Red Letter Day
posted on 12 Aug 2007 10:22 by zinister in ShortFanFictionRed Letter Day
Red Letter Day หมายความว่าไงน่ะเหรอ?
ไม่ได้แปลว่าวันแห่งจดหมายสีแดงหรอกนะ มันหมายถึงวันพิเศษต่างหาก
จดหมายสีแดง... สำหรับผมไม่ใช่แค่จดหมายรัก
เพราะวันที่ผมได้รับมันมานั้น... คือวันพิเศษที่ยากจะลืมเลือน
เช้าวันใหม่ที่แสนจะวุ่นวาย บรรดาวัยรุ่นหญิงชายต่างกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษ เพราะวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์น่ะสิ...
สองเพื่อนรัก... คิม แจจุงคนสวย และคิม จุนซูสุดน่ารัก เดินไปโรงเรียนด้วยกันเหมือนเช่นทุกวัน ระหว่างทางก็ยังคงมีนักเรียนหญิงชายดักรอให้ของขวัญเช่นเดิม จะผิดกันก็ตรงที่วันนี้มีมากกว่าวันไหน บ้างก็อาหารทำเอง บ้างก็ขนมหวาน
ฮ้า~ ฉันรักวันนี้จัง คนสวยว่าพลางมองของในอ้อมแขนด้วยความร่าเริง เพราะนี่เป็นอีกวันที่เขาไม่ต้องจ่ายค่าอาหารกลางวันกับค่าขนมเอง... ก็มีมาให้ทานเยอะขนาดนี้แล้วนี่นา
เมื่อถึงล็อกเกอร์ของพวกเขา แจจุงก็หยิบถุงใบใหญ่ออกมาจากกระเป๋า จากนั้นค่อย ๆ เปิดล็อกเกอร์ช้า ๆ
แล้วบรรดาของที่อัดแน่นอยู่ข้างในก็หล่นลงมาราวเปิดก๊อกน้ำ!!
ว้าว!!! แจจุงร้องด้วยความยินดี เซฟค่าขนมได้อีกเยอะเลย
จุนซูมองเพื่อนรักยิ้ม ๆ ก่อนจะหันไปทำแบบเดียวกันกับล็อกเกอร์ของตนเอง
เมื่อจัดการกับสารพัดของขวัญเรียบร้อย แจจุงกับจุนซูก็หยิบหนังสือสำหรับวิชาวันนี้แล้วเข้าเรียน
---------- Red Letter Day ----------
เปิดไปหน้า...... จุนซูเปิดหนังสือไปหน้าที่ครูสาวบอก แต่ทันใดนั้น... ซองจดหมายสีแดงก็ร่วงลงมาจากกระดาษหน้าหนึ่ง
ว้าว! จดหมายรัก ใครส่งมาให้กันน้า~ เพื่อนฉันเนื้อหอมใหญ่แล้ว ๆ กลับเป็นแจจุงที่ตื่นเต้น จุนซูยิ้มเอียงอายเมื่อเพื่อนรักมองเขาด้วยสายตาล้อเลียน
ถึงพวกเขาจะได้ของขวัญมากมาย แต่ไม่มีใครเคยให้จดหมายรักเลย นั่นเป็นเพราะทุกคนคิดว่าคิม แจจุงและคิม จุนซู คือนางฟ้ากับเจ้าหญิงที่เกินเอื้อม
แต่พูดว่าคนอื่นเนื้อหอมทั้งที่ตัวเองก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่เลยเนี่ยนะ?
เปิดเลย ๆ ๆ คนข้างตัวร้องเร่งยิก ๆ จุนซูเหล่มองเพื่อนเป็นเชิงบอกว่าเร่งจังนะ
เออจุนซู! วันนี้อย่าลืมไปดูนิทรรศการของฉันที่หอประชุมล่ะ แต่แล้วแจจุงก็นึกบางอย่างขึ้นได้
แจจุงบอกจุนซูเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย จุนซูอาศัยโอกาสนี้แอบเก็บซองจดหมายลงในกระเป๋าสะพายเนียน ๆ เพราะลองแจจุงให้ความสนใจเรื่องใหม่แล้ว กว่าจะวกกลับมาเรื่องเก่าก็อีกนาน
ก็อยากให้ไปดูนี่ เดี๋ยวไปด้วยกันตอนพักกลางวันนี้ก็ได้ แจจุงบอกเสียงใสด้วยความกระตือรือร้นสุด ๆ
ก็ไปเก็บข้อมูลเองเลยนี่นา ขอภูมิใจหน่อยเหอะ...
