Can I Be Your Destiny? CHAPTER 14
posted on 10 Aug 2007 07:48 by zinister in CanIBeYourDestinyZinister
Can I Be Your Destiny? Chapter 14
ยูฮวานรวบรวมข้าวของส่วนตัววางกองกันบนเตียง มือเล็กปลดเสื้อที่เอามาไม่เท่าไหร่จากไม้แขวนเสื้อทีละตัว... เมื่อจัดการเหวี่ยงเสื้อตัวสุดท้ายลงบนเตียงแล้ว ก็หันกลับมามองเสื้อของคนที่นอนร่วมห้องเดียวกันมา
เห็นแล้วก็อดไม่ได้ มือลูบไล้ไปบนเสื้อเชิ้ตตัวเก่งของชางมินแผ่วเบา ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าหาเพื่อสูดกลิ่นหอมของอีกฝ่าย
เฮ้ย!! นี่เรากำลังทำอะไรเนี่ย ยังกับพวกโรคจิต
ความคิดของตัวเองขัดขึ้นมา ยูฮวานรีบผละหน้าออกทันที ถึงจะเป็นแค่เสื้อแต่ก็ทำให้หน้าแดงไปถึงไหนแล้ว
คนตัวเล็กรีบปิดตู้เสื้อผ้าแล้วพับเสื้อที่กองรวมกันลงกระเป๋า เก็บของไปก็คิดถึงชางมินไปด้วย
" เราต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ เลย ทำไมในหัวมีแต่หมอนั่นนะ อ๊าก!!!! " เด็กน้อยทึ้งผมตัวเองจนเสียทรงแล้วกดหน้าเข้าหาหมอนใบโตที่ตัวเองใช่หนุนนอน ราวกับว่าทำอย่างนี้แล้วจะหยุดความคิดได้
แต่ยิ่งพยายามจะไม่คิดถึงอีกฝ่ายมากเท่าไร ก็ดูเหมือนว่าร่างกายและจิตใจจะยิ่งอยู่เหนือการควบคุมของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น
มือเรียวลูบที่ว่างข้างตัวไปมา ที่ตรงนี้เป็นที่ที่ชางมินนอน เพราะเจ้านั่นผมหนามากก็เลยไม่จำเป็นต้องใช้หมอน มืออีกข้างก็กอดมินฮวานเข้าหาตัว...ตุ๊กตาที่ชางมินให้
คิดไปแล้วก็นึกขึ้นได้ สุดท้ายยูฮวานก็คิดถึงเรื่องของชางมินอีกแล้ว ไหล่บางเริ่มสะท้านขึ้นลงตามแรงสะอื้น
ยังไงก็ทำไม่ได้เลยจริง ๆ...ถ้าให้หยุดคิดเรื่องของชางมินเขาทำไม่ได้เลย... ไม่ได้แม้แต่เสี้ยววินาที
: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :
" ไปตามยูฮวานลงมาทานข้าวก่อนเถอะ ทำไมจัดของนานจัง " แจจุงบอกยุนโฮ เพราะคนอายุน้อยสุดในบ้านจัดของนานกว่าสองชั่วโมงแล้ว
" เดี๋ยวผมไปตามเอง กำลังจะเข้าห้องพอดี พรุ่งนี้มีสอบด้วย " พวกพี่ ๆ พยายามซ่อนรอยยิ้มบนใบหน้าของตัวเองอย่างเต็มที่ พรุ่งนี้วันเสาร์นะ เป็นห่วงก็พูดมาเถอะ
" แต่นายโกรธกันอยู่นี่นา " พูดไปแล้วก็โดนสายตาดุ ๆ ของน้องเล็กเขม่นมาจนต้องเงียบ
จุนซู แจจุง ยูชอน ยุนโฮ มองหน้ากันเองพลางยักไหล่ เฮ้อ~ คนอะไรปากแข็งชะมัด
: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :
ยูฮวานเงยหน้าขึ้นจากหมอนใบโตที่ตอนนี้มีแต่คราบน้ำตา เด็กหนุ่มหยิบมินฮวานเอามาวางไว้ที่หัวเตียง เขามาอย่างไรก็จะกลับไปอย่างนั้น
คิดแล้วก็ลากกระเป๋ากำลังจะเดินออกไปจากห้อง คืนนี้ขอนอนกับพี่คนใดคนหนึ่งก็แล้วกัน บางทีคงเป็นห้องของพี่ยุนโฮที่ตอนนี้ไม่มีคนนอน ถ้าจะให้เขานอนห้องเดียวกันกับชางมิน หมอนั่นคงอึดอัดน่าดู
แต่ยังไม่ทันที่ยูฮวานจะเดินไปถึงประตู ประตูก็ถูกเปิดออกเสียก่อน โดยฝีมือของเจ้าของห้องนอนนี้ ทั้งสองคนสบตากันแต่ก็เพียงครู่เดียว เพราะท้ายที่สุดคนตัวเล็กก็เป็นฝ่ายหลบตา แล้วก้มหน้าเดินออกจากห้องไป
ไม่มีแม้แต่คำพูดสักพยางค์เดียว...ไม่มีเลยจริง ๆ
ยูฮวานลากกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเองมาเก็บที่ห้องของยุนโฮแล้วเดินลงไปที่ห้องครัว
" ลงมาช้าจัง มาทานซูชินี่สิ พี่เก็บไว้ให้แน่ะ " แจจุงเดินรี่จากห้องนั่งเล่นมาหายูฮวานทันทีที่เห็นน้องคนเล็กที่พี่ ๆ กำลังเป็นห่วงเดินลงมา พอจุนซู ยุนโฮ ยูชอน ได้ยินแจจุงพูด ทุกคนก็ย้ายจากห้องนั่งเล่นมาที่ห้องครัวกันหมด
" ขอบคุณฮะ " ยูฮวานนั่งลงตรงที่ประจำแล้วลงมือทาน พวกพี่ ๆ เองก็เงียบเพราะไม่รู้จะชวนคุยเรื่องอะไรดี เมื่อสักครู่นี้ยูชอนเพิ่งเล่าความจริงให้ฟัง
" พี่ยุนโฮ... วันนี้ผมขอนอนห้องพี่นะ " ยูฮวานพูดเสียงเรียบ
" หะ...หา!! ห้องพี่หรอ " ยุนโฮชี้นิ้วมาที่ตัวเองประมาณว่าห้องฉันอีกแล้วเหรอ ครั้งที่แล้วจุนซูโกรธกับยูชอนก็ย้ายมานอนที่ห้องเขา นี่ห้องนอนเรากลายเป็นห้องส่วนรวมไปตั้งแต่เมื่อไหร่!?
