Can I Be Your Destiny? Special 1

posted on 10 Aug 2007 07:55 by zinister  in CanIBeYourDestiny

Can I Be Your Destiny? Special vol. 1

- JaeHo

มือเรียวสีซีดจับลูกบิดประตูอย่างสั่นเทาด้วยความกังวล วันนี้แจจุงถูกเรียกตัวให้เข้าพบกับคุณอี ซูมาน หวังว่าคงจะไม่ได้ถูกเรียกมาต่อว่าหรอกนะ

เมื่อเข้ามาในห้องแล้ว ร่างบางที่ตัวเล็กกว่าปัจจุบันนี้ก็ยืนก้มหน้างุดที่ด้านหน้าของโต๊ะ

" แจจุง ตอนนี้ค่ายของเรามีโครงการจะสร้างวงนักร้องชายล้วนที่ต้องโด่งดังระดับประเทศให้ได้ ฉันเห็นแววนายนะ เพียงแต่นายจะอยากเข้าวงนี้มั้ย " แจจุงตกใจ รีบเงยหน้าขึ้นมาทันที นอกจากจะไม่ได้โดนว่าแล้ว สิ่งที่เขาได้ยินยังเป็นสิ่งที่เด็กฝึกหัดทุกคนในเอสเอ็มอยากได้ยินที่สุด

" อยากสิครับ!! " มีโอกาสดีอย่างนี้ทั้งที เขาจะปฏิเสธได้อย่างไร นั่นมันความฝันของเขาเลยนะ...

" ถ้าอย่างนั้นก็ต้องตั้งใจฝึกให้มาก ๆ ล่ะ นอกจากนายแล้วยังมีสมาชิกอีกสี่คน ที่วางตัวไว้ตอนนี้ก็มีจุนซู ยุนโฮ และนาย อย่าทำให้ผิดหวังล่ะ "

" ครับ!! ผมจะตั้งใจทำให้ดีที่สุด ขอบคุณมากครับ!! " แจจุงรับคำน้ำเสียงยินดีก่อนจะเดินออกมาจากห้อง ใบหน้าฉาบไปด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างปิดไม่มิด

ความฝันของเขากำลังจะเป็นจริงแล้ว ตลอดเวลาที่เป็นเด็กฝึกหัดแจจุงต้องทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเองมาโดยตลอด ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าเขาหนีออกจากบ้านมา ครอบครัวก็ไม่ได้มีฐานะดีอะไร เพราะอย่างนั้นเขาถึงอยากทำให้ทุกคนมีชีวิตที่สะดวกสบายมากขึ้น ลูกชายคนเดียวของบ้านจะไม่ทำให้ทุกคนต้องผิดหวัง คิม แจจุงคนนี้จะพิสูจน์ให้ทุกคนรู้ว่าเขาสามารถทำตามความฝันของตัวเอง และจะต้องเข้มแข็งเป็นเสาหลักให้กับครอบครัวที่เขาผูกพันให้จงได้

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

" พี่แจจุง คุณซูมานเรียกไปคุยเรื่องไรอ่ะ " จุนซูตรงรี่เข้ามาถามทันทีที่แจจุงเดินกลับเข้ามาในห้องซ้อม

" ก็เรื่องเดียวกับที่เรียกนายแล้วก็ยุนโฮไปนั่นแหละ " แจจุงตอบยิ้ม ๆ

" ฮะ!! นี่พี่จะได้อยู่วงเดียวกับพวกเราใช่มั้ยเนี่ย " จุนซูถามตาโต
" อื้ม " แจจุงพยักหน้าตอบเบา ๆ

" ดีใจจังเลย พี่ยุนโฮ!! พี่แจจุงก็จะได้อยู่วงเดียวกับเราด้วยล่ะ " จุนซูตะโกนเรียกยุนโฮที่อยู่อีกฟากของห้อง เจ้าหมีที่ตอนนั้นยังไม่โตเต็มที่ดีหันมายิ้มแสดงความยินดีให้กับแจจุง ยิ้มที่แจจุงเห็นทีไรเป็นต้องใจสั่นทุกที

ยุนโฮไม่รู้หรอกว่าแจจุงคนนี้แอบรักยุนโฮมานานเท่าไรแล้ว

เรื่องราวมันเริ่มต้นจากครั้งแรกที่ทั้งสองได้พบกัน

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

" เฮ้!! นายชื่ออะไรอ่ะ " แจจุงในวัยเด็กที่กำลังตื่นเต้นสุด ๆ กับจำนวนคนมาออดิชั่นของค่ายเพลงเอสเอ็มหันไปตามเสียงเรียก

เด็กหนุ่มใบหน้าเรียว ดวงตาคมเข้มฉายแววมุ่งมั่น ริมฝีปากหยักยกยิ้มกว้างโชว์ฟันเขี้ยวน่ารัก จุดสีดำเล็ก ๆ เหนือริมฝีปากทำให้แจจุงอดคิดไม่ได้ว่าเจ้าเด็กรุ่นเดียวกันคนนี้ต้องพูดเก่งแน่ ๆ

จริง ๆ มันก็น่าจะเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วนี่นา เพราะถ้ากล้าทักคนแปลกหน้าก่อนก็แสดงว่าคนคนนั้นต้องเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดี แล้วก็คุยเก่งแน่ ๆ

ตอนนี้แจจุงกำลังรู้สึกเหงาที่ไม่มีใครคุยกับเขาเลย เด็กหนุ่มหน้าหวานจึงหันไปคุยกับคนข้างตัว

" ฉันชื่อคิมแจจุง แล้วนายล่ะ " เสียงหวานไม่แพ้หน้าตาถามกลับ

" ฉันจุง ยุนโฮ ตื่นเต้นจังเลยเนอะ " ดูท่าทางเด็กหนุ่มร่าเริงคนนี้จะเป็นกันเองเสียจนแจจุงเริ่มคลายความเกร็งลงบ้าง

" อื้ม!! แล้วยุนโฮมาออดิชั่นอะไรล่ะ " ถ้านายมาออดิชั่นอันเดียวกับฉัน เราคงต้องเป็นคู่แข่งกันแล้วล่ะ... แต่ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเลย ฉันอยากเข้าเอสเอ็มพร้อมนายนะยุนโฮ

คิดแล้วก็แปลกใจ ทำไมต้องรู้สึกอะไรแบบนั้นกับคนที่เพิ่งเคยเจอกันเป็นครั้งแรกด้วย

" อ๋อ นักเต้นน่ะ อยากดูมั้ย " เสียงทุ้มตอบสดใส

" ได้หรอ " ถามด้วยความแปลกใจ ท่ามกลางคนเดินขวักไขว่อย่างนี้ นายนี่จะกล้าทำจริง ๆ เหรอ

