Can I Be Your Destiny? CHAPTER 12

posted on 10 Aug 2007 07:42 by zinister  in CanIBeYourDestiny

Can I Be Your Destiny? Chapter 12

" ยืนบื้ออะไรอยู่เล่า!! รีบพามันขึ้นเตียงสิ!! " ฮีบอนตวาดชายชุดดำที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหลัง หนึ่งในสองคนรีบเข้ามาพยุงร่างหมดสติของจุนซูวางลงบนเตียง
" ออกไปรอข้างนอก ถ้าฉันไม่อนุญาตห้ามให้ใครเข้ามา เข้าใจมั้ย!! " สั่งเสียงแข็งวางอำนาจ ชายทั้งสองคนพยักหน้าแล้วเดินออกไปรอข้างนอกห้องทันที
" หึจุนซู คราวที่แล้วนับว่าคุณโชคดีไป แต่ครั้งนี้ไม่มีใครมาช่วยคุณได้แล้วล่ะ " หญิงสาวล้มตัวลงนอนข้างจุนซู โดยไม่ลืมรูดม่านปิดเอาไว้ บดบังสายตาสอดรู้สอดเห็นจากภายนอก นิ้วเรียวลูบไล้ไปตามโครงหน้ามนของชายหนุ่มอย่างหลงใหล
หากแต่อยู่ ๆ สายตานั้นกลับแข็งกร้าวขึ้น หญิงสาวหัวเราะเสียงดังลั่นราวกับเสียสติ ใบหน้าสวยซุกไซร้ซอกคอขาวเนียนของจุนซูในขณะที่มือทั้งสองข้างก็ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตนั้นไปด้วย
ริมฝีปากเคลือบสีชมพูอ่อนทิ้งรอยแดงจาง ๆ เอาไว้ทุกที่ที่ดูดเม้ม หลังจากที่ปลดกระดุมชายหนุ่มออกจนหมด มือก็เริ่มรูดซิปกางเกงเพื่อปลดปล่อยสัดส่วนข้างในนั้นออกมา
I'm a Barbie girl in a Barbie world. Life in plastic is fantastic. ~

เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนตู้ลิ้นชักข้างเตียงแผดเสียงดังลั่น พลางสั่นถี่จนเจ้าของหงุดหงิดแทบอยากโยนทิ้ง
You can brush my hair, undress me everyติ๊ด!

แต่ท้ายที่สุด ฮีบอนก็กดรับสายเมื่อเห็นตัวอักษรหน้าจอโชว์หราว่าเป็นโพมีน้องสาวร่วมสายเลือดที่เธอบอกกับจุนซูว่าป่วย!!
" มีอะไร!! " หญิงสาวพูดอย่างหงุดหงิด ทำไมต้องโทรมาขัดจังหวะตอนนี้ด้วยนะ!!
โพมีสะดุ้งเล็กน้อยกับเสียงตวาดที่ดังมาตามสาย หากแต่หญิงสาวก็ไม่ได้คิดถือสาอะไรอย่างจริงจัง เพราะเข้าใจว่าอะไรทำให้พี่สาวของตัวเองมีนิสัยแบบนี้ ทั้งที่แต่ก่อนไม่ได้เป็นคนเจ้าอารมณ์แบบนี้เลย
ใช่สิ!!แต่ก่อนพี่สาวของเธอเป็นคนอ่อนหวาน เรียบร้อย ใจดี มีน้ำใจ อ่อนโยน ใคร ๆ ก็รัก เธอเองก็ยึดเอาพี่เป็นแบบอย่าง เพราะพี่ทั้งเก่ง นิสัยดี และสวย มีผู้ชายมากหน้าหลายตาเข้าหาพี่ไม่หยุด แต่พี่ก็ยังยึดมั่นกับผู้ชายเพียงคนเดียวคู่หมั้นที่พี่รักมาก แต่เขากลับไม่ได้รักพี่อย่างจริงจัง
ใครจะคาดถึงว่าวันหนึ่งก็มีพวกผู้ชายใจชั่วรุมโทรมพี่สาวของเธอ คนพวกนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นบรรดาลูกชายหุ้นส่วนของบริษัท และอำนาจเงินของคนพวกนั้นทำให้ตำรวจไม่สามารถเอาผิดอะไรได้
พี่สาวของเธอเจ็บช้ำมาก ทั้งร่างกายและจิตใจ เมื่อคู่หมั้นของพี่รู้เรื่องนี้เข้า เขาก็ขอถอนหมั้น นั่นทำให้พี่เสียใจจนเสียสติ!! จากคนที่เคยอ่อนโยนก็กลับกลายเป็นคนเจ้าอารมณ์ อะไรที่ต้องการจะต้องได้มาไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม
อีกทั้งจากนั้นไม่นาน เธอยังต้องพบข่าวร้ายว่าพี่สาวของเธอเป็นโรคหัวใจ
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมโพมีจึงตามใจพี่สาวของเธอนัก เธอไม่อยากให้ฮีบอนต้องขัดใจ เพราะนั่นอาจหมายถึงความเป็นความตายของพี่สาว
จำได้ว่าเคยขัดใจครั้งหนึ่ง ตอนนั้นฮีบอนถึงกับคลุ้มคลั่งด้วยอาการทางประสาท ส่งผลให้ช็อกด้วยโรคหัวใจ ถ้าส่งถึงมือหมอไม่ทัน ตอนนี้โพมีก็อาจจะต้องเหลือตัวคนเดียว เพราะนอกจากพี่สาวคนนี้แล้ว เธอก็ไม่มีญาติที่ไหนอีก
จากเหตุการณ์ครั้งนั้น... เธอจึงให้พี่สาวพักที่ห้องวีไอพีสำหรับตระกูลที่โรงพยาบาล เพื่อบำบัดอาการทางจิต และเพื่อให้มั่นใจว่าถ้าเกิดเหตุอะไรขึ้นอีก พี่สาวของเธอจะได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที แต่ฮีบอนก็มักจะแอบหลบออกมาจากโรงพยาบาลอยู่เรื่อย จนครั้งล่าสุดพี่สาวของเธอเรียกให้เธอไปรับที่หน้าผับแห่งหนึ่ง เธอจึงรู้สึกว่าต้องจ้างบอดี้การ์ดมาช่วยเห็นหูเป็นตาให้แทนเสียแล้ว เพราะแค่บุรุษพยาบาลและนางพยาบาลคงเอาไม่อยู่ พี่สาวของเธอจึงได้หลบสายตาออกมาได้หลายครั้งหลายครา
" ตอนนี้พี่อยู่ที่โรงพยาบาลรึเปล่าคะ? " โพมีถามสุภาพ
" ก็ใช่น่ะสิ!! คิดว่าฉันจะอยู่ที่ไหนได้ล่ะ ก็หล่อนจับฉันมาขังไว้ที่นี่ไม่ใช่รึไง!! " ประโยคกระแนะกระแหนถูกตวาดแหวมาตามสายอีกระลอก
" โธ่พี่คะฉันไม่ได้ตั้งใจอย่างนั้นเลยนะ ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพื่อสุขภาพของพี่นะคะ " โพมีพูดเสียงอ่อน ฮีบอนมักจะอารมณ์เสียใส่หล่อนอยู่เสมอทุกครั้งที่โทรเช็คว่าพี่สาวยังอยู่โรงพยาบาลหรือเปล่า
...และถึงฮีบอนจะอารมณ์แปรปรวนง่ายและอารมณ์เสียใส่โพมีบ่อยครั้ง แต่เธอก็ไม่เคยโกหกน้องสาวหรือใช้กำลังเลย...
นั่นเป็นสิ่งที่ช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจของโพมีเอาไว้ได้ เพราะมันช่วยทำให้เธอรู้สึกว่าพี่สาวคนเดิมยังคงไม่ไปไหน หากแต่ยังหลบไปรักษาตัวเองอยู่ภายในบุคลิกท่าทางแบบใหม่นี้
" มีธุระอะไรก็ว่ามาไว ๆ ฉันไม่ว่างคุยนักหรอก " ถึงน้ำเสียงจะยังคงแข็งกระด้าง แต่อย่างน้อยตอนนี้ฮีบอนก็ไม่ได้ตวาดแล้ว
" วันนี้พี่ให้คนขับรถเอารถไปที่โรงพยาบาลเหรอ ฉันขอเอามาใช้ก่อนได้มั้ย? ต้องไปรับลูกค้าใหญ่จากอเมริกา แล้วรถคันที่พี่เหลือไว้มันเล็กเกินไป ใช้หลายคันก็ไม่สะดวกด้วย " หญิงสาวบอกเหตุผลที่โทรมา
" จะเอาก็เอา เดี๋ยวฉันบอกคนขับรถให้ก็แล้วกัน " ฮีบอนตอบอย่างพยายามจบบทสนทนาให้เร็วที่สุด
" แล้วพี่ทำอะไรอยู่เหรอคะ ถึงบอกว่าไม่ว่างน่ะ " หญิงสาวถามด้วยความสงสัย ก็พี่อยู่ที่โรงพยาบาลนี่นา จะมีอะไรให้ทำนักหนาล่ะ
" เรื่องของฉัน!! ไม่ต้องมายุ่ง!! " ตวาดเสียงดังก่อนจะกดตัดสายแล้วปิดโทรศัพท์ ฮีบอนกัดริมฝีปากตัวเองอย่างที่ชอบทำเวลาขบคิดอะไรสักอย่าง เห็นทีเธอจะให้จุนซูอยู่ที่โรงพยาบาลไม่ได้เสียแล้ว เพราะเธอดันไปหลุดปากพูดอะไรให้โพมีสงสัย อีกไม่นานน้องสาวจะต้องตามมาดูที่โรงพยาบาลแน่ ๆ