วันนี้ครูจะแจกเรียงความคืนนะ อ้อ! พักกลางวันคิม แจจุงไปพบครูที่ห้องด้วย แต่คำพูดครูสาวทำเอาคนสวยจ๋อยสนิท แจจุงเหลือบมองจุนซูพลางแอบส่งค้อนไปให้อาจารย์
ไม่เป็นไร จุนซูไปคนเดียวได้... สงสัยอาจารย์จะเรียกแจจุงไปคุยเรื่องทุนแหละ จุนซูบอกเพื่อนรัก
สองสัปดาห์ก่อนแจจุงได้รับการติดต่อว่าได้รับการเสนอชื่อรับทุนเรียนต่อด้านศิลปกรรมในมหาวิทยาลัยต่างประเทศชื่อดัง ที่อาจารย์เรียกไปคงไม่พ้นเรื่องนี้...
แจจุงทำหน้าเสียดายให้เพื่อนรักแล้วขอโทษขอโพยยกใหญ่ จนโดนอาจารย์ดุไปสองรอบนั่นแหละถึงกลับไปตั้งใจเรียนตามเดิมได้
และตลอดคาบนั้นทั้งคู่ก็ไม่ได้คุยอีก
---------- Red Letter Day ----------
เมื่อถึงพักกลางวัน จุนซูกับแจจุงก็แยกกัน รายหลังไปหาอาจารย์ ส่วนรายแรกก็แยกตัวเองจากผู้คนมานั่งอยู่ที่ม้านั่งข้างสนามกีฬา... ที่ที่เขาต้องแวะมาทุกวัน
บางวันก็อยู่นานหน่อย บางวันก็ไม่กี่นาที ขึ้นอยู่กับว่าเห็นคนที่มองหาเร็วแค่ไหน
จุนซูชะเง้อมองหาใครคนหนึ่งท่ามกลางนักศึกษาชายที่กำลังเล่นฟุตบอลอย่างเมามันเหมือนเด็ก ๆ จนเมื่อเจอคนที่ต้องการพบแล้ว... ใบหน้าน่ารักก็คลี่รอยยิ้มพลางก้มต่ำมองปลายเท้าตัวเอง
แค่เห็นไกล ๆ ก็เขินขนาดนี้แล้ว เป็นเอามากจริง ๆ คิม จุนซู
จุนซูพันเน็คไทตัวเองไปมาเป็นการฆ่าเวลาพลางมองคนในสนาม ก่อนนึกขึ้นได้ว่าวันนี้มีสิ่งหนึ่งรอให้เขาเปิดผนึก
มือเรียวรีบหยิบจดหมายสีแดงออกจากกระเป๋าหนังสือ แกะด้วยความรวดเร็วทว่าประณีต เพราะนิสัยที่เรียบร้อยเป็นทุนเดิม
คิม จุนซู... ผมมีเรื่องอยากบอกคุณ เที่ยงนี้ผมจะรอคุณที่งานนิทรรศการนิยามรัก...
จาก... Anonymous
ชายหนุ่มนั่งมองจดหมายในมือก่อนคิดไปต่าง ๆ นานา... มีอะไรจะบอกเขากันนะ
ถ้าเกิดว่าจะสารภาพรักล่ะ?
จุนซูทำสีหน้าลำบากใจนิดหนึ่ง... ก็เขามีคนที่ชอบอยู่แล้วนี่นา แถมยังชอบมานานแล้วด้วย เขาเข้าใจความรู้สึกของคนที่แอบชอบใครสักคนดี...
ทั้งที่ไม่ชอบปฏิเสธใคร แต่เห็นทีคราวนี้คงจะเออออด้วยไม่ได้
จุนซูหันมองที่สนามฟุตบอลอีกครั้งและพบว่าคนที่เป็นเป้าสายตาของเขาหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปยังหอประชุมตามที่ตกลงกับแจจุงไว้ก่อนหน้านี้
รวมทั้งไปตามนัดนี่ด้วย
---------- Red Letter Day ----------
หอประชุมที่ใช้จัดนิทรรศการในครั้งนี้เป็นตึกใหญ่สีขาว มีเพียงสองชั้นเท่านั้น หากแต่สองชั้นที่ว่าช่างกว้างขวางและถูกแบ่งย่อยเป็นหลายห้อง
จุนซูเดินตามป้ายประกาศไปยังชั้นสองของอาคารซึ่งเป็นที่แสดงผลงานของเพื่อนรัก ซึ่งมีไม่กี่คนอยู่ในนั้นก่อนหน้าเขา
ผนังห้องสีขาวถูกแขวนด้วยกรอบรูปสีเบจ ภาพวาดแต่ละภาพต่างเป็นสีสันสดใสโทนชมพูหรือแดง กลางห้องมีโต๊ะขาวตัวใหญ่กลมกลืนกันวางอยู่
บนโต๊ะนั้นนั้นมีต้นไม้จำลองตั้งอยู่ ซึ่งแต่ละกิ่งก้านที่แผ่ขยายจะมีกระดาษข้อความแขวนเอาไว้ ตรงส่วนลำต้นมีข้อความคำพูดของแจจุงอันเป็นบทนำ และคนให้สัมภาษณ์คนแรก
ความรัก .. คือท้องฟ้า
คนเรามักจะมองไปที่ท้องฟ้าเสมอเวลาทุกข์ใจ
ความกว้างใหญ่ของท้องฟ้า .. ก็เปรียบเสมือนกับความกว้างใหญ่ของคำว่าความรัก
ทั้งที่ไม่รู้ว่าท้องฟ้าแท้จริงบนนั้นเป็นแบบไหน ..