" ได้สิ ถ้านายอยากดูนะ " ตอบพร้อมยิ้มกว้าง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องเต้นต่อหน้าคนอื่นนี่นา ปกติเขาก็มักจะไปซ้อมเต้นที่สวนสาธารณะอยู่แล้ว เรื่องความตื่นเต้นก็เลยไม่ค่อยมีมากเท่าไรนัก

" อยากสิ เอาเลย " แล้วแจจุงก็นั่งมองยุนโฮที่พลิ้วกายไปมาอย่างมีความสุข นายเป็นอะไรไปนะแจจุง

แต่แล้วการเคลื่อนไหวลื่นไหลนั้นก็หยุดชะงักลง แจจุงมองหน้ายุนโฮด้วยความแปลกใจ แต่คำพูดต่อมาของคนตรงหน้าก็ทำให้เขาเข้าใจ

" นี่แจจุง เขาเรียกชื่อนายแล้ว ไปสิ " ยุนโฮบอก แจจุงลุกขึ้นยืน สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดอย่างที่เคยทำเวลาต้องการเรียกความมั่นใจ

" ขอให้สำเร็จนะ ไฟต์ติ้ง!! " ยุนโฮกำหมัดมาทางเขา แจจุงยิ้มตอบ ปากบางขยับเบา ๆ โดยไร้เสียงว่า นายก็เหมือนกันนะยุนโฮ

เด็กหนุ่มยิ้มกว้างโชว์ฟันขาวตอบกลับ แน่นอนว่าเขาอ่านปากที่ขยับเขยื้อนเป็นคำพูดนั้นออก

เมื่อแจจุงออดิชั่นเสร็จ รู้สึกว่าตัวเองทำได้ดีกว่าที่คิดเอาไว้ ต้องขอบคุณยุนโฮที่ทำให้เขาไม่ประหม่ามากเท่าตอนแรก เด็กหนุ่มเดินกลับมา ที่เดิมอีกครั้ง แต่ก็ไม่พบยุนโฮเสียแล้ว

นั่นคือครั้งแรกที่รู้สึกผูกพันกับคนแปลกหน้าได้ง่ายดาย ฉันจะจำชื่อนี้เอาไว้

จุง ยุนโฮ

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

" พ่อครับ... ผมอยากเป็นนักร้อง " ในเช้าวันหนึ่งขณะที่ทุกคนกำลังรับประทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างที่ทุกครอบครัวพึงกระทำ จุง ยุนโฮลูกชายคนโตของบ้านก็กล่าวสิ่งที่ทำให้ทุกคนแปลกใจ

" ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงคิดอย่างนี้ อาชีพนักร้องมันไม่มั่นคงหรอกนะยุนโฮ " ผู้เป็นแม่พยายามยกเหตุผลเพื่อเปลี่ยนความคิดนั้น ในสายตาของพวกท่าน อาชีพในวงการบันเทิงดูไม่แน่นอนเอาเสียเลย

" ผมรักเสียงเพลง ผมรักการเต้น หวังว่าทุกคนจะเข้าใจ " แม้ที่พูดจะไม่ใช่การเถียง แต่สายตาฉายแววมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าทำให้ผู้เป็นพ่อต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ เพราะรู้ดีว่าถ้าเจ้าลูกคนนี้ลองตั้งใจอยากทำอะไรแล้วล่ะก็ มันจะต้องหาทางทำให้สำเร็จจนได้ และแน่นอนว่ายุนโฮจะต้องคิดดีแล้ว... เชื่อว่าการตัดสินใจของลูกคนนี้จะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง

" ไม่ใช่ว่าพ่อกับแม่ไม่เข้าใจ ในเมื่อลูกเองก็โตแล้ว พวกเราย่อมเชื่อการตัดสินใจของลูก ไม่ว่าลูกจะทำอะไรก็ตาม ครอบครัวของเราจะคอยสนับสนุน " คำตอบจากผู้เป็นพ่อเรียกรอยยิ้มกว้างจากลูกชายคนโต ยุนโฮไม่นึกว่าจะได้รับอนุญาตง่าย ๆ เพราะญาติพี่น้องของเขาต่างก็มีหน้าที่การงานมั่นคงกันทั้งนั้น คงมีแค่เขาคนเดียวที่คิดแปลกแยก...

จากวันนั้นเป็นต้นมา ยุนโฮตั้งใจฝึกฝนด้วยตนเองทั้งการร้องและเต้น บางทีก็ที่โรงเรียนหรือบางครั้งก็ที่สวนสาธารณะ ที่นั่นทำให้เขาพบกันคนที่เต้นเก่ง ๆ มากมายซึ่งยินดีที่จะสอนโดยไม่หวงความรู้สักนิด ยุนโฮฝึกซ้อมวันแล้ววันเล่า ครั้งแล้วครั้งเล่า จนในที่สุดโอกาสของเขาก็มาถึง

" ตั้งใจทำให้ดีที่สุดนะยุนโฮ พ่อเชื่อว่าลูกมีดีไม่แพ้ใคร " มืออบอุ่นวางลงบนไหล่ของลูกชายตัวน้อย ยุนโฮรู้สึกมีกำลังใจเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว

ถ้าวันนี้เขาพลาดก็อาจจะเสียใจบ้าง แต่อย่างน้อยก็เชื่อว่าตัวเองได้พยายามแล้ว การได้พยายามอย่างสุดความสามารถให้ความรู้สึกดีกว่าการรอคอยโชคชะตาโดยไม่ฝึกฝนหรือไขว่คว้าหามาด้วยตนเอง ...เชื่อว่าแม้ผลการออดิชั่นในวันนี้จะออกมาเป็นอย่างไร เขาก็จะยอมรับมันได้ และใช่ว่าไม่มีโอกาสหน้าเสียเมื่อไร

ยุนโฮเดินเข้ามาภายในสถานที่จัดการออดิชั่น สายตาสอดส่องมองหาที่นั่งที่เขาพอจะพักขาอันสั่นเทาของตัวเองได้ แล้วดวงตาคมเรียวก็เจอที่ว่างที่หนึ่ง ข้างเด็กหนุ่มตัวเล็กที่ดูแล้วน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกันกับเขา

เด็กคนนั้นมีเรือนร่างผอมบางคล้ายผู้หญิง อยู่ในชุดที่ดูเหมือนจะถูกซื้อมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ใบหน้าขาวนวลค่อนไปทางซีด ดวงตาดำขลับเช่นเดียวกับสีผม ฟันซี่เล็กขบริมฝีปากบางสีชมพูจนแดงจัดราวกับกำลังสะกดกลั้นความประหม่า