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :


ตืดตืด

มือถือที่อยู่ในกระเป๋าด้านในชุดสูทสั่นแรง หนึ่งในบอดี้การ์ดที่ถูกสั่งให้ยืนเฝ้าที่หน้าห้องรีบกดรับอย่างรวดเร็ว
" ขอรถเข็นจากพยาบาลมา แล้วบอกยุนบินให้เตรียมรถไว้ด้วย เร็ว ๆ เข้าล่ะ!! " ทันทีที่กดปุ่มรับสาย เสียงของฮีบอนก็สั่งขึ้นรัวเร็ว ยุนบินที่หญิงสาวกล่าวถึงก็คือคนขับรถของเธอนั่นเอง
" แต่คุณโพมีสั่งไว้ไม่ให้คุณฮีบอนออกจากโรงพยาบาล "
" ฉันจะกลับบ้าน แล้วโพมีจะใช้รถด้วย เร็ว ๆ สิ ฉันสั่งอะไรก็ทำตามเถอะน่า!! " ยังไม่ทันที่บอดี้การ์ดคนนั้นจะพูดได้จบประโยค หญิงสาวก็ส่งเสียงเร่งมาอีก โดยคราวนี้ใช้ชื่อโพมีขึ้นมาอ้าง เพราะรู้ว่าทุกคนในบ้านเชื่อฟังโพมีมากกว่าเธอ
แต่ถึงโพมีจะสั่งทุกคนเอาไว้ไม่ให้ขัดใจฮีบอนก็ตาม แต่พวกนั้นก็มักจะบอกโพมีก่อนแทบทุกครั้งเมื่อฮีบอนต้องการทำอะไร และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน
" สวัสดีครับคุณโพมี นี่ผมชูคยองครับ คุณฮีบอนบอกว่าคุณโพมีจะใช้รถของเธอ... " หนึ่งในบอดี้การ์ดโทรถามเจ้านายคนน้องด้วยน้ำเสียงสุภาพ แสดงความเคารพนับถือ
" ใช่จ้ะ เร็วหน่อยก็ดีนะ เพราะว่าฉันต้องรีบไปรับลูกค้า " หญิงสาวตอบอย่างใจดี ถึงแม้เธอจะมีอำนาจมากกว่า แต่เธอก็ไม่เคยพูดจาหยาบคายหรือดูถูกคนเหล่านั้นเลย และนั่นทำให้ใคร ๆ ก็รักเธอเหมือนฮีบอนในสมัยก่อนไม่มีผิด
เมื่อได้ฟังคำยืนยันอย่างนั้น บอดี้การ์ดทั้งสองจึงแยกย้ายกันทำตามคำสั่งของฮีบอน

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

ลีมูซีนคันหรูจอดเทียบด้านหน้าอาคาร หญิงสาวในชุดเดรสสีฟ้ารีบก้าวขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามหลังด้วยชูคยองและชินคยูที่คอยพยุงร่างหมดสติของจุนซูจากรถเข็นของพยาบาลให้เข้ามาภายในรถ

ยุนบินเหลียวมองชายหนุ่มใบหน้าหวานใสที่ตัวเองไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนจากกระจกรถด้วยแววตาเคลือบแคลง

" กลับบ้าน!! " หญิงสาวสั่งเสียงเฉียบ ทำให้ยุนบินต้องรีบเบนสายตาอยากรู้อยากเห็นของตัวเองให้กลับไปที่ท้องถนนด้านหน้า

ฮีบอนเหลือบมองเสี้ยวหน้าของจุนซูที่ก้มต่ำลงพลางแสยะยิ้ม

ในที่สุดคุณก็กลับมาหาฉันแล้วฮยุนยัง

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :


คิ้วเรียวขมวดมุ่น ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นจี๊ดขึ้นมาแถวศีรษะ ทั้งอาการปวดที่มีอยู่เป็นทุนเดิม บวกกับแรงกระแทกที่ฮีบอนใช้อะไรสักอย่างตีศีรษะของเขา จุนซูลืมตาขึ้นด้วยความยากลำบาก ต้องใช้เวลาชั่วครู่กว่าที่ภาพข้างหน้าจะเปลี่ยนจากพร่าเลือนเป็นชัดเจนขึ้น ค่อย ๆ ยืดหลังขึ้นนั่งตัวตรง เมื่อมองไปรอบ ๆ ก็พบกับสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนเดิม

จำได้ว่าก่อนหน้านี้เขาอยู่ที่โรงพยาบาล ทำไมตอนนี้เขาถึงมาอยู่ในรถได้ ฮีบอน..เธอจะพาฉันไปที่ไหนกันแน่

