคิดว่าในไม่ช้าตัวเองจะได้ทำในสิ่งที่รอคอยมานานหลายปี

ในแต่ละวันที่เราต้องห่างกันไกล ผมหวังเพียงสักวินาทีที่จะได้เห็นหน้าของเขา การที่เราต้องห่างกันแบบนั้นมันฆ่าผมทั้งเป็น

และผม... จะไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้นอีกแล้ว!

คัตเตอร์ในลิ้นชักถูกนำออกมา ใบมีดคมวาววับถูกเลื่อนออก ผมเฝ้ามองคมของมีดใบเล็กนั้นอย่างพิจารณาว่ามันคมพอที่จะฆ่าผมได้หรือเปล่า

ผมไม่อยากอยู่รอดเพื่อพบว่าวันพรุ่งนี้ก็ยังคงไม่มีรยออุค

ผมจัดการพับกระดาษจดหมายของตัวเองแล้วสอดไว้ในกระเป๋าด้านในเสื้อคลุมตัวหนาที่ใส่อยู่ กระดาษนั่นแนบอยู่กับอกซ้ายของผมเอง ใกล้กับที่ที่รยออุคอยู่...

จากนั้น ใบมีดที่เพิ่งวางลงก็ถูกหยิบขึ้นมาอีกครั้ง ผมกดมันเข้ากับข้อมือตัวเองอย่างไม่เกรงกลัวความเจ็บ

แค่นี้มันเล็กน้อยถ้าเทียบกับความเจ็บปวดจากการต้องอยู่คนเดียวโดยที่ไม่มีเขา...

มุมปากของผมยกยิ้มขึ้นเองโดยอัตโนมัติอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และผมคิดว่านี่คงเป็นรอยยิ้มที่สวยงามที่สุดในชีวิต เพราะอีกไม่นานผมก็จะได้เจอกับเขา... คนที่ผมรัก

ใบมีดคมกดบนผิวซีดจนของเหลวสีเข้มซึมมาตามรอยปริแตกของผิวหนัง ผมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนออกแรงกดมากขึ้นอีกเมื่อเห็นอย่างนั้น

ผมถอนใบมีดออกก่อนกดซ้ำลงตำแหน่งเดิมและใกล้ ๆ กัน

ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

......ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ผมกรีดข้อมือข้างซ้ายของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความเจ็บปวด แต่ก็คลายออกเมื่อนึกขึ้นได้ว่ารยออุคไม่อยากให้ผมขมวดคิ้ว เขามักจะบอกอย่างนั้นบ่อย ๆ

ข้อมือเปรอะไปด้วยเลือดจนมองไม่เห็นว่ารอยที่ผมกรีดนั้นอยู่ตรงไหน ผมยิ้มด้วยความพอใจเมื่ออีกไม่นานสิ่งที่ผมหวังก็จะเป็นจริง

มือขวากำใบมีดเอาไว้แน่นจนฝ่ามือนั้นเป็นแผลลึก แต่ใครจะสนในเมื่อไม่นานเราก็จะได้อยู่ด้วยกันแล้ว

เลือดหยดแล้วหยดเล่าที่รินไหลออกจากร่างกายของผม แต่ละหยดไหลรวมกันจนเจิ่งนองพื้นเป็นวงกว้าง ผมค่อย ๆ ปล่อยตัวเองไปตามแรงโน้มถ่วงเมื่อสติใกล้หลุดลอย ภาพตรงหน้าทั้งหมดดูพร่าเลือน เวลาของผมใกล้เข้ามาทุกที

ผมนึกรู้ได้ว่าทั้งร่างล้มลงกับพื้นห้อง กลิ่นเลือดคาวเตะจมูกไม่ทำให้ผมรู้สึกขยะแขยงเลย ผมเพียงแค่หลับตารอเวลาตัวเองหมดลม เพราะเมื่อเวลานั้นมาถึง...

นายจะมารับฉันใช่ไหม... รยออุค

---------- Catch up ----------

ก๊อก! ก๊อก!