ยุนโฮรู้สึกเหมือนตัวเองถูกดึงดูดให้เข้าใกล้คนคนนี้ อยากทำความรู้จักให้มากขึ้นไปอีก... เขาจึงไม่รอช้าที่จะเดินไปนั่งตรงที่ว่างข้าง ๆ แล้วชวนคุยทันที

" เฮ้!! นายชื่ออะไรอ่ะ " พูดออกไปแล้ว นี่ผมกล้าทักคนแปลกหน้าก่อนได้ยังไง!! หมอนั่นต้องคิดว่าผมประสาทไม่ดีแน่เลย

หนุ่มหน้าหวานคนนั้นทำท่าเหมือนครุ่นคิดอะไรครู่หนึ่ง ก่อนตอบออกมาไม่เต็มเสียงนัก

" ฉันชื่อแจจุง... คิม แจจุง นายล่ะ? " รู้แต่แรกว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ชาย แต่ก็แทบไม่อยากเชื่อ เพราะนอกจากอีกฝ่ายจะมีใบหน้าสวยหวานแล้ว น้ำเสียงก็ยังหวานไม่ผิดกับรูปลักษณ์แม้แต่น้อย

" ฉันจุง ยุนโฮ ตื่นเต้นจังเลยเนอะ " สมองของผมพยายามหาเรื่องชวนคุยไปเรื่อย ๆ

" อื้ม! แล้วยุนโฮมาออดิชั่นอะไรล่ะ " คราวนี้แจจุงดูจะไม่เกร็งมากเท่าตอนแรก เพราะน้ำเสียงที่ถามกลับมาฟังดูสบาย ๆ

" นักเต้นน่ะ... อยากดูมั้ยล่ะ " ผมจะรู้สึกดีเวลาที่ได้เต้นต่อหน้าผู้คน บางครั้งเวลาผมซ้อมที่สวนสาธารณะก็จะมีเด็กมายืนดู ถ้าวันไหนอารมณ์ดีผมก็จะสอนท่าง่าย ๆ ให้น้อง ๆ พวกนั้น

" ได้หรอ? " แจจุงถามด้วยความแปลกใจ สีหน้าสงสัยบอกความไม่เชื่อว่าผมจะกล้าเต้น

" ได้สิ ถ้านายอยากดูนะ " ตอบพร้อมยิ้มกว้าง

" อยากสิ เอาเลย " แล้วแจจุงก็นั่งมองยุนโฮเต้นด้วยท่าทางตั้งใจสุดขีด

พอเห็นคนมองด้วยความสนใจทีไร ผมอดดีใจไม่ได้ทุกที แต่ไม่รู้เพราะอะไร ยิ่งคนที่ดูเป็นแจจุงด้วยแล้ว ผมยิ่งอยากแสดงให้เขาเห็นพลังให้ตัวผม มากกว่าการเต้นครั้งไหน ๆ

แต่การเต้นที่ลื่นไหลก็หยุดชะงักลง เพราะหูของผมได้ยินเสียงประกาศเรียกแจจุง

" นี่แจจุง เขาเรียกชื่อนายแล้วนี่ ไปสิ " ผมมองดูแจจุงลุกขึ้นยืน สูดลมหายใจลึก ๆ เข้าเต็มปอดด้วยท่าทีตื่นเต้น

" ขอให้สำเร็จนะ ไฟต์ติ้ง!! " ผมกำหมัดให้เขา โอ๊ะนั่น!! เขายิ้มตอบผมด้วย แล้วทำปากขมุบขมิบ เอ๊ะพูดอะไรของเขากัน?

นายก็เหมือนกันนะยุนโฮ

ผมพยายามอ่านจากปากบางที่ขยับไปมา แล้วยิ้มตอบกลับไป ตอนนั้นคิดว่าหน้าของผมคงจะบานเป็นพิซซ่าเลยล่ะ ผมเฝ้ามองแผ่นหลังบางนั้นเดินขึ้นไปบนเวที

...ขอให้ทำสำเร็จด้วยเถอะ แล้วฉันก็จะพยายามเหมือนกัน พวกเราจะได้เป็นเด็กฝึกหัดที่เอสเอ็ม...

หืมพวกเรางั้นเหรอ?

ตั้งแต่เมื่อไรกันนะยุนโฮ ที่นายสนิทกับคนง่ายอย่างนี้ นี่นายเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไร?

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

ตอนแรกคิดว่าจะอยู่ฟังแจจุงร้อง แต่เสียงหัวใจที่เต้นรัวแปลก ๆ ทำให้ยุนโฮกุมอกซ้ายด้วยความงุนงง มืออีกข้างจับใบหน้าตัวเองที่รู้สึกว่าร้อนผิดปกติ เด็กน้อยรีบวิ่งเข้าห้องน้ำทันที อยากรู้เหลือเกินว่าสีหน้าของตัวเองตอนนี้จะเป็นอย่างไร มั่นใจว่าสาเหตุต้องมาจากคนที่กำลังออดิชั่นแน่ ๆ

คิม แจจุงนายเป็นใครกัน ทำไมถึงทำให้ฉันใจเต้นแรงขนาดนี้

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

เมื่อยุนโฮออกจากห้องน้ำ ก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่ถึงคิวของเขาพอดี ยุนโฮขึ้นไปบนเวทีและเต้นอย่างที่ฝึกซ้อมมาหลายครั้ง แล้วกลับบ้านไปพร้อมกับความดีใจที่ตัวเองผ่านการออดิชั่น แต่ในวันนั้นเขากลับไม่ได้พบแจจุงอีก

หลังจากที่ผ่านการออดิชั่น ยุนโฮก็ได้เข้ารับการฝึกหัดเป็นนักร้องในค่ายเอสเอ็ม แต่เรื่องลำบากในช่วงแรกของการเรียนคือเขาต้องเทียวไปกลับระหว่างบ้านและตัวเมือง ซึ่งไม่ได้ใกล้กันเลย แต่เพราะในคลาสนั้นมีเพื่อนใหม่ที่มนุษยสัมพันธ์ดีสุด ๆ อย่างคิม จุนซู ซึ่งเสนอให้เขานอนพักที่บ้าน ยุนโฮจึงไม่ลำบากมากนักในช่วงหลัง

" นายเป็นญาติกับคิมแจจุงหรือเปล่า " จำได้ว่านั่นเป็นคำถามแรกที่ถามออกไปหลังจากคุ้นเคยกันพอสมควร