" ตามสบายเลย แล้วนี่เก็บของเรียบร้อยหมดแล้วเหรอ " คนที่ตอบไม่ใช่เจ้าของห้อง แต่เป็นแจจุง...
" เรียบร้อยแล้วฮะ อ้อใช่!! พี่ยูชอน... พี่ช่วยจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินให้ฉันทีนะ เอารอบเย็นวันพรุ่งนี้นะ ตอนเช้าฉันจะไปลาพี่ ๆ เอสเจ " ตอนแรกคิดว่าจะกลับวันอาทิตย์ แต่มาคิดดูอีกที กลับวันเสาร์เลยดีกว่า เพราะยิ่งอยู่นานเขาก็ยิ่งอึดอัด
" อืม " ยูชอนครางเบา ๆ ในลำคอเป็นเชิงรับรู้
" ขอบคุณฮะ งั้นเดี๋ยวผมขอตัวขึ้นห้องก่อนนะ ราตรีสวัสดิ์ฮะพี่ ๆ " ทานไปได้ไม่ทันไร ยูฮวานก็ขอตัวขึ้นห้องเสียแล้ว วันนี้รู้สึกว่าตัวเองทานอะไรไม่ลงเลย
จุนซูโอบกอดยูชอนเบา ๆ เป็นการปลอบใจที่สองพี่น้องต้องจากกันอีกแล้ว ยูชอนหันมายิ้มบางแทนคำขอบคุณ รู้สึกดีจริง ๆ ที่ตอนนี้ยังมีจุนซูอยู่เคียงข้างกัน...
: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :
หลังจากอาบน้ำจนรู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง ชางมินก็ล้มตัวลงบนเตียงนอนที่ยังมีไออุ่นของคนที่เพิ่งออกไป ก้มหน้าสูดดมกลิ่นกายที่เหลืออยู่ของคนตัวเล็กอย่างหลงใหล ไม่ต่างอะไรจากที่อีกฝ่ายได้ทำไปก่อนหน้านี้
คืนนี้ยูฮวานคงไม่กลับมานอนที่ห้องนี้แน่ ๆ
จริง ๆ ไม่ได้อยากโกรธหรอก... ถ้ายูฮวานขอโทษทุกคนที่ทำให้ต้องเดือดร้อนวุ่นวายแบบนี้ก็จะหายโกรธแล้วแท้ ๆ เวลาเห็นใบหน้าน่ารักฉายแววเสียใจ เขาก็เสียใจเหมือนกัน แต่ก็เพราะทิฐินั่นแหละที่ทำให้เขาไม่ยอมพูดกับยูฮวานอีก
ชางมินนิ่วหน้าและสายตาก็เหลือบไปเห็นตุ๊กตาเป็ดตัวโปรดของยูฮวานถูกวางไว้ข้างหมอน
ลืมเหรอ?
นั่นคือความคิดแรกของชางมินตอนที่หยิบตุ๊กตาขึ้นมา ก็ยูฮวานรักเจ้ามินฮวานเอามาก ๆ และต้องเอาไปด้วยแน่ ๆ ถ้าไม่ติดตรงที่ว่าเจ้านั่นลืม
ชางมินคิดอยู่นานว่าควรจะเอาไปให้ยูฮวานมั้ย ถ้าเอาไปให้ตอนนี้ก็คงต้องเจอหน้ายูฮวาน จะอึดอัดเสียเปล่า ๆ
รอให้หลับก่อนก็แล้วกัน
ชางมินคิดแล้วล้มตัวลงนอนอีกครั้ง อ้อมแขนกอดตุ๊กตาแน่นราวกับกอดเจ้าของเสียเอง
: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :
...กลางดึกคืนนั้น ชางมินแอบย่องจากห้องของตัวเองไปที่ห้องยุนโฮ และพบว่าคนตัวเล็กนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง
ร่างสูงย่อตัวลงนั่งแล้วชะโงกมองดูใบหน้ายามหลับของอีกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเส้นผมอ่อนนุ่มปรกหน้า พวงแก้มเนียนใส ขนตางอนเปียกชื้นและหางตาที่ยังมีคราบน้ำตาเปื้อนอยู่
ร้องไห้เหรอ...