แม่บ้านค่ะ

ช่วงสายของวันหนึ่งในสัปดาห์ถัดมา หญิงวัยกลางคนเคาะหน้าประตูคอนโดเพื่อจะปฏิบัติหน้าที่ของตัวเอง แต่ก็ไม่มีใครตอบรับเสียงเรียกของเธอ

ขออนุญาตนะคะ

เธอใช้กุญแจสำรองเปิดเข้าไปในบ้านอย่างคุ้นเคย เป็นเวลาหลายปีแล้วที่เธอต้องมาทำความสะอาดบ้านหลังนี้ ซึ่งตัวเธอเองก็ไม่เคยเจอกับเจ้าของบ้านเลยสักครั้ง

เห็นว่าเพิ่งกลับมาจากเมืองนอกนี่นา

อุ๊บ! อุทานด้วยความตกใจเมื่อจมูกปะทะกับกลิ่นเหม็นเน่า

กลับมาไม่กี่วันก็ทิ้งบ้านให้เหม็นขนาดนี้แล้วหรอเนี่ย คนหนุ่มสมัยนี้นี่มันใช้ไม่ได้จริง ๆ เลยน้า บ่นด้วยความเคยชิน เธอเริ่มทำความสะอาดทีละห้อง แต่ดูเหมือนว่าห้องต่าง ๆ จะไม่ได้ใช้งานเลย

จนมาถึงห้องสุดท้าย...

ห้องนอน!

หืม เหม็นชะมัด นอนเข้าไปได้ยังไงเนี่ย ดึงผ้าปิดปากให้คลุมปลายจมูกเนื่องจากกลิ่นเหม็นที่มากขึ้นกว่าเดิมเมื่อมาถึงหน้าห้องนอน ก่อนจะผงะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

กรี๊ด!!! เธอหวีดลั่นเมื่อเห็นว่าต้นตอของกลิ่นที่ว่ามาจากไหน ขาสองข้างพลันหมดแรงทรงตัวจนทรุดกับพื้นห้อง

บนพื้นห้องบริเวณโต๊ะเขียนหนังสือ ร่างชายคนหนึ่งนอนงอตัวตรงกลางคราบเลือดที่แห้งกรังกระจายเป็นวงกว้างและท่ามกลางรอยหยดรอยด่าง

ทั้งร่างบวมอืด มีรอยช้ำเป็นจ้ำตามตัว ส่วนข้อมือซ้ายมีรอบกรีดที่แทบปิดสนิทเพราะเนื้อที่ขยายออก ในมือข้างนั้นกำกระดาษแผ่นหนึ่งเอาไว้แน่นจนยับยู่

กระดาษที่เขียนถึงคนสำคัญ...

จดหมายฉบับนั้นที่ผมจะเอาไปให้รยออุคอ่าน

นายต้องอ่านมันอย่างตั้งใจนะ รยออุค...

เพราะฉันเขียนมันด้วยหัวใจ และ...

ทุกลมหายใจที่มี

The End

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สั้น แต่โคตรเศร้า
TT_TT

#1 By minnie (58.8.128.93) on 2007-09-10 22:50

เศร้าอ่า....

เยตายซะอย่างนั้น โฮววววว

ชีวิตที่ไม่มีคนรักอยู่ อยู่ไปก็ไร้ค่างั้นเหรอ โฮๆๆๆๆ

#2 By ::.::Taraki::.:: on 2007-09-11 14:40

อ่า~~~~~~~

เศร้าอ่าเจ๊ที่รัก TOT

ตายคู่ งื้ออออออออ

แต่เจ๊เขียนสนุกมากเลยอ่า ชอบงิ

สู้ต่อไปจ้ะ รักนะ จุ๊บๆ

#3 By SHIKI ~* on 2007-09-11 17:22

TT^TT ร้องไห้เลย
แง ตายคู่ ไม่อ้าว!!!

มันเศร้าจับใจเหลือเกินเง้อ ฮือออออ

#4 By Naniya - Serious Mode on 2007-09-11 18:30

เรื่องนี้แอบเศร้าจังจ้ะน้องซิน แต่ดีหน่อยที่ตายคู่ ถ้าเป็นใครคนใดคนหนึ่งตาย คงเศร้ากว่านี้ เพราะสงสารคนที่ยังอยู่ ที่ต้องทรมานเพราะพลัดพรากจากคนที่ตัวเองรัก