แต่หลายครั้งคนเราก็จินตนาการไปต่าง ๆ มากมาย
ความพิศวงของมัน .. ทำให้ใครหลายคนสนใจ
อยากจะลองขึ้นไปบนก้อนเมฆสีปุย ๆ
ใครจะรู้??
ในขณะที่เรากำลังหลงระเริงไปกับบนนั้น .. บนท้องฟ้า
มันจะกลับมาทำร้ายเราหรือไม่ ??
ท้องฟ้า .. บนนั้นจะมีอะไรบ้าง
ท้องฟ้า .. บนนั้นจะมีความสุขสำหรับเราไหม
ท้องฟ้า .. บนนั้นที่นกบินขึ้นไป .. หากไปอยู่จะมีความรู้สึกยังไง
ท้องฟ้า .. บนนั้นจะทำให้เราหายใจออกไหม
ท้องฟ้า .. บนนั้นปัจจุบันหรืออนาคตจะเป็นเช่นไร
ท้องฟ้า .. บนนั้นจะมีใครสักคนไหมสำหรับเรา
ความรัก .. สิ่งนั้นจะมีอะไรบ้าง
ความรัก .. สิ่งนั้นจะให้ความสุขสำหรับเราไหม
ความรัก .. สิ่งนั้นที่ใครหลายคนอยากมี .. หากเรามีจะรู้สึกเหมือนเขาบ้างไหม
ความรัก .. สิ่งนั้นจะทำให้เราเจ็บไหม
ความรัก .. สิ่งนั้นปัจจุบันหรืออนาคตจะเป็นเช่นไร
ความรัก .. สิ่งนั้นจะมีใครสักคนไหมสำหรับเรา
By -LolliPop_Zaa-
จุนซูจุดยิ้มขึ้นที่มุมปากเล็กน้อย
แค่อันแรกก็น่าสนใจแล้วแฮะ...
คิดพลางไล้มือไปตามกระดาษแต่ละใบ แล้วเริ่มอ่านจริง ๆ จัง ๆ...
รักแท้คือการด่าทอ ฮ่าฮ่า ล้อเล่นน่า... รักคือการทำสิ่งดี ๆ เพื่อใครสักคน โดยไม่หวังผลตอบแทน -nokiie-
รักคือการแบ่งปันความสุขให้กันและกันโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
-Rabbitch_n@m-
ความรักคือสิ่งที่ทำให้คนยอมทำสิ่งโง่ ๆ ทุกสิ่งเพียงเพื่อที่จะได้มันมา
-[Silver_Stone]-
เรียบเรียงคำพูดไม่ค่อยเก่งแฮะ ประมานว่าเห็นคนที่รักมีความสุขก็พอใจแล้วอ่ะ ต่อให้คนที่เขามอบรอยยิ้มให้จะไม่ใช่เราก็ตาม -SangYo-
รักอยู่ที่ความรู้สึกของคนสองคน ไม่ใช่การเสียสละหรือช่วงชิง -MijjiezZ-
รักคือปุยนุ่น บางเบาแต่อ่อนโยนและอบอุ่น Zonic-
รักคือความผูกพัน -yaya`i-
ความรักคือความสุขของคนสองคนที่มีแค่พวกเค้าเท่านั้นที่จะรับรู้ สัมผัส และเข้าใจได้ -PagT0ng_JAY*-
ความรักไม่ใช่ออกซิเจน ขาดได้ไม่ตาย แต่ทำให้โลกไม่น่าอยู่ -frenzykiyo-
รักแท้ไม่ใช่แค่การจับมือ แต่เป็นการจับใจแล้วเดินก้าวไปด้วยกัน
-SleePinG_Sn00py-
รักคือความเข้าใจกัน -S!ne_SuJu-
รักคือสิ่งที่เพียงหนึ่งครั้งในชีวิตเท่านั้นที่จะได้เจอกับของจริง -P.Haneul-
รักคือการเชื่อใจ ->o<นู๋ยู>o<-
รักมันเป็นสิ่งที่ไม่ตายตัวเอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่สุดท้ายมันก็เป็นสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา แล้วก็เป็นสิ่งที่เราโหยหามากที่สุด -stolenmysoul-
A person you love is not who you want to live with but is who you can't live without. ความรักของเราหมายถึงคนรัก... ไม่ใช่คนที่เราอยากอยู่ด้วย แต่เป็นคนที่เราขาดไม่ได้ต่างหาก -Fern-