" ฟื้นแล้วเหรอคะ อีกไม่นานเราก็จะถึงบ้านแล้วนะ " ฮีบอนหันมายิ้มหวานให้จุนซู ยิ้มที่หวานปานน้ำผึ้ง หากสายตาที่มองมาบ่งแววมาดร้าย ทิ่มแทงดั่งเหล็กไน

" ฉันไม่ไป!! จอดรถเดี๋ยวนี้นะ!! " เมื่อหญิงสาวทำท่าไม่สนใจสิ่งที่เขาบอก จุนซูจึงหันไปสั่งคนขับรถแทน

" ตะโกนไปก็เท่านั้น เขาไม่ฟังคำสั่งคุณหรอก " หญิงสาวยิ้มเยาะ

จุนซูควานหาโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกง ต้องติดต่อใครสักคนให้มาช่วย

ชายหนุ่มนั่งซุกตัวแล้วค่อย ๆ แอบกดหมายเลขโทรศัพท์ ต้องคอยระวังทั้งไม่ให้ใครเห็น และระวังไม่ให้กดผิด
" เอาล่ะ เข้าบ้านกันเถอะ " แต่ดูเหมือนว่าพระเจ้าจะยังไม่เข้าข้างเขาในตอนนี้ เมื่อเขากำลังจะกดโทรออก รถคันหรูก็จอดเทียบหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ของฮีบอนพอดี

" นายเอารถไปรับโพมีเถะ อ้อ!! ยุนบิน ไม่ต้องบอกโพมีนะว่าฉันมาที่บ้าน " ฮีบอนกำชับแล้วก้าวลงจากรถไป

" พาเขาลงมาด้วย ระวังอย่าให้หนีไปได้ล่ะ ถ้าหนีไปได้คงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น!! " หญิงสาวหันมาคาดโทษชายชุดดำ

แทบจะทันทีที่หญิงสาวสั่ง ไหล่บางของจุนซูก็ถูกกระชากให้ลงจากรถ มือที่ซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงถูกดึงไปตามแรง มือถือหลุดกระเด็นลงบนพื้นรถ หากแต่ไม่มีใครสนใจ เพราะทันทีที่ทุกคนลงจากรถเรียบร้อย ลีมูชีนคันนั้นก็แล่นจากไปอย่างรวดเร็ว

จุนซูมองตามตาค้าง

นายซวยแน่จุนซู!!

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :


" ปล่อย ปล่อยฉันนะ!! ก็บอกให้ปล่อยไงเล่า โธ่เว้ย!! " ปากแดงตะโกนไปมาอย่างขัดใจเมื่อโดนลากให้เข้าไปในบ้าน เขาทั้งเตะทั้งทุบ แต่ไอ้พวกชุดดำนี่ไม่เห็นจะสะทกสะท้านตรงไหน หรือแรงของเขาจะเบาเกินไป?

" เงียบ ๆ หน่อยได้มั้ย ฮยุนยัง!! " ฮีบอนตวาด

" ฉันไม่ได้ชื่อฮยุนยังอะไรนั่น ฉันชื่อจุนซู ได้ยินมั้ยฉันชื่อจุนซู!! ปล่อยฉันนะ!! " จุนซูยังคงร้องแหกปากต่อไป

เพียะ!!!

มือเรียวตวัดลงบนใบหน้าของชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและรุนแรง จนหน้าใสหันตามแรง

" ทีนี้คุณคงเงียบได้แล้วนะ " ฮีบอนจ้องหน้าตาขวางแล้วสะบัดหน้าหนี เดินนำเข้าไปในบ้าน อาการชาบนใบหน้าทำให้จุนซูสงบปากสงบคำทันที กลัวคนตรงหน้า กลัวผู้หญิงคนนี้

ยูชอนช่วยฉันด้วย!!!!


" คุณฮีบอนกลับมาแล้วหรือคะ " หญิงอายุเลยวัยกลางคนที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าแม่บ้านกล่าวต้อนรับนอบน้อม

" ทานอะไรรึยังคะ ดิฉันจะให้เด็กจัดอาหารไปให้ " หัวหน้าแม่บ้านแสดงความเป็นห่วง เพราะเธอเห็นฮีบอนมาตั้งแต่เด็ก จะว่าไปแล้วหญิงสาวก็เหมือนกับลูกคนหนึ่ง

" ไม่ต้อง!! ฉันจะเข้าห้องนอน ห้ามใครรบกวน!! " ว่าพลางหันไปส่งสายตาเป็นนัยน์ให้ชูคยองและชินคยูพาจุนซูไปที่ห้องของเธอ

หญิงชรามองตามร่างของชายหนุ่มที่หญิงสาวพามา ด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย ผู้ชายคนนั้น เป็นคนเดียวกันกับที่คุณฮีบอนเคยพามาทานข้าวเย็นที่บ้านนี่นา วันนี้มาทำไมอีก? แถมยังพาเข้าห้องนอนด้วย

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :


เมื่อเข้ามาภายในห้องงนอนของฮีบอน จุนซูก็ถูกจับให้นอนลงกับเตียง แขนและขาถูกมัดไว้กับหัวเตียงทั้งสี่ด้าน เขาไม่สามารถดิ้นหนีไปทางไหนได้เลย

ชินคยูและชูคยองรู้สึกลำบากใจไม่น้อยที่ต้องทำอย่างนี้ แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งหญิงสาว เพราะเคยเห็นกับตามาแล้วว่าอาการตอนหญิงสาวคลุ้มคลั่งจนช็อกกะทันหันนั้นน่ากลัวแค่ไหน

สองบอดี้การ์ดเรียกได้ว่าเป็นลูกน้องคนสนิทในจำนวนไม่กี่คนที่คอยรับใช้สองพี่น้องนี้มาเป็นเวลานาน ไม่ใช่ว่ากลุ่มคนนอกเหนือจากพวกเขานี้ไม่อยากทำงานให้กับสองพี่น้อง หากแต่เป็นเพราะหวาดกลัวอารมณ์ที่คาดไม่ได้และแปรปรวนไปมาของฮีบอน

ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้หญิงสาวกลับมาเป็นปกติเร็ว ๆ กลับมาเป็นคุณฮีบอนคนเดิมที่เป็นที่รักและเคารพของทุกคน...