แน่นอนว่าคำตอบคือไม่ ซึ่งเขาก็คิดเอาไว้อยู่แล้วว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้น คนนามสกุลคิมมีเยอะแยะไป มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญขนาดนั้นหรอก

แต่ก็ยังอดหวังอยู่ลึก ๆ ไม่ได้ว่าสักวันจะได้พบกันอีก

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

แล้วสักวันที่ว่าก็มาถึง เมื่อวันหนึ่งพวกผมได้ถูกแนะนำให้รู้จักกับแจจุง เด็กหนุ่มที่ยังคงหน้าหวานไม่เปลี่ยนแปลง เขาเข้ามาเป็นเด็กในสังกัดหลังผมหนึ่งปี

" สวัสดียุนโฮ " เสียงหวานนั้นเป็นฝ่ายเอ่ยทักทายผมก่อน รอยยิ้มที่ถูกส่งมายังคงทำให้คนตรงหน้าดูเหมือนนางฟ้าอยู่เช่นเดิม ใบหน้าที่คิดว่าหวานแล้วในอดีต ปัจจุบันยิ่งหวานกว่า

" อ้าว!! นี่พวกพี่รู้จักกันมาก่อนละเหรอ " จุนซูถามเสียงดัง อันที่จริงมันเป็นเสียงปกติธรรมดาของเขาอยู่แล้ว เสียงเอะอะโวยวายน่ะ

" เราเคยเจอกันตอนออดิชั่นน่ะ " ผมตอบพร้อมกับโอบไหล่แจจุงเข้ามาเพื่อแสดงความสนิทสนม... ตัวนุ่มชะมัด ผมเห็นนะว่าแจจุงหน้าแดง แต่ผมกล้าทำอย่างนั้นได้ยังไง

นายทำให้ฉันแปลกไปอีกแล้วแจจุง

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

" ไม่ใช่ ๆ แจจุงต้องเต้นไปทางขวาสิ เต้นผิดด้านอีกแล้วนะ " ยุนโฮร้องบอกขณะที่พวกเขากำลังซ้อมเต้นอยู่ด้านหน้ากระจก และเงาที่สะท้อนให้เห็นก็ฟ้องอยู่ว่าแจจุงเคลื่อนตัวไปผิดด้าน

ตั้งแต่แจจุงเข้ามาเป็นหนึ่งในเด็กฝึกหัดของเอสเอ็ม เขาก็ได้เรียนเต้นร่วมกับคนอื่น ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือยุนโฮ ถึงแจจุงจะสามารถจำท่าเต้นได้ไว แต่ปัญหาคือความผิดพลาดเล็กน้อยและความแข็งแรงที่แจจุงยังไม่มี

" ก็มันยังไม่ชินนี่ เวลาซ้อมกับทึกกี้ทีไร รายนั้นชอบให้ฉันยืนอยู่ทางขวา แต่ฉันติดเต้นไปทางซ้ายนี่ " แจจุงทำหน้างอ ยุนโฮต้องเก็กเนียนตีหน้าขรึมแทบไม่ทัน

ก็แจจุงน่ะน่ารักน้อยเสียเมื่อไร ยิ่งทำท่าแบบนี้ยิ่งน่ารักเข้าไปอีก ทำเอาใจสั่นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

" พวกพี่เปลี่ยนด้านกันยืนก็จบแล้วแท้ ๆ จะเถียงกันทำไมเนี่ย " จุนซูขมวดคิ้วมุ่น ในปากเต็มไปด้วยขนมปังที่ออกไปซื้อกับฮยอกแจเพื่อนสนิทและอีทึกหนุ่มตาสวย และแน่นอนว่าคนที่จ่ายตังค์จะเป็นใครไปเสียไม่ได้ ถ้าไม่ใช่พี่ใหญ่แสนดีอย่างอีทึก

" นายเองก็มาซ้อมด้วยเลย มัวแต่กินอยู่นั่นแหละ วันนี้ครูบอกว่าจะมีเด็กใหม่เข้าคลาสด้วยนะ " ยุนโฮย้ำเรื่องที่ทุกคนรู้ดีอยู่แล้วอีกครั้ง ซึ่งไม่แปลกอะไรถ้าคนที่ไม่เคยฟังอะไรกับใครเขาอย่างจุนซูจะมีอาการตื่นเต้นจนออกนอกหน้า

" จริงดิ!! อ๊า~ ขอให้เป็นเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ น่ารักด้วยเถอะ เอ...ตั้งแต่มาเป็นเด็กฝึกหัดฉันมีเพื่อนใหม่กี่คนแล้วเนี่ย " ว่าพลางนับนิ้วทำปากขมุบขมิบไปตามเรื่องตามราว

แจจุงกับยุนโฮมองหน้ากันออกแนวปลงเล็กน้อย จุนซูไม่ว่าเมื่อไรก็ร่าเริงได้เสมอ แถมยังชอบทำท่าตื่นเต้นราวกับเด็ก ๆ อยู่ตลอดเวลา

" เอ้า!! พวกนาย รู้จักกันไว้สิ นี่ชิมชางมิน จากนี้ไปจะมาฝึกกับเราด้วย ดูแลเขาด้วยล่ะ เฮ้!! จุนซู นายฟังที่ฉันพูดอยู่รึเปล่า " แต่ยังไม่ทันที่จะได้ซ้อมเต้นอะไรไปมากกว่านั้น ครูฝึกก็เดินเข้ามาพร้อมกับเด็กผู้ชายท่าทางเงียบขรึม

" อื้ม!! อังอั๊บ!!(ฟังครับ) ค่อกอุ๊บ!! " จริง ๆ น่ะไม่ได้ฟังหรอก แต่โดนครูถามบ่อยแบบนี้จนรู้แนว แล้วเหมือนกรรมจะตามทัน เพราะเจ้าขนมปังชิ้นโตที่เพิ่งยัดเข้าปากดันมาติดคอเสียนี่ เดือดร้อนถึงฮยอกแจเพื่อนรักต้องมาช่วยตบหลังเป็นการใหญ่

พวกพี่ ๆ มองอย่างปลงตก แต่ก็ดีนะที่มีคนอย่างจุนซู เพราะมันทำให้พวกเขาไม่เหงา

ติดตะดะดีติ๊ด... ติดตะดะดีติ๊ด...