ความรักมันก็คือความสุขที่ได้เห็นคนที่เรารักมีความสุข ตัวเองจะไม่มีความสุขนั้นมันไม่มีทางค่ะเพราะว่าพอคนที่เรารักมีความสุข เราก็มีความสุขด้วยเขาเป็นคนที่เราห่วงใย ห่วงหา อาทร คิดถึงตลอด...ทุกลมหายใจ -kansake-
รักก็คือการไว้ใจ เชื่อใจ และยอมรับเปิดใจแก่กัน ถึงแม้ว่าสองคนจะแตกต่างกันเหลือเกินในบางเรื่อง แต่ทั้งคู่ก็พร้อมจะปรับเข้าหากัน ...เป็นกำลังใจให้กันในยามที่อีกฝ่ายต้องการ รักจึงไม่จำกัดเรื่องเพศ วัย ฐานะ เชื้อชาติ -Opormore-
รักคืออะไรบางอย่างที่ไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้โลกนี้ก่อตัวขึ้นมา แต่ว่ารักคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้โลกยังคงหมุนอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้... -ayakoxx-
รักคืออากาศ -waan_hero_tvxq-
รักก็คือสิ่งที่พอเราได้มันมา เราก็ไม่ต้องการอะไรอีก -binishinki-
ความรักคือความเข้าใจ ความเสียสละ ความห่วงหาอาทร แต่ไม่ใช่หึงหวงหรือผูกมัด บางทีความรักก็เป็นความรู้สึกดีที่กระตุ้นให้เรามีความสุขในยามได้เห็นคนที่เรารักมีความสุข โดยที่เราไม่ได้เรียกร้องให้เขาหันมารักหรือให้ความสำคัญกับความสุขของเราตอบ -Silver shining-
รักคือความบริสุทธิ์ -Future_way-
รักคือน้ำเปล่า ไม่มีรสชาติแต่ขาดไม่ได้... รักคืออากาศ มองไม่เห็น ไร้ค่า เป็นแค่ของตาย แต่ขาดไปก็อยู่ไม่ได้... สรุปง่าย ๆ... รักคืออะไรบางอย่างที่มากมาย ซึ่งความหมายสิ้นดี -han_cin-
ของเราอาจจะไม่ซาบซึ้งนะ เราว่าความรักน่าจะเป็นการให้และการเสียสละ แต่เราว่ามันไม่ใช่ความหมายธรรมดาอย่างที่ได้ยินกันบ่อย ๆ ถ้าลองคิดให้ลึก ๆ... เวลาที่รู้สึกรักใครสักคน เราก็อยากจะให้ทุกสิ่งที่เขาต้องการ... ทุกสิ่งที่เราให้ได้ ยินดีเสียสละถ้าทำให้เค้ามีความสุข แต่ก็เคยได้ยินมาว่าจริง ๆ เป็นเพราะเรารักตัวเองต่างหาก... เพราะเราต้องการให้เค้ารักเรา เรายินดีเสียสละทุกอย่างให้เค้า แต่ลึก ๆ เราก็ยังต้องการให้เค้าเป็นของเรา สำหรับเรา... อะไรที่เค้ามีความสุข เราก็ยินดีด้วยถึงจะไม่มีอะไรตอบแทนกลับมา แต่แค่เราได้ให้ ได้เสียสละหรือได้ทำอะไรให้เค้ามีความสุขสักนิด แค่นั้นเราก็ดีใจมากแล้ว นี่แหละความรักของเรา... -dolphin_Xiah-
จุนซูอ่านแล้วก็เริ่มนึกถึงเรื่องราวของตัวเอง... นิยามความรักในแง่บวกทำให้เขานึกถึงด้านดีจากความรักของตัวเอง
ถึงจะเป็นรักข้างเดียว แต่แค่ได้เฝ้ามองก็มีความสุขเหลือเกินแล้ว
คนตัวเล็กยิ้มอ่อนโยนพลางนึกย้อนกลับไป เรื่องของเขามันเริ่มมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย...
---------- Red Letter Day ----------
สาย ๆ ๆ สายแล้ว อ๋าย... จุนซูรีบวิ่งกระหืดกระหอบเพื่อจะให้ทันเข้าเรียน วันนี้เขาสายมาก สายมาก ๆ...