มีฉันอยู่ทั้งคน นายจะร้องไห้ทำไม? ถามโดยไม่ต้องการคำตอบ เพราะเห็นอยู่ว่าคนตัวเล็กหลับไปแล้ว ชางมินก้มหน้าเข้าชิดก่อนประกบปากตัวเองเข้ากับของยูฮวานเบา ๆ
หลับให้สบายนะ พูดทิ้งท้ายแล้ววางมินฮวานลงในอ้อมกอดของยูฮวาน ก่อนเดินกลับเข้าห้องนอนของตัวเอง
หลังจากที่ร่างสูงออกไปแล้ว ยูฮวานก็ลุกขึ้นนั่ง ฉันร้องไห้เพราะนายนั่นแหละ...ชางมิน
: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :
เช้าวันเสาร์...วันสุดท้ายที่เกาหลีของยูฮวาน คนตัวเล็กตื่นแต่เช้าเพราะเมื่อคืนตัวเองนอนไม่หลับเลย
เมื่อลงมาถึงห้องครัวก็พบว่าพี่ใหญ่ของบ้านและคุณหัวหน้าวงได้ตื่นก่อนแล้ว ทั้งสองคนกำลังช่วยกันทำอาหารอย่างขะมักเขม้น แต่ถ้าดูดี ๆ ดูเหมือนพี่ยุนโฮจะเป็นตัวกวนเสียมากกว่า
ตื่นเร็วจังยูฮวาน อาหารเช้ายังไม่เสร็จเลย นั่งรอแป็บนึงนะ แจจุงบอกใจดี ซึ่งยูฮวานก็ทำตามอย่างว่าง่าย
ไม่นานอาหารก็เสร็จเรียบร้อย เมื่อคนตัวเล็กทานจนอิ่มก็ขอตัวไปหาพวกพี่ ๆ เอสเจ
พี่ฝากขนมนี่ไปให้พวกนั้นด้วยนะ ทำเองกับมือเลย แล้วนั่น...นายเอากระเป๋าไปด้วยทำไม ยังไงก็ต้องกลับมาที่นี่อีกไม่ใช่เหรอ แจจุงถามขณะเดินไปส่งยูฮวานที่หน้าบ้าน
ผมจะอยู่โน่นจนเย็นเลย แล้วจะไปรอพี่ยูชอนที่สนามบิน ฝากพี่แจจุงบอกพี่ด้วยก็แล้วกัน ขอบคุณมากฮะ ผมไปนะ แล้วเจอกันคราวหน้าฮะ เสียงสดใสที่เจ้าตัวพยายามแสร้งทำดูขัดกับใหน้าเศร้าสร้อยอย่างสิ้นเชิง แจจุงดึงน้องคนเล็กเข้าไปกอดแล้วลูบหัวเบา ๆ
ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะ เดี๋ยวพี่จะให้ยุนโฮไปส่งที่อพาร์ทเมนต์เอสเจ แจจุงกอดแรง ๆ อีกหนึ่งที แล้วตะโกนเรียกยุนโฮให้ไปส่งน้อง ซึ่งเจ้าหมีก็ไม่อิดออดแต่อย่างใด
คนทั้งสองเดินทางไปโดยต่างฝ่ายต่างเงียบ ปล่อยให้เสียงเพลงจากวิทยุขับกล่อมตลอดการเดินทาง ในใจยุนโฮรู้สึกเศร้าแต่เขาต้องทำตัวเข้มแข็งเพื่อไม่ให้ยูฮวานพลอยเศร้ามากกว่าเดิม น้องของเพื่อนก็เหมือนน้องของตัวเอง อันที่จริง ยุนโอกับจีฮเยก็ไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไรนัก การที่ยูฮวานมาพักอยู่ด้วย ทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่าได้ทำหน้าที่พี่ชายอีกครั้ง
ดูแลตัวเองดี ๆ นะ ถ้ามีปัญหาอะไรโทรมาปรึกษาพวกพี่ได้ตลอดเวลา บ๊ายบายเจ้าเปี๊ยก แล้วยุนโฮก็ใช้อุ้งมือหนา ๆ ของตัวเองตบบ่ายูฮวานเบา ๆ
ยูฮวานยืนรอจนรถของยุนโฮแล่นผ่านไป เขาจึงค่อยเข้าไปในอพาร์ทเมนต์อย่างเชื่องช้า
อยากอยู่ที่นี่กับพี่ยูชอน... อยากอยู่กับทุกคน แต่เขาก็ต้องกลับอเมริกา ที่นั่นมีภาระหน้าที่ที่เขาต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนหรือเรื่องอื่น ๆ
: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :
ติ๊งต๊อง! ติ๊งต๊อง!
เสียงออดหน้าห้องถูกกดขึ้น ตอนนั้นบรรยากาศภายในกำลังวุ่นวายน่าดู เพราะวันนี้เป็นวันทำความสะอาดครั้งใหญ่ของเอสเจ
ฉันเปิดเอง... // ไม่ ๆ เดี๋ยวฉันไปเอง // ฉันไป ๆ เสียงเอะอะโวยวายจนแยกไม่ออกว่าเป็นเสียงใครดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง เมื่อลิงทั้งสิบสองตัวต่างก็แย่งกันจะเป็นคนไปเปิดประตู
อย่านึกว่าฉันไม่รู้นะ พวกนายคิดจะอู้งานกันใช่มั้ย กลับไปทำต่อเลย เดี๋ยวฉันไปดูเองว่าใครมา ฮีชอลหรือที่รู้กันดีว่าเป็นเจ้าแม่ของวงพูดเสียงเฉียบขาด
โหย!! ได้ไงอ่ะ ตัวเองก็กะอู้เหมือนกันใช่มั้ยล่ะ แต่สายตาดุ ๆ ที่มองกลับมา ทำเอาอีกสิบสองคนที่เหลือหน้าจ๋อยลงทันที ฮีชอลเดินนวยนาดไปที่ประตู แต่ก็ไม่วายมองเพื่อนร่วมวงอย่างคาดโทษ
มาแต่เช้าเลยนะ แล้วนั่น...ทะเลาะกับใครมาอีกหรือไงถึงได้เอากระเป๋ามาด้วยน่ะ ฮีชอลอมยิ้มเมื่อเปิดประตูออกมาแล้วพบว่าคนที่กดกริ่งคือยูฮวาน น้องชายที่เขาคุยถูกคอ
ผมจะมาลาพวกพี่ฮะ วันนี้ผมจะกลับอเมริกาแล้ว ยูฮวานพูดเสียงเศร้า
อะไรนะ!! จะกลับแล้วหรอ สิบสองเสียงจากด้านหลังของฮีชอลดังประสานกัน คนตาโตหันขวับกลับไปทันที เจ้าพวกลูกลิงรีบทำท่าว่ากำลังทำความสะอาดอย่างขะมักเขม้นกันใหญ่
เข้ามาข้างในก่อนสิ นายจะไปแล้วพวกเราคงเหงาแย่เลย ไม่พูดเปล่า แต่ฮีชอลดึงข้อมือยูฮวานให้ตามเข้ามาด้วย แถมยังแย่งกระเป๋าคนตัวเล็กไปถือเสียอีกแน่ะ
ยูฮวานยิ้มเศร้า ผมก็ไม่อยากไปจากที่นี่เหมือนกัน...