เสียงโทรศัพท์มือถือของใครบางคนบ่งบอกว่ามีข้อความเข้า และความจริงที่ว่าใครเป็นเจ้าของเสียงประหลาดแบบนั้นก็ปรากฏ เมื่อครูฝึกหนุ่มหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา

" พวกนายก็ทำความรู้จักกันไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันขอตัวไปโทรศัพท์หาดาร์ลิงค์แป๊บนึง หุหุหุ " ทำเสียงเล็กเสียงน้อยก่อนจะแว้บออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

" โหย!ครูอย่าทำเสียงแบบนั้นสิครับ เห็นใจคนยังไม่มีแฟนหน่อย " อีทึกตะโกนตามหลังก่อนจะหันมารุมล้อมเด็กใหม่เหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ

" นี่ ๆ นายชื่ออะไร ฉันชื่อจุนซู คนข้าง ๆ ฉันชื่อฮยอกแจ ถัดมาก็พี่ยุนโฮ พี่แจจุง แล้วก็พี่อีทึก แต่นายจะเรียกว่าทึกกี้ก็ได้ " ทุกคนได้แต่ยืนยิ้มอย่างเดียว เพราะคนพูดมากจัดการแนะนำตัวแทนหมดแล้วนี่

" บางทีถ้านายหัดฟังมากขึ้น สักนิดของที่นายพูดก็ยังดี นายจะได้รู้ว่าเขาชื่อชางมิน " แจจุงแซว จุนซูหันมาทำย่นจมูกให้อย่างไม่สนใจ

" เฮ้!! พวกนายเอาแต่คุยกันเองแบบนี้ เมื่อไรชางมินจะได้พูดบ้างล่ะ " ยุนโฮออกปาก ทุกคนร่วมใจกันเงียบเพื่อที่จะให้ชางมินได้พูด แต่ก็นั่นแหละจะให้ชางมินพูดว่าอะไรล่ะ เขาชวนคนอื่นคุยไม่เก่งนี่

" มาซ้อมกันได้แล้ว!! ไปล้อมชางมินแบบนั้นเดี๋ยวก็ขาดอากาศหายใจกันพอดี " แต่ครูฝึกก็ดันเข้ามาขัดจังหวะก่อนตามเคย

ในขณะที่ทุกคนเริ่มเดินไปประจำที่ของตัวเอง ชางมินก็ยืนงก ๆ เงิ่น ๆ เพราะไม่รู้ว่าตัวเองต้องยืนตรงไหน

" ยืนข้าง ๆ ฉันก็ได้ " ยุนโฮที่สังเกตเห็นท่าทางนั้นเรียกให้ชางมินมายืนข้าง ๆ อีกฝ่ายผงกหัวเป็นเชิงขอบคุณเล็กน้อยแล้วเดินมาตรงจุดที่ยุนโฮบอก

ยุนโฮเหลือบมองชางมินอยู่บ่อย ๆ เพื่อดูว่าเด็กใหม่คนนี้เต้นทันคนอื่นหรือเปล่า ซึ่งชางมินก็ทำให้เขาแปลกใจ เพราะเด็กหนุ่มคนนี้เรียนรู้ได้ไวอย่างไม่น่าเชื่อ

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

" ไง เหนื่อยล่ะสิ เอ้านี่!! ดื่มน้ำซะ หมดคลาสนี้มีร้องเพลงต่อนะ " ชางมินรับขวดน้ำที่ยุนโฮยื่นให้ ก่อนจะเปิดฝาแล้วดื่มอย่างรวดเร็ว

ยุนโฮทรุดตัวลงนอนแผ่ข้าง ๆ ชางมิน ในขณะที่แจจุงก็เดินเข้ามาใกล้ แล้วนั่งลงตรงที่ว่างอีกข้างของชางมิน

" ฉันให้ ท่าทางนายหิวเอามาก ๆ เลยนะเนี่ย " คุกกี้ที่บรรจุอยู่ในซองเล็ก ๆ ถูกส่งผ่านจากมือแจจุงให้ชางมิน ฝ่ายหลังรับมาด้วยสีหน้าร่าเริงอย่างที่สุด สำหรับชางมินแล้วจะมีอะไรดีไปกว่าของกินอีกล่ะ

" ขอบคุณครับ " ชางมินหันไปก้มหัวงก ๆ ให้แจจุง ยุนโฮรีบผุดลุกขึ้นนั่งทันที

" อะไรอ่ะ ไม่เห็นขอบคุณฉันมั่งเลย " ยุนโฮหน้างอ

" เอ่อขอโทษครับ ขอบคุณครับ " ชางมินเปลี่ยนทิศทางจากแจจุงไปที่ยุนโฮแทน พลางก้ม ๆ เงย ๆ อยู่อย่างนั้นแหละ

" อะไรเนี่ย นายจะขอโทษหรือจะขอบคุณกันแน่ เด็กอะไรตลกชะมัด " ยุนโฮหันมายิ้มให้ชางมินที่ทำหน้าเหมือนกับจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

" ยุนโฮอย่าแกล้งชางมินสิ " แจจุงออกโรงปกป้องชางมิน

แต่ใครจะไปรู้ว่าในอนาคตคนที่แกล้งชางมินบ่อยที่สุดคือแจจุงเองนั่นแหละ...

จากนั้นมา ยุนโฮกับแจจุงก็ช่วยกันดูแลชางมิน จนพักหลังยุนโฮชักจะสนิทกับชางมินมากกว่าสนิทกับแจจุงเสียอีก ซึ่งเขาก็ให้เหตุผลกับตัวเองว่า เพราะอยู่กับชางมินแล้วรู้สึกสบายใจ แต่อยู่ใกล้แจจุงทีไรใจมันสั่นทุกที

และในที่สุดเขาก็เข้าใจผิดว่านั่นคือความรัก...

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

" เพราะเหตุผลนี้ ตอนนั้นนายก็เลยไม่ค่อยมาเล่นกับฉันเนี่ยนะ!! " แจจุงในปัจจุบันหันมาถามยุนโฮเสียงสูง

ในตอนนี้ตอนที่ทั้งสองคนได้ตกลงคบหากันในฐานะคนรักแล้ว ยุนโฮมักจะชวนแจจุงออกมานั่งดูดาวด้วยกันทุกคืน... นี่ก็เป็นอีกคืนหนึ่งที่ทั้งสองออกมาทำกิจวัตรเดิม ๆ

ยุนโฮยังคงโอบเอวแจจุงจากทางด้านหลัง แล้วซุกหน้าลงตรงซอกคอหอมกรุ่นนั้นอย่างเคย แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร อยู่ ๆ แจจุงก็ชวนคุยเรื่องความหลังเสียนี่

" ก็ใช่สิ เวลาอยู่ใกล้โบแจแล้วใจเต้นแปลก ๆ นะ... มันเต้นแรงมากเลย แถมยังรู้สึกร้อน ๆ พิกลอีก แต่อยู่กับชางมินไม่เหมือนกันนี่ หมอนั่นให้ความรู้สึกโล่งสบายจะตายไป " เจ้าหมีก็ทึ่มแสนทึ่ม แจจุงไม่รู้จะว่าว่าอะไรดี