เรื่องของเรื่องมันเป็นเพราะเขาดันไปรอรับเพื่อนรักที่หน้าบ้านโดยที่ลืมไปเสียสนิทว่าวันนี้ครอบครัวนั้นไปทำธุระที่ต่างจังหวัด
เมื่อวิ่งมาถึงหน้าโรงเรียน ปรากฏว่าประตูหน้าปิดไปแล้ว จุนซูไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องปีนรั้วหลังโรงเรียนเข้าไป
ทำไมไม่ปีนด้านหน้าน่ะหรอ...
ลองเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าก็โดนจับได้พอดีสิ
เอาน่ะ ไม่มีทางอื่นละ... จุนซูค่อย ๆ เกาะขอบรั้วแล้วพยุงตัวขึ้นไป มันไม่ได้ลำบากอะไรนักเพราะรั้วโรงเรียนไม่สูงมาก และนี่ก็เป็นแค่ตอนปีนขึ้น
แต่ตอนลงนี่สิที่ต้องคิดหนัก...
เย้ย!... จุนซูหลับตาปี๋ มือเกาะขอบรั้วแน่น รั้วมันไม่สูงก็จริงแต่เขามีความหลังฝังใจ เพราะตอนเด็ก ๆ เคยกระโดดลงจากรั้วแบบนี้แหละ แต่หน้าดันไปจูบพื้นไม้ ไม่เสียโฉมก็ดีแค่ไหนแล้ว...
เป็นไงเป็นกันวะ!
ว่าแล้วจุนซูก็ปล่อยมือ ทิ้งตัวเองลงมาตรงพื้นสนามที่ปูทับด้วยใบไม้แห้งที่ร่วงลงมาจากต้นไม้ใหญ่
ตุบ!
เปลือกตาปิดสนิท จุนซูกำมือยึดสิ่งที่ตัวเองคิดว่าเป็นพื้นแน่น ทั้งที่จริงแล้ว... มันเป็นเสื้อของใครบางคนต่างหาก
กลิ่นโคโลญจ์หอมอ่อนลอยกรุ่นจากกายของอีกฝ่ายทำให้จุนซูลืมตาขึ้นมอง เพราะมันหอมเกินกว่าจะเป็นกลิ่นใบไม้แห้ง
เจ็บตรงไหนรึเปล่า? เสียงทุ้มที่ถามเขาด้วยความห่วงใยทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจคนถูกถามผิดปกติ
จุนซูทั้งหน้าแดงแล้วก็เขินสุด ๆ เขาปล่อยมือออกจากเสื้อของคนตรงหน้าแล้วยันตัวเองขึ้นนั่ง
อ่ะ.. ขอโทษครับแล้วก็ขอบคุณคุณมาก... ว่าพลางก้มหน้า ทำท่าสำนึกผิดเต็มที่
ไม่เป็นไรหรอกน่า คราวหลังอย่ามาสายอีกก็แล้วกัน อีกฝ่ายว่าพลางลูบผมเขา ตบเบา ๆ ที่ไหล่อีกสองสามทีแล้วก็ลุกเดินจากไป
จุนซูมองตามแล้วก็ถึงกับต้องอ้าปากค้าง...
ก็นั่นรุ่นพี่ปาร์ค ยูชอน เป็นถึงประธานนักเรียนคนดังเชียวนะ!! หล่อ เก่ง เนื้อหอม แล้วยังใจดีอีก เป็นหนึ่งในไอดอลของเขาเลยล่ะ!
แต่ก่อนก็แค่ชื่นชมหรอก แต่ตอนนี้ปลื้มสุด ๆ รุ่นพี่ช่างใจดี... เพราะอันที่จริงเขาต้องโดนจดชื่อทำประวัติมาสายแล้วสิ แต่นี่... เขากลับไม่ถูกทำโทษอะไรเลย
จากนั้นมา เมื่อรู้ตัวทีไร จุนซูก็พบว่าเขามักจะมองตามไล่แผ่นหลังของคนคนนั้นอยู่ร่ำไป
รุ่นพี่ปาร์ค ยูชอน!