: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :
เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ หลังจากที่ใช้เวลาอยู่กับพี่ทั้งสิบสามทั้งวันแล้ว ก็ถึงเวลาที่ยูฮวานต้องเดินทาง งานนี้เอสเจก็ยกพวกไปส่งกันครบทีม
เมื่อไปถึงสนามบิน ยูฮวานก็ยูชอนที่รออยู่แล้ว เอสเจจึงเริ่มล่ำลาน้องชายตัวเล็กกัน
" แล้วโทรมาบ่อย ๆ นะ " ฮีชอลลูบผมน้องชายด้วยความเอ็นดู
" ต้องคิดถึงพวกเราด้วย ห้ามลืมพวกเราเด็ดขาดเลย ฮือ " ซองมินพูดไปน้ำตาก็ซึม
" เวอร์ละซองมิน แค่นี้ต้องร้องไห้ด้วยหรอ ยังไงยูฮวานก็ได้มาเกาหลีอีกแน่ ๆ " ฮันกยองแซวคนข้าง ๆ ศอกกระทุ้งเบา ๆ ที่สีข้างของอีกคน
" ก็นายกับชินดงกำลังเหยียบเท้าฉันอยู่นี่!! โฮ... เท้าฉัน... " พูดถึงตรงนี้ หนุ่มหน้าหวานก็นั่งลงกุมเท้าตัวเอง หน้าเหยเกเพราะน้ำหนักตัวของเพื่อนสองคนที่ไม่ใช่เบา ๆ โดยเฉพาะคนหลัง
แต่คนที่เห็นพากันหัวเราะให้กับความเปิ่นของเพื่อนเสียนี่ แม้แต่ยูฮวานก็ยังอดขำไม่ได้
" ยูฮวาน รีบไปเถอะ ต้องเช็คกระเป๋าด้วยนี่ ถึงโน่นแล้วก็โทรมาบอกพี่ด้วยนะ" ยูชอนเตือนน้องชาย
" รักษาสุขภาพกันด้วยนะฮะพี่ ๆ" ยูฮวานยิ้มแล้วโบกมือ ก่อนจะเดินแยกไป พลางลอบถอนหายใจเบา ๆ สุดท้ายคนที่อยากให้มาก็ไม่มา
แต่คิดอีกแง่หนึ่ง ชางมินไม่มาก็ดีแล้วล่ะ ถ้าเจอกันก็จะทำให้เขาเศร้ามากกว่านี้เปล่า ๆ
: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :
" กลับมาแล้วครับ " หลังจากที่ส่งน้องชายเดินทางแล้ว ยูชอนก็กลับถึงบ้านในเวลาต่อมา
" ได้เวลาอาหารเย็นพอดีเลย " จุนซูร้องบอกออกมาจากในห้องครัว วันนี้เขาลงมือช่วยแจจุงทอดไก่ด้วย เพราะต้องการเอาใจยูชอน อีกฝ่ายจะได้ไม่คิดมากเรื่องน้องชาย
" จ้า!! " ยูชอนเสียงระริกระรี้ขึ้นมาและนั่งรอตรงที่ของตัวเองแทบจะทันที
ออด!!
แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังอร่อยกับอาหารมื้อเย็น ออดหน้าบ้านก็ถูกกด
" เดี๋ยวผมไปเองครับ " ชางมินบอกพี่ ๆ เพราะเขาทานอาหารเสร็จพอดี อันที่จริงไม่มีใครสนใจที่เขาพูดเลย พี่ยูชอนกับพี่จุนซูก็นั่งจี๋จ๋ากัน ไม่ต่างอะไรกับคู่ของพี่แจจุงและพี่ยุนโฮ
" สวัสดีครับ อ้อ!! คุณนั่นเอง เข้ามาก่อนสิครับ " เมื่อเปิดประตูออกไป ก็พบกับโพมี น่าแปลก...เธอมาทำอะไรที่นี่เหรอ
" ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เดี๋ยวฉันต้องไปโรงพยาบาลอีก ฉันแค่เอาขนมมาฝาก ถือว่าเป็นการขอโทษน่ะ " หญิงสาวยื่นขวดโหลใบใหญ่ที่มีคุกกี้อยู่เต็มไปหมดให้กับชางมิน เด็กหนุ่มรับมาท่าทางดีใจสุด ๆ ใช่สิ...ก็นั่นมันของกินนี่นา
" ขอบคุณมากครับ " ชางมินกล่าว
" ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณที่พวกคุณไม่ถือสาหาความอะไรกับพี่สาวของฉัน ถ้ายังไง...ฉันขอตัวกลับเลยก็แล้วกันนะคะ " โพมียิ้มบางก่อนจะหันหลังกลับขึ้นรถลีมูซีนสีดำมันที่จอดรออยู่
ชางมินเดินกลับเข้าบ้านพร้อมกับคุกกี้โหลใหญ่ในมือ และรอยยิ้มสดใสที่แต่งแต้มบนใบหน้า เด็กหนุ่มเดินผ่านพี่ ๆ ที่กำลังอยู่ในโลกส่วนตัว ตรงไปที่ห้องนอนของตัวเอง
" ยูฮวาน!! มากินคุกกี้กัน " มือหนาเปิดประตูห้องนอน ปากก็ร้องเรียกใครอีกคนที่เคยใช้ห้องร่วมกัน
เงียบ... ไม่มีเสียงตอบรับ
นั่นทำให้ชางมินนึกขึ้นได้ว่ายูฮวานเดินทางกลับอเมริกาไปแล้ว
บ้าจริงเลยเรา
ชางมินก้มหน้ามองพื้น คิ้วเข้มขมวดมุ่น ทำไมต้องคิดถึงแต่คนตัวเล็กนั่น
ขายาวทรุดตัวลงนั่ง สองมือปิดใบหน้าของตัวเอง ทำไมนายถึงงี่เง่าอย่างนี้ชางมิน ไหล่หนาสะท้านขึ้นลง คนที่ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่มันก็คือตัวนายเองนั่นแหละ แต่มารู้ตัวตอนนี้ก็สายไปแล้วใช่มั้ย ขอโทษนะยูฮวาน... ขอโทษที่ฉันไม่เข้าใจนาย ขอโทษที่ทำตัวงี่เง่า...