" นั่นมันหมายความว่านายเองก็ชอบฉันมาตั้งแต่แรกแล้วเหมือนกันยุนโฮ "

" อะเอ๋? " ยุนโฮทำหน้าเหมือนไม่เข้าใจสิ่งที่แจจุงกำลังพูด

" ไม่ต้องมาทำหน้างงเลย แล้วนายก็ปล่อยให้ฉันเข้าใจผิดว่านายเกลียดฉัน " แล้วคนสวยก็กอดอกสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง ทำท่างอน

" อ๊าโบแจอย่างอนสิ ขอโทษนะ ก็ฉันไม่แน่ใจความรู้สึกของตัวเองนี่นา แต่ยังไงตอนนี้ฉันก็รักโบแจที่สุดนะ หันมาคุยกับฉันสิ โบแจอ่ะ " ยุนโฮพยายามง้อเต็มที่ คนสวยหันหน้าหนีไปทางไหน เขาก็หันหน้าตามไปด้วย

" เชอะ! นายทำฉันเสียใจอยู่ตั้งนาน " ทั้งที่ปากจะพูดอย่างนั้น แต่แจจุงก็เริ่มกลั้นยิ้มไม่อยู่แล้ว

" สัญญาเลยว่าจะไม่ทำให้ที่รักต้องเสียใจแล้ว ดีกันนะนะครับ นะ " ว่าแล้วก็ชูนิ้วก้อยอวบ ๆ ของตัวเองไปกระดิกดิ๊ก ๆ อยู่ด้านหน้าแจจุง

" สัญญาแล้วนะ ถ้านายทำให้ฉันเสียใจ ฉันไม่อยู่กับนายแล้วจริง ๆ ด้วย " ทั้งที่ยื่นนิ้วออกไปเกี่ยวนิ้วของยุนโฮเอาไว้แล้ว แต่ก็ยังไม่วายขู่เสียอีกแน่ะ

" จ้า!! สัญญาด้วยเกียรติของหมีอ้วนเลย " ว่าพลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ยุนโฮซุกหน้าเข้ากับซอกคอแจจุงมากกว่าเดิม

" ฉันก็จะสัญญาด้วยเกียรติของแม่บ้านเหมือนกัน " พูดเสร็จก็ขโมยหอมแก้มของยุนโฮ ทำเอาอีกฝ่ายดีใจสุด ๆ

" มายั่วกันแบบนี้ฉันชักอยากทำหน้าที่พ่อบ้านแล้วสิ " แล้วแขนแข็งแรงคู่นั้นก็อุ้มร่างบอบบางขึ้นมาได้ง่ายดาย

" ยุนโฮไม่เอาตรงนี้นะ " เสียงหวานร้องปราม มือกำชายเสื้ออีกฝ่ายแน่นเพราะกลัวตก ยุนโฮชะงักเท้าที่กำลังก้าวเดิน พอเห็นสีหน้าอ้อน ๆ แบบนี้แล้วก็ชักใจอ่อน แต่อีกใจหนึ่งมันกลับยิ่งอยากทำมากกว่าเดิม

" ไปทำในห้องกันดีกว่า ตรงนี้มันหนาว รีบพาฉันไปเร็ว ๆ สิ " โธ่เอ๋ย!! ตอนแรกนึกว่าห้ามเพราะไม่อยากทำ ที่ไหนได้ เพราะตรงนี้มันหนาวนี่เอง

แจจุงบางทีความหื่นมันอาจจะถ่ายทอดสู่กันได้นะ ยังไงก็ระวังเจ้าหมีอ้วน ๆ ตัวนี้เอาไว้หน่อยก็แล้วกัน ถ้านายช้ำในขึ้นมา อย่าหาว่าไม่เตือน

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

ทันทีที่เข้ามาถึงในห้องนอน ยุนโฮก็รีบวางแจจุงลงบนที่นอนที่ที่พวกเขาใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากที่สุด

" อืม " ยุนโฮประกบปากลงบนกลีบปากอิ่มแดงเรื่อราวสีกุหลาบของแจจุงชายคนรักที่เปรียบเสมือนนางฟ้าในใจ

แขนเรียวยกขึ้นโอบคอของคนตัวโตกว่า แจจุงกดมือลงบนท้ายทอยของยุนโฮ ให้อีกฝ่ายแทรกลิ้นเข้ามามากกว่านี้ เนื้ออุ่นที่แนบชิดกันยิ่งทำให้อีกฝ่ายร้อนระอุด้วยไฟตัณหา ความต้องการที่แผดเผาอารมณ์ปลุกปั่นให้อยากสัมผัสกันมากกว่านี้ มือหนาลูบไล้ไปตามผิวกายใต้เสื้อเนื้อนุ่ม ก่อนจะดึงถอดมันออกไปไม่ยาก

ลิ้นร้อนพัวพันแลกเปลี่ยนความหวานกลับกลายเป็นเกี่ยวกระหวัดแน่นตามความต้องการทางธรรมชาติที่มากขึ้น แจจุงแทบสำลักกับรสจูบ แต่ก็ยังดึงดันที่จะทำต่อไป เพราะรู้ว่าสัมผัสนี้นี่แหละที่เขาต้องการ

ยุนโฮผละริมฝีปากออกมาก่อน เพื่อที่จะขบเม้มลงตามตัวขาวนวล ถึงแจจุงจะเสียดายนิดหน่อยที่ต้องละจากรสจูบนั้น แต่ก็พอใจกับแรงที่ดูดดุนไปตามเนื้อตัวของเขา

ทุกร่องรอยที่หลงเหลืออยู่บนร่างกายของเขาทำให้ตัวเองตระหนักอยู่เสมอว่าเขาเป็นของใคร ยิ่งทำให้เขาภูมิใจและปลื้มใจเพราะนั่นหมายถึงว่าคิม แจจุงเป็นของจุง ยุนโฮ ทั้งตัวและหัวใจ

" อือยุน " เสียงหวานหลุดครางออกมา เมื่อมือของยุนโฮเลื่อนลงไปกอบกุมบางสิ่งของเขาที่ยังไม่ได้รับการปลดปล่อยออกจากกางเกงตัวเก่ง แต่ถึงกระนั้นมันก็แข็งขึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเจ้าตัวก็อยากให้ยุนโฮรีบจัดการอะไรสักอย่างกับมัน

สะโพกบางแอ่นขึ้นสู้มือหนานั้นราวกับจะเร่งให้ยุนโฮรีบถอดกางเกงนี่ออกไปเสียที พ่อหมีหัวเราะในลำคอก่อนจะก้มลงมาดูดดุนยอดอกสีหวาน