---------- Red Letter Day ----------
ความรักคือการรอคอย และนั่น... คือความเจ็บปวด -JaeKwaNg-
ความรักคือมีดสองคมและแพะรับบาป เป็นมีดสองคมเพราะความรักคือความรู้สึกที่ทำให้หลายคนมีความสุข ขณะเดียวกันก็ทำให้อีกหลายคนเจ็บปวด ที่ว่ามันเป็นแพะรับบาปเพราะถึงจะทำให้คนเจ็บปวดแต่ความรักก็ไม่เคยผิด มันผิดเพราะคนนั่นแหละ... คนทำคนด้วยกันเจ็บปวด ไม่ใช่ความรักที่ทำคนเจ็บปวด แต่คนก็กลับโทษว่าเพราะความรัก -Zinister-
รักคือสายฝน เพราะสายฝนทำให้ทุกอย่างชุ่มชื้น ทำให้ทุกอย่างดูมีชีวิตชีวา แต่ทว่ามันก็ทำให้คนที่หลงระเริงต้องพบกับความทรมานได้ -Aommie Ryorichan-
รักคือความสุขที่เราหาไม่ได้จากที่ไหน เปรียบเสมือนแก้ว เพราะเมื่อเรามีความรัก เราจะมีความสุข แต่เมื่อแก้วแตกแล้วมันก็เหมือนความรักที่แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เช่นเดียวกับใจเราที่ปวดร้าว -Nozomi-
ความรักเหมือนสายลม ถ้าพลิ้วแรงก็พัดเร็ว บางครั้งทำให้แสบระคายผิว ยังไม่ทันได้ซึ้งก็เจ็บ -Candle_Unlocks-
รักคือตะเกียงน้ำมัน ถ้าหมั่นเติมน้ำมันก็ยังคงมีเเสงสว่างอยู่ แต่ถ้าเราละเลย... สักวันมันก็ต้องดับไป -Nuna*__HHzFC-
ความรักคือความห่วงใย ห่วงหา เพียงแค่อยากให้คนที่เรารักสบายดี อยากให้คนที่รักมีความสุข แต่บางทีเค้าอาจจะรำคาญเราอยู่ก็ได้ -misszuppy-
ความรักในความคิดเจ๊คือความเข้าใจ และความรักเกิดขึ้นได้ทุกรูปแบบ ไม่เกี่ยวว่าจะออกมาในแนวไหน หรือแม้แต่เพศเดียวกันก็ยังรักกันได้ ความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม... แต่ถ้าจมปลักกับมันมากไปมันก็จะทิ่มแทงให้เราเจ็บปวดได้อย่างง่าย ๆ เพราะงั้นจึงควรรักให้เป็น สรุปแล้วความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม ความรักไม่ใช่การเห็นแก่ตัวแต่ควรเข้าใจซึ่งกันและกัน ความรักสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อและกับทุกคน -arayla-
ความรักคือทุกสิ่ง ไม่มีข้อจำกัด ไม่แบ่งเพศ... ความรักเป็นเหมือนยา ทั้งขมขื่น ทั้งมีประโยชน์... ความรักคือมีดเล็ก ๆ ที่กรีดลงบนหัวใจเวลาอกหัก... ความรักเป็นราวกับน้ำหวานหวานฉ่ำ และบางทีก็ทำให้เจ็บ ความรักเป็นราวกับยาวิเศษ ทำให้เจ็บและมีความสุขได้กับคำ ๆ เดียวคือรัก -Jaikky_uchiwa-
ความรักคือความเข้าใจ ความเข้าใจเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ถ้าเราไม่เข้าใจคนรักของเรา มันจะเกิดคำถามขึ้นมาว่าทำไม -*~ Lin ~*-
รักไม่อาจมองเห็นด้วยตาแต่สัมผัสได้ด้วยใจ รักมาพร้อมกับหยดน้ำตาเสมอ ถ้าคิดจะรักแล้วก็อย่ากลัวกับความเจ็บปวดที่อาจจะเกิดขึ้น รักไม่เคยทำร้ายใคร ที่เราเจ็บเพราะเรายึดติดกับมันมากไปว่าต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ -[M]il2aio-
ความรักคือความรู้สึกต้องการหรือถวิลหาในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อยากได้มาเป็นของตัวเอง แต่เมื่ออยู่ในกลุ่มสังคมปัจเจกชนอาจมีความต้องการในสิ่งเดียวกัน ด้วยกมลสันดานของมนุษย์ที่ต่างกัน บางคนจึงเลือกสละเพราะรัก ขณะที่บางคนเลือกที่จะยื้อแย่งเพียงเพื่อรัก เหตุผล ทฤษฎี หลักสูตร ไม่สามารถใช้หาทางออกหรือคำตอบตายตัวได้ -nunanuny-
เหมือนกับทุกสิ่งบนโลกใบนี้ที่ต้องมีสองด้าน ความรักของจุนซูก็เป็นหนึ่งในนั้น...
หลายครั้งที่เขามีความสุข แต่ก็หลายครั้งเหมือนกันที่ต้องทนทุกข์กับการแอบรักแอบชอบข้างเดียว
การเฝ้ามองใครสักคนไม่ได้ทำให้เจ็บ แต่คำว่าห่างไกลต่างหากที่ทำให้ช้ำเมื่อนึกถึง
อยู่ใกล้แต่เหมือนไกล ได้แต่มองโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย...