: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :
บนเครื่องบิน... เด็กชายที่เพิ่งแตกหนุ่มนั่งอยู่ข้างหน้าต่างอย่างเศร้าสร้อย ทอดสายตามองลงไปเบื้องล่าง... ทิวทัศน์มืดสนิทแต่งแต้มด้วยจุดเล็กของแสงไฟ สวย...แต่ไม่ได้ช่วยให้เขาอารมณ์ดีขึ้นเลย
ชางมินโกรธเขา ตอนนี้คงเกลียดเขาไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะแม้แต่จะมาส่ง ชางมินก็ไม่มา
ยูฮวานนั่งซึม หลังมือถูกยกขึ้นเช็ดน้ำตาอีกครั้งไม่รู้เป็นรอบที่เท่าไรของวัน ตั้งแต่มาเกาหลีรู้สึกตัวเองอ่อนแอกว่าเดิมเยอะ ทั้งร้องไห้บ้างล่ะ... น้อยใจบ้างล่ะ...
แต่ก่อนใช่ว่าไม่เป็น เป็น!! แต่ไม่ได้แสดงอาการหนักแบบนี้
...ก็ที่อเมริกาไม่มีชางมินนี่นา...
" มีอะไรให้ช่วยมั้ยคะ " พนักงานบนเครื่องบินก้มลงถามเขาด้วยภาษาเกาหลี เธอคงสังเกตเห็นเขาร้องไห้
ยูฮวานส่ายหน้าเบา ๆ แล้วหลับตาลง พยายามปิดหูปิดตา หยุดคิดถึงชางมิน
แต่ก็รู้ว่าตัวเองทำไม่ได้เลย!
: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :
เด็กหนุ่มร่างสูงละสายตาจากหน้าจอโน้ตบุ๊คตรงหน้าแล้วเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างของห้องเล็คเชอร์รวม ชางมินสูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนปล่อยออกมาเฮือกใหญ่
ชายหนุ่มหันมามองหน้าจออีกครั้ง แล้วเริ่มพิมพ์สิ่งที่ตัวเองกำลังคิด
ถึง...เจ้าตัวยุ่งยูฮวาน
รู้มั้ยว่านี่เป็นเมล์ฉบับที่เท่าไหร่แล้วที่ฉันส่งให้นาย? ไม่เคยนับเลยล่ะสิ บางทีนายคงลบทิ้งตั้วแต่รู้ว่าฉันเป็นคนส่งมาแล้ว... งั้นฉันจะบอกนายเองว่านี่เป็นฉบับที่ยี่สิบเอ็ด ที่จริงมันควรจะมีมากกว่านี้เพราะฉันตั้งใจจะส่งทุกวัน แต่พอเอาเข้าจริงก็ทำได้แค่สัปดาห์ละครั้ง แต่นายก็ไม่เคยตอบกลับมาซักครั้ง... เกลียดฉันขนาดนั้นเลยหรอ เรากลับมาเป็นเหมือนก่อนไม่ได้แล้วใช่มั้ย?
อยู่ที่นั่นฉันไม่สนว่านายจะคบกับใคร แต่ฉันก็จะรอนายนะยูฮวาน ขอโทษสำหรับความงี่เง่าของฉันที่ผลักไสนายไป นายอาจเบื่อคำขอโทษแล้วใช่มั้ย... ใช่สิ ก็ฉันพิมพ์มันทุกครั้งที่ส่งเมล์หานายเลยนี่นา และฉันก็หวังว่านายจะให้อภัยฉัน ไม่ต้องเป็นวันนี้ก็ได้... เพราะยังไงฉันก็เต็มใจรอ เอาล่ะ... สุดท้ายแล้วนะ คำพูดซ้ำซากอย่างที่สอง... ฉันรักนาย ^ ^
จาก...เทวดาน้อยชางมิน
หลังจากพิมพ์ข้อความแล้วกดส่งไปยังอีเมล์แอดเดรสที่จำได้ขึ้นใจเรียบร้อย ชางมินกดปิดหน้าต่างเมล์แล้วเบือนหน้าออกมองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง ปล่อยใจเหม่อลอยไปไกล... บางทีก็หวังไว้เหมือนกันว่าใจของเขาอาจจะลอยไปหาเจ้าตัวยุ่งที่ไม่ได้เจอกันนานเกือบเก้าเดือนนั่นบ้าง
เมื่อคิดถึงผิวอ่อนนุ่มแล้วกลิ่นกรุ่นของยูฮวาน ชางมินก็เผลอยิ้มออกมา รอยยิ้มที่ดูเหมือนมีความสุขแต่แฝงแววเจ็บลึกอยู่ภายใน มันก็เป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่คิดถึงคนคนนั้น
มีความสุขกับทุกรายละเอียดของยูฮวาน... แต่ก็เจ็บปวดเหมือนกันที่ไม่สามารถกลับมารักกันเหมือนก่อนได้...