" อื้มถอดสักทีสิ " เมื่อจะจัดการปลดปล่อยความเป็นชายออกมาเสียเอง ข้อมือบางก็ดันถูกรวบเอาไว้ด้วยกันเสียนี่ อย่างนี้เจ้าหมีคิดจะแกล้งกันชัด ๆ เลย

" ทำให้ฉันคลั่ง ปลุกปั่นอารมณ์ฉันให้ต้องการนายมากกว่านี้อีกสิ ทำให้ฉันดู " ลิ้นสากเลื่อนตำแหน่งมาเป็นเลียและขบตรงติ่งหู แจจุงหลับตาแน่น หน้าแดงอย่างช่วยไม่ได้

" ปล่อยฉันก่อนสิ " ยุนโฮแปลกใจเล็กน้อยที่วันนี้แจจุงให้ความร่วมมืออย่างดี ทั้งที่ทุกครั้งต้องโวยวายก่อนแท้ ๆ แต่เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน...

ร่างบางก้าวลงจากเตียงเดินไปยังห้องน้ำและกลับมาพร้อมผ้าขนหนูที่ซับน้ำอุ่นมาเต็มที่ แจจุงเลื่อนเก้าอี้ไม้จากตรงโต๊ะทำงานเข้ามาใกล้เตียง เพื่อที่ยุนโฮจะได้เห็นชัดเจน

แจจุงนั่งลงบนเก้าอี้นั้นด้วยท่าทีสบาย ๆ ขาเรียวแยกกว้างออกจากกัน เพื่อที่ยุนโฮจะเห็นส่วนแข็งขึงของเขาได้เต็มตา มือบางลูบไล้ผ้าเปียกน้ำลงบนอกของตัวเอง ร่างแอ่นตามทุกที่ที่มือลากผ่าน น้ำอุ่นถูกบีบออกมาจากเนื้อผ้านั้น ทุกหยดไหลรวมกันเป็นทางลงสู่เบื้องล่าง

แจจุงหน้าแดงก่ำเพราะน้ำอุ่นที่ไหลผ่านเพิ่มความร้อนให้แก่สวนกลางของตัวเอง สุดท้ายเขาก็ทนไม่ไหว ค่อย ๆ ปลดตะขอกางเกงแล้วรูดลงทางปลายเท้าพร้อมกับชั้นในสีขาว

ส่วนนั้นของแจจุงแข็งขึงเต็มที่สั่นระริกเพราะถูกกระตุ้นมาแล้ว แต่ก็ยังไม่ถึงจุดสูงสุดของอารมณ์ มือบางจึงจับผ้าผืนนั้นลูบไล้แก่นกายของตัวเองเบา ๆ

" ซี้ด " สูดปากหลับตาพริ้ม มือลูบไล้ไปมาตั้งแต่แกนกายไปจนถึงขาอ่อนด้านใน ทำให้ความเสียวสยิวเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว

เมื่ออารมณ์ทะยานสูงขึ้นเรื่อย ๆ คนสวยก็เปลี่ยนท่านั่งของตัวเองเสียใหม่...

แจจุงพยายามนั่งคุกเข่าลงบนเก้าอี้ไม้ตัวแคบที่มีพื้นที่จำกัด หันหน้าเข้าหาพนักพิงแล้วยกสะโพกลอยเด่นล่อตายุนโฮ นิ้วเรียวคลึงให้กล้ามเนื้อปากทางผ่อนคลายแล้วค่อย ๆ สอดแทรกเข้าไปภายใน

" อื้ม " สะโพกมนบิดส่ายตามวิถีที่นิ้วเรียวหมุนวน ฟันขาวขบริมฝีปากล่างจนแดงช้ำ ยิ่งต้องการมากเท่าไร ก็ยิ่งขบเม้มริมฝีปากนั้นแรงขึ้นไปอีก

แจจุงดึงนิ้วออกจนเกือบสุดแล้วสอดกลับเข้าไปตามเดิมพร้อมเพิ่มอีกสองนิ้ว ความตึงแน่นในครั้งนี้ทำให้สามารถแทรกเข้าไปภายในกายได้ลำบากกว่าเดิม แต่ก็ไม่ละความพยายาม

ถ้าเพื่อยุนโฮถ้ายุนโฮต้องการ ไม่มีอะไรที่คิม แจจุงคนนี้ทำไม่ได้

เจ้าของเรือนร่างผอมบางจัดแจงเปลี่ยนท่านั่งตัวเองอีกครั้งเมื่อนิ้วทั้งสามดูจะไม่ยอมแทรกผ่านเข้าไป เขาจึงเปลี่ยนจากท่าคุกเข่าเป็นนั่งตามปกติ พยายามใช้น้ำหนักตัวกดคร่อมลง

" อะอึ๊ยย์ " ร่างบางสั่นสะท้านเมื่อกลั้นใจทิ้งตัวลงไปสุดแรง ยุนโฮมองภาพตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ

ยุนโฮจัดการปลดปล่อยส่วนล่างของตัวเองให้เป็นอิสระจากกางเกง ขยับตัวเข้าใกล้คนรักแล้วส่งลิ้นอุ่นไล่เลียตามแนวสันหลังของแจจุงจนอีกฝ่ายตัวสั่นอย่างเห็นได้ชัด

" มานี่สิโบแจ " ยุนโฮเรียกเสียงทุ้มก่อนจะปราดเข้าไปประชิดแผ่นหลังนวลเนียน
" อ๋า!! " แจจุงกระตุกแรงเมื่อนิ้วของตัวเองถูกดึงออกโดยไม่ทันตั้งตัว

" ทำให้ฉันหน่อยนะ " ยุนโฮนั่งเอนหลังพิงหัวเตียง มือประสานรองท้ายทอยเอาไว้ด้วยท่าทีสบาย ๆ

แจจุงจัดให้ตามคำขอ ร่างบอบบางคุกเข่าอยู่ตรงกับส่วนล่างของยุนโฮ ใบหน้าหวานก้มลงหาแก่นกายที่ตอนนี้ผงาดเต็มที่ โพรงปากอุ่นชื้นจัดการครอบครองท่อนเนื้อใหญ่โตจนหมด แจจุงขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะความคับแน่นที่ทำให้เขาหายใจลำบาก

อยู่ ๆ แจจุงก็รู้สึกเย็นหวิวชอบกลตรงปากทางเข้าของเขา ดูเหมือนยุนโฮละเลงบางอย่างลงบนช่องทางนั้น