พีเอสสึ :: พี่รอรายละเอียดฟิครวมเรื่องสั้นอยู่นะคะ แอบหวั่นใจเล็กน้อยว่าจะโอนทัน 20 คนแรกมั้ย (อินี่งกของแถม 55++) เพราะต้องไปดูงานต่างประเทศ กลับตั้งวันศุกร์ตอนดึก ๆ แน่ะ ลุ้นให้น้องซินเอารายละเอียดมาลงซักวันเสาร์หรืออาทิตย์จะดีใจมาก 55++

#5 By youfang (203.130.159.2 /203.156.34.85) on 2007-09-11 21:09

แบบหดหู่เศร้า

น้ำตานองกันไปข้างเลย

#6 By NuMIC_TVXQ_YC on 2007-09-12 21:19

*กระโดดจุ๊บตอบ*

นิดเดาไว้แล้วว่ามันต้องรันทด

แต่ไม่คิดว่ามันจะขนาดนี้

เย่อ๊า....เค้าเข้าใจความรู้สึกของนายน่ะ

ปล.สงสารคุณคนที่มาทำความสพอาดนั่นแหละ555+

มาเจอแรคคูนอืดเต็มห้อง
อ๊ากกกกกกกกกกกก



รีนโท๊ดดดดดดดดดดดดดดดด ฮือๆ



เยเย่ . . . สงสานไม่ไหวแล้วฮือๆๆๆๆ



เรียวก้ . . . แงๆๆๆๆๆๆ



น้ำตาไหลพรากๆ ฮือๆ



แต่งดีเว่อร์อ่ะ ชอบๆๆๆๆๆๆ



แต่งอีกนะ . . . แต่ก้กัวไม่กล้าอ่าน เส้าเว่อร์

#8 By KoI2_PaI (58.137.54.35 /58.137.54.34) on 2007-09-19 23:10

ฮือๆๆๆๆ TT^TT

ฟิคเรื่องแรกที่ทำเราร้องไห้เลยนะเนี่ย

เส้ามากกกอ่ะ สงสารเรียว เยก้อด้วย

ม่ายได้เจอหน้ากันอีกต่างหาก ฮือๆเส้า

ป.ล. น่าจะมีตอนที่เยตามไปบอกรักเรียวด้วยเนอะ แหะๆ

#9 By ~Ying~ (210.86.209.113) on 2007-09-22 03:45

เศร้าง่า..... เศร้ามากกกกกก
พี่เยอ่า..ทำไมทำแบบนี้ล่ะ
ฆ่าตัวตายก็ลงนรกดิ
จะได้ไปเจอกะพี่อุ๊คน้อยได้ไง
พี่อุ๊คน้อยอยู่บนสวรรค์นะ
ทำไมพี่เยโง่อย่างนี้ เหมือนหน้าพี่เยเลยอ่ะ

พี่อุ๊คน้อย อย่าลืมลงมาเดินเล่นกะพี่เยในนรกนะ

#10 By junesu (58.8.161.246) on 2007-09-22 18:22

ฮือออออออ............

ขอปล่อยโฮ...ก่อนเป็นอันดับแรก

เรื่องมันช่างน่าเศร้า

อันนที่จริงก้ออ่านมาตั้งแต่ แจจ๋า แล้วนะ

แต่เพิ่งจะมาเม้นให้อันสุดท้ายนี่แหละ

เศร้าง่า ว่า แจจ๋า เศร้าแล้วน้า

มาเจอ นุ้งเซีย ค่อยยังชั่ว แต่ก้อน่าสงสาร มิก มันนะ

ไม่ได้หวีตกะน้องซักที

มาเจอ เยเย่ เศร้าโคตร นั่งอ่านไปน้ำตาใหลไป

ฮือ..... ขออีกรอบแล้วกัน

แต่งได้ดีมากๆเลยอ่า

แล้วแต่งเรื่องอื่นๆอีกน้า เราจะติดตามอ่านต่อปายยย

(มี ยูซู เยอะๆ ก้อดีนะคะ อิอิ ปลื้มเป็นการส่วนตัวค่ะ)

confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile

#11 By Levi (202.28.78.130) on 2007-12-16 10:39

เศร้าง่ะ
สงสารทั้งเย่ทั้งเรียวเลย
นี่หรอ รัก

#12 By (202.44.14.194) on 2007-12-17 22:31

เศร้าอ่ะ T^T
สงสารทั้งคู่เลย
รักกันแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน
TToTT

#13 By ~ + WhiteWhiteChoco + ~ on 2008-01-03 18:46