Mr.Shim!! Come and see me after class. อาจารย์ชาวต่างชาติที่สอนอยู่ขณะนี้บอกเขาเสียงดุ ทำให้เด็กหนุ่มหันเหสายตากลับมาในห้อง
Sir เด็กหนุ่มรับคำแล้วเริ่มเก็บของของตัวเองเช่นเดียวกับนักศึกษาคนอื่น ๆ ที่บางคนก็เดินออกจากห้องไปแล้ว ถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกครั้ง คาบนี้ก็เรียนไม่รู้เรื่องอีกแล้ว ชางมินสะพายกระเป๋าแล้วเดินตรงไปยังห้องพักอาจารย์
: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :
You should focus on the lesson more than this, I know that you work harder than those of the same age but knowledge is the most necessary thing. I hope you understand what Id like to tell, Time and tide wait for no man. Do you get this proverb? ชายกลางคนรูปร่างสูงใหญ่กว่าคนทั่วไป ผมหยิกสีแดงตัดสั้นติดหนังศีรษะ จมูกโด่งงุ้มและสำเนียงภาษาอังกฤษที่ชัดเจน ทั้งหมดบ่งบอกว่าคนที่กำลังพูดไม่ใช่คนเกาหลี
ชางมินถูกเรียกมาตักเตือนเรื่องความสนใจการเรียน เพราะหมู่นี้เด็กหนุ่มชอบนั่งเหม่อลอยในทุกคาบที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ
แน่ล่ะ... ก็เพราะว่าภาษาอังกฤษทำให้คนที่อยู่อีกซีกโลกนึงนี่นา
Im sorry, Ill pay more attention. Thank you for your advice, sir. ชางมินขอบคุณอาจารย์สำหรับคำอบรมก่อนที่อีกฝ่ายจะพยักหน้าเป็นเชิงให้ออกไปได้ ชางมินจึงรีบออกมาเพราะช่วงนี้พวกเขากำลังทุ่มเทอย่างหนักเพื่อบุกตลาดเพลงญี่ปุ่น เพราะฉะนั้นเวลาซ้อมจึงเพิ่มมากขึ้น งานก็มากขึ้นตามไปด้วย อีกไม่นานแล้วเหมือนกันที่เขาต้องไปทำงานที่นั่น
ระหว่างทางกลับบ้าน... เด็กหนุ่มเฝ้าครุ่นคิดถึงคำที่อาจารย์บอก
Time and tide wait for no man. เวลาและวารี...มิไยดีจะคอยใคร
ถ้าแปลให้ฟังดูไพเราะหน่อยก็คงจะเป็นอย่างนั้น
ทำไมชางมินจะไม่เข้าใจเรื่องนี้ เข้าใจสิ... เข้าใจดีมากเลยด้วย! ก็เพราะอย่างนั้นเขาถึงได้เจ็บอยู่แบบนี้ไง
...เวลาผ่านไป ไม่เคยรออะไร และไม่สามารถเรียกกลับคืน...
อดีตไม่สามารถแก้ไข สิ่งที่เราสามารถทำได้คือดำเนินชีวิตในปัจจุบันให้ดีที่สุด ไม่ให้ตัวเองต้องเสียใจทีหลังว่า...เราไม่น่าทำอย่างนั้นเลย
ตอนนี้ชางมินเข้าใจคำพูดนี้ได้ดีที่สุด อดีตเขาทำให้ยูฮวานเสียใจ จะย้อนเวลาไปแก้ไขก็ไม่ได้แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือทำตัวให้ดีที่สุด เพราะหวังว่าสักวัน... ยูฮวานคงเห็นใจ
: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :
เด็กหนุ่มคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนมารู้ตัวอีกทีก็ยืนอยู่หน้าบ้านแล้ว คนตัวสูงปรับสีหน้าให้ดูร่าเริงก่อนไขกุญแจเข้าไปภายใน
" ชางมิน... รถบริษัทจะมาถึงแล้ว รีบเตรียมตัวเร็วเข้า " หลายเดือนแล้วที่คำทักทายจากพี่ ๆ มักเป็นอย่างนี้ ก็เพราะงานมันมากจนล้นมือน่ะสิ... พวกเขาถึงต้องใช้ชีวิตแบบมดงานทั้งวันคืน
และนี่ก็สำคัญที่สุด เพราะวันนี้ทงบังชินกิจะไปเปิดตัวที่ญี่ปุ่นในนามโทโฮชินกิ อีกก้าวสำคัญที่จะทำให้พวกเขาเป็นที่ยอมรับมากกว่าเดิม
" ครับ เดี๋ยวผมตามไป " ชางมินหันไปบอกพี่คนโต ขายาวก้วเข้าห้องตัวเองแล้วหยิบโน้ตบุ๊คขึ้นเปิด เขายังไม่ได้บอกยูฮวานเลยว่าจะไปญี่ปุ่นแล้ว
ถึง...เจ้าตัวยุ่งยูฮวาน
เพราะส่งเมล์หานายนั่นแหละ พอหมดคาบเลยโดนอาจารย์เรียกไปอบรมเลย เฮ้อ~ แปลกใจมั้ยที่วันนี้ฉันส่งมาตั้งสองฉบับ... ก็ฉันลืมบอกว่าคืนนี้พวกเราจะไปญี่ปุ่นกันแล้ว อย่าลืมเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยล่ะ ^ ^
ปล. รักมากนะ... ขอโทษด้วย
จาก...เทวดาน้อยชางมิน
ชางมินตรวจดูข้อความที่ตัวเองพิมพ์อีกครั้งก่อนกดส่ง
" ชางมิน...ออกมาได้แล้ว!! " คราวนี้คนที่มาเรียกไม่ใช่แจจุง แต่เป็นยูชอนผู้ซึ่งถือวิสาสะเดินเข้ามาในห้องนอนของน้องเพราะประตูไม่ได้ล็อค
" อะไรน่ะ... ส่งเมล์ให้น้องฉันอีกแล้วหรอ หมอนั่นก็ยังไม่ยอมตอบเหมือนเดิมอีกล่ะสิ " ยูชอนเกาะไหล่รุ่นน้องแล้วชะโงกมองหน้าจอที่แสดงผลว่าการส่งอีเมล์เสร็จสิ้นเรียบร้อย
กว่าหกเดือนตั้งแต่ยูฮวานกลับไปอเมริกา ชางมินส่งเมล์ถึงอีกฝ่ายโดยที่ไม่เคยได้รับเมล์ตอบกลับมาสักฉบับเดียว ได้แต่รู้ความเป็นไปของยูฮวานผ่านทางพี่ ๆ เพราะคนตัวเล็กยังส่งข่าวคราวมาถึงทุกคนอย่างสม่ำเสมอ มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่ถูกละเลย
มันเป็นการลงโทษสำหรับคนงี่เง่าอย่างชางมิน แต่เมื่อไรล่ะ...ที่นายจะให้โอกาสฉันอีกสักครั้ง
" ผมจะส่งจนกว่ายูฮวานจะตอบกลับมา " ชางมินตอบเศร้าก่อนจะปิดคอมพิวเตอร์แล้วเดินตามยูชอนออกไปขึ้นรถ
: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :
...ที่สนามบิน... ทงบังชินกิถูกห้อมล้อมด้วยบรรดาแฟนคลับที่ต้องการมาส่งพวกเขา ทุกคนยิ้มแย้มและโบกมือให้ก่อนจะเดินเข้าไปทางด้านในเพื่อตรวจเอกสารและอื่น ๆ
และในช่วงที่นั่งรอขึ้นเครื่องนี่เองที่ชางมินนึกขึ้นได้ว่าตัวเองลืมอะไรบางอย่าง เขาลืมมินฮวาน!!