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

" มาช้าจังเลย ทำอะไรอยู่หรอ? " โพมีถามยุนบินที่มารับเธอและลูกค้าที่สนามบิน จากน้ำเสียงที่ใช้ ฟังดูก็รู้ว่าหญิงสาวแค่ล้อเล่นเท่านั้น ไม่ได้ตำหนิจริงจังอะไร หากแต่ท่าทีมีพิรุธของคนขับรถทำให้หญิงสาวสงสัย

โพมีหลิ่วตามองอย่างเคลือบแคลงแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร เธอก้าวขึ้นรถเช่นเดียวกับลูกค้ารายใหญ่พร้อมผู้ติดตามและเลขาที่เข้าไปก่อนหน้านี้แล้ว

หญิงสาวบอกจุดหมายปลายทางเป็นภัตตาคารหรู และเมื่อรถเริ่มแล่นออกไป เธอก็สังเกตเห็นแสงไฟกระพริบจุดแดง ๆ ใต้เบาะนั่งด้านหนึ่ง โพมีก้มลงไปหยิบเจ้าสิ่งนั้น และพบว่ามันคือโทรศัพท์มือถือ

" ขอโทษนะคะ มีใครทำโทรศัพท์หล่นหรือเปล่า " หญิงสาวหันมาถามคนในรถ แต่ทุกคนส่ายหน้าแทนคำตอบ

ตืดตืด

โทรศัพท์ในกระเป๋าถือที่วางอยู่บนตักสั่นรัว หญิงสาวหันไปก้มศีรษะเป็นเชิงขออนุญาตจากผู้ร่วมทาง

" เชิญเลยครับ " ลูกค้ารายใหญ่นี้ค่อนข้างสนิทสนมกับหญิงสาวและใจกว้างพอสมควร จึงไม่เห็นว่าเป็นการเสียมารยาทอะไรที่หญิงสาวจะต้องคุยโทรศัพท์ในตอนนี้

" สวัสดีค่ะ " โพมียิ้มขอบคุณแล้วรับโทรศัพท์

" คุณโพมีคะวันนี้คุณฮีบอนพาผู้ชายเข้าบ้าน เอ่อ..ขึ้นห้องด้วยค่ะ คนนี้ดิฉันเคยเห็นครั้งนึง รู้สึกว่าจะชื่อจุนซู คิดว่าคุณโพมีน่าจะรู้เอาไว้ ดิฉันเลยโทรมาบอกค่ะ" เสียงหัวหน้าแม่บ้านดังมาตามสาย

" ค่ะ ขอบคุณค่ะ ฉันจะรีบกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย " โพมีขมวดคิ้วมุ่น จุนซูเหรอ? ฟังดูคุ้น ๆ นะ แต่เธอแน่ใจว่าไม่เคยรู้จักคนชื่อนี้เป็นการส่วนตัวมาก่อน

" ยุนบินวันนี้พี่กลับบ้านเหรอ? พาผู้ชายไปด้วยใช่มั้ย? " หญิงสาวชะโงกหน้ากระซิบกับคนขับรถ ซึ่งอีกฝ่ายได้แต่ยิ้มแหยกลับมา

" ทำไมไม่บอกฉัน!! " ขึ้นเสียงเล็กน้อย ทุกคนต่างรู้ดีว่าโพมีเป็นห่วงพี่สาวของเธอมากแค่ไหน ถ้ามีใครปิดบังเรื่องของฮีบอน เธอจะอารมณ์เสียทันที ทั้งที่ปกติแล้วเธอเป็นคนใจเย็น แต่ทั้งหมดก็เป็นเพราะหญิงสาวทั้งรักทั้งเอาใจใส่พี่สาวของเธอมากกว่าอะไรทั้งหมด

" จอดตรงนี้แหละ ฉันจะกลับบ้าน นายก็พาลูกค้าไปที่ภัตตาคารนั้นตามเดิมก็แล้วกัน " หญิงสาวบอกยุนบิน

" ต้องขอโทษจริง ๆ นะคะ พอดีที่บ้านเกิดเรื่องน่ะค่ะ ถ้ายังไงคุณจินฮีช่วยดูแลมิสเตอร์ชางแทนฉันทีนะ ฉันต้องรีบกลับไปเคลียร์ปัญหาก่อน ขอโทษอีกทีนะคะ " โพมีหันมาบอกเลขาของเธอและขอโทษซ้ำไปซ้ำมา

" ไม่เป็นไรครับ เราค่อยมาคุยเรื่องสัญญาหลังจากที่คุณว่างก็ได้ เพราะนอกจากโปรเจ็คนี้แล้ว ผมก็ยังไม่มีงานอะไรที่ต้องรีบ "มิสเตอร์ชาง ลูกค้ารายสำคัญกล่าวตอบอย่างคนใจกว้าง

" ขอบคุณค่ะ " หญิงสาวรีบลงจากลีมูซีนแล้วโบกเรียกแท็กซี่ข้างทางให้ไปส่งที่คฤหาสน์ทันที

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :


เมื่อขึ้นมาบนรถแท็กซี่ หญิงสาวก็หยิบโทรศัพท์มือถือที่เก็บได้ขึ้นมาดู นี่จะใช่ของคนที่ชื่อจุนซูหรือเปล่านะ

หน้าจอโทรศัพท์ถูกกดหมายเลขค้างทิ้งไว้ทำไมถึงไม่โทรออก? ลองโทรเช็คดูหน่อยก็แล้วกัน นั่นอาจจะเป็นเบอร์ของคนที่รู้จักเจ้าของโทรศัพท์นี่ก็ได้

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :


ทางด้านทงบังชินกิที่ทุกคนยังคงปฏิบัติภารกิจของตัวเองตามปกติ โดยไม่ได้เฉลียวใจสักนิดว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกับจุนซู

กริ๊ง!! กริ๊ง!! กริ๊ง!!

" สวัสดีครับ บ้านทงบังชินกิครับ " น้องเล็กของวงรีบวิ่งไปรับอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงร่าเริงสุด ๆ

" ขอโทษนะคะ ที่นั่นมีคนชื่อจุนซูมั้ยคะ " เสียงหญิงสาวไม่คุ้นหูดังมาตามสาย

" ตอนนี้พี่จุนซูไม่อยู่ครับ มีอะไรฝากไว้มั้ย? " ชางมินหยิบปากกากับกระดาษ ตั้งท่าจดตามสิ่งที่หญิงสาวจะพูดเต็มที่

" คือฉันชื่อโพมีค่ะ ตอนนี้ฉันกำลังใช้โทรศัพท์ที่คาดว่าน่าจะเป็นของคุณจุนซูโทรมาเช็คน่ะ เขาทำมันตกเอาไว้ คุณช่วยมาเอามันคืนได้มั้ยคะ " แล้วหญิงสาวก็บอกทางมาคฤหาสน์

ชางมินรีบจดว่องไว โดยไม่นึกเอะใจเลยว่า ถ้าเธอเก็บโทรศัพท์มือถือนี้ได้จริง ๆ เธอจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นของจุนซู หรือถ้าเป็นคนที่รู้จักกับจุนซู ก็ไม่น่าจะถามว่าที่บ้านนี้มีคนชื่อจุนซูหรือไม่

" ครับขอบคุณมากครับ เดี๋ยวผมจะไปให้เร็วที่สุด " แล้วเด็กหนุ่มก็วางหูโทรศัพท์กลับคืนที่เดิม

" ใครโทรมาหรอชางมิน " แจจุงตะโกนถามดังมาจากในห้องครัว ยังไม่ละมือจากการลองปั้นซูชิที่เพิ่งหัดทำเป็นครั้งแรก เห็นในทีวีดูหน้าตาน่าทานก็เลยอยากทำเองบ้าง ดูซิจะออกมาน่าทานแบบนั้นไหม?