" อึก อื๊อ!! อื๊อ!! " เสียงหวานพยายามจะหวีดเมื่อสัมผัสได้ว่ามีสิ่งหนึ่งกำลังรุกรานพยายามเข้ามาในตัว แต่เสียงก็ไม่สามารถเล็ดรอดออกมาได้เพราะเนื้อร้อนยังคาอยู่ในปากของตัวเอง

แจจุงขมวดคิ้ว หน้าหวานเหยเกด้วยความเจ็บระคนเสียดเสียว เจ้าสิ่งที่ว่าไม่ใช่นิ้วแน่นอนเพราะมันใหญ่กว่านั้น บางทีขนาดของมันคงพอ ๆ กับส่วนนั้นของยุนโฮเลยเสียด้วยซ้ำ
" อย่าเกร็งคนดี บีบรัดมันเหมือนที่นายบีบรัดฉัน กลืนกินมันเหมือนที่นายกลืนกินฉัน " ยุนโฮพยายามปลอบประโลม

และจากคำพูดของยุนโฮนั่นเองที่ทำให้แจจุงนึกรู้ว่าโดนของเทียมเข้าให้แล้ว แต่จะพูดว่าอะไรตอนนี้ก็ไม่ได้ ได้แต่ส่งสายตาจิกกัดใส่ยุนโฮที่ทำท่าเป็นทองไม่รู้ร้อน
คนสวยเลยคิดจะแก้แค้นด้วยการแกล้งดูดเม้มสัดส่วนของยุนโฮแรง ๆ ชนิดที่ว่าถ้าเคี้ยวได้คงทำไปแล้ว

" อื๊ออึ๊!! " นัยน์ตาฉ่ำปรือเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสิ่งที่อยู่ภายในช่องทางสั่นรัว แจจุงหยุดเล่นลิ้นกับส่วนของยุนโฮ พยายามจะผละหน้าออกเพื่อไปดูทางเข้าของตัวเอง

" อย่าหยุดสิโบแจ กำลังดีเลย " มือหนาพยายามกดท้ายทอยลงไปอีก แต่แจจุงก็ดิ้นหลุดจนได้

" เอาออกไปเถอะยุนโฮ ฉันไม่ชอบของพรรค์นี้เลย " น้ำเสียงหวานเจือแววออดอ้อนเว้าวอน แต่เจ้าสิ่งที่ว่ามันก็ยังสั่นอยู่ภายในของเขา ร่างบางบิดสะโพกไปมาตามทิศทางที่ของเล่นนั้นหมุนวนไป

" ไม่เอาอ่ะยุนโฮ อย่าแกล้งกันแบบนี้สิ!! อื๊อ " ยิ่งคนสวยพยายามประท้วง มือหนาที่ถือรีโมทควบคุมอยู่ก็ปรับให้ระดับความแรงของการสั่นสะเทือนนั้นมากไปอีก มากจนถึงระดับสูงสุด

" ยุยุน อ๊าอ๊า ไม่นะ อ๊า!! " ครางหวานขาดเป็นห้วงตามจังหวะที่ถูกปรนเปรอ ยุนโฮเอื้อมมือไปสัมผัสแก่นกายที่แข็งขึงของแจจุงแล้วรูดขึ้นลงสนุกมือ

" พอไม่ไหวแล้วยุ..นโฮ " อ้อนทั้งหน้าตาและน้ำเสียง หางตาคลอด้วยน้ำใสและแก้มแดงจัดบ่งบอกว่าอารมณ์ความต้องการของแจจุงกำลังจะบรรลุ

...แต่ในขณะที่กำลังไต่อารมณ์ไปจนถึงจุดที่จวนเจียนจะปลดปล่อย ของเล่นที่สั่นสะเทือนอย่างแรงมาตลอดก็หยุดนิ่งไม่ไหวติง มืออุ่นที่สัมผัสแก่นกายของเขาก็ปล่อยออกอย่างไม่ไยดี

" อ๊ะ!อ๊ะ! " แต่เพราะความต้องการของแจจุงที่เพิ่มสูงจนอยู่ในขั้นหยุดไม่ได้แล้ว ร่างบางจึงทิ้งตัวลงนั่ง สะโพกบดเบียดเข้าหาพื้นเตียงนุ่ม

ยุนโฮเห็นว่าไม่ได้การเสียแล้ว คนสวยของเขาอาจไปโดยไม่รอ จึงจัดการดึงร่างบางนั้นทาบทับลงบนกายของตัวเอง

" อ๊า!! " แจจุงสะดุ้งครางลั่นเมื่อยุนโฮดึงของเทียมออกอย่างรวดเร็ว แล้วแทนที่ด้วยท่อนเนื้อของตัวเองจนสุดโคนในคราวเดียวด้โดยไม่ลำบากนัก เพราะมีน้ำหล่อลื่นและทางเข้านั้นถูกเบิกทางมาก่อนนำร่องแล้ว

ภายในร่างกายของแจจุงอุ่นร้อนและบีบกระชับแก่นกายของยุนโฮรุนแรง จนหน้าคมคายอดเหยเกไม่ได้ เพราะมันรุนแรงเกินไปจนทำให้เขาเจ็บ... แต่ถึงอย่างไรเขาก็พอใจกับความคับแน่นนี้

" รอฉันก่อนโบแจไปพร้อมกันนะ " เสียงทุ้มพร่ากระซิบข้างหูก่อนจะขยับแก่นกายรวดเร็วเพื่อเร่งปลุกปั่นอารมณ์ของตัวเองให้ทันกับคนบนตัก

" อ๊า~แรงอีกยุนโฮ เข้ามาลึก ๆ อะฉันต้องการนาย " สองมือเรียวยกขึ้นโอบรอบคอ พลางพยุงตัวเองขึ้นนั่งแล้วช่วยขยับสะโพกขึ้นลงรับกับจังหวะที่กระแทกกระทั้นเข้ามา

" ซี้ดอื้ม ดีจังโบแจ อา " กระซิบชมเสียงพร่า ยุนโฮหมุนวนแก่นกายสลับกับสวนเข้าออกรุนแรงจนคนข้างบนสั่นคลอน

" อา..ยุนโฮ อา อ๊า.. " มือหนากระชากสะโพกเพรียวให้กดแนบติดหน้าขาตัวเองพร้อมกับที่สะโพกบางนั้นก็ทิ้งตัวลงมา บดเบียดทางเข้าให้กลืนกินแก่นกายของเขาจนสุดความยาว

แจจุงหมดแรงทรุดฮวบลงบนอกหนา น้ำรักขาวขุ่นเลอะเปรอะกล้ามท้องของยุนโฮ... เช่นเ