" พี่ครับ!! ผมลืมของไว้ที่บ้าน จะทันมั้ยถ้าผมกลับไปเอา... " ชางมินหันไปบอกยุนโฮที่นั่งข้างกันด้วยท่าทีร้อนรน
" ไม่ทันแล้วชางมิน เขาประกาศเรียกแล้ว พวกเราไปกันเถอะ " คนที่ตอบกลับแทนยุนโฮคือจุนซู ไม่พูดเปล่านะ คนตัวเล็กกว่ายังดึงมือเขาให้เดินไปด้วยกัน จนยูชอนมองเขม่นมา
ชางมินก้มหน้าด้วยความผิดหวัง นี่เขาลืมเอามาได้ยังไงนะ แต่ถึงอยากกลับไปเอามากแค่ไหน ยังไงเรื่องงานก็ต้องมาก่อน ทงบังชินกิไม่ได้มีเพียงเขาคนเดียว แต่มีทั้งหมดห้าคน ถ้าขาดใครคนใดคนหนึ่งก็ไม่ใช่ทงบังชินกิ
: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :
ถึง...เจ้าตัวยุ่งยูฮวาน
พวกเราเพิ่งมาทำงานที่ญี่ปุ่นได้สัปดาห์กว่าเอง แค่นี้ก็หนื่อยเอามาก ๆ แล้วล่ะ ทั้งร้องทั้งเต้น เหนื่อยมากขึ้นเป็นเท่าตัว ทำไงได้ล่ะ...เราต้องทำให้ดีที่สุดสิจริงมั้ย? อ้อ!! พรุ่งนี้วันเกิดพี่ยูชอนแล้ว พวกเราได้รับเชิญไปออกรายการโทรทัศน์ล่ะ ทุกคนวางแผนจะเซอร์ไพรส์พี่ชายนายด้วยนะ ตื่นเต้นจังเลย
ปล. นายก็รู้ว่าฉันรัก ขอโทษนะ...
จาก...เทวดาน้อยชางมิน
ชางมินปิดคอมพิวเตอร์ทันทีที่ส่งเมล์เรียบร้อย สาวขาก้าวเดินออกไปที่ระเบียง แขนสองข้างวางลงกับที่กั้น ตามองขึ้นไปบนท้องฟ้า จ้องมองดูดาวและดวงจันทร์เหมือนที่ทำเป็นประจำยามค่ำคืน
ร่างสูงยืนนิ่งอยู่ในท่านั้นชั่วระยะเวลาหนึ่ง จนนึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้ต้องทำงาน จึงค่อยเดินกลับเข้าห้องนอนไป
: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :
เช้าวันใหม่ ชางมินตื่นขึ้นมาและพบว่าทุกคนนั่งพร้อมหน้าพร้อมตากันที่ห้องครัว
" วันนี้ตื่นเช้ากันจัง " แจจุงทักทายขณะที่ค่อย ๆ ยกแกงกิมจิออกมาจากห้องครัว โดยมียุนโฮคอยช่วย
" ก็มีงานนี่นา ฮ้าว~ ทำไมต้องมีงานเข้ามาวันนี้ก็ไม่รู้ " ยูชอนหาวหวอด จริง ๆ ถ้าไม่ได้จุนซูปลุก ตอนนี้เขาก็คงนอนขึ้นอืดอยู่บนเตียงนอนหนานุ่ม
" บ่นเป็นตาแก่ไปได้น่ะยูชอน " จุนซูปรามดุ ทำเอายูชอนหน้าจ๋อยลงไปเลย แมวน้อยจำไม่ได้รึไงว่าวันนี้วันเกิดของเขา
" ว้า...แกงกิมจิอีกแล้วหรอ เมื่อวานเพิ่งกินไปเองนี่นา พี่แจจุง... วันนี้ไม่มีอาหารอะไรเป็นพิเศษหรอ " ยูชอนหันไปถามแม่บ้านของวง
" กินเท่าที่มีนั่นแหละ อย่าเรื่องมากได้มั้ยคุณปาร์ค " แจจุงดุเสียงเข้ม ยูชอนหน้าจ๋อยอีกรอบ แจจุงก็จำไม่ได้ จริงสิ เขายังเหลือชางมินกับยุนโฮนี่นา
" พี่ยุนโฮ... " ยูชอนหันเป้าหมายไปที่หัวหน้าวง ใช้นิ้วจิ้มไปที่แขนใหญ่จนไขมันกระเพื่อม
" อะไร -*- " ยุนโฮส่งสายตาหมีพิฆาตบอกนัยน์ประมาณว่าถ้าจิ้มอีกที แกตาย!!
" เลิกงานแล้วไปดื่มกันมั้ย " ยูชอนส่งสายตาเป็นประกายอย่างมีความหวัง
" ไม่ได้ เลิกงานต้องซ้อมเต้น!! ถ้าฉันรู้ว่านายแอบไป...นายตายแน่!! " ไม่พูดเปล่า เจ้าหมียังผลักหัวกลม ๆ จนหน้าหงายเสียอีกแน่ะ
" ใจร้ายชะมัด เออนี่ชางมิน... ออกไปหาขนมหวานกินกันมั้ย " ยูชอนบ่นงุบงิบแล้วหันไปหาความหวังสุดท้าย
" ตอนเช้าก็มีข้าวอยู่แล้วนี่ครับ แถมอีกไม่ถึงชั่วโมงพวกเราก็ต้องทำงานกันแล้วด้วย " ชางมินก้มลงมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองด้วยท่าทีเคร่งขรึม
ยูชอนมองหน้าทุกคนอย่างขัดใจ ไอ้พวกนี้มันลืมวันเกิดเขาหมดเลยเรอะ!!