" เป็นผู้หญิงชื่อโพมีน่ะ บอกว่าเก็บมือถือพี่จุนซูได้ ให้เราไปเอาคืนครับ " ชางมินตอบพลางเดินเข้ามาในห้องครัวแล้วยื่นแผนที่ที่เขาจดมาให้แจจุงดู

" นายรู้ได้ยังไงว่านั่นเป็นเบอร์จุนซูจริง ๆ เขาโทรเข้าโทรศัพท์บ้านไม่ใช่เหรอ " ยุนโฮตั้งข้อสังเกต

" โอ๊ะ จริงด้วย งั้นเดี๋ยวผมลองโทรหาพี่จุนซูก่อนก็แล้วกัน " ชางมินเพิ่งนึกขึ้นได้

" สวัสดีครับ นั่นใครครับ " แล้วเด็กหนุ่มก็ต่อโทรศัพท์เข้าเบอร์มือถือของจุนซู

" ฉัน?โพมีค่ะ" เสียงเล็กเกินกว่าจะเป็นเสียงผู้ชายตอบกลับมาอย่างงุนงง เขาจะถามชื่อเธอไปทำไมเนี่ย?

" แค่นี้นะครับ ขอบคุณครับ " แล้วเด็กหนุ่มก็วางสายไป โพมีมองหน้าจอมือถือที่บอกว่า " เทวดาตัวน้อย ๆ " เพิ่งจบบทสนทนาไปอย่างงุนงง

หญิงสาวนึกขำอยู่หน่อย ๆ เมื่อคิดถึงหน้าของเจ้าของเบอร์ว่าจะเป็นอย่างไร ถ้าพบว่าหมายเลขโทรศัพท์ของตัวเองถูกบันทึกเอาไว้ในชื่อนั้น

" ผมโทรเช็คแล้วนะ เบอร์พี่จุนซูจริง ๆ น่ะแหละ " ชางมินหันมารายงานผล

" งั้นเราก็รีบไปเอากันเถอะ รบกวนคนอื่นนาน ๆ มันไม่ดี " แล้วยุนโฮก็เดินนำออกไป

" เดี๋ยว ๆ ฉันขอติดรถไปด้วย จะไปซื้อของหน่อยน่ะ รู้สึกว่ากุ้งจะไม่พอทำซูชิ " แจจุงรีบล้างมือแล้วเช็ดมือเข้ากับชายเสื้อตัวเองอย่างลวก ๆ

" ผมไปด้วย!! ผมจะไปช่วยพี่แจจุงถือของ นะฮะ นะฮะ " ยูฮวานที่อ่านสายตาของยุนโฮออกว่า ' แล้วนายจะตามมาทำไมฮะเจ้าเปี๊ยก!!' รีบกระแซะตัวเข้าหาแขนของแจจุงและอ้อนทันที

" ก็ดีเหมือนกันนะ " พี่ใหญ่ใจอ่อนอีกจนได้

แล้วทั้งหมดก็รีบขึ้นรถ จุดหมายคือซูเปอร์มาร์เก็ตและคฤหาสน์ของโพมี!!

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

" เพิ่มเสียงวิทยุทีสิชางมิน นี่เพลงโปรดพี่เลยนะ " แจจุงสั่งโดยที่ตัวเองนั่งสบายเป็นเจ้าแม่อยู่เบาะหลัง ข้างกันคือยูฮวานที่คอยนวดแขนนวดไหล่ให้อย่างเอาอกเอาใจ

" โบแจจะให้ฉันไปส่งที่ซูเปอร์มาร์เก็ตหรือรอแวะขากลับ " ยุนโฮถามเสียงเรียบ มือวางน้ำหนักลงบนพวงมาลัยอย่างมั่นคง สายตาทั้งสองจ้องมองออกไปที่ท้องถนน บ่งบอกว่าเขากำลังเพ่งสมาธิไปที่การขับรถอย่างเต็มที่

" แวะทีหลังดีกว่า Even though it seems I have everything. I don't wanna be a lonely fool~ ฉันจะฟังเพลงก่อน " คนสวยตอบพร้อมเหตุผลที่น่าหมั่นไส้ ปากสีกุหลาบยังฮัมเพลงหงุงหงิงคลอไปด้วยอีกต่างหาก
" พี่ครับ ถึงสี่แยกนี้แล้วเลี้ยวซ้ายนะ " ชางมินก้มมองแผนที่ที่ตัวเองวาดคร่าว ๆ แล้วบอกทางให้ยุนโฮ

" อืม!! เลี้ยวแล้ว ละไปทางไหนต่อ " ยุนโฮก็ยังคงถามโดยที่ไม่ได้ละสายตาจากท้องถนนอีกตามเคย

" ตรงไปก่อน อ๊ะ!! นั่นไง คฤหาสน์ลักษณะตรงตามที่บอกเอาไว้เป๊ะเลย " ชางมินชี้ไปข้างหน้าอย่างตื่นเต้น(ตื่นเต้นเพื่อ?)

" โอ้โห~ ท่าทางรวยไม่ใช่เล่นเลยนะเนี่ย " หลังจากยูฮวานมองคฤหาสน์หลังนี้ เขาก็พึมพำออกมาด้วยความตะลึง แจจุงก็ตะลึงพอกัน ข้างในนั้นต้องมีคนรับใช้เป็นสิบแน่ ๆ ไม่สิ!! อาจจะร้อยเลยก็ได้นะ อยากรวยแบบนี้บ้างจัง

ใช่สิ!! ถ้ารวยแบบนี้เขาก็จะมีแม่บ้านคอยดูแลเรื่องความสะอาดให้ โอ้ มันจะมีอะไรเป็นสุขไปกว่าการได้อยู่ท่ามกลางห้องและข้าวของที่สะอาดสะอ้านกันนะ
" เอาล่ะ ลงกันเถอะพวกเรา " ก่อนที่แจจุงจะฝันเฟื่องไปมากกว่านี้ เสียงทุ้มของยุนโฮก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน

หนอยเจ้าหมีบ้า!! บังอาจมาขัดเวลาฝันกลางวันของฉันเรอะ เดี๋ยวคืนนี้ก็งดทำเสียเลยนี่

เอี๊ยด!!!!

เสียงล้อรถบดเสียดสีกับถนนเสียงดังสนั่น ทั้งสี่หนุ่มหันไปก็พบกับหญิงสาวหน้าตาสะสวยในสูทและกระโปรงเข้าชุดสีครีม ผิวของเธอขาวแทบจะพอ ๆ กับแจจุง เรือนผมหยักศกสีอัลมอนด์ถูกปล่อยสยายลงกลางหลัง เธอเพิ่งลงจากรถแท็กซี่คันหนึ่ง ท่าทางดูเร่งรีบ

" ขอบคุณค่ะ ไม่ต้องทอนนะคะ" คนขับรถเลื่อนกระจกลงครึ่งหนึ่งเพื่อรับค่าโดยสาร หญิงสาวยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้ ซึ่งมากกว่าที่ต้องจ่ายจริง