---------- Red Letter Day ----------
ตั้งแต่วันที่ได้เจอกันอย่างใกล้ชิดนั้น... จุนซูก็รู้สึกว่าตกหลุมรักเข้าแล้ว
มันอาจดูเหมือนเขาใจง่ายในสายตาของบางคน แต่ความรักไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนพวกนั้น... มันขึ้นอยู่กับตัวเขาเองนี่นา จุนซูไม่สนว่าใครจะมองอย่างไร
ทุกวันเขามักจะมองหารุ่นพี่ยูชอนโดยอัตโนมัติ มันเป็นไปเองโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ... และในแต่ละวันจุนซูก็จะจดเรื่องราวทุกอย่างลงในสมุดบันทึกสีฟ้าคราม
ในสมุดเล่มนั้นมีทั้งความในใจของจุนซู และเหตุการณ์ต่าง ๆ ในแต่ละวัน
หลายครั้งที่จุนซูจดไว้ว่าวันนี้มีใครมาสารภาพรักกับยูชอนบ้าง วันนี้ก็เช่นกัน...
หญิงสาวหน้าตาสะสวยที่จุนซูรู้จักดี เพราะเธอเป็นถึงรองประธานนักเรียน
ทั้งเก่งทั้งสวย... ใคร ๆ ก็จำได้ไม่ยาก
จุนซูไม่ได้อยากแอบดู เขาแค่ขึ้นไปนอนเล่นบนดาดฟ้าเหมือนที่ทำทุกพักกลางวัน เพราะจากมุมนี้เขาจะมองลงไปยังสนามกีฬาได้ชัดเจน
แต่คนทั้งสองก็เปิดประตูเข้ามา รวดเร็วเสียจนจุนซูหลบแทบไม่ทัน...
สองคนยืนหันหน้าเข้าหากัน เลือดสูบฉีดแต่งแต้มแก้มใสให้มีสีชมพูอ่อนชวนมอง
มิคกี้... เอ่อ คือ... ฉันชอบเธอนะ คบกับฉันเถอะ หญิงสาวว่าพลางก้มหน้างุด
จุนซูเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ทุกครั้งเขาจะรู้เรื่องผู้หญิงที่มาสารภาพรักจากพวกผู้หญิงในห้องอีกที ไม่นึกว่าครั้งนี้จะได้เห็นกับตา
แถมยังเป็นครั้งที่ยูชอนตกลงรับรักเสียอีก...
มิคกี้... คือชื่อเล่นของยูชอนที่น้อยคนนักจะได้รับอนุญาตให้เรียก การที่โบอาเรียกยูชอนแบบนั้นแสดงว่าทังสองคนรู้จักกันดีในระดับหนึ่ง
อันที่จริง... ฉันก็แอบชอบเธออยู่เหมือนกันนะ ยูชอนพูดออกมาด้วยท่าทีเขินอาย จุนซูที่ยืนหลบมุมอยู่ทรุดนั่งลงอย่างหมดแรง
ถ้าบันทึกหน้าของวันนี้จะมีแต่คราบน้ำตาก็คงไม่แปลกอะไร...
แต่ทั้งที่เป็นอย่างนั้น ทั้งที่พี่ยูชอนมีแฟนแล้ว... แต่จุนซูก็ยังหักห้ามใจตัวเองไม่ได้ พยายามบอกตัวเองว่าถ้าคนที่เขารักมีความสุขก็พอใจแล้ว
แต่พอเอาเข้าจริง...
เขากลับเจ็บปวด
ทุกครั้งที่เห็นทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน มีความสุข หัวเราะ... จุนซูก็ยิ้มด้วย ถึงแม้มันจะปวดใจแค่ไหน เพราะความสุขของพี่ยูชอนคือความสุขของจุนซู ถ้าพี่ยูชอนเจ็บ จุนซูจะเจ็บยิ่งกว่า...
และวันที่ว่าก็มาถึง...
เธอคนนั้นจากพี่ยูชอนไปอย่างไม่มีวันกลับ
ชายหนุ่มเอาแต่เฝ้าคร่ำครวญเสียใจ
แต่เขาจะรู้มั้ย... จุนซูคนนี้ก็ร้องไห้เสียน้ำตาไม่แพ้กัน
ต้องทรมานกับการแอบชอบแอบรัก ซ้ำยังเศร้าหนักเมื่อคนที่ตัวเองแอบรักต้องเสียใจ
โบอาเป็นโรคร้ายที่ไม่อาจรักษาได้
เพราะรู้ว่าตัวเองคงอยู่ได้อีกไม่นานจึงรวบรวมความกล้าเข้าไปสารภาพรัก และสุดท้าย...ก็ต้องจากกันไปตลอดกาล แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็มีความสุข
แล้วตัวเขาเล่า...?
ทั้งที่ยังแข็งแรงดี แต่ทำไมถึงดึงความกล้าแบบนั้นออกมาไม่ได้
ในวันที่ครอบครัวจะฝังร่างหญิงสาวท่ามกลางสายฝนโปรยราย ยูชอนยืนอยู่ตรงนั้น... ด้วยใบหน้าเศร้าหมองที่เหมือนความเศร้าเหล่านั้นดำดิ่งลงกัดร่อนจิตใจ ลึกลงไป... ลึกลงไป...
และนั่นทำให้จุนซูต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง เขาไม่อยากเห็นคนที่ตัวเองรักต้องเหมือนหุ่นไร้วิญญาณอย่างนี้
ชีวิตมันต้องมีทั้งเรื่องดีเรื่องร้าย ถ้าผ่านเรื่องร้ายไปไม่ได้เมื่อไหร่จะได้เจอเรื่องดี สู้ ๆ นะครับ!!
การ์ดใบแรกถูกสอดไว้ในล็อกเกอร์ของยูชอน จุนซูไม่รู้จะช่วยอย่างไรนอกจากได้แต่ให้กำลังใจอยู่อย่างนี้
แผ่นแล้วแผ่นเล่า วันแล้ววันเล่า...
มากขนาดที่ถ้ายูชอนเก็บเอาไว้ ป่านนี้มันคงเต็มกล่องใหญ่แล้วละมั้ง
ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง... แต่หลังจากหลายเดือนผ่านไป ยูชอนที่ร่าเริงสดใสคนเดิมก็กลับคืนมา... และทันทีที่เป็นอย่างนั้น จุนซูก็หยุดเขียนโน้ตและจากนั้นไม่นานยูชอนก็จบมัธยมปลาย
จุนซูเปลี่ยนความรู้สึกใจหายให้กลายเป็นพลังผลักดัน
เขาตั้งใจเรียนเพื่อที่ตัวเองจะได้เรียนที่มหาลัยเดียวกันกับคนที่ชอบ
อ่านหนังสือจนดึกดื่น ทำแบบฝึกหัดครึ่งค่อนคืน ตั้งใจเรียนเสียจนเพื่อน ๆ แปลกใจ ไม่ใช่ว่าเขาขี้เกียจ... เมื่อก่อนก็ตั้งใจเรียน แต่ไม่ถึงขนาดนี้
แล้วผลของความพยายามก็เห็นผล...
เขาสามารถสอบเข้าได้ในมหาลัยที่ใฝ่ฝัน รวมทั้งแจจุงเพื่อนรักของเขาด้วย
ที่นี่ทำให้สมุดบันทึกสีฟ้าของเขาถูกนำกลับมาเขียนอีกครั้ง เพราะตั้งแต่ยูชอนจบการศึกษาออกไป เจ้าสมุดเล่มนี้ก็ถูกวางไว้ในส่วนลึกสุดของลิ้นชักโต๊ะทำงาน
ไม่ใช่อะไร... จุนซูกลัวว่าถ้าเห็นมันแล้วเขาจะทนคิดถึงยูชอนไม่ไหวแค่นั้นเอง
แต่วันนี้เขาสามารถหยิบมันขึ้นมาได้แล้ว เพราะคนที่เขาแอบรักอยู่ในที่ที่เขาเห็นได้... ดังเดิม
---------- Red Letter Day ----------
จุนซู! เสียงสดใสที่เขาจำได้ดีว่าเป็นเสียงของเพื่อนรักดังขึ้นจากอีกฝั่งของห้อง
อ้าวแจจุง... อาจารย์เขาว่าว่าไงมั่งล่ะ ถามด้วยใจลุ้น เขาอยากให้เพื่อนได้ทุนนี้มากจริง ๆ ถึงนั่นจะทำให้พวกเขาต้องแยกกันทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อนก็ตาม
ก็เรื่องทุนแหละ ตกลงฉันไม่ได้ทุนนั่นหรอกนะ พูดด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ
จุนซูออกจะแปลกใจที่เพื่อนไม่มีท่าทีเสียดาย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นอยากได้อย่างกับอะไรดี
ไม่ได้หรือไม่เอา? จุนซูเหล่มองอย่างรู้ทัน คนพูดเลยหน้าจ๋อยไปนิดหนึ่ง
แหะแหะ นายนี่รู้ทันฉันไปหมดซะทุกเรื่องเลย ก็... ฉันยังอยากอยู่ที่นี่กับนายนี่นา ว่าพลางโอบเอวเพื่อนรักแล้วซุกไซร้ใบหน้าตัวเองกับซอกคอหอมกรุ่นของจุนซู
จักจี้นะ... พอละ ไม่เล่นแล้ว ฮะฮะ... จุนซูพยายามอย่างที่สุดเพื่อที่จะไม่ให้ตัวเองระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเมื่อเพื่อนรักเล่นอ้อนเขาอย่างกับลูกแมว
แล้วงานของฉันเป็นไงมั่ง? มันออกมาดีรึเปล่า ถามพร้อมถูมือตัวเองไปมาอย่างที่ชอบทำเวลาลุ้นรอคำตอบ