แจจุง ยุนโฮ จุนซู และชางมิน ลอบมองปฎิกิริยาของยูชอนพลางพยายามกลั้นยิ้ม นายต้องดีใจแน่ ๆ ที่ได้ทำงานวันนี้...ปาร์คยูชอน
: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :
ยูชอนถอนหายใจบ่อย ๆ ตลอดการเดินทาง งานเงินไม่มีใจอยากทำเลยซักนิด แต่คิดจะเบี้ยวก็ไม่ได้ มีหวังโดนฆ่าเอาแน่ ๆ ก็เลยได้แต่ไปทำงานทั้งที่อารมณ์บ่จอยแบบนั้นนั่นแหละ...
เมื่อมาถึงสตูดิโอ ยูชอนก็ยังหาเรื่องหงุดหงิดได้อีก ก็เจ้าพวกทีมงานนี่พูดอะไรมั่งก็ไม่รู้ พูดภาษาเกาหลีกันไม่ได้ไงวะ!! อย่างน้อยอังกฤษก็ยังดี เล่นพูดญี่ปุ่นรัวแบบนี้ไม่เข้าใจโว้ย!!
หลังจากนัดแนะคิวเสร็จสรรพ การถ่ายทำก็เริ่มขึ้น กล้องทุกตัวแพนจับไปที่พิธีกรหญิงซึ่งนั่งอยู่คนเดียวบนโซฟาทรงกลมสีพีช
" ขอเชิญพบกับนักร้องกลุ่มที่ทุกคนรอคอย Tohoshinki ค่า!! " สิ้นเสียงพิธีกรหญิง ห้าหนุ่มเดินออกมาทีละคนท่ามกลางเสียงปรบมือต้อนรับของแฟนคลับชาวญี่ปุ่น และนั่งลงบนโซฟาหนานุ่มสีเดียวกันที่ถูกเตรียมไว้
เมื่อเห็นว่าหนุ่ม ๆ นั่งกันเรียบร้อย หญิงสาวก็อ่านคำถามแรกตามสคริปต์ที่วางไว้
ทงบังชินกิตอบคำถามทีละคนโดยเริ่มจากหัวหน้าวงยุนโฮ ตามมาด้วยแจจุง จุนซู ชางมิน และคนสุดท้ายที่ต้องตอบคือยูชอน แต่ดูเหมือนว่ารายหลังจะไม่สนใจกับการตอบคำถามสักเท่าไร จนชางมินที่นั่งข้างกันต้องสะกิดเบา ๆ
" อะ...เอ้อ... สำหรับตัวผม...เฮ้ย!! " ยังไม่ทันที่ยูชอนจะได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น ไฟทั้งหมดในห้องส่งโอก็ดับพรึ่บลง
แจจุงกับยุนโฮกุมมือกันทันทีโดยอัตโนมัติในความมืด แทนที่จะหวาดหวั่น แต่สีหน้าของคนทั้งสองกลับเป็นรอยยิ้มกริ่ม เพราะต่างรู้ว่านี่คือการเริ่มแผนที่ทุกคนตั้งใจจะเซอร์ไพรส์
" เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ช่างไฟอยู่ไหน!! " โปรดิวเซอร์รายการแสร้งเรียกหาทีมงานอย่างสมจริง ทำเอายูชอนเชื่อสนิทใจว่านี่คือเหตุขัดข้องที่เกิดขึ้น
" ทุกคนอยู่ในความสงบนะคะ เดี๋ยวทางรายการจะแจกเทียนให้ค่ะ " ทีมงานช่วยกันประสานงานอย่างว่องไว ไม่นานเทียนเล่มเล็กก็ถูกแจกส่งไปทั่ว
แสงไฟเริ่มจากจุดเล็กจุดเดียว แล้วเพิ่มจำนวนขึ้นต่อกันไป กระทั่งในความมืดมิดมีแสงจุดเล็กสว่างต่อกันเป็นผืนทั่วทั้งสตูดิโอ
" แชงอิลซุกฮาฮัมนีดา~ แชงอิลซุกฮาฮัมนีดา~ ซารางฮานึน...มิคกี้ ยูชอน.. แชงอิลซุกฮาฮัมนีดา... " เสียงเพลงอวยพรวันเกิดดังขึ้นรอบ ๆ ตัวยูชอน
พรึ่บ!!...
ไฟทั้งหมดถูกเปิดขึ้นพร้อมกัน ด้านหน้าของยูชอนคือกลุ่มคนที่รักเขากำลังส่งยิ้มให้ด้วยความจริงใจ ทั้งแจจุง ยุนโฮ ชางมิน จุนซู ทีมงานรายการ แฟนเพลงที่นั่งดูการถ่ายทำทั้งด้านในและนอกสตูดิโอ
" Happy Birthday to you " เสียงเล็กที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง เมื่อยูชอนหันกลับไปก็พบเค้กก้อนโตที่ถูกปักด้วยเทียนหลากสี และคนที่ถือเค้กก้อนนี้เข้ามาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ปาร์ค ยูฮวาน... น้องชายแท้ ๆ ของเขานั่นเอง
นอกจากนี้ยังมีแขกรับเชิญพิเศษที่มาญี่ปุ่นเพื่อร่วมอวยพรให้โดยเฉพาะ แถมแขกที่ว่าก็คือคนที่ยูชอนรู้จักดีอย่างอย่างสมาชิกซูเปอร์จูเนียร์ที่มากันครบทีม
" รีบ ๆ เป่าเทียนสิฮะ " ยูฮวานขยับตัวเข้าไปใกล้พี่ชายที่ตอนนี้กำลังอึ้งสุด ๆ
<