นอกจากจะสวยแล้วการพูดการจาก็สุภาพ ดูเป็นผู้ดีทั้งภายในและภายนอกเลยแฮะ

สี่คนยังคงมองหญิงสาวอยู่อย่างนั้น ถ้าเรียกการกระทำนี้ว่าจ้องก็คงจะไม่ผิดอะไรนัก

" เอ่อขอโทษนะคะ พวกคุณคือ " เธอหันมาถามชายหนุ่มสี่คนที่ยืนออกันอยู่หน้าประตูรั้ว

หล่อ ๆ กันทั้งนั้น แต่คนหล่อใช่ว่าจะไว้ใจได้เสียทุกคน พวกนี้อาจจะเป็นคนไม่ดีก็ได้

คิดได้ดังนั้น มือเรียวก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋าถือของตัวเอง กะว่าถ้าคนพวกนี้พูดจาหรือแสดงอาการท่าทางไม่ชอบมาพากล เธอก็จะเอาที่ช็อตไฟฟ้าช็อตเสียเลย
" อ้อ!! พวกเราคือทงบังชินกิครับ อุ๊บ!! " เมื่อชางมินตอบออกไป ศอกของยุนโฮก็กระทุ้งเข้าที่สีข้างอย่างแรง จนทำให้คนตัวสูงต้องลูบสีข้างตัวเองไปมา

" พวกเรามาเอาโทรศัพท์มือถือของจุนซูที่คุณเก็บได้น่ะ " ยุนโฮหันไปทำท่าหมียักษ์ใส่ชางมินก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าตัวเองให้เป็นปกติแล้วตอบหญิงสาว

" อ๋อ!! เพื่อนคุณจุนซูนี่เอง ฉันชื่อโพมีค่ะ แล้วนี่ก็เป็นมือถือของคุณจุนซู ใช่มั้ยคะ " โพมีหยิบมือถือออกมาให้คนทั้งสี่ดู

หงึกหงักหงึกหงัก

ชางมิน ยุนโฮ ยูฮวาน และแจจุง พยักหน้าออกมาอย่างพร้อมเพรียง

" ขอบคุณมากนะครับ ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอเอากลับไปเลยก็แล้วกัน " ยูฮวานคว้ามือถือนั่น แล้วทุกคนก็ทำท่าว่าจะเดินจากไป

" เดี๋ยวก่อนค่ะ!! คือฉันคิดว่าคุณจุนซูคงอยู่ เอ่อ ข้างในบ้าน " หญิงสาวเรียกเอาไว้ ท่าทีอึกอัก

" หา!! อยู่ในบ้านคุณเนี่ยนะ " ยูฮวานถามเสียงดังแถมเป็นตะโกน

" อย่ามาโกหกหน่อยเลยน่า จุนซูบอกว่าจะไปเยี่ยมน้องสาวของเพื่อนที่โรงพยาบาล " แจจุงชักเห็นท่าไม่ดี ยัยคนนี้อาจจะเป็นแฟนคลับที่คลั่งพวกเขามากจนวางแผนหาทางล่อให้พวกเขาเข้าไปในบ้านแล้วขังเอาไว้ก็ได้

" ถ้าฉันจะบอกคุณว่าน้องสาวของเพื่อนที่คุณจุนซูพูดถึงคือฉัน คุณจะเชื่อมั้ยคะ " โพมีถามหยั่งเชิง

" นี่เธอพูดเรื่องอะไรกันเนี่ย? เราไม่มีเวลามาฟังเรื่องไร้สาระหรอกนะ ถ้าไม่สบายจริง ตอนนี้เธอก็ต้องอยู่ที่โรงพยาบาลสิ " พูดจบพี่ใหญ่ก็ดันหลังคนอื่นให้รีบขึ้นรถ ซึ่งหญิงสาวก็คิดเอาไว้อยู่แล้วว่าพวกเขาต้องไม่เชื่อ

" พี่สาวของฉันชื่อฮีบอน!! " คำพูดต่อมาทำให้แผ่นหลังทั้งสี่หยุดชะงัก ก่อนหันกลับมาอย่างว่องไว สีหน้าของทุกคนดูทั้งอึ้ง ตกใจ และตะลึงผสมปนเป

" ฮีบอน!! ยัยนั่นอีกแล้วเหรอเนี่ย ให้ตายสิ!! " ยูฮวานตบหน้าผากตัวเองด้วยความหงุดหงิด ให้ตายสิ!! ฮีบอนจะสร้างปัญหาให้พวกเขาไปจนถึงเมื่อไรนะ โดนแกล้งครั้งที่แล้วยังไม่เข็ดอีกหรือไง

" ขอโทษนะคะ ช่วยพูดถึงพี่สาวของฉันให้ดีกว่านี้หน่อย " เสียงหวานกร้าวขึ้น คนพวกนี้เป็นใคร มีสิทธิอะไรมาแสดงท่าทีแบบนั้นเมื่อพูดถึงชื่อของพี่

" นี่แหละดีที่สุดแล้ว ไม่รู้รึไงว่าพี่สาวของเธอทำไรไว้มั่ง " คนอายน้อยที่สุดโต้ตอบเสียงแข็งอย่างไม่ลดละ ชางมินกับยุนโฮได้แต่ยืนมอง เขาไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับผู้หญิง

คิ้วเรียวของหญิงสาวขมวดมุ่น พี่ไปก่อเรื่องอะไรไว้อย่างนั้นเหรอ

" พี่สาวเธอน่ะคิดจะจับพี่จุนซู รู้เอาไว้ด้วย!! เมื่อคืนก็มอมเหล้าซะจนหมดสภาพ " เมื่อเห็นท่าทางครุ่นคิดของหญิงสาว ยูฮวานก็พูดต่อ

" คุณพูดเรื่องอะไร พี่สาวของฉันไม่มีทางทำแบบนั้นหรอก ไหนล่ะหลักฐาน " โพมียังคงไม่เชื่อ ทำไมพี่สาวของเธอต้องทำอะไรแบบนั้นด้วย ถึงแม้ฮีบอนจะชอบหนีออกจากโรงพยาบาล แต่ก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องผู้ชายเลยนี่

" เอ้านี่!! ดูซะ " ยูฮวานยัดมือถือของตัวเองใส่มือของหญิงสาว โพมีรับมาเปิดดูคลิปด้วยมืออันสั่นเทา

เมื่อได้ฟังสิ่งที่พี่สาวพูดกับสเตฟานี่และได้เห็นท่าทางของฮีบอนในตอนนั้น เธอก็ถึงกับน้ำตาคลอ

" แล้วนี่ก็คือจุนซู เผื่อเธอจะเคยเห็น " แจจุงหยิบมือถือของตัวเองออกมาเปิดรูปภาพให้หญิงสาวดู

" ฮยุนยัง!! " ทันทีที่เห็น โพมีก็อุทานออกมา แจจุง ชางมิน ยุนโฮ และยูฮวาน มองหน้ากันเองด้วยความสงสัย

ฮยุนยังคือใครกัน!!??

" นี่เธอ!! เป็นอะไรน่ะ " แจจุงถามเมื่อเห็นสีหน้าตกใจของโพมี เขาชักรู้สึกสังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่องอะไรไม่ดีเสียแล้วสิ

หากแต่หญิงสาวไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่กลับวิ่งเข้าไปภายในคฤหาสน์อย่างรวดเร็วชางมิน แจจุง และยุนโฮที่เห็นอย่างนั้น ก็วิ่งตามเข้าไปด้วย

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

ตืด...ตืด...

มือถือของยูชอนสั่นอย่างรุนแรง เขาปิดเสียงเอาไว้เพราะไม่ต้องการได้ยินเสียงเพลงโปรดของเขากับจุนซู โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าอีกฝ่ายนั้นก็ทำแบบนี้เช่นเดียวกัน

" ฮัลโหล พี่รีบตามมาที่นี่ด่วนเลย ตอนนี้พวกเราอยู่ที่คฤหาสน์ของยัยฮีบอน เอ... อยู่ติดกับคฤหาสน์ตระกูลคิมแถวชานเมืองน่ะ พี่รู้จักใช่มั้ย? " ยังไม่ทันที่ยูชอนจะได้พูดอะไร เสียงเล็กของน้องชายก็ดังมาตามสายบอกที่ตั้งของคฤหาสน์อย่างร้อนรน พลางพูดรัวเร็วจนเขาแทบฟังไม่ทัน

" พี่จุนซูกำลังแย่ พี่ต้องรีบมาช่วยนะ " ปากเล็กขยับเอ่ยกำชับร้อนรน

" แล้วยังไง เขาจะเป็นอย่างไรมันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย " ยูชอนตอบเสียงเนือย ก็ขาดกันแล้วไม่ใช่เหรอ... จุนซูเป็นคนพูดเอง

" นี่!! พี่อย่าทำตัวงี่เง่าได้มั้ย เลิกกันก็ใช่ว่าจะเป็นเพื่อนไม่ได้ ทำไมพี่ไม่คิดจะมาช่วยเพื่อนเลยล่ะ " ยูชอนนิ่วหน้ากับคำพูดไม่เข้าหูของน้องชาย ก่อนกดตัดสายไปอย่างไม่อยากจะสนใจ

" แล้วถ้าพี่ยังคิดเรื่องดูตัวอะไรนั่นน่ะ ฉันบอกเลยว่ามันไม่มีหรอก... ตอนนั้นฉันแค่แกล้งพี่!! " ยูฮวานพูดความจริงออกมาทั้งหมด หากแต่ยูชอนไม่ได้ยินในประโยคสุดท้ายที่เขาบอก

" พี่... ฟังฉันอยู่รึเปล่า... โธ่เว้ย!! " ยูฮวานโวยวายเมื่อพี่ชายตัดสายไปเสียเฉย ๆ และถึงแม้ว่าเขาจะพยายามติดต่อกลับไปเท่าไร พี่ชายตัวดีก็ไม่ยอมรับ จนในที่สุด อีกฝ่ายก็ปิดเครื่องหนี

คนตัวเล็กล้มเลิกความพยายามแล้วเดินเข้าบ้านไปด้วยความหงุดหงิด

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :


" พี่ล่ะ!!? " โพมีถามเสียงดังจนแทบตะโกนทันทีที่เข้ามาข้างใน ทำให้คนรับใช้ทั้งหลายที่กำลังทำหน้าที่ของตัวเองหันมามองด้วยความตกใจ เพราะหญิงสาวไม่เคยพูดจาเสียงดังมาก่อน

" ยะ...อยู่ บนห้องนอน...ค่ะ " คนรับใช้คนหนึ่งตอบเสียงสั่นด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ ศีรษะก้มงุดไม่กล้าสบตานายสาว

คนรับใช้เยอะมาก!!!! ฉันอยากอยู่ที่นี่จัง

แจจุงมองเหล่าคนรับใช้สาวที่เดินเรียงกันออกมาจากด้านใน ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นห้องครัว อย่างตื่นตาตื่นใจ

ว้าวววว อาหาร...แต่ละอย่างหน้าตาน่าทานทั้งนั้นเลย

ชางมินยืนมองเหล่าอาหารที่ถูกวางเรียงกันบนโต๊ะ แต่ละอย่างดูน่าทาน และเป็นอาหารชั้นดีที่ราคาแพงเอาการ

เช็ดน้ำลายหน่อยเถอะ เจ้าโย่งเอ๊ย!!

ยูฮวานมองชางมินที่ทำท่าราวกับว่าน้ำลายพร้อมจะยืดลงมาได้ทุกเมื่อด้วยสีหน้าระอาใจ ขอแค่มีของกินนายก็ไม่สนแล้วใช่มั้ยว่าสถานการณ์ตอนนี้มันกำลังซีเรียสแค่ไหน

โห... ในนี้ทั้งสวยแล้วก็หรูเลยแฮะ ยังกะโลเกชั่นในนิยายเลย

ยุนโฮมองกราดแทบทั่วทุกตารางเซนติเมตรของคฤหาสน์อย่างสนอกสนใจ พยายามเก็บรายละเอียดภายในให้ได้มากที่สุด เผื่อจะเอาไปใช้ในนิยายของตัวเองบ้าง

" พวกคุณรีบตามมาสิ!! " เมื่อได้รับคำตอบ โพมีก็รีบตรงรี่ขึ้นบันไดเพื่อที่จะไปยังห้องนอนของฮีบอนซึ่งอยู่ชั้นบน แต่ก็ยังไม่วายหันมาเรียกชายหนุ่มทั้งสี่ที่กำลังยืนนิ่งราวกับถูกสะกด เอ่อ... ยกเว้นเจ้าหนุ่มน้อยนั่นไว้คนหนึ่ง

โพมีหยุดมองยูฮวานที่ทำหน้าราวกับว่าโลกจะแตกแน่ ๆ ถ้าต้องอยู่ที่นี่นานกว่านี้ พลางคิดว่าเด็กคนนี้แปลก เพราะคนส่วนมากที่ได้มาที่นี่มักจะติดใจ ไม่อยากกลับออกไปเสียมากกว่า

หญิงสาวไล่มองไปตามสายตาของหนุ่มน้อยและพบว่าเขากำลังมองไปที่ชายหนุ่มตัวสูงที่สุดในกลุ่มที่มาด้วยกัน หรี่ตามองอย่างชั่งใจ สงสัยในความสัมพันธ์ของพี่น้องทั้งสอง แต่ในตอนนี้เธอไม่มีเวลามาคิดเรื่องพวกนั้นหรอก เพราะเธอต้องรีบไปห้ามพี่ฮีบอนไม่ให้ทำเรื่องบ้า ๆ!!

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :


ภายในห้องนอนกว้างขวาง ของใช้และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นล้วนมีราคาบ่งบอกฐานะและรสนิยมของผู้ตกแต่งได้อย่างดี ห้องใหญ่ถูกจัดแบ่งเป็นส่วน ๆ ...ห้องทำงาน ห้องน้ำ ห้องนอน และห้องแต่งตัว

ส่วนที่เป็นห้องนอนจะมีเตียงสี่เสาขนาดใหญ่ และมีผ้าสีอ่อนคลุมโดยรอบ ซึ่งเตียงแบบนี้เป็นความชอบส่วนตัวของฮีบอน จุนซูผู้ถูกขังอยู่ในห้องนี้กำลังรู้สึกหวาดกลัวเป็นที่สุด ตอนนี้แขนและขาของเขาถูกขึงตรึงไว้กับเสาทั้งสี่ของเตียง ดวงตาทั้งสองข้างถูกปิดลงด้วยผ้าผืนหนาเช่นเดียวกันกับริมฝีปากสีสวย

ใครก็ได้...ช่วยฉันที ทุกคน... ยูชอน ฮึก...

จุนซูได้แต่ร่ำร้องอยู่ในใจ น้ำใสคลอเอ่อรอบนัยน์ตาที่เคยมีแววสดใสร่าเริง

แต่แล้วชายหนุ่มก็รู้สึกได้ถึงน้ำหนักที่กดลงบนเตียง จนฟูกหนานุ่มนั้นยุบลงไป มือเรียวของฮีบอนค่อย ๆ เอื้อมไปปลดกระดุมบนเสื้อของชายหนุ่ม ทีละเม็ด...ทีละเม็ด

" อึก...อื๊อ " จุนซูเริ่มดิ้นไปมาส่งเสียงอึกอักภายในลำคอเมื่อมือเย็นเยียบนั้นไล้ไปตามท่อนบนเปล่าเปลือยของเขา

...มือเย็นเยียบเฉกเช่นเดียวกับภายในใจของหญิงสาวที่ตอนนี้เย็นชาราวน้ำแข็ง

" ฮยุนยัง... ทำไมคุณถึงทิ้งฉันไปในเวลาที่ฉันต้องการคุณมากที่สุด ทำไม " ปากเรียวสวยเคลือบสีชมพูอ่อนเอ่ยเสียงเบาราวกระซิบ

จุนซูพยายามอธิบายจนแทบตะโกนก้องว่าเขาไม่ได้ชื่อฮยุนยัง เขาชื่อจุนซู แต่สิ่งที่ออกมาผ่านลำคอนั้นเป็นเพียงเสียงอู้อี้ที่ไม่สามารถจับใจความได้
" ตอบฉันมาสิ!! " ฮีบอนคลายปมผ้าที่ใช้ปิดปากออก ก่อนจะถามคำถามเดิมอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

" ฉันไม่ใช่ฮยุนยะ...อุ๊บ!! " ยังไม่ทันที่จุนซูจะได้พูดจบ มือเรียวก็ฟาดลงมากระทบแก้มใสฉาดใหญ่จนขึ้นรอยแดง ลิ้นอุ่นรับรู้ได้ถึงความเค็มของเลือดภายในปาก อีกทั้งความแสบจากการที่เล็บแหลมตวัดผ่านเนื้ออ่อนนุ่ม จนเกิดเป็นรอยข่วนที่ข้างแก้ม เลือดซึมตามรอยเนื้อที่เปิดออก

" คนทรยศ!! คุณยังกล้าปฏิเสธอีกเหรอ คนโกหก!! " มือเย็นตวัดลงบนแก้มใสไปมาอีกสองฉาดก่อนจะขยี้ริมฝีปากสีสวยลงบนปากเรียวของชายหนุ่มรุนแรง จุนซูพยายามส่ายหน้าหนี แต่หญิงสาวก็ยังรุกเข้ามาเรื่อย ๆ เมื่อลิ้นอุ่นแทรกเข้ามาภายในโพรงปาก เขาจึงตัดสินใจกัดมันเสีย เพื่อหยุดยั้งการกระทำของหญิงสาว

" โอ๊ย!! " ฮีบอนผละริมฝีปากออกอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาฉายแววโทสะรุนแรง มือเรียวฟาดใส่หน้าใสไม่ยั้ง ส่งผลให้แก้มใสแดงช้ำ

" ยูชอน... ช่วยด้วย ฮึก... " เสียงสั่นพร่าสะอึกสะอื้นอย่างยากลำบาก เพียงแค่ขยับใบหน้าเบา ๆ ความรู้สึกเจ็บแสบก็แล่นเข้ามา

" คุณทำให้ฉันเจ็บ... คุณก็ต้องได้รับผลตอบแทนไม่ต่างกัน ชูคยอง!! ชินคยู!! " ฮีบอนพูดเสียงเหี้ยม
" ครับ!! " สองบอดี้การ์ดที่รออยู่หลังม่านรีบโผล่หน้าเข้ามาตามเสียงเรียกของเจ้านาย

" ถอดเสื้อพวกแกออก!! แล้วจัดการกับเจ้านั่น คงไม่ต้องบอกใช่มั้ยว่าต้องทำยังไง!! " นายสาวสั่งเสียงแข็ง สองบอดี้การ์ดมองหน้ากันเองอย่างลำบากใจ

" เร็ว ๆ ด้วย ฉันไม่ชอบรอนาน...เวลาดูหนัง " ว่าแล้วหญิงสาวเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่ถูกตั้งชิดผนังห้อง แต่อยู่ไม่ไกลจากเตียงนัก จากมุมนี้เธอจะสามารถมองเห็นทุกความเป็นไปบนเตียงใหญ่นั่น

คุณจะต้องรู้สึกแบบเดียวกันกับที่ฉันรู้สึก คุณจะได้เข้าใจเสียบ้างว่าฉันรู้สึกยังไงตอนที่ถูกทำแบบนั้น...

แล้วฉันจะเป็นคนปลอบคุณเอง ฮยุนยัง...

: : : : : : : : : : Can I Be Your Destiny? : : : : : : : : : :

นัยน์ตาเจือแววเศร้าเหลือบมองไปยังโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่ถูกปิดเครื่องเอาไว้และวางอยู่ข้างตัวอย่างครุ่นคิด

เขาควรจะเข้าไปยุ่งเรื่องของจุนซูไหม.... ในเมื่อฝ่ายนั้นเป็นคนยืนกรานเองว่าไม่อยากให้เขาเข้าไปเกี่ยวข้อง

" นี่!! พี่อย่าทำตัวงี่เง่าได้มั้ย ถึงจะเลิกกันแล้วก็ใช่ว่าจะเป็นเพื่อนกันไม่ได้ ทำไมพี่ไม่คิดจะมาช่วยเพื่อนเลยล่ะ "

แต่คำพูดของน้องชายก็ยังคงวิ่งวนไปมาภายในความคิดไม่มีหยุด เขาควรจะเชื่อคำพูดของใครดี

เชื่อจุนซู?... น้องชาย?...

แล้วนายล่ะคิดยังไง... ยูชอน ตัวนายเองน่ะ...

แน่ล่ะว่าในใจเขาเองก็ยังตัดจุนซูไม่ขาด อยากไปหา... คิดถึงคนคนนั้นทุกลมหายใจ

แล้วทำไมเขาถึงไม่ไปหาเสียล่ะ ใช่สิ!! เขาจะมามัวนั่งเฉยอยู่ทำไม เมื่อกี้ยูฮวานบอกว่าอยู่ที่ไหนกันนะ คฤหาสน์ที่อยู่ติดกับคฤหาสน์ตระกูลคิมอย่างนั้นเหรอ

ยูฮวาน... นายถามพี่ใช่มั้ยว่ารู้จักที่นั่นหรือเปล่า

รู้จักสิ... รู้จักดีเสียด้วย คฤหาสน์ตระกูลคิม... คฤหาสน์ประจำตระกูลของจุนซู

จุนซู... รอก่อนนะ ฉันไปหานายเดี๋ยวนี้